กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
พบ 9 บทความ

29/5/2568 • โดย Homeday
ต้นปรงเป็นพืชโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าไดโนเสาร์ ด้วยรูปทรงที่แปลกตาแต่งดงาม จึงกลายเป็นไม้ประดับยอดนิยมในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความสวยงามของต้นปรงมาพร้อมกับความซับซ้อนในการดูแลและความเสี่ยงจากสารพิษที่มีอยู่ในส่วนต่างๆ ของต้น ทำให้ผู้ที่สนใจปลูกต้นปรงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เพื่อความปลอดภัยและการดูแลที่เหมาะสม ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ของต้นปรง ต้นปรงหรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cycas เป็นพืชในวงศ์ Cycadaceae ที่ถือเป็นพืชโบราณอายุหลายล้านปี ซึ่งมีบรรพบุรุษอยู่ในยุคของไดโนเสาร์เลยทีเดียว การที่ต้นปรงยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันถือเป็นเรื่องที่โชคดีมาก เนื่องจากในปัจจุบันต้นปรงจัดอยู่ในกลุ่มพืชอนุรักษ์ในบัญชีไซเตส (CITES) แล้ว เพราะกำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงในธรรมชาติ ต้นปรงในอันดับ Cycadales ทั่วโลกมีอยู่ด้วยกัน 3 วงศ์ คือ Cycadaceae, Stangeriaceae และ Zamiaceae มีสมาชิกรวมแล้วประมาณ 300 ชนิด โดยในวงศ์แรก Cycadaceae มีเพียง 1 สกุล คือ Cycas มีประมาณ 90 ชนิด กระจายพันธุ์กว้างขวางในเขตโลกเก่า ตั้งแต่ฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา มาจนถึงเอเชีย ออสเตรเลีย และตามหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก สำหรับประเทศไทยนั้น มีปรงพื้นเมืองทั้งหมด 12 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะกระจัดกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่มักจะขึ้นในที่โล่งแจ้งและค่อนข้างแห้ง ชื่อที่เรียกแต่ละชนิดจะบอกถึงความแตกต่างและแหล่งกำเนิดของต้นปรงนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน [...]

29/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวอายุสั้นกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนที่ต้องการผักปลอดสารพิษไว้บริโภคเองและสร้างรายได้เสริม ด้วยระยะเวลาเพาะปลูกที่สั้น ใช้เวลาเพียง 4 วัน ถึง 2 เดือนก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ทำให้ได้ผลตอบแทนที่รวดเร็วและคุ้มค่าการลงทุน ผักเหล่านี้ส่วนใหญ่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรือบ้านทาวน์เฮาส์ รวมถึงพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่เพื่อการค้า ผักสวนครัวอายุสั้นเหล่านี้ยังมีความต้องการในตลาดสูง จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างอาชีพเสริมหรือเริ่มต้นธุรกิจเกษตรอินทรีย์ ถั่วงอก ผักสวนครัวอายุสั้นที่สุดเพียง 4 วัน ถั่วงอกถือเป็นผักสวนครัวที่มีอายุการปลูกสั้นที่สุด โดยใช้เวลาเพียงแค่ 4 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้เร็วและหมุนเวียนการผลิตได้บ่อย วิธีการปลูกถั่วงอกเริ่มต้นจากการนำเมล็ดถั่วเขียวไปแช่น้ำประมาณ 6-12 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำภาชนะที่มีฝาปิดมาเปิดออก ปูกระดาษทิชชูรองไว้ด้านล่าง แล้วโรยเมล็ดถั่วเขียวให้ทั่ว ปิดทับด้วยกระดาษทิชชูอีกชั้นหนึ่ง และปิดฝาให้สนิท การดูแลทำได้ง่ายๆ เพียงฉีดน้ำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ใช้เวลาเพียง 4 วันก็จะได้ถั่วงอกไว้รับประทานหรือขายได้แล้ว ถั่วงอกมีความต้องการในตลาดสูงเนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทยหลายชนิด ทั้งผัดไทย ผัดซีอิ๊ว และก๋วยเตี๋ยวต่างๆ ทำให้การปลูกถั่วงอกเป็นธุรกิจที่มีความต่อเนื่องและสร้างรายได้ที่มั่นคง ต้นอ่อนทานตะวัน ซุปเปอร์ฟู้ดที่โตภายใน 7 วัน ต้นอ่อนทานตะวันเป็นอีกหนึ่งผักสวนครัวอายุสั้นที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 7 วัน ต้นอ่อนทานตะวันมีรสชาติหวานนำ เหมาะสำหรับการทำสลัดหรือโรยหน้าอาหารเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ การเพาะปลูกต้นอ่อนทานตะวันเริ่มจากการนำเมล็ดทานตะวันสำหรับเพาะต้นอ่อนไปแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 12 ชั่วโมง [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย ทำไมการเลือกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจึงสำคัญ? การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย ผักชนิดใดทนร้อนและปลูกง่ายในหน้าร้อน? 1. ผักบุ้ง – ผักกินง่ายที่ปลูกง่ายยิ่งกว่า ผักบุ้งจีนเป็นผักที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วแม้ในสภาพอากาศร้อน ลำต้นกลมเป็นปล้อง มีความกลวงภายใน ใบและยอดจะแตกออกตามข้อพร้อมรากด้วย ก้านใบมีลักษณะคล้ายหัวลูกศรหรือรูปหัวใจ ดอกมีสีขาว สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ดและการปักชำราก ผักบุ้งเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายและชอบดินชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ สามารถปลูกในน้ำหรือแม้แต่ในฟองน้ำก็ได้ ต้องการแสงแดดเต็มวันและควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อดินแห้ง สำหรับการปลูกในช่วงหน้าร้อนอาจต้องรดน้ำบ่อยขึ้นเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เช้า สาย บ่าย และเย็น เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน [...]

28/5/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายตามตลาดกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตกสำหรับผู้บริโภค การหันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้บริโภค การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผักที่เรากินได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัดในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักหลากหลายชนิดไว้กินเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักที่ควรรู้ กรมอนามัยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในผักสดที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยพบว่าผักสด 10 ชนิดที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในระดับสูง ผักเหล่านี้ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย นอกจากผลกระทบในระยะสั้นแล้ว การได้รับสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ แต่สะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวอีกด้วย ปัญหานี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักเพื่อสุขภาพต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการหันมาปลูกผักไว้กินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักปลอดสารพิษ การปลูกผักเองยังช่วยให้เราสามารถเลือกใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงพืช หรือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการป้องกันแมลงศัตรูพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวนเล็ก ๆ ของเราอีกด้วย วิธีปลูกผักใบเขียวในกระถาง การปลูกกวางตุ้งในกระถาง กวางตุ้งเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง การเตรียมดินเริ่มจากการพรวนดินให้พร้อม กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วผสมปุ๋ยคอกลงไป จากนั้นหย่อนเมล็ดลงในกระถางเพาะกล้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม [...]

5/6/2568 • โดย Homeday
แตงกวาเป็นผักสวนครัวยอดนิยมที่หลายคนชอบรับประทานและนำมาตกแต่งจานอาหาร แม้อยู่ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ห้องเล็กๆ ก็สามารถปลูกแตงกวาในกระถางได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีปลูกแตงกวาในกระถางแบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่ให้ได้ผลผลิตดี ติดผลดก สามารถเก็บกินได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก เพียงรู้เทคนิคและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง คุณก็จะได้แตงกวาสดๆ ปลอดสารพิษไว้รับประทานเองที่บ้าน ทำไมแตงกวาถึงเหมาะกับการปลูกในกระถาง? แตงกวาเป็นพืชที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วและให้ผลผลิตไว เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เริ่มต้นปลูกผัก โดยใช้เวลาเพียง 32-35 วันหลังหยอดเมล็ดก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว แม้แตงกวาจะเป็นพืชเถาเลื้อย แต่ก็สามารถจัดการให้เติบโตในพื้นที่จำกัดได้โดยการทำค้างหรือซุ้มให้เลื้อย ข้อดีอีกประการของการปลูกแตงกวาในกระถางคือ คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า สามารถเคลื่อนย้ายกระถางไปยังจุดที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ และปรับเปลี่ยนดินและปุ๋ยได้ง่าย นอกจากนี้ แตงกวาที่ปลูกเองยังปลอดภัยจากสารเคมี ให้ความสดใหม่ และมีรสชาติดีกว่าที่ซื้อจากตลาด แตงกวาเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศอบอุ่น ไม่ร้อนและไม่เย็นชื้นจนเกินไป ชอบแสงแดดและต้องการแสงอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง การจัดวางกระถางในตำแหน่งที่ได้รับแสงอย่างเพียงพอจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกแตงกวาให้ประสบความสำเร็จ อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการปลูกแตงกวาในกระถางมีอะไรบ้าง? ก่อนเริ่มปลูกแตงกวาในกระถาง คุณควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ซึ่งประกอบด้วย: เมล็ดพันธุ์แตงกวา – ควรเลือกเมล็ดที่มีคุณภาพดี แข็งแรง และสมบูรณ์ เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน ควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของคุณ เช่น แตงกวาพันธุ์มัมมี่ที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง ดินร่วนปนทราย – ดินที่เหมาะกับการปลูกแตงกวาควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และผ่านการตากแดดมาแล้ว ค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 5.5-6.8 ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก [...]

24/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่ การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
ต้อนรับซัมเมอร์ด้วยความสดชื่นแบบไทย ๆ กับเมนูพิเศษ “ข้าวแช่เมืองเพชร” ณ ห้องอาหารลูน่า ลาไนย โรงแรมเชอราตัน หัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบต้นตำรับเมืองเพชรบุรี ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2568 “ข้าวแช่” เมนูอาหารไทยโบราณที่คนไทยนิยมรับประทานในฤดูร้อน นอกจากจะช่วยคลายร้อนได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว เสน่ห์ของข้าวแช่ยังอยู่ที่ความละเมียดละไมในการปรุงเครื่องเคียง ความใส่ใจ และพิถีพิถันทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้รสชาติที่ตรงตามต้นตำรับของข้าวแช่ชาววังมากที่สุด ข้าวแช่หอมมะลิอบควันเทียน เสิร์ฟเย็นชื่นใจ ผสานกลิ่นหอมจากดอกมะลิแท้ ๆ ทานคู่กับเครื่องเคียงตำรับไทยที่ปรุงอย่างประณีต ได้แก่ ลูกกะปิ พริกหยวกยัดไส้หมูห่อไข่ ไข่เค็มทอด ไชโป๊ผัดหวาน แตงโมปลาแห้ง ปลาหวาน และเครื่องเคียง อาทิ ขิงอ่อน, มะม่วงเปรี้ยว, แตงกวา, พริกแดง เมนู “ข้าวแช่เมืองเพชร” ถือเป็นเมนูเฉพาะฤดูกาลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงฤดุร้อนโดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ มอบความสดชื่นและกลิ่นหอมเย็นของข้าวแช่ ผสานกับเครื่องเคียงรสกลมกล่อมที่ช่วยคลายร้อน เหมาะอย่างยิ่งที่จะเพิ่มประสบการณ์การพักผ่อนริมทะเลหัวหินในช่วงหน้าร้อนนี้ สัมผัสความอร่อยแบบไทยแท้ริมทะเลหัวหินในราคาเพียง 290++ บาทต่อชุด เปิดให้บริการเฉพาะช่วงซัมเมอร์นี้เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. +66 [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
ร้านกาแฟสเปเชี่ยลตี้คอฟฟี่ชั้นนำจากฮ่องกง “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” ภายใต้การบริหารงานของอิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมมอบความสดชื่นรับหน้าร้อนด้วยการเปิดตัวเมนูพิเศษประจำฤดูกาล ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2568 เอาใจคนรักสุขภาพด้วย 2 เมนูอาหารใหม่ล่าสุดที่รังสรรค์มาเพื่อเติมความสดใส ได้แก่ The Summer Crush Salad (ราคาเริ่มต้น 180++ บาท) สลัดแตงโมคลายร้อนที่ผสานความหวานฉ่ำของแตงโมสดกับมะเขือเทศ ผักร็อกเก็ต หอมแดง แตงกวาญี่ปุ่น และเฟต้าชีส ราดด้วยน้ำสลัดมะยงชิดและบัลซามิกอย่างลงตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความพิเศษยิ่งขึ้น ขอแนะนำ The Summer Crush Salad with Serrano (ราคาเริ่มต้น 220++ บาท) สลัดแตงโมรสเลิศที่เพิ่มความหรูหราด้วยแฮมเซอราโน่คุณภาพเยี่ยมจากสเปน นอกจากเมนูอาหารแล้ว “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” ยังได้คิดค้น 2 เมนูเครื่องดื่มที่จะช่วยดับกระหายคลายร้อน เริ่มต้นด้วย Mango Paradise (ราคาเริ่มต้น 220++ บาท) กาแฟไทยแลนด์เฮ้าส์เบลนด์ที่ผสมผสานกับพิวเร่มะม่วง [...]

28/5/2568 • โดย Homeday
ฟักทองเป็นหนึ่งในผักสวนครัวที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ การปลูกฟักทองเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษและประหยัดค่าใช้จ่าย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมและการเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้การปลูกฟักทองประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ฟักทองมีต้นกำเนิดมาจากไหนและแพร่กระจายมาถึงไทยอย่างไร? ฟักทองมีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกากลางและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในแถบเมกซิโกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา มีหลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่ามีการปลูกฟักทองมานานกว่า 8,000 ปีแล้ว และบางแหล่งระบุว่าถึง 7,500-5,000 ปีก่อนคริสตกาล ฟักทองจัดอยู่ในตระกูลแตง (Cucurbitaceae) เช่นเดียวกับแตงกวา ฟักแฟง มะระ บวบ และแตงโม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cucurbita moschata Duchesne หรือ Cucurbita moschata Decne. ภายหลังฟักทองได้แพร่กระจายไปยังอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียตามลำดับ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ในประเทศไทย ฟักทองมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ภาคกลางเรียกว่า ฟักทอง ภาคเหนือเรียกว่า ฟักเขียว มะฟักแก้ว ภาคใต้เรียกว่า น้ำเต้า ภาคอีสานเรียกว่า หมากฟักเหลือง หมากอี และในจังหวัดต่างๆ มีชื่อเรียกเฉพาะถิ่น เช่น หมักอื้อ หมากฟักเหลือง หมากปัก สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในไทยมีอะไรบ้าง? สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามขนาดของผล [...]