กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
รวมบทความเกี่ยวกับกู้บ้าน จำนวน 5 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
เมื่อตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้านหรือคอนโด คำถามสำคัญที่หลายคนมักต้องเผชิญคือควรเลือกดอกเบี้ยแบบไหนระหว่างลอยตัวและคงที่ ซึ่งทั้งสองแบบมีลักษณะเฉพาะและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับสถานะทางการเงินและแผนการชำระเงินระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดอกเบี้ยทั้งสองประเภท เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณเลือกรูปแบบดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด ดอกเบี้ยลอยตัวคืออะไร และมีรูปแบบใดบ้าง? ดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามดอกเบี้ยอ้างอิงของสถาบันการเงินในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่คงที่ตลอดอายุสัญญา การคำนวณดอกเบี้ยลอยตัวอาศัยปัจจัยหลายประการ ได้แก่ นโยบายการบริหารของธนาคาร สภาพคล่องของธนาคาร สถานะทรัพย์สินและหนี้สิน อัตราเงินเฟ้อ และสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น หลักการสำคัญของดอกเบี้ยลอยตัวคือการคำนวณจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริง โดยไม่ได้ระบุจำนวนเงินดอกเบี้ยเจาะจงว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ไปตลอดอายุสัญญา ดอกเบี้ยลอยตัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามกลุ่มลูกค้าและวัตถุประสงค์ของการกู้ ได้แก่: ดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มีเรทราคาเงินกู้ขั้นต่ำสุด สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีหรือผู้มีประวัติการชำระเงินตรงต่อเวลา เหมาะกับการกู้ที่มีระยะเวลาการชำระแน่นอนในระยะยาว ดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) – คืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี มักมีเงื่อนไขการชำระที่ยืดหยุ่นกว่า MLR ดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสำหรับเงินกู้เบิกเกินบัญชี มักเกี่ยวข้องกับลูกค้าธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเงินสดหมุนเวียน ธนาคารจะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดสำหรับอัตรานี้ การที่ดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานี้เองทำให้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยผู้กู้อาจได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง [...]
ในยุคที่อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์กำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่หลายคนผันตัวออกมาเป็นนายตัวเอง เพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานและความสมดุลในชีวิต แต่ความท้าทายสำคัญสำหรับชาวฟรีแลนซ์คือเรื่องความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงินที่สำคัญอย่างการขอสินเชื่อบ้าน หลายคนเข้าใจผิดว่าอาชีพอิสระไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ แต่ความจริงแล้ว ฟรีแลนซ์ก็มีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อเช่นกัน เพียงแต่ต้องเตรียมตัวมากกว่าคนที่มีรายได้ประจำ สินเชื่อบ้านสำหรับฟรีแลนซ์ทำไมถึงได้ยาก? การขอสินเชื่อบ้านสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระมักมีความท้าทายมากกว่า เนื่องจากรายได้ที่ไม่แน่นอนและไม่มีเอกสารรับรองรายได้แบบสลิปเงินเดือน ธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อก็ต่อเมื่อเห็นว่าผู้ขอกู้มีความสามารถในการชำระคืนเงินกู้ได้อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีของฟรีแลนซ์ที่รายได้มีความผันผวน จึงต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้กู้ อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ: ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Offline เน้นการบริการนอกสถานที่ เช่น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ นักดนตรี ศิลปิน นักแสดง ไรเดอร์ส่งอาหาร ช่างภาพอิสระ พนักงานพาร์ทไทม์ เป็นต้น ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Online เน้นทำงานผ่านระบบออนไลน์ เช่น นักออกแบบกราฟิก นักเขียนบทความ ตัดต่อวิดีโอ พากย์เสียง แปลภาษา แอดมินดูแลระบบ บล็อกเกอร์ ผู้ขายสินค้าออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน เป็นต้น เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมเมื่อขอสินเชื่อบ้าน การเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนเป็นกลยุทธ์แรกที่สำคัญมากสำหรับฟรีแลนซ์ เอกสารพื้นฐานที่จำเป็นประกอบด้วย: เอกสารส่วนบุคคล สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้และคู่สมรส (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านผู้กู้และคู่สมรส ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล/ทะเบียนสมรส/ใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารทางการเงิน [...]
เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]
10. กรณีผู้กู้ร่วมเสียชีวิต แจ้งธนาคาร เพื่อเปลี่ยนแปลงสัญญา ทางธนาคารจะเรียกทายาทหรือผู้จัดการมรดกของผู้เสียชีวิตเข้ามาลงชื่อเพื่อแสดงเจตนาที่จะรับสภาพหนี้ภายใน 1 ปี หลังจากนั้น
? ใครมีแผนอยากจะซื้อบ้านสักหลังเป็นของตัวเองแต่ยังสงสัย ไม่แน่ใจว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างวันนี้แอดมินจะมา แนะนำ 5 ขั้นตอน? เตรียมตัวกู้บ้านผ่านฉลุย