Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568 คำนวณอย่างไร? พร้อมวิธีจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย

Homeday
22 เมษายน 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 22/4/2568

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568 คำนวณอย่างไร? พร้อมวิธีจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นหน้าที่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคน ในปี 2568 มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางประการและขยายเวลาการชำระภาษี ผู้เป็นเจ้าของบ้าน คอนโด ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ จำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียดการคำนวณภาษี อัตราการจัดเก็บ และวิธีชำระภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
Article Image

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร และเริ่มใช้เมื่อไหร่?

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า “ภาษีที่ดิน” เป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปีตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้จัดเก็บภาษี
ภาษีนี้เข้ามาแทนที่ภาษีโรงเรือนและที่ดิน รวมถึงภาษีบำรุงท้องถิ่นแบบเดิม เพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการคำนวณภาษีจะใช้มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นฐานในการคิดคำนวณ แบ่งเป็น 3 รายการคือ
1. ที่ดิน – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน 2. สิ่งปลูกสร้าง – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้าง 3. สิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด
โดยองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจะประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์และอัตราภาษีที่เรียกเก็บในแต่ละปี ซึ่งราคาประเมินทุนทรัพย์นี้จะเป็นราคาเดียวกันกับราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดิน
Article Image

ประเภทของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำแนกอย่างไร?

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ได้แก่:

1. ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย เช่น บ้าน คอนโด ทาวน์เฮาส์ โดยแบ่งเป็น 3 กรณี:
1. บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว (มีชื่อในทะเบียนบ้าน) 2. บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว เช่น คอนโด (มีชื่อในทะเบียนบ้าน) 3. บุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังขึ้นไป

2. ที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ประโยชน์ในการสร้างรายได้ เช่น สำนักงาน ออฟฟิศ ร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรือพื้นที่ที่ใช้ประกอบธุรกิจต่างๆ

3. ที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในการเกษตร เช่น ทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ประมง เพาะเลี้ยงพืชหรือสัตว์ต่างๆ รวมถึงการทำสวนป่า นาเกลือ และการเพาะเลี้ยงแมลงเศรษฐกิจ แบ่งตามเจ้าของเป็น:
1. บุคคลธรรมดา 2. นิติบุคคล

4. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า

ที่ดินที่ไม่ได้ทำประโยชน์หรือถูกทิ้งร้าง ซึ่งจะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าประเภทอื่นๆ และมีบทลงโทษเพิ่มเติมหากปล่อยทิ้งร้างเป็นเวลานาน
Article Image

อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568 เสียเท่าไหร่?

อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2568 จะจัดเก็บตามประเภทการใช้ประโยชน์ ดังนี้:

1. อัตราภาษีที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย

บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว (มีชื่อในทะเบียนบ้าน)
• มูลค่า 0-50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี • มูลค่า 50-75 ล้านบาท: อัตรา 0.03% • มูลค่า 75-100 ล้านบาท: อัตรา 0.05% • มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท: อัตรา 0.1%
บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียว (มีชื่อในทะเบียนบ้าน)
• มูลค่า 0-10 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี • มูลค่า 10-50 ล้านบาท: อัตรา 0.02% • มูลค่า 50-75 ล้านบาท: อัตรา 0.03% • มูลค่า 75-100 ล้านบาท: อัตรา 0.05% • มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท: อัตรา 0.1%
บุคคลธรรมดาเป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง 2 หลังขึ้นไป
• มูลค่า 0-50 ล้านบาท: อัตรา 0.02% • มูลค่า 50-75 ล้านบาท: อัตรา 0.03% • มูลค่า 75-100 ล้านบาท: อัตรา 0.05% • มูลค่าเกิน 100 ล้านบาท: อัตรา 0.1%

2. อัตราภาษีที่ดินเพื่อพาณิชยกรรม

• มูลค่า 0-50 ล้านบาท: อัตรา 0.3% • มูลค่า 50-200 ล้านบาท: อัตรา 0.4% • มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท: อัตรา 0.5% • มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท: อัตรา 0.6% • มูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท: อัตรา 0.7%

3. อัตราภาษีที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม

บุคคลธรรมดา
• มูลค่า 0-50 ล้านบาท: ได้รับการยกเว้นภาษี • มูลค่า 50-125 ล้านบาท: อัตรา 0.01% • มูลค่า 125-150 ล้านบาท: อัตรา 0.03% • มูลค่า 150-550 ล้านบาท: อัตรา 0.05% • มูลค่า 550-1,050 ล้านบาท: อัตรา 0.07% • มูลค่าเกิน 1,050 ล้านบาท: อัตรา 0.1%
นิติบุคคล
• มูลค่า 0-75 ล้านบาท: อัตรา 0.01% • มูลค่า 75-100 ล้านบาท: อัตรา 0.03% • มูลค่า 100-500 ล้านบาท: อัตรา 0.05% • มูลค่า 500-1,000 ล้านบาท: อัตรา 0.07% • มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท: อัตรา 0.1%

4. อัตราภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า

• มูลค่า 0-50 ล้านบาท: อัตรา 0.3% • มูลค่า 50-200 ล้านบาท: อัตรา 0.4% • มูลค่า 200-1,000 ล้านบาท: อัตรา 0.5% • มูลค่า 1,000-5,000 ล้านบาท: อัตรา 0.6% • มูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท: อัตรา 0.7%
หมายเหตุ: หากปล่อยที่ดินรกร้างว่างเปล่าต่อเนื่องเกิน 3 ปี อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ทุกๆ 3 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 3%
Article Image

วิธีคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พร้อมตัวอย่างการคำนวณ

การคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสามารถทำได้ตามสูตรและตัวอย่างต่อไปนี้:

1. สูตรคำนวณภาษีที่ดินที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง

ภาษีที่ต้องจ่าย = มูลค่าที่ดิน × อัตราภาษี
ตัวอย่าง: เจ้าของบริษัทสีข้าว จดทะเบียนในนามนิติบุคคล มีที่ดินเพื่อการเกษตรสำหรับปลูกข้าวมูลค่า 90 ล้านบาท
• อัตราภาษีที่ดินของนิติบุคคลเพื่อการเกษตรมูลค่า 75-100 ล้านบาท อยู่ที่ 0.03% • ภาษีที่ต้องจ่าย = 90,000,000 × 0.03% = 27,000 บาท

2. สูตรคำนวณภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ภาษีที่ต้องจ่าย = (มูลค่าที่ดิน + มูลค่าสิ่งปลูกสร้าง) × อัตราภาษี
ตัวอย่าง: เจ้าของที่ดินมูลค่า 60 ล้านบาท และมีบ้านเดี่ยวมูลค่า 20 ล้านบาท
• รวมมูลค่า = 60 + 20 = 80 ล้านบาท • อัตราภาษีบุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหลังเดียวมูลค่า 75-100 ล้านบาท อยู่ที่ 0.05% • ภาษีที่ต้องจ่าย = 80,000,000 × 0.05% = 40,000 บาท

3. สูตรคำนวณภาษีสำหรับห้องชุด

ภาษีที่ต้องจ่าย = มูลค่าห้องชุด × อัตราภาษี
ตัวอย่าง: เจ้าของคอนโดมูลค่า 30 ล้านบาท
• อัตราภาษีบุคคลธรรมดาผู้เป็นเจ้าของเฉพาะสิ่งปลูกสร้างหลังเดียวมูลค่า 10-50 ล้านบาท อยู่ที่ 0.02% • ภาษีที่ต้องจ่าย = 30,000,000 × 0.02% = 6,000 บาท
Article Image

ใครบ้างที่ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง?

รัฐบาลมีมาตรการลดหย่อนและยกเว้นภาษีสำหรับทรัพย์สินบางประเภท ดังนี้:

1. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับลดหย่อนภาษี 50%

• ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับมาจากการรับมรดกก่อนวันที่ 13 มีนาคม 2562 • ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโรงผลิตไฟฟ้าและพื้นที่เกี่ยวเนื่อง • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นเขื่อนเพื่อการผลิตไฟฟ้า • ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นโรงงานผลิตน้ำประปาและพื้นที่เกี่ยวข้อง

2. ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับลดหย่อนภาษี 90%

• อสังหาริมทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงิน (ไม่เกิน 5 ปี) • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นโครงการจัดสรร (ไม่เกิน 3 ปี) • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเป็นอาคารชุด (ไม่เกิน 3 ปี) • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในกิจการของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในกิจการของโรงเรียนเอกชน • ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นสถานที่ให้บริการสาธารณะ เช่น สวนสัตว์ สวนสนุก ที่จอดรถไฟฟ้า
Article Image

ต้องชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเมื่อไหร่ และชำระที่ไหน?

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่:
• ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง • ผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของรัฐ
ในแต่ละปี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้ประเมินและส่งแบบประเมินภาษีให้กับผู้มีหน้าที่เสียภาษีภายในเดือนกุมภาพันธ์
สำหรับปี 2568 มีการขยายระยะเวลาชำระภาษีออกไปอีก 2 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม:
• งวดที่ 1: ชำระภายในเดือนมิถุนายน 2568 (เดิมเมษายน 2568) • งวดที่ 2: ชำระภายในเดือนกรกฎาคม 2568 (เดิมพฤษภาคม 2568) • งวดที่ 3: ชำระภายในเดือนสิงหาคม 2568 (เดิมมิถุนายน 2568)
ในกรณีที่ต้องการขอผ่อนชำระภาษี สามารถขอผ่อนได้ 3 งวด ในระยะเวลา 3 เดือน โดยค่าภาษีต้องมีขั้นต่ำ 3,000 บาทขึ้นไป

สถานที่ชำระภาษี

• กรุงเทพมหานคร: ชำระที่สำนักงานเขต • เมืองพัทยา: ชำระที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา • เทศบาล: ชำระที่สำนักงานเทศบาล • องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.): ชำระที่ที่ทำการ อบต.
Article Image

ผลกระทบหากไม่ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกำหนด

การละเลยหรือหลีกเลี่ยงการชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีบทลงโทษที่ชัดเจน แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้:

1. เบี้ยปรับ

• เบี้ยปรับ 10% ของค่าภาษีค้างชำระ – กรณีไม่ชำระภายในกำหนด แต่ชำระก่อนได้รับหนังสือเตือน • เบี้ยปรับ 20% ของค่าภาษีค้างชำระ – กรณีไม่ชำระภายในกำหนด แต่ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือเตือน • เบี้ยปรับ 40% ของค่าภาษีค้างชำระ – กรณีไม่ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดในหนังสือเตือน

2. เงินเพิ่ม (ดอกเบี้ย)

คิดเป็นอัตราดอกเบี้ย 1% ต่อเดือนของเงินภาษีที่ค้างชำระ โดยไม่คิดทบต้น เริ่มนับจากวันที่พ้นกำหนดชำระภาษี

3. โทษทางอาญา

กรณีหลีกเลี่ยงภาษีหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษี มีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานอาจต้องรับโทษทางอาญาเช่นเดียวกัน
Article Image

วิธีการวางแผนเพื่อบริหารจัดการภาษีที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ

เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสามารถวางแผนเพื่อบริหารจัดการภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังนี้:

1. เลือกจดทะเบียนบ้านหลังหลักให้เหมาะสม

พิจารณาว่าบ้านหลังใดที่มีมูลค่าสูงที่สุด และจดทะเบียนเป็นบ้านหลังหลัก (มีชื่อในทะเบียนบ้าน) เพื่อได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท

2. ใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสมกับประเภทภาษี

ที่ดินว่างเปล่าจะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูง พิจารณาใช้ประโยชน์ที่ดินในด้านเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยเพื่อลดอัตราภาษี

3. ตรวจสอบสิทธิในการได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี

ศึกษาข้อมูลว่าทรัพย์สินของคุณมีสิทธิได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีหรือไม่ และดำเนินการยื่นเอกสารให้ถูกต้อง

4. วางแผนการชำระภาษีให้ตรงเวลา

ชำระภาษีตามกำหนดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หากมีภาระภาษีสูง สามารถขอผ่อนชำระเป็นงวดได้

5. ขอคืนภาษีในกรณีชำระเกิน

ในกรณีที่ชำระภาษีเกินกว่ายอดที่ควรจ่าย สามารถยื่นคำร้องต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อขอเงินคืนได้ภายใน 3 ปีนับจากวันที่ชำระภาษีเกิน

สรุป

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นภาษีที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคนต้องให้ความสำคัญ การเข้าใจวิธีการคำนวณ อัตราภาษี และกำหนดเวลาชำระภาษีอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เจ้าของทรัพย์สินสามารถวางแผนและบริหารจัดการภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการถูกปรับหรือถูกดำเนินคดี
สำหรับปี 2568 มีการขยายระยะเวลาชำระภาษีออกไปอีก 2 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ดังนั้น ควรติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
#สาระ #การเงิน #ภาษีที่ดิน #ภาษีสิ่งปลูกสร้าง #ภาษี2568 #การคำนวณภาษี #ภาษีอสังหาริมทรัพย์ #ยกเว้นภาษี #ลดหย่อนภาษี #บทลงโทษภาษี #ชำระภาษี
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ลดหย่อนภาษี
#การเงิน
#ภาษีอสังหาริมทรัพย์
#บทลงโทษภาษี
#ภาษีสิ่งปลูกสร้าง
#ชำระภาษี
#ภาษี2568
#Mehome
#ภาษีที่ดิน
#มีบ้านต้องมีโฮม
#การคำนวณภาษี
#สาระ
#ยกเว้นภาษี

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้
ทั่วไป

ภาษีที่ดินและคอนโดต้องจ่ายเท่าไหร่? อัพเดทกฎใหม่ปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาฯ ต้องรู้

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภาษีคอนโด” เป็นเรื่องที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคนต้องให้ความสำคัญ เพราะการไม่เข้าใจหรือละเลยการชำระภาษีอาจนำมาซึ่งค่าปรับและปัญหาทางกฎหมายได้ บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเรื่องภาษีที่ดินและคอนโดอย่างละเอียด พร้อมอัพเดทข้อมูลล่าสุดของปี 2568 ที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ควรรู้ ภาษีที่ดินและคอนโดคืออะไร? ทำไมต้องเสีย? ภาษีที่ดินและคอนโดที่เราพูดถึงกันนั้น คือ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ที่จัดเก็บเป็นรายปีตามราคาประเมินของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อนำรายได้ไปพัฒนาท้องถิ่นและลดการเก็งกำไรที่ดิน โดยเริ่มมีการบังคับใช้ในปี 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2563 น่าสนใจว่าในช่วงปี 2563-2564 ที่ผ่านมา ได้มีการปรับลดการจัดเก็บภาษีลงถึง 90% เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้กับผู้เสียภาษีในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ได้มีการยกเลิกมาตรการปรับลดดังกล่าวและกลับมาจัดเก็บภาษีในอัตราปกติแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังคงมีการลดหย่อนภาษีในบางกรณีก็ตาม ใครบ้างที่ต้องเสียภาษีคอนโด? ผู้เช่าต้องจ่ายหรือไม่? ผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีคอนโด หรือภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คือ บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงห้องชุดหรือคอนโดมิเนียม ไม่ว่าจะครอบครองเพื่อพักอาศัยหรือปล่อยเช่าก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่า ถ้าเช่าคอนโดอยู่ จะต้องเสียภาษีคอนโดหรือไม่? คำตอบคือไม่ต้องเสีย เพราะหน้าที่ในการชำระภาษีเป็นของเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือผู้ให้เช่านั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้เช่าควรคำนึงไว้ด้วยว่า หากเจ้าของคอนโดมีภาระภาษีเพิ่มขึ้น อาจส่งผลให้มีการปรับขึ้นค่าเช่าได้ในอนาคต อัตราภาษีคอนโดปี 2568 เปลี่ยนแปลงอย่างไร? อัตราภาษีคอนโดในปี 2568 ยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตั้งแต่ปี [...]

2 นาที
ซื้อหรือเช่าคอนโด ทางเลือกไหนคุ้มค่ากว่าสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?
ทั่วไป

ซื้อหรือเช่าคอนโด ทางเลือกไหนคุ้มค่ากว่าสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?

คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยเมื่อต้องการหาที่อยู่อาศัย คือการตัดสินใจว่าควรซื้อหรือเช่าคอนโด แต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปตามสถานการณ์และความต้องการส่วนบุคคล บทความนี้จะวิเคราะห์เปรียบเทียบทั้งสองทางเลือกในมิติต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณประเมินได้ว่าการซื้อหรือเช่าคอนโดแบบไหนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และสถานะทางการเงินของคุณมากที่สุด โดยพิจารณาจากความสะดวกสบาย การลงทุนระยะยาว ภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกัน เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ความแตกต่างระหว่างซื้อและเช่าคอนโดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ อิสระในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ เมื่อคุณซื้อคอนโด คุณมีอิสระเต็มที่ในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทาสีใหม่ เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือปรับปรุงรูปแบบห้องต่างๆ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร คุณสามารถสร้างพื้นที่ให้เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่ไม่กระทบโครงสร้างหลักของอาคารเท่านั้น ในทางกลับกัน การเช่าคอนโดมักจะมีข้อจำกัดในการตกแต่งหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ คุณต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอนโดก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มีผลถาวรต่อตัวห้อง การลงทุนตกแต่งห้องเช่าอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาวเนื่องจากไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณเอง และอาจต้องคืนสภาพห้องให้เหมือนเดิมเมื่อย้ายออก ความยืดหยุ่นในการโยกย้ายที่อยู่ การเช่าคอนโดมีข้อได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นในการโยกย้าย เมื่อสัญญาเช่าหมดอายุ คุณสามารถตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ต้องการย้ายไปอยู่ใกล้คนรัก หรือเพียงแค่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ การเช่าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจเรื่องที่อยู่ในระยะยาวหรือผู้ที่ต้องย้ายที่ทำงานบ่อย ส่วนการซื้อคอนโดมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า หากต้องการย้ายที่อยู่ คุณต้องผ่านกระบวนการขายหรือปล่อยเช่าห้องของคุณ ซึ่งอาจใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงความเสี่ยงที่อาจขายไม่ได้ตามราคาที่ต้องการในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา การลงทุนในระยะยาว การซื้อคอนโดเป็นการลงทุนในระยะยาว เพราะมูลค่าของคอนโดมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาของพื้นที่โดยรอบ คุณสามารถขายต่อเพื่อทำกำไรหรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้รายเดือน ซึ่งในแง่นี้การซื้อคอนโดอาจถูกกว่าการเช่าในระยะยาวหากพิจารณาถึงผลตอบแทนที่อาจได้รับ ในขณะที่การเช่าคอนโด แม้จะไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่หรือผ่อนชำระระยะยาว แต่ผู้เช่าจะไม่ได้รับกำไรหรือผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ เงินค่าเช่าที่จ่ายไปเป็นเพียงค่าใช้สอยที่ไม่ก่อให้เกิดทรัพย์สินแต่อย่างใด เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายซื้อหรือเช่าคอนโด อะไรประหยัดกว่าในระยะยาว? ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและรายเดือนเมื่อเช่าคอนโด การเช่าคอนโดมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ต่ำกว่าการซื้อมาก โดยทั่วไปคุณจะต้องจ่ายค่ามัดจำหรือเงินประกัน 2 เดือน [...]

2 นาที
ค่าโอนที่ดิน บ้าน คอนโด เสียเท่าไหร่ในปี 2568? พร้อมวิธีคำนวณและเอกสารที่ต้องเตรียม
ทั่วไป

ค่าโอนที่ดิน บ้าน คอนโด เสียเท่าไหร่ในปี 2568? พร้อมวิธีคำนวณและเอกสารที่ต้องเตรียม

การโอนที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการโอนกรรมสิทธิ์นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทของการโอน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การโอนให้ลูก คู่สมรส หรือญาติ รวมถึงการโอนมรดก บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน บ้าน และคอนโดล่าสุดในปี 2568 พร้อมเอกสารที่ต้องใช้และขั้นตอนการโอน เพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างครบถ้วน เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเตรียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์? การโอนอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณีหลัก คือ การโอนในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้ การโอนในนามบุคคลธรรมดา สำหรับการโอนในนามบุคคลธรรมดา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน เอกสารที่ผู้ซื้อต้องเตรียม: บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียม: โฉนดที่ดินที่ต้องการขาย บัตรประชาชนพร้อมสำเนา ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส) ทะเบียนสมรสพร้อมสำเนา (กรณีมีคู่สมรส) ใบสำคัญการหย่าพร้อมสำเนา (กรณีหย่าร้าง) หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่: ใบมอบอำนาจที่ดิน (ทด.21) สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ การโอนในนามนิติบุคคล สำหรับการโอนในนามนิติบุคคล จำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้: [...]

3 นาที
ดอกเบี้ยบ้านนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขและวิธีการที่คุณควรรู้ก่อนยื่นภาษี
ทั่วไป

ดอกเบี้ยบ้านนำไปลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? เงื่อนไขและวิธีการที่คุณควรรู้ก่อนยื่นภาษี

การซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของชีวิต ส่วนใหญ่มักใช้วิธีกู้เงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นรายเดือน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้? บทความนี้จะอธิบายเงื่อนไขและขั้นตอนการนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีอย่างละเอียด พร้อมแนะนำวิธีคำนวณและการยื่นภาษีออนไลน์ที่ทำได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ดอกเบี้ยบ้านคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญในการลดหย่อนภาษี ดอกเบี้ยบ้าน คือ ค่าตอบแทนที่ผู้กู้ต้องจ่ายให้กับสถาบันการเงินเมื่อกู้ยืมเงินเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน รวมถึงปัจจัยด้านเครดิตของผู้กู้ ระยะเวลาการกู้ยืม และสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนั้นๆ การนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีถือเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่รัฐบาลให้กับประชาชน เพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เสียภาษีประหยัดเงินได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการผ่อนบ้านที่สัดส่วนของดอกเบี้ยมักจะสูงกว่าเงินต้น ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่? หลายคนอาจสงสัยว่าดอกเบี้ยบ้านสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มากน้อยเพียงใด คำตอบคือ คุณสามารถนำดอกเบี้ยบ้านมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีภาษี นั่นหมายความว่า หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านในปีภาษีนั้นเป็นจำนวน 80,000 บาท คุณก็สามารถนำไปลดหย่อนได้เต็มจำนวน แต่หากคุณจ่ายดอกเบี้ยบ้านเกิน 100,000 บาท เช่น 120,000 บาท คุณจะสามารถนำไปลดหย่อนได้เพียง 100,000 บาทเท่านั้น การลดหย่อนภาษีด้วยดอกเบี้ยบ้านนี้จะช่วยลดฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของคุณ ซึ่งจะส่งผลให้คุณเสียภาษีน้อยลง หรืออาจได้รับเงินภาษีคืนมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีเงินได้ของคุณด้วย ใครบ้างที่มีสิทธิลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้าน? ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ผ่อนบ้านจะสามารถนำดอกเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้ ผู้ที่มีสิทธิใช้การลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยบ้านจะต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วมในสัญญากู้ยืมเงินเท่านั้น หากคุณเป็นเพียงผู้ร่วมจ่ายค่าบ้านแต่ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้หรือผู้กู้ร่วม คุณจะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้ นอกจากนี้ แม้ว่าคุณจะเป็นสามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกับผู้กู้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากไม่ได้มีชื่อเป็นผู้กู้ร่วม ก็จะไม่สามารถนำดอกเบี้ยบ้านไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent