Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ค่าโอนที่ดิน บ้าน คอนโด เสียเท่าไหร่ในปี 2568? พร้อมวิธีคำนวณและเอกสารที่ต้องเตรียม

Homeday
17 เมษายน 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 17/4/2568

ค่าโอนที่ดิน บ้าน คอนโด เสียเท่าไหร่ในปี 2568? พร้อมวิธีคำนวณและเอกสารที่ต้องเตรียม

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การโอนที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าการโอนกรรมสิทธิ์นั้นมีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งแตกต่างกันไปตามประเภทของการโอน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขาย การโอนให้ลูก คู่สมรส หรือญาติ รวมถึงการโอนมรดก บทความนี้จะรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมโอนที่ดิน บ้าน และคอนโดล่าสุดในปี 2568 พร้อมเอกสารที่ต้องใช้และขั้นตอนการโอน เพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมได้อย่างครบถ้วน
Article Image

เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเตรียมในการโอนอสังหาริมทรัพย์?

การโอนอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณีหลัก คือ การโอนในนามบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยมีรายละเอียดดังนี้

การโอนในนามบุคคลธรรมดา

สำหรับการโอนในนามบุคคลธรรมดา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารไม่เหมือนกัน
เอกสารที่ผู้ซื้อต้องเตรียม:
• บัตรประชาชนพร้อมสำเนา • ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา • เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี)
เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียม:
• โฉนดที่ดินที่ต้องการขาย • บัตรประชาชนพร้อมสำเนา • ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา • เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลพร้อมสำเนา (ถ้ามี) • หนังสือยินยอมจากคู่สมรส (กรณีมีคู่สมรส) • ทะเบียนสมรสพร้อมสำเนา (กรณีมีคู่สมรส) • ใบสำคัญการหย่าพร้อมสำเนา (กรณีหย่าร้าง)
หากให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่:
• ใบมอบอำนาจที่ดิน (ทด.21) • สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้รับมอบอำนาจ

การโอนในนามนิติบุคคล

สำหรับการโอนในนามนิติบุคคล จำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้:
• หนังสือรับรองนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 1 เดือน) • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือ บอจ.5 (อายุไม่เกิน 1 เดือน) • รายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท ระบุวัตถุประสงค์การซื้อและที่มาของเงินที่ใช้ซื้อ • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม • หนังสือแสดงตัวอย่างลายมือชื่อกรรมการ
กรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องเตรียม:
• ใบมอบอำนาจ • สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ • สำเนาทะเบียนบ้านผู้รับมอบอำนาจ
Article Image

ค่าใช้จ่ายในการโอนที่ดิน บ้าน คอนโด มีอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายในการโอนอสังหาริมทรัพย์แบ่งได้เป็น 2 กรณีหลัก คือ การโอนเพื่อซื้อขายและการโอนกรรมสิทธิ์ โดยแต่ละกรณีมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน

การโอนเพื่อการซื้อขาย

1. ค่าธรรมเนียมการโอน

ปกติค่าธรรมเนียมการโอนจะคิดที่ 2% ของราคาประเมิน แต่ในปี 2568 รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดค่าธรรมเนียมเหลือเพียง 0.01% โดยมีเงื่อนไขดังนี้:
• เฉพาะการซื้อขายที่อยู่อาศัยทั้งมือหนึ่งและมือสอง (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ คอนโด) • ราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และวงเงินจำนองต้องไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา • ผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย • ต้องโอนและจดจำนองในคราวเดียวกัน • ต้องดำเนินการภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569
หากราคาซื้อขายเกิน 7 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมยังคงเป็น 2% ของราคาประเมินตามเดิม

2. ค่าจดจำนอง

ค่าจดจำนองปกติคิด 1% ของวงเงินจำนอง แต่ในปี 2568 ลดเหลือเพียง 0.01% ภายใต้เงื่อนไขเดียวกับค่าธรรมเนียมการโอน ได้แก่:
• ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา • ผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย • ต้องโอนและจดจำนองพร้อมกัน • ต้องดำเนินการภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569

3. ค่าอากรแสตมป์

กรณีซื้อขายบ้านพร้อมที่ดิน หากผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี หรือถือครองมาครบ 5 ปี จะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (คิดจากราคาที่สูงกว่า)
หากเสียค่าอากรแสตมป์แล้ว จะไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

4. ภาษีธุรกิจเฉพาะ

กรณีขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการซื้อขาย มรดก หรือถูกเวนคืน จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมิน (คิดจากราคาที่สูงกว่า)
อย่างไรก็ตาม หากผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี หรือถือครองครบ 5 ปี จะไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่จะเสียค่าอากรแสตมป์แทน

5. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

กรณีนิติบุคคลขายอสังหาริมทรัพย์ จะต้องเสียภาษีเงินได้ 1% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (คิดจากราคาที่สูงกว่า)
กรณีบุคคลธรรมดาขายอสังหาริมทรัพย์ จะต้องเสียภาษีเงินได้ตามอัตราก้าวหน้า โดยคำนวณจากราคาประเมินและหักค่าใช้จ่ายตามจำนวนปีที่ถือครอง ดังนี้:
อัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย:
• 0 – 300,000 บาท: 5% • 300,001 – 500,000 บาท: 10% • 500,001 – 750,000 บาท: 15% • 750,001 – 1,000,000 บาท: 20% • 1,000,001 – 2,000,000 บาท: 25% • 2,000,001 – 5,000,000 บาท: 30% • 5,000,001 บาทขึ้นไป: 35%
การหักค่าใช้จ่าย (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการถือครอง):
• 1 ปี: 92% • 2 ปี: 84% • 3 ปี: 77% • 4 ปี: 71% • 5 ปี: 65% • 6 ปี: 60% • 7 ปี: 55% • 8 ปีขึ้นไป: 50%
การนับระยะเวลาถือครองจะนับตามปีบัญชี (1 มกราคม – 31 ธันวาคม) ส่วนกรณีได้รับอสังหาริมทรัพย์จากมรดกหรือให้โดยเสน่หา จะหักค่าใช้จ่ายได้แค่ 50% ไม่ว่าจะถือครองนานเท่าใด

ตัวอย่างการคำนวณค่าธรรมเนียม

หากซื้ออสังหาริมทรัพย์มูลค่า 2,500,000 บาท แล้วทำการโอนพร้อมจดจำนองในคราวเดียวกัน:
กรณีปกติ:
• ค่าธรรมเนียมโอน: 2,500,000 × 2% = 50,000 บาท • ค่าจดจำนอง: 2,500,000 × 1% = 25,000 บาท • รวม: 75,000 บาท
กรณีได้รับการลดค่าธรรมเนียม (ปี 2568):
• ค่าธรรมเนียมโอน: 2,500,000 × 0.01% = 250 บาท • ค่าจดจำนอง: 2,500,000 × 0.01% = 250 บาท • รวม: 500 บาท
ประหยัดได้: 75,000 – 500 = 74,500 บาท
Article Image

การโอนกรรมสิทธิ์มีค่าใช้จ่ายอย่างไร?

ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์แตกต่างกันไปตามความสัมพันธ์ระหว่างผู้โอนและผู้รับโอน ดังนี้

1. โอนให้ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย

ลูกที่ชอบด้วยกฎหมาย หมายถึงบุตรที่เกิดจากพ่อแม่ที่จดทะเบียนสมรสกัน มีค่าธรรมเนียมดังนี้:
• ค่าธรรมเนียมการโอน: 0.5% ของราคาประเมิน • ค่าอากรแสตมป์: 0.5% ของราคาประเมิน • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: 5% เฉพาะกรณีมูลค่าเกิน 20 ล้านบาท (เฉพาะส่วนที่เกิน) • ค่าพยาน: 20 บาท • ค่าอากรคู่ฉบับ: 5 บาท • ค่าคำขอแปลงละ: 5 บาท

2. โอนให้ลูกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ลูกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หมายถึงบุตรที่ไม่ได้เกิดจากพ่อแม่ที่จดทะเบียนสมรสกัน มีค่าธรรมเนียมดังนี้:
• ค่าธรรมเนียมการโอน: 0.5% ของราคาประเมิน • ค่าอากรแสตมป์: 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาประเมิน • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ตามอัตราก้าวหน้า (หักค่าใช้จ่ายได้ 50%) • ค่าพยาน: 20 บาท • ค่าอากรคู่ฉบับ: 5 บาท • ค่าคำขอแปลงละ: 5 บาท

3. โอนให้คู่สมรส

การโอนระหว่างสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรส (ไม่ใช่การโอนมรดก) มีค่าธรรมเนียมดังนี้:
• ค่าธรรมเนียมการโอน: 0.5% ของราคาประเมิน • ค่าอากรแสตมป์: 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาประเมิน • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ตามอัตราก้าวหน้า (หักค่าใช้จ่ายได้ 50%) • ค่าพยาน: 20 บาท • ค่าอากรคู่ฉบับ: 5 บาท • ค่าคำขอแปลงละ: 5 บาท

4. โอนให้ญาติพี่น้อง

การโอนให้ญาติพี่น้อง (พี่น้อง ลุงป้า น้าอา ลูกสะใภ้ ลูกเขย ลูกบุญธรรม) มีค่าธรรมเนียมดังนี้:
• ค่าธรรมเนียมการโอน: 2% ของราคาประเมิน (กรณีปู่ย่าตายายโอนให้หลานคิด 0.5%) • ค่าอากรแสตมป์: 0.5% หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาประเมิน • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: ตามอัตราก้าวหน้า (หักค่าใช้จ่ายได้ 50%) • ค่าพยาน: 20 บาท • ค่าอากรคู่ฉบับ: 5 บาท • ค่าคำขอแปลงละ: 5 บาท

5. โอนมรดก

การโอนมรดกมีค่าธรรมเนียมดังนี้:
• ค่าธรรมเนียมการโอน: 0.5% ของราคาประเมิน (กรณีผู้รับมรดกเป็นทายาทโดยตรงหรือคู่สมรส) • ค่าธรรมเนียมการโอน: 2% ของราคาประเมิน (กรณีผู้รับมรดกเป็นญาติพี่น้องหรือลูกบุญธรรม) • ค่าจดทะเบียนผู้จัดการมรดก: 50 บาทต่อแปลง • ค่าประกาศมรดก: 10 บาทต่อแปลง • ค่าคำขอ: 5 บาทต่อแปลง
กรณีมรดกมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท:
• ผู้รับมรดกเป็นญาติพี่น้องหรือลูกบุญธรรม: เสียภาษี 10% ของส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท • ผู้รับมรดกเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือทายาทโดยตรง: เสียภาษี 5% ของส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท • ผู้รับมรดกเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียน: ได้รับการยกเว้นภาษี
Article Image

ขั้นตอนการโอนที่ดิน บ้าน และคอนโดมีอะไรบ้าง?

การโอนอสังหาริมทรัพย์มีขั้นตอนดังนี้:
1. กรอกแบบฟอร์มใบคำขอและแนบเอกสารทั้งหมดที่เตรียมมา 2. ยื่นแบบฟอร์มพร้อมเอกสารให้เจ้าหน้าที่ และรอรับบัตรคิว 3. เมื่อถึงคิว ผู้ซื้อและผู้ขายต้องลงลายมือชื่อในเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่ 4. เจ้าหน้าที่จะประเมินราคาที่ดินเพื่อคำนวณค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ 5. ชำระเงินที่ฝ่ายการเงินและรับใบเสร็จสีฟ้าและสีเหลือง 6. มอบใบเสร็จสีเหลืองให้เจ้าหน้าที่ และใบเสร็จสีฟ้าให้ผู้ซื้อ ส่วนผู้ขายเก็บใบเสร็จตัวจริง 7. เจ้าหน้าที่จะพิมพ์สลักหลังโฉนด และให้ผู้ซื้อและผู้ขายตรวจสอบความถูกต้อง 8. ผู้ซื้อจะได้รับโฉนดพร้อมสัญญาซื้อขาย (ทด.13) เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น

สิ่งที่ควรรู้ก่อนดำเนินการโอนอสังหาริมทรัพย์

ระยะเวลาในการโอน

การโอนอสังหาริมทรัพย์ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง หากเอกสารครบถ้วนและไม่มีปัญหาใดๆ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาอาจเพิ่มขึ้นขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาใช้บริการในวันนั้นและความซับซ้อนของเอกสาร

สถานที่ดำเนินการ

สามารถทำเรื่องโอนอสังหาริมทรัพย์ได้ที่สำนักงานที่ดินในเขตที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ หรือสำนักงานสาขาที่รับผิดชอบพื้นที่นั้นโดยตรง
เพื่อความสะดวก สามารถจองคิวล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน e-QLands ของกรมที่ดิน ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการในวันและเวลาที่ต้องการ

สรุป

การโอนที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม มีรายละเอียดและค่าใช้จ่ายที่ต้องพิจารณาหลายประการ การเข้าใจค่าธรรมเนียมต่างๆ และเตรียมเอกสารให้พร้อมจะช่วยให้กระบวนการโอนอสังหาริมทรัพย์เป็นไปอย่างราบรื่น ในปี 2568 นี้ รัฐบาลมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือเพียง 0.01% สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 7 ล้านบาท ซึ่งเป็นโอกาสอันดีในการประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนซื้อที่อยู่อาศัย
การวางแผนทางการเงินล่วงหน้าและทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโอนอสังหาริมทรัพย์จะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้อย่างมั่นใจและหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
#สาระ #การเงิน #ค่าโอนที่ดิน #ค่าโอนบ้าน #ค่าโอนคอนโด #ภาษีอสังหาริมทรัพย์ #ค่าธรรมเนียมการโอน #การซื้อขายที่ดิน #มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ #ค่าจดจำนอง #การโอนมรดก #ประหยัดค่าโอน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ค่าจดจำนอง
#การเงิน
#ภาษีอสังหาริมทรัพย์
#ค่าโอนบ้าน
#ค่าธรรมเนียมการโอน
#การซื้อขายที่ดิน
#Mehome
#มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์
#มีบ้านต้องมีโฮม
#สาระ
#ค่าโอนคอนโด
#ประหยัดค่าโอน
#การโอนมรดก
#ค่าโอนที่ดิน

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
การโอนบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และใครเป็นคนจ่าย?
ทั่วไป

การโอนบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และใครเป็นคนจ่าย?

การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง? ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่: ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ [...]

2 นาที
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568 คำนวณอย่างไร? พร้อมวิธีจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ทั่วไป

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568 คำนวณอย่างไร? พร้อมวิธีจ่ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย

การเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นหน้าที่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทุกคน ในปี 2568 มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางประการและขยายเวลาการชำระภาษี ผู้เป็นเจ้าของบ้าน คอนโด ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ จำเป็นต้องเข้าใจรายละเอียดการคำนวณภาษี อัตราการจัดเก็บ และวิธีชำระภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับและดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืออะไร และเริ่มใช้เมื่อไหร่? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า “ภาษีที่ดิน” เป็นภาษีที่จัดเก็บเป็นรายปีตามมูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 และเริ่มจัดเก็บภาษีครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นมา โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้จัดเก็บภาษี ภาษีนี้เข้ามาแทนที่ภาษีโรงเรือนและที่ดิน รวมถึงภาษีบำรุงท้องถิ่นแบบเดิม เพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการคำนวณภาษีจะใช้มูลค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นฐานในการคิดคำนวณ แบ่งเป็น 3 รายการคือ ที่ดิน – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์สิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างที่เป็นห้องชุด – ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ห้องชุด โดยองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจะประกาศราคาประเมินทุนทรัพย์และอัตราภาษีที่เรียกเก็บในแต่ละปี ซึ่งราคาประเมินทุนทรัพย์นี้จะเป็นราคาเดียวกันกับราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดิน ประเภทของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำแนกอย่างไร? ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแบ่งออกเป็น 4 ประเภทตามลักษณะการใช้ประโยชน์ ได้แก่: 1. ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย [...]

3 นาที
ซื้อหรือเช่าคอนโด ทางเลือกไหนคุ้มค่ากว่าสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?
ทั่วไป

ซื้อหรือเช่าคอนโด ทางเลือกไหนคุ้มค่ากว่าสำหรับไลฟ์สไตล์ของคุณ?

คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักสงสัยเมื่อต้องการหาที่อยู่อาศัย คือการตัดสินใจว่าควรซื้อหรือเช่าคอนโด แต่ละทางเลือกมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปตามสถานการณ์และความต้องการส่วนบุคคล บทความนี้จะวิเคราะห์เปรียบเทียบทั้งสองทางเลือกในมิติต่างๆ เพื่อช่วยให้คุณประเมินได้ว่าการซื้อหรือเช่าคอนโดแบบไหนที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และสถานะทางการเงินของคุณมากที่สุด โดยพิจารณาจากความสะดวกสบาย การลงทุนระยะยาว ภาระค่าใช้จ่าย ตลอดจนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกัน เพื่อให้คุณมีข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด ความแตกต่างระหว่างซื้อและเช่าคอนโดที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ อิสระในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ เมื่อคุณซื้อคอนโด คุณมีอิสระเต็มที่ในการตกแต่งและปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการทาสีใหม่ เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือปรับปรุงรูปแบบห้องต่างๆ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร คุณสามารถสร้างพื้นที่ให้เข้ากับรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่ไม่กระทบโครงสร้างหลักของอาคารเท่านั้น ในทางกลับกัน การเช่าคอนโดมักจะมีข้อจำกัดในการตกแต่งหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ คุณต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของคอนโดก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มีผลถาวรต่อตัวห้อง การลงทุนตกแต่งห้องเช่าอาจไม่คุ้มค่าในระยะยาวเนื่องจากไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณเอง และอาจต้องคืนสภาพห้องให้เหมือนเดิมเมื่อย้ายออก ความยืดหยุ่นในการโยกย้ายที่อยู่ การเช่าคอนโดมีข้อได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นในการโยกย้าย เมื่อสัญญาเช่าหมดอายุ คุณสามารถตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่อื่นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ต้องการย้ายไปอยู่ใกล้คนรัก หรือเพียงแค่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ การเช่าจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่แน่ใจเรื่องที่อยู่ในระยะยาวหรือผู้ที่ต้องย้ายที่ทำงานบ่อย ส่วนการซื้อคอนโดมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า หากต้องการย้ายที่อยู่ คุณต้องผ่านกระบวนการขายหรือปล่อยเช่าห้องของคุณ ซึ่งอาจใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม รวมถึงความเสี่ยงที่อาจขายไม่ได้ตามราคาที่ต้องการในช่วงที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา การลงทุนในระยะยาว การซื้อคอนโดเป็นการลงทุนในระยะยาว เพราะมูลค่าของคอนโดมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาของพื้นที่โดยรอบ คุณสามารถขายต่อเพื่อทำกำไรหรือปล่อยเช่าเพื่อสร้างรายได้รายเดือน ซึ่งในแง่นี้การซื้อคอนโดอาจถูกกว่าการเช่าในระยะยาวหากพิจารณาถึงผลตอบแทนที่อาจได้รับ ในขณะที่การเช่าคอนโด แม้จะไม่ต้องเสียเงินก้อนใหญ่หรือผ่อนชำระระยะยาว แต่ผู้เช่าจะไม่ได้รับกำไรหรือผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ เงินค่าเช่าที่จ่ายไปเป็นเพียงค่าใช้สอยที่ไม่ก่อให้เกิดทรัพย์สินแต่อย่างใด เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายซื้อหรือเช่าคอนโด อะไรประหยัดกว่าในระยะยาว? ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและรายเดือนเมื่อเช่าคอนโด การเช่าคอนโดมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ต่ำกว่าการซื้อมาก โดยทั่วไปคุณจะต้องจ่ายค่ามัดจำหรือเงินประกัน 2 เดือน [...]

2 นาที
ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?
ทั่วไป

ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?

เมื่อตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้านหรือคอนโด คำถามสำคัญที่หลายคนมักต้องเผชิญคือควรเลือกดอกเบี้ยแบบไหนระหว่างลอยตัวและคงที่ ซึ่งทั้งสองแบบมีลักษณะเฉพาะและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับสถานะทางการเงินและแผนการชำระเงินระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดอกเบี้ยทั้งสองประเภท เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณเลือกรูปแบบดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด ดอกเบี้ยลอยตัวคืออะไร และมีรูปแบบใดบ้าง? ดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามดอกเบี้ยอ้างอิงของสถาบันการเงินในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่คงที่ตลอดอายุสัญญา การคำนวณดอกเบี้ยลอยตัวอาศัยปัจจัยหลายประการ ได้แก่ นโยบายการบริหารของธนาคาร สภาพคล่องของธนาคาร สถานะทรัพย์สินและหนี้สิน อัตราเงินเฟ้อ และสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น หลักการสำคัญของดอกเบี้ยลอยตัวคือการคำนวณจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริง โดยไม่ได้ระบุจำนวนเงินดอกเบี้ยเจาะจงว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ไปตลอดอายุสัญญา ดอกเบี้ยลอยตัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามกลุ่มลูกค้าและวัตถุประสงค์ของการกู้ ได้แก่: ดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มีเรทราคาเงินกู้ขั้นต่ำสุด สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีหรือผู้มีประวัติการชำระเงินตรงต่อเวลา เหมาะกับการกู้ที่มีระยะเวลาการชำระแน่นอนในระยะยาว ดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) – คืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี มักมีเงื่อนไขการชำระที่ยืดหยุ่นกว่า MLR ดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสำหรับเงินกู้เบิกเกินบัญชี มักเกี่ยวข้องกับลูกค้าธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเงินสดหมุนเวียน ธนาคารจะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดสำหรับอัตรานี้ การที่ดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานี้เองทำให้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยผู้กู้อาจได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent