Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky
Origin Pattaya
Homeday FB
กำลังค้นหา:
คำค้น: นก
123...7891011...212223

บทความ

พบ 275 บทความ

เรียงตาม:
ผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม: คู่มือคำนวณและเตรียมตัวกู้ซื้อคอนโด
ทั่วไป

ผ่อนคอนโดเดือนละเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม: คู่มือคำนวณและเตรียมตัวกู้ซื้อคอนโด

24/4/2568 • โดย Homeday

การคำนวณเงินผ่อนคอนโดต่อเดือนเป็นกระบวนการที่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านทั้งรายได้ ภาระหนี้ และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม การทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานทางการเงินจะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถวางแผนการผ่อนชำระได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเงินในอนาคต วิธีการคำนวณเงินผ่อนคอนโดต่อเดือน การประเมินความสามารถในการผ่อนชำระเริ่มต้นจากการใช้สูตรมาตรฐานที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่ยึดถือ โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ สูตรการคำนวณพื้นฐานมีดังนี้: ความสามารถในการผ่อนชำระ = (รายได้สุทธิ × 40%) – ภาระหนี้ปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น หากมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท และมีหนี้สินผ่อนรถเดือนละ 5,000 บาท จะคำนวณได้ว่า:(30,000 × 0.4) – 5,000 = 7,000 บาท/เดือนหมายความว่าสามารถผ่อนคอนโดได้สูงสุดเดือนละ 7,000 บาท โดยไม่กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน ปัจจัยที่ส่งผลต่อวงเงินกู้ซื้อคอนโด สถาบันการเงินใช้เกณฑ์พิจารณาหลายประการในการอนุมัติวงเงินกู้ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคืออัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (Debt Service Ratio) ซึ่งคำนวณจาก: DSR=(หนี้สินรวมรายได้รวม)×100 DSR=(รายได้รวม/หนี้สินรวม)×100ค่า DSR ที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 40% นอกจากนี้ประวัติการชำระหนี้ที่ปรากฏในเครดิตบูโรยังมีผลต่อการตัดสินใจของธนาคาร โดยเฉพาะการชำระหนี้ล่าช้าหรือผิดนัดจะลดโอกาสในการได้รับอนุมัติ ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ต้องคำนึงถึง นอกจากเงินผ่อนหลักแล้ว ผู้ซื้อต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น เงินดาวน์ [...]

อาชีพฟรีแลนซ์กู้บ้านได้จริงหรือ? เทคนิคยื่นกู้ให้ผ่านง่ายในปี 2025
ทั่วไป

อาชีพฟรีแลนซ์กู้บ้านได้จริงหรือ? เทคนิคยื่นกู้ให้ผ่านง่ายในปี 2025

24/4/2568 • โดย Homeday

การเป็นฟรีแลนซ์ให้อิสระในการทำงานและการใช้ชีวิต แต่เมื่อถึงเวลาต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง หลายคนกลับกังวลว่าการไม่มีรายได้ประจำแน่นอนจะเป็นอุปสรรคในการกู้ซื้อบ้าน ความจริงแล้ว อาชีพอิสระสามารถกู้บ้านได้ แต่ต้องเตรียมตัวและวางแผนให้รอบคอบมากกว่าพนักงานประจำทั่วไป บทความนี้จะแนะนำเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คนทำอาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นในปี 2025 เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมให้พร้อม การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อาชีพอิสระมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านมากขึ้น เอกสารสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อม ได้แก่: เอกสารพื้นฐาน สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้กู้ เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะซื้อ เช่น สัญญาจอง หรือสำเนาโฉนดที่ดิน เอกสารทางการเงิน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากหรือรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน [...]

จะยื่นกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 7 เทคนิคที่ทำให้คุณมีบ้านในฝันได้เร็วขึ้น
ทั่วไป

จะยื่นกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 7 เทคนิคที่ทำให้คุณมีบ้านในฝันได้เร็วขึ้น

24/4/2568 • โดย Homeday

การมีบ้านสักหลังเป็นความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อยื่นขอสินเชื่อบ้านแล้วถูกปฏิเสธ การยื่นกู้ซื้อบ้านให้ผ่านไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากคุณเตรียมตัวให้พร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบ บทความนี้จะแนะนำ 7 เทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นกู้ซื้อบ้านของคุณผ่านฉลุย ทำให้คุณได้เป็นเจ้าของบ้านในฝันเร็วขึ้น เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ จะประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองได้อย่างไร? การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้คุณเลือกบ้านที่ราคาเหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของคุณ โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้เป็นหลัก ซึ่งคุณสามารถคำนวณได้ดังนี้ กรณีไม่มีหนี้สินใดๆ: หากคุณไม่มีภาระหนี้เลย ความสามารถในการกู้จะคำนวณได้จากสูตร: รายได้ต่อเดือน x 60 = วงเงินกู้สูงสุดที่เป็นไปได้ เช่น หากคุณมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท คุณอาจจะกู้ได้สูงสุดประมาณ 1,800,000 บาท กรณีมีหนี้สินอยู่แล้ว: หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ คุณต้องคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระดังนี้: รายได้ต่อเดือน x 30-40% = ความสามารถในการผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน [...]

Yield คืออะไร? ทำไมมันสำคัญต่อนักลงทุนและวิธีคำนวณที่คุณต้องรู้
ทั่วไป

Yield คืออะไร? ทำไมมันสำคัญต่อนักลงทุนและวิธีคำนวณที่คุณต้องรู้

24/4/2568 • โดย Homeday

Yield หรืออัตราผลตอบแทนเป็นตัวแปรสำคัญในระบบเศรษฐกิจที่นักลงทุนควรให้ความสนใจ ไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่นๆ อย่างเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ บทความนี้จะอธิบายความหมาย ประเภท และวิธีการคำนวณ Yield ที่ถูกต้อง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาดและได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า ความหมายของ Yield ที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจ Yield คือ อัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยแสดงผลในรูปของเปอร์เซ็นต์ต่อปี ผลตอบแทนนี้อาจหมายถึงผลตอบแทนที่แน่นอนหรือผลตอบแทนที่คาดการณ์ว่าจะได้รับ ขึ้นอยู่กับความผันผวนของสินทรัพย์ที่ลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป เช่น การลงทุนในหุ้นจะได้รับผลตอบแทนในรูปของ “เงินปันผล” การลงทุนในตราสารหนี้จะได้รับ “ดอกเบี้ย” และการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จะได้รับ “ค่าเช่า” นอกจากนี้ Yield ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยในอนาคตได้ เช่น ในช่วงที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก อาจบ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มที่ธนาคารกลางอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ประเภทของ Yield ที่นักลงทุนควรรู้จัก การทำความเข้าใจประเภทของ Yield จะช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบการลงทุนได้อย่างเหมาะสม Yield มีหลายประเภทที่สำคัญ ดังนี้ อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield) Current Yield คือ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างง่าย คำนวณจากผลตอบแทนต่อปีที่ได้รับเทียบกับราคาในตลาดหรือต้นทุนที่ซื้อมา สูตรคำนวณคือ: อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน [...]

การโอนบ้านและที่ดินให้ลูกในปี 2568 ทำอย่างไร? มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
ทั่วไป

การโอนบ้านและที่ดินให้ลูกในปี 2568 ทำอย่างไร? มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

23/4/2568 • โดย Homeday

การโอนบ้านและที่ดินใหู้กเป็นอีกหนึ่งการวางแผนที่พ่อแม่หลายครอบครัวคิดไว้ในใจ เพื่อมอบสินทรัพย์มีค่าให้กับบุตรหลาน อีกทั้งยังเป็นการวางแผนภาษีและสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในระยะยาว ในปี 2568 นี้ การโอนทรัพย์สินยังคงมีรายละเอียดและขั้นตอนที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและราบรื่น บทความนี้จะนำเสนอขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนบ้านและที่ดินให้ลูก เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวได้อย่างครบถ้วนและมั่นใจ ทำไมการโอนบ้านให้ลูกจึงแตกต่างจากการรับมรดก? การโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกในขณะที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่มีความแตกต่างจากการยกทรัพย์สินให้เป็นมรดกอย่างชัดเจน กล่าวคือ การโอนทรัพย์สินหมายถึงการที่ผู้ให้มีเจตนายกทรัพย์สินให้กับผู้รับในขณะที่ผู้ให้ยังมีชีวิตอยู่ ขณะที่มรดกจะเกิดขึ้นหลังจากเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตไปแล้ว ประเด็นสำคัญอีกประการคือ ผู้ให้สามารถยกบ้านและที่ดิน หรือสิ่งอื่นๆ ให้กับผู้รับโดยไม่จำเป็นต้องมีค่าตอบแทนใดๆ การโอนบ้านให้ลูกในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการลดภาระภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ซึ่งกำหนดให้ผู้ครอบครองที่ดินประเภทต่างๆ หรือเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ ที่มีมูลค่าเกินเกณฑ์ยกเว้นภาษี จำเป็นต้องเสียภาษีตามมูลค่าของทรัพย์สินในอัตราที่กำหนด การโอนบ้านและที่ดินให้บุตรจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระจายการครอบครองสินทรัพย์และช่วยลดภาระภาษีได้ นอกจากนี้ การโอนทรัพย์สินยังช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในเรื่องมรดกในอนาคต รวมถึงทำให้พ่อแม่ได้เห็นลูกหลานได้ใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มอบให้ ซึ่งสร้างความอุ่นใจได้เป็นอย่างดี เอกสารใดบ้างที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนบ้านให้ลูก? การเตรียมเอกสารเพื่อโอนบ้านหรือที่ดินให้ลูกนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 5 รูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะเป็นผู้ไปดำเนินการในวันโอน ดังนี้ 1. กรณีพ่อและแม่มาโอนพร้อมกัน เมื่อทั้งพ่อและแม่จะมาโอนที่ดินให้ลูกพร้อมกัน เอกสารที่ต้องเตรียมประกอบด้วย: โฉนดที่ดินตัวจริง บัตรประชาชนของพ่อและแม่ พร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านของพ่อและแม่ [...]

การโอนบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และใครเป็นคนจ่าย?
ทั่วไป

การโอนบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และใครเป็นคนจ่าย?

22/4/2568 • โดย Homeday

การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง? ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่: ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ [...]

จะผ่อนบ้านให้หมดเร็วได้อย่างไร? 6 เทคนิคโปะบ้านที่คุณควรรู้ในปี 2568
ทั่วไป

จะผ่อนบ้านให้หมดเร็วได้อย่างไร? 6 เทคนิคโปะบ้านที่คุณควรรู้ในปี 2568

22/4/2568 • โดย Homeday

การผ่อนบ้านให้หมดเร็วถือเป็นเป้าหมายของคนที่กำลังมีภาระผ่อนบ้าน เพราะนั่นหมายถึงภาระหนี้สินที่ลดลงและการได้เป็นเจ้าของบ้านอย่างเต็มตัวเร็วขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงขึ้น มนุษย์เงินเดือนต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารจัดการภาระหนี้สิน บทความนี้จะแนะนำ 6 เทคนิคโปะบ้านที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี เพื่อให้คุณสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง หลักการสำคัญในการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว หลักการง่ายๆ ในการผ่อนบ้านให้หมดเร็วคือการชำระหนี้ให้มากกว่าจำนวนเงินที่กำหนดไว้ในแต่ละงวด เพื่อให้มีเงินไปหักชำระเงินต้นมากขึ้น ลดจำนวนเงินที่ต้องเสียเป็นดอกเบี้ย โดยเมื่อดอกเบี้ยลดลง ยอดเงินต้นก็จะลดลงเร็วขึ้น ทำให้หมดหนี้ได้เร็วกว่ากำหนด วิธีการโปะบ้านนั้นมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความสะดวกและฐานะทางการเงินของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการกระจายเงินเพื่อชำระเกินในแต่ละงวด หรือการชำระเกินด้วยเงินก้อนใหญ่เพียงปีละครั้ง ก็ล้วนช่วยลดระยะเวลาในการผ่อนบ้านได้ทั้งสิ้น เทคนิคที่ 1: ผ่อนเกินค่างวดทุกๆ งวด การผ่อนชำระเกินกว่าค่างวดที่กำหนดในทุกๆ เดือนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากค่างวดที่เราจ่ายให้ธนาคารในแต่ละเดือนประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ย โดยในช่วงแรกของการผ่อน เงินส่วนใหญ่มักจะไปอยู่ที่ดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น ดังนั้น หากเราจ่ายเกินกว่าที่ธนาคารกำหนด จำนวนเงินส่วนที่เกินนั้นจะถูกนำไปตัดเงินต้นโดยตรง ส่งผลให้ฐานในการคิดดอกเบี้ยครั้งต่อไปลดลง ทำให้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดไปลดลงด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณมีค่างวดบ้านเดือนละ 15,000 บาท แต่สามารถจ่ายได้ 17,000 บาททุกเดือน เงินส่วนเกิน 2,000 บาทนั้นจะไปตัดเงินต้นโดยตรง ทำให้ยอดหนี้ลดลงเร็วขึ้น และดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในงวดถัดไปก็จะลดลงตามไปด้วย เทคนิคที่ 2: ใช้เงินก้อนในการโปะบ้าน การนำเงินก้อนมาโปะบ้านเป็นอีกวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะสามารถลดยอดเงินต้นได้ทันที ซึ่งจะส่งผลให้ดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับมนุษย์เงินเดือน [...]

เงินดาวน์บ้านคืออะไร? จำเป็นต้องจ่ายเท่าไหร่และมีวิธีวางแผนอย่างไร?
ทั่วไป

เงินดาวน์บ้านคืออะไร? จำเป็นต้องจ่ายเท่าไหร่และมีวิธีวางแผนอย่างไร?

17/4/2568 • โดย Homeday

เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]

จะเตรียมตัวอย่างไรให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านวงเงินสูง? 8 เทคนิคที่คุณต้องรู้ก่อนยื่นกู้
ทั่วไป

จะเตรียมตัวอย่างไรให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านวงเงินสูง? 8 เทคนิคที่คุณต้องรู้ก่อนยื่นกู้

17/4/2568 • โดย Homeday

การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

เงินเดือน 30,000 ซื้อบ้านได้ไหม? แนะวิธีคำนวณวงเงินและเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ
ทั่วไป

เงินเดือน 30,000 ซื้อบ้านได้ไหม? แนะวิธีคำนวณวงเงินและเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ

17/4/2568 • โดย Homeday

เงินเดือน 30,000 บาทสามารถซื้อบ้านหรือคอนโดได้หรือไม่? คำตอบคือ “ได้” โดยคนที่มีรายได้ระดับนี้มีโอกาสกู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะภาระหนี้สินที่มีอยู่และความสามารถในการชำระหนี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสม เทคนิคเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ และตัวอย่างโครงการที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับงบประมาณของคนรายได้ระดับนี้ เงินเดือน 30,000 กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่? ถ้าคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือนและกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือวงเงินกู้สูงสุดที่คุณมีโอกาสได้รับ โดยธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้สินที่มีอยู่เป็นหลัก ทั้งนี้วงเงินกู้สินเชื่อจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ โดยทั่วไป คนที่มีเงินเดือน 30,000 บาท มีโอกาสได้รับอนุมัติวงเงินกู้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท แต่จำนวนนี้จะลดลงหากคุณมีภาระหนี้สินอื่นอยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ หรือมีหนี้บัตรเครดิต การเตรียมความพร้อมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการขอสินเชื่อให้ผ่านและได้วงเงินสูงสุด วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระและวงเงินกู้สูงสุด เมื่อพิจารณาการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ธนาคารคำนึงถึงคือความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ โดยคุณสามารถคำนวณได้ตามขั้นตอนดังนี้ การคำนวณความสามารถผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน สูตรคำนวณพื้นฐานคือ: (เงินเดือน x 70%) – ภาระหนี้สินต่อเดือน = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน ตัวอย่างที่ 1: นาย A มีเงินเดือน 30,000 บาท [...]

การกู้ร่วมซื้อบ้านช่วยให้คุณมีบ้านเร็วขึ้นได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม
ทั่วไป

การกู้ร่วมซื้อบ้านช่วยให้คุณมีบ้านเร็วขึ้นได้จริงหรือ? ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม

17/4/2568 • โดย Homeday

การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโดกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง แต่มีข้อจำกัดด้านรายได้หรือคุณสมบัติไม่เพียงพอสำหรับการกู้เดี่ยว การกู้ร่วมช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อและอาจได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้น แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ผู้กู้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ บทความนี้จะอธิบายทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการกู้ร่วมซื้อบ้าน-ซื้อคอนโด เพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม การกู้ร่วมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อบ้าน การกู้ร่วมซื้อบ้านหรือคอนโด คือการที่มีผู้กู้ตั้งแต่ 1-3 คน ซึ่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่-ลูก พี่-น้อง เครือญาติ สามี-ภรรยา ร่วมกันยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงิน โดยผู้กู้ทุกคนจะมีสิทธิและความรับผิดชอบเท่าเทียมกันในการชำระหนี้ ธนาคารจะนำความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ทุกคนมาคำนวณรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นฐานเงินเดือน ภาระหนี้สิน ทำให้มักได้วงเงินกู้สินเชื่อที่สูงขึ้น สร้างความน่าเชื่อถือ และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น การกู้ร่วมเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพอที่จะกู้เองเพียงคนเดียว หรือมีประวัติเครดิตที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจทำให้การขอสินเชื่อคนเดียวเป็นไปได้ยาก การมีผู้กู้ร่วมที่มีคุณสมบัติทางการเงินที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น การกู้ร่วมแตกต่างจากการค้ำประกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างการกู้ร่วมกับการค้ำประกัน ทั้งสองวิธีล้วนช่วยเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ: คุณสมบัติของผู้เข้าร่วม การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมต้องเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเดียวกัน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันเป็นบุคคลใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การกู้ร่วม: ผู้กู้ร่วมทุกคนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในทรัพย์สิน การค้ำประกัน: ผู้ค้ำประกันไม่มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน การคำนวณวงเงินกู้ การกู้ร่วม: ธนาคารจะนำรายได้ของผู้กู้ทุกคนมารวมกันเพื่อคำนวณวงเงินกู้ การค้ำประกัน: ธนาคารจะพิจารณาเฉพาะรายได้ของผู้กู้หลักเท่านั้น ความรับผิดชอบในการชำระหนี้ การกู้ร่วม: ผู้กู้ทุกคนมีหน้าที่ชำระหนี้ร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้นสัญญา การค้ำประกัน: [...]

จะตรวจรับบ้านอย่างไรให้ครบถ้วน? เช็คลิสต์ทุกจุดสำคัญที่ห้ามพลาดก่อนโอน
ทั่วไป

จะตรวจรับบ้านอย่างไรให้ครบถ้วน? เช็คลิสต์ทุกจุดสำคัญที่ห้ามพลาดก่อนโอน

15/4/2568 • โดย Homeday

การมีบ้านสักหลังเป็นความฝันของคนจำนวนมาก หลายคนวางแผนและเตรียมตัวมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่การหาทำเลที่ดี ใกล้รถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานที่ทำงาน หรือสถานศึกษา การเลือกโครงการที่น่าเชื่อถือ รวมไปถึงการดูฮวงจุ้ยและสภาพแวดล้อม แต่หลายคนอาจมองข้ามขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การตรวจรับบ้านก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญและละเอียดอ่อน โดยเฉพาะหากเป็นการซื้อบ้านหลังแรก บทความนี้จะแนะนำเช็คลิสต์ทุกจุดสำคัญในการตรวจรับบ้านอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าบ้านของคุณไม่มีปัญหาและพร้อมสำหรับการอยู่อาศัย ทำไมการตรวจรับบ้านก่อนโอนจึงสำคัญสำหรับเจ้าของบ้านใหม่? การตรวจรับบ้านก่อนโอนกรรมสิทธิ์เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในกระบวนการซื้อบ้าน เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้ตรวจสอบความเรียบร้อยและความสมบูรณ์ของบ้านก่อนการเซ็นรับโอน ผู้ซื้อบ้านจำเป็นต้องตรวจสอบทุกจุดภายในตัวบ้านอย่างละเอียด หากมีจุดไหนที่เสียหายหรือชำรุด คุณสามารถแจ้งให้เจ้าของโครงการหรือผู้ขายดำเนินการแก้ไขได้ทันที แต่หากคุณเซ็นรับโอนไปแล้วค่อยพบปัญหา กระบวนการแก้ไขอาจยุ่งยากและใช้เวลานานกว่า หรือในบางกรณีอาจไม่ได้รับการแก้ไขเลย นอกจากนี้ การตรวจรับบ้านอย่างละเอียดยังช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าบ้านที่คุณกำลังจะเป็นเจ้าของนั้นมีคุณภาพตามมาตรฐาน ไม่มีปัญหาซ่อนเร้น และพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยอย่างแท้จริง การลงทุนเวลาในขั้นตอนนี้จะช่วยประหยัดทั้งเวลา เงิน และความเครียดในอนาคต ซึ่งอาจต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าในการซ่อมแซมปัญหาที่พบในภายหลัง อุปกรณ์ที่ควรเตรียมสำหรับการตรวจบ้าน การตรวจรับบ้านอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีการวางแผนและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพื่อให้สามารถตรวจสอบทุกส่วนของบ้านได้อย่างละเอียดและครบถ้วน อุปกรณ์ที่ควรเตรียมมีดังนี้: อุปกรณ์พื้นฐาน อุปกรณ์เครื่องเขียน เช่น ดินสอ ปากกา สำหรับจดบันทึกรายละเอียดต่างๆ ระหว่างการตรวจสอบ สมุดโน้ต สำหรับทำเช็คลิสต์ตรวจรับบ้านและบันทึกรายละเอียดที่ต้องแก้ไข โทรศัพท์มือถือหรือกล้องถ่ายรูป สำหรับบันทึกภาพจุดที่มีปัญหา เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแจ้งซ่อม ไฟฉาย สำหรับส่องดูพื้นที่ต่างๆ ภายในบ้านที่แสงไม่เพียงพอ อุปกรณ์เฉพาะทาง สายวัด [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday FB