Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้

Homeday
26 เมษายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 26/4/2568

ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภาษีคอนโด” เป็นเรื่องที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคนต้องให้ความสำคัญ เพราะการไม่เข้าใจหรือละเลยการชำระภาษีอาจนำมาซึ่งค่าปรับและปัญหาทางกฎหมายได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องภาษีที่ดินและคอนโดอย่างละเอียด พร้อมอัพเดทข้อมูลล่าสุดของปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ควรรู้
Article Image

ภาษีที่ดินและคอนโดคืออะไร? ทำไมต้องเสีย?

ภาษีที่ดินและคอนโดที่เราพูดถึงกันนั้น คือ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ที่จัดเก็บเป็นรายปีตามราคาประเมินของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อนำรายได้ไปพัฒนาท้องถิ่นและลดการเก็งกำไรที่ดิน โดยเริ่มมีการบังคับใช้ในปี 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2563
น่าสนใจว่าในช่วงปี 2563-2564 ที่ผ่านมา ได้มีการปรับลดการจัดเก็บภาษีลงถึง 90% เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้กับผู้เสียภาษีในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ได้มีการยกเลิกมาตรการปรับลดดังกล่าวและกลับมาจัดเก็บภาษีในอัตราปกติแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังคงมีการลดหย่อนภาษีในบางกรณีก็ตาม
Article Image

ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีคอนโด? ผู้เช่าต้องจ่ายหรือไม่?

ผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีคอนโด หรือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม ไม่ว่าจะครอบครองเพื่อพักอาศัยหรือปล่อยเช่าก็ตาม
หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าเช่าคอนโดอยู่ จะต้องเสียภาษีคอนโดหรือไม่? คำตอบคือไม่ต้องเสีย เพราะหน้าที่ในการชำระภาษีเป็นของเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ให้เช่านั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เช่าควรคำนึงไว้ด้วยว่า หากเจ้าของคอนโดมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้มีการปรับขึ้นค่าเช่าได้ในอนาคต
Article Image

อัตราภาษีคอนโดปี 2568 เปลี่ยนแปลงอย่างไร?

อัตราภาษีคอนโดในปี 2568 ยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตั้งแต่ปี 2565 โดยแบ่งตามประเภทการใช้งานและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นกรณีต่างๆ ดังนี้

กรณีคอนโดหลังแรก (มีชื่อในทะเบียนบ้าน)

สำหรับเจ้าของคอนโดมิเนียมหลังแรกที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน อัตราภาษีจะเป็นแบบขั้นบันไดดังนี้:
• มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี • มูลค่าเกิน 50 ล้าน แต่ไม่เกิน 75 ล้านบาท: เสียภาษี 0.03% • มูลค่าเกิน 75 ล้าน แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท: เสียภาษี 0.05% • มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท: เสียภาษี 0.10%

กรณีเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง (มีชื่อในทะเบียนบ้าน)

หากเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมที่ดิน) และมีชื่อในทะเบียนบ้าน อัตราภาษีจะเป็นแบบขั้นบันไดดังนี้:
• มูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี • มูลค่าเกิน 10 ล้าน แต่ไม่เกิน 50 ล้านบาท: เสียภาษี 0.02% • มูลค่าเกิน 50 ล้าน แต่ไม่เกิน 75 ล้านบาท: เสียภาษี 0.03% • มูลค่าเกิน 75 ล้าน แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท: เสียภาษี 0.05% • มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท: เสียภาษี 0.10%

กรณีคอนโดหลังที่สองเป็นต้นไป

สำหรับคอนโดหลังที่สองเป็นต้นไป (ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน) อัตราภาษีจะเป็นดังนี้:
• มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท: เสียภาษี 0.02% • มูลค่าเกิน 50 ล้าน แต่ไม่เกิน 75 ล้านบาท: เสียภาษี 0.03% • มูลค่าเกิน 75 ล้าน แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท: เสียภาษี 0.05% • มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท: เสียภาษี 0.10%

กรณีคอนโดเชิงพาณิชย์

หากใช้คอนโดในเชิงพาณิชย์ เช่น ปล่อยเช่ารายวัน อัตราภาษีจะสูงกว่าดังนี้:
• มูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท: เสียภาษี 0.3% • มูลค่าเกิน 50 ล้าน แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท: เสียภาษี 0.4% • มูลค่าเกิน 200 ล้าน แต่ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท: เสียภาษี 0.5% • มูลค่าเกิน 1,000 ล้าน แต่ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท: เสียภาษี 0.6% • มูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท: เสียภาษี 0.7%
สิ่งที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันกรมที่ดินมีนโยบายให้คอนโดที่ปล่อยเช่ารายเดือนหรือรายปีถือเป็นคอนโดประเภทที่อยู่อาศัย และเก็บภาษีในอัตราที่อยู่อาศัย แต่หากปล่อยเช่ารายวันจะถือเป็นเชิงพาณิชย์และเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่า
Article Image

คำนวณภาษีคอนโดอย่างไร? 3 ขั้นตอนที่เจ้าของต้องรู้

การคำนวณภาษีคอนโดอาจดูซับซ้อน แต่สามารถทำได้ง่ายด้วย 3 ขั้นตอนต่อไปนี้:

1. ตรวจสอบราคาประเมิน

ก่อนอื่นต้องรู้ราคาประเมินของคอนโดก่อน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ประเมินราคาของกรมที่ดิน โดยราคาประเมินนี้จะเป็นฐานในการคำนวณภาษี ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง และมักจะไม่เท่ากับราคาที่ซื้อขายจริงในท้องตลาด

2. ตรวจสอบประเภทและอัตราภาษี

ขั้นตอนต่อมาคือการตรวจสอบว่าคอนโดของคุณอยู่ในประเภทใด เช่น คอนโดหลังแรก คอนโดหลังที่สอง หรือคอนโดเชิงพาณิชย์ และเลือกอัตราภาษีให้ถูกต้องตามที่กล่าวไว้ในหัวข้อก่อนหน้า

3. คำนวณภาษีที่ต้องจ่าย

เมื่อทราบราคาประเมินและอัตราภาษีแล้ว ก็สามารถคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายได้โดยใช้สูตร:
ภาษีที่ต้องจ่ายต่อปี = (มูลค่าราคาประเมิน – มูลค่ายกเว้น ถ้ามี) × อัตราภาษี
หมายเหตุ: มูลค่ายกเว้น คือ 10 ล้านบาทแรกสำหรับเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง หรือ 50 ล้านบาทแรกสำหรับเจ้าของทั้งที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (เฉพาะคอนโดหลังแรกเท่านั้น)
ตัวอย่างการคำนวณ:
• คอนโดหลังแรก มูลค่า 65 ล้านบาท: (65,000,000 – 50,000,000) × 0.03% = 4,500 บาทต่อปี • คอนโดหลังที่สอง มูลค่า 65 ล้านบาท: 65,000,000 × 0.03% = 19,500 บาทต่อปี • คอนโดราคา 30 ล้านบาท (เจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้าง): (30,000,000 – 10,000,000) × 0.02% = 4,000 บาทต่อปี
Article Image

เสียภาษีคอนโดที่ไหน? เมื่อไหร่? มีทางเลือกอะไรบ้าง?

เมื่อถึงเวลาที่ต้องชำระภาษีคอนโด เจ้าของกรรมสิทธิ์จะได้รับหนังสือแจ้งประเมินภาษีประจำปี (ภ.ด.ส.6) ที่ระบุรายละเอียดอสังหาริมทรัพย์และจำนวนภาษีที่ต้องชำระ โดยสามารถเลือกชำระได้ 2 ช่องทาง:

ช่องทางการชำระภาษีคอนโด

1. ชำระที่สำนักงาน: สามารถเดินทางไปชำระด้วยตนเองได้ที่ กรุงเทพฯ: ชำระที่สำนักงานเขตที่ดิน ต่างจังหวัด: ชำระที่สำนักงานเทศบาลหรือจุดบริการที่สำนักงานเทศบาลจัดไว้ พัทยา: ชำระที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา 2. ชำระผ่านแอปพลิเคชัน: หากไม่สะดวกเดินทาง สามารถชำระผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking ด้วยการสแกน QR Code ที่แนบมากับหนังสือแจ้งประเมินภาษี

กำหนดเวลาชำระภาษี

โดยปกติแล้ว ภาษีที่ดินและคอนโดจะต้องชำระเป็นรายปี ดังนี้:
• จะได้รับหนังสือแจ้งภาษีในเดือนกุมภาพันธ์ • ต้องชำระภายในเดือนเมษายน • สามารถขอผ่อนชำระเป็น 3 งวดได้ คือ เมษายน พฤษภาคม และมิถุนายน
อย่างไรก็ตาม กำหนดเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ ดังนั้นควรติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่เสมอ
Article Image

ไม่จ่ายภาษีคอนโดจะเกิดอะไรขึ้น? ค่าปรับและบทลงโทษที่ควรระวัง

การไม่ชำระภาษีที่ดินและคอนโดตามกำหนดเวลาจะนำมาซึ่งบทลงโทษและค่าปรับ ดังนี้:
1. ไม่ชำระตามกำหนด แต่ชำระก่อนได้รับหนังสือแจ้งเตือน: ปรับ 10% 2. ชำระหลังได้รับหนังสือแจ้งเตือน แต่ภายในระยะเวลาที่กำหนด: ปรับ 20% 3. ชำระหลังพ้นระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือแจ้งเตือน: ปรับ 40% 4. เสียภาษีเพิ่มเติม: 1% ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ
นอกจากค่าปรับแล้ว หากยังคงค้างชำระภาษีอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ถูกระงับสิทธิในการจดทะเบียนและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือในกรณีร้ายแรงอาจถูกระงับสิทธิครอบครองที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างนั้นๆ ได้

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีที่ดินและคอนโดที่เจ้าของควรทราบ

นอกจากข้อมูลข้างต้นแล้ว ยังมีประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่เจ้าของคอนโดควรรู้ ได้แก่:
1. การอุทธรณ์การประเมิน: หากไม่เห็นด้วยกับการประเมินประเภทอสังหาริมทรัพย์หรือการประเมินภาษี สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อผู้บริหารท้องถิ่นได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งภาษี 2. การแจ้งเท็จ: หากมีการแจ้งข้อมูลเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท 3. กรณีไม่ได้รับหนังสือแจ้งภาษี: หากไม่ได้รับหนังสือแจ้งภาษี ควรติดต่อองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเร็ว เพื่อป้องกันการเกิดค่าปรับจากการชำระล่าช้า 4. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย: ควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับนโยบายภาษีที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสม

สรุป

การเป็นเจ้าของคอนโดหรืออสังหาริมทรัพย์นั้นมาพร้อมกับความรับผิดชอบในการเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยอัตราภาษีจะแตกต่างกันไปตามประเภทและมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของคอนโดหลังแรกที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาทจะได้รับการยกเว้นภาษี ในขณะที่คอนโดหลังที่สองขึ้นไปหรือคอนโดที่มีมูลค่าสูงกว่านั้นจะต้องเสียภาษีตามอัตราที่กำหนด
การคำนวณภาษีคอนโดสามารถทำได้โดยตรวจสอบราคาประเมิน ระบุประเภทการใช้งาน และคำนวณตามสูตรที่กำหนด หากไม่ชำระภาษีตามกำหนดเวลา จะมีค่าปรับตั้งแต่ 10% ไปจนถึง 40% รวมถึงอาจมีบทลงโทษอื่นๆ ตามมา
สำหรับเจ้าของคอนโดทุกท่าน การทำความเข้าใจเรื่องภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างเหมาะสมและหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษี
#สาระ #การเงิน #ภาษีคอนโด #ภาษีที่ดิน #ภาษีสิ่งปลูกสร้าง #คำนวณภาษี #อสังหาริมทรัพย์ #กฎหมายภาษี
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#กฎหมายภาษี
#การเงิน
#ภาษีสิ่งปลูกสร้าง
#อสังหาริมทรัพย์
#คำนวณภาษี
#Mehome
#ภาษีคอนโด
#ภาษีที่ดิน
#มีบ้านต้องมีโฮม
#สาระ

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568 คำนวณอย่างไร? พร้อมวิธีจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ทั่วไป

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568 คำนวณอย่างไร? พร้อมวิธีจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย

การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นหน้าที่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคน ในปี 2568 มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางประการและขยายเวลาการชำระภาษี ผู้เป็นเจ้าของบ้าน คอนโด ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ จำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียดการคำนวณภาษี อัตราการจัดเก็บ และวิธีชำระภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร และเริ่มใช้เมื่อไหร่? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า “ภาษีที่ดิน” เป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปีตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้จัดเก็บภาษี ภาษีนี้เข้ามาแทนที่ภาษีโรงเรือนและที่ดิน รวมถึงภาษีบำรุงท้องถิ่นแบบเดิม เพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการคำนวณภาษีจะใช้มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นฐานในการคิดคำนวณ แบ่งเป็น 3 รายการคือ ที่ดิน – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด โดยองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจะประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์และอัตราภาษีที่เรียกเก็บในแต่ละปี ซึ่งราคาประเมินทุนทรัพย์นี้จะเป็นราคาเดียวกันกับราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดิน ประเภทของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำแนกอย่างไร? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ได้แก่: 1. ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย [...]

3 นาที
ซื้อหรือเช่าคอนโด ทางเลือกไหนคุ้มค่ากว่าสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?
ทั่วไป

ซื้อหรือเช่าคอนโด ทางเลือกไหนคุ้มค่ากว่าสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?

คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยเมื่อต้องการหาที่อยู่อาศัย คือการตัดสินใจว่าควรซื้อหรือเช่าคอนโด แต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปตามสถานการณ์และความต้องการส่วนบุคคล บทความนี้จะวิเคราะห์เปรียบเทียบทั้งสองทางเลือกในมิติต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณประเมินได้ว่าการซื้อหรือเช่าคอนโดแบบไหนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และสถานะทางการเงินของคุณมากที่สุด โดยพิจารณาจากความสะดวกสบาย การลงทุนระยะยาว ภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกัน เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ความแตกต่างระหว่างซื้อและเช่าคอนโดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ อิสระในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ เมื่อคุณซื้อคอนโด คุณมีอิสระเต็มที่ในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทาสีใหม่ เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือปรับปรุงรูปแบบห้องต่างๆ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร คุณสามารถสร้างพื้นที่ให้เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่ไม่กระทบโครงสร้างหลักของอาคารเท่านั้น ในทางกลับกัน การเช่าคอนโดมักจะมีข้อจำกัดในการตกแต่งหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ คุณต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอนโดก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มีผลถาวรต่อตัวห้อง การลงทุนตกแต่งห้องเช่าอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาวเนื่องจากไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณเอง และอาจต้องคืนสภาพห้องให้เหมือนเดิมเมื่อย้ายออก ความยืดหยุ่นในการโยกย้ายที่อยู่ การเช่าคอนโดมีข้อได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นในการโยกย้าย เมื่อสัญญาเช่าหมดอายุ คุณสามารถตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ต้องการย้ายไปอยู่ใกล้คนรัก หรือเพียงแค่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ การเช่าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจเรื่องที่อยู่ในระยะยาวหรือผู้ที่ต้องย้ายที่ทำงานบ่อย ส่วนการซื้อคอนโดมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า หากต้องการย้ายที่อยู่ คุณต้องผ่านกระบวนการขายหรือปล่อยเช่าห้องของคุณ ซึ่งอาจใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงความเสี่ยงที่อาจขายไม่ได้ตามราคาที่ต้องการในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา การลงทุนในระยะยาว การซื้อคอนโดเป็นการลงทุนในระยะยาว เพราะมูลค่าของคอนโดมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาของพื้นที่โดยรอบ คุณสามารถขายต่อเพื่อทำกำไรหรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้รายเดือน ซึ่งในแง่นี้การซื้อคอนโดอาจถูกกว่าการเช่าในระยะยาวหากพิจารณาถึงผลตอบแทนที่อาจได้รับ ในขณะที่การเช่าคอนโด แม้จะไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่หรือผ่อนชำระระยะยาว แต่ผู้เช่าจะไม่ได้รับกำไรหรือผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ เงินค่าเช่าที่จ่ายไปเป็นเพียงค่าใช้สอยที่ไม่ก่อให้เกิดทรัพย์สินแต่อย่างใด เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายซื้อหรือเช่าคอนโด อะไรประหยัดกว่าในระยะยาว? ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและรายเดือนเมื่อเช่าคอนโด การเช่าคอนโดมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ต่ำกว่าการซื้อมาก โดยทั่วไปคุณจะต้องจ่ายค่ามัดจำหรือเงินประกัน 2 เดือน [...]

2 นาที
อะไรคือข้อควรรู้เกี่ยวกับการขอสินเชื่อบ้านร่วม?
ทั่วไป

อะไรคือข้อควรรู้เกี่ยวกับการขอสินเชื่อบ้านร่วม?

ทำความเข้าใจสินเชื่อบ้านร่วม สินเชื่อบ้านร่วมคือการกู้เงินซื้อบ้านโดยมีผู้กู้มากกว่าหนึ่งคน ซึ่งแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบร่วมกันในการชำระหนี้เงินกู้ วิธีนี้เปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือทางการเงินและโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ คุณสมบัติของผู้กู้ร่วม ผู้กู้ร่วมที่เหมาะสมมักเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น: คู่สมรส บิดามารดากับบุตร พี่น้อง เพื่อนสนิท สิ่งสำคัญคือผู้กู้ร่วมต้องมีความน่าเชื่อถือทางการเงิน มีรายได้มั่นคง และมีประวัติการเงินที่ดี ประโยชน์ของการขอสินเชื่อบ้านร่วม เพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ การมีผู้กู้ร่วมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำขอสินเชื่อ ธนาคารจะพิจารณาจากรายได้รวมและความสามารถในการชำระหนี้ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งช่วยเพิ่มวงเงินกู้และโอกาสในการอนุมัติ กระจายภาระทางการเงิน การแบ่งภาระการผ่อนชำระทำให้ภาระทางการเงินเบาลง ทั้งยังช่วยลดความกดดันทางการเงินของแต่ละฝ่าย ข้อควรระวังในการขอสินเชื่อบ้านร่วม ความรับผิดชอบร่วมกัน ผู้กู้ร่วมทั้งสองฝ่ายมีความรับผิดชอบร่วมกันในการชำระหนี้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัดชำระ จะส่งผลกระทบต่อคะแนนเครดิตของทั้งสองฝ่าย การวางแผนล่วงหน้า ควรมีการตกลงและวางแผนร่วมกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับ: วิธีการชำระเงิน การแบ่งค่าใช้จ่าย แผนสำรองกรณีมีปัญหาทางการเงิน เอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารส่วนบุคคล สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงรายได้ (เช่น สลิปเงินเดือน) เอกสารทางการเงิน หนังสือรับรองการทำงาน งบเดินบัญชีย้อนหลัง เอกสารแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน เกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร ธนาคารจะประเมินปัจจัยต่างๆ เพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ได้แก่: รายได้รวม ประวัติการเงิน อายุการทำงาน คะแนนเครดิต อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ ขั้นตอนการขอสินเชื่อบ้านร่วม ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน [...]

1 นาที
ราคาประเมินที่ดิน 2568 คืออะไร? และมีวิธีเช็คอย่างไรให้แม่นยำ?
ทั่วไป

ราคาประเมินที่ดิน 2568 คืออะไร? และมีวิธีเช็คอย่างไรให้แม่นยำ?

การรู้ราคาประเมินที่ดินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่วางแผนซื้อขายที่ดินหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพราะราคาประเมินไม่เพียงแต่ส่งผลต่อค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และการคำนวณภาษีที่ดิน แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยในการตัดสินใจเลือกทำเลและต่อรองราคาซื้อขาย บทความนี้จะอธิบายความหมายของราคาประเมินที่ดิน ความแตกต่างระหว่างราคาประเมินประเภทต่างๆ วิธีเช็คราคาประเมินที่ดินออนไลน์ รวมถึงตัวอย่างราคาประเมินที่ดินในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน ราคาประเมินที่ดินคืออะไร? มีความสำคัญอย่างไรต่อการซื้อขาย? ราคาประเมินที่ดิน คือ ราคากลางของที่ดินที่ได้จากการประเมินโดยหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญ เช่น กรมธนารักษ์ เจ้าหน้าที่ธนาคาร หรือบริษัทเอกชนที่ให้บริการประเมินราคา โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดที่ดิน สภาพแวดล้อม ทำเลที่ตั้ง และศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ ราคาประเมินที่ดินมีบทบาทสำคัญหลายประการในกระบวนการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ประการแรก ใช้เป็นฐานในการคำนวณค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และอากรแสตมป์ ประการที่สอง ใช้ในการคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประการที่สาม ธนาคารมักใช้ราคาประเมินเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาวงเงินสินเชื่อ นอกจากนี้ ราคาประเมินยังช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายมีข้อมูลอ้างอิงในการเจรจาต่อรองราคา ทำให้การตั้งราคาขายและตกลงราคาซื้อมีความสมเหตุสมผลมากขึ้น การรู้ราคาประเมินจึงช่วยลดความเสี่ยงจากการจ่ายเงินซื้อที่ดินในราคาที่แพงเกินไปหรือตั้งราคาขายที่ต่ำเกินไป ราคาประเมินที่ดิน vs ราคาตลาด vs ราคาซื้อขายจริง แตกต่างกันอย่างไร? เมื่อกล่าวถึงราคาที่ดิน เรามักได้ยินคำศัพท์ 3 คำที่แตกต่างกัน ได้แก่ ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน ราคาตลาด และราคาซื้อขายจริง ซึ่งแต่ละคำมีความหมายและที่มาแตกต่างกัน ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน หรือราคาประเมินที่ดินของราชการ คือ ราคาที่ดินที่ประเมินโดยกรมธนารักษ์ [...]

3 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent