Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

อะไรคือผักที่ปลูกได้ดีแม้อากาศร้อน? 10 ชนิดผักทนแดดที่เหมาะปลูกหน้าร้อน

Homeday
21 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 21/5/2568

อะไรคือผักที่ปลูกได้ดีแม้อากาศร้อน? 10 ชนิดผักทนแดดที่เหมาะปลูกหน้าร้อน

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ
การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย
Article Image

ทำไมการเลือกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจึงสำคัญ?

การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ
การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย
Article Image

ผักชนิดใดทนร้อนและปลูกง่ายในหน้าร้อน?

1. ผักบุ้ง – ผักกินง่ายที่ปลูกง่ายยิ่งกว่า

ผักบุ้งจีนเป็นผักที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วแม้ในสภาพอากาศร้อน ลำต้นกลมเป็นปล้อง มีความกลวงภายใน ใบและยอดจะแตกออกตามข้อพร้อมรากด้วย ก้านใบมีลักษณะคล้ายหัวลูกศรหรือรูปหัวใจ ดอกมีสีขาว สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ดและการปักชำราก
ผักบุ้งเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายและชอบดินชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ สามารถปลูกในน้ำหรือแม้แต่ในฟองน้ำก็ได้ ต้องการแสงแดดเต็มวันและควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อดินแห้ง สำหรับการปลูกในช่วงหน้าร้อนอาจต้องรดน้ำบ่อยขึ้นเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เช้า สาย บ่าย และเย็น เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน

2. คะน้า – ผักใบเขียวทนร้อนที่อุดมด้วยคุณค่า

คะน้าเป็นผักตระกูลกะหล่ำที่ทนทานต่ออากาศร้อนได้ดี มีทั้งคะน้าใบและคะน้ายอดหรือคะน้าก้าน สายพันธุ์ที่นิยมปลูกในไทยคือคะน้าจีน ซึ่งมีทั้งพันธุ์ใบกลม ใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมน ผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย และพันธุ์ใบแหลม ใบแคบ ปลายใบแหลม ผิวใบเรียบ
คะน้าขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด สามารถเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย ดินเหนียวปนดินร่วน ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดีและน้ำไม่ขัง ควรรดน้ำทุกเช้า-เย็น และชอบแสงแดด อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 45-55 วันหลังปลูก โดยคะน้าที่มีอายุ 45 วันจะเป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุด แต่หากปล่อยให้มีอายุ 50-55 วันจะให้น้ำหนักผลผลิตมากกว่า

3. แตงกวา – ผักผลทรงกระบอกที่ชอบแดดจัด

แตงกวาเป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นเป็นเถาเลื้อย ใบมีขนปลายแหลม ผลมีลักษณะกลมยาวทรงกระบอก มีไส้ภายใน มีทั้งสายพันธุ์ผลสั้นและยาว สามารถขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย
แตงกวาเป็นพืชที่ไม่ต้องการน้ำมาก แต่ชอบแดดจัดเต็มวัน จึงเหมาะสำหรับปลูกในฤดูร้อน แต่ควรระวังไม่ให้ดินแห้งจนเกินไป ควรรดน้ำให้พอชุ่มโดยเฉพาะช่วงที่เริ่มออกดอกและติดผล เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี

4. ผักชี – สมุนไพรกลิ่นหอมที่ปลูกได้ตลอดปี

ผักชีเป็นไม้ล้มลุกอายุสั้น ประมาณ 60 วันเท่านั้น มีลำต้นสีเขียวตั้งตรง มีกิ่งก้านเล็ก รากแก้วสั้นแต่มีรากฝอยมาก ใบสีเขียว ขอบใบหยักลึกเข้าหากลางใบ ดอกออกเป็นช่อแบบซี่ร่ม สีขาวหรือชมพูตามสายพันธุ์
ผักชีชอบดินร่วนซุย ต้องการแสงแดดทั้งวันประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวัน แต่ควรเป็นแดดที่ไม่จัดเกินไป ต้องการน้ำในปริมาณปานกลาง ไม่ควรให้ดินแห้งหรือแฉะเกินไป ในช่วงฤดูร้อนอาจจำเป็นต้องรดน้ำบ่อยขึ้นและจัดหาร่มเงาบางส่วนเพื่อป้องกันไม่ให้ต้นผักชีเหี่ยวเฉา

5. พริก – เผ็ดร้อนทนร้อน

พริกเป็นไม้ล้มลุกที่มีความสูงได้ถึง 90 เซนติเมตร ลำต้นเดี่ยวแตกกิ่งก้านเป็นพุ่ม ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม ใบรูปไข่ปลายใบแหลม ดอกเล็กสีขาวออกตรงง่ามใบ ผลสีเขียว เมื่อโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือส้ม
พริกสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ดหรือปักชำ เติบโตได้ดีในดินร่วนและดินร่วนปนเหนียว ชอบแสงแดด ควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ สามารถรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวันก็ได้ พริกเป็นพืชอายุยืนที่สามารถให้ผลผลิตได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสวนครัวในช่วงหน้าร้อน

6. มะเขือเทศ – ผลสีแดงสดที่ชอบอากาศอุ่น

มะเขือเทศเป็นผักที่หลายคนนิยมปลูกในฤดูร้อน เพราะสามารถนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย มีประโยชน์มากมาย และเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหารหลายชนิด มะเขือเทศมีหลายสายพันธุ์ เช่น มะเขือเทศผลใหญ่ มะเขือเทศเชอรี่ มะเขือเทศราชินี และมะเขือเทศสีดา
มะเขือเทศต้องการพื้นที่ที่มีแสงแดดตลอดวันและดินที่มีการระบายน้ำได้ดีและมีอินทรีย์วัตถุสูง หลังจากปลูก จะสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้เมื่อต้นมีอายุประมาณ 70-90 วัน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ในช่วงอากาศร้อนจัด อาจต้องให้ร่มเงาบางส่วนและรดน้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันผลแตก

7. บวบเหลี่ยม – ผักเลื้อยที่ทนแดดได้ดีเยี่ยม

บวบเหลี่ยมเป็นไม้ล้มลุกที่มีลำต้นทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ใบคล้ายรูปหัวใจ ดอกสีเหลือง ผลมีลักษณะทรงกระบอกและมีเหลี่ยมเป็นสันขอบประมาณ 10 สัน ความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร
บวบเหลี่ยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด สามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด ชอบแสงแดดจัดหรือแดดเต็มวัน ควรรดน้ำพอชุ่มแต่ไม่ให้ดินแฉะ เป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี เหมาะสำหรับปลูกในฤดูร้อน และให้ผลผลิตสูง

8. ชะอม – สมุนไพรไทยที่ทนแล้ง

ชะอมเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถสูงได้ถึง 5 เมตร มีลำต้นเป็นทรงพุ่มโปร่ง กิ่งมีขนาดเล็กยาวและมีหนามแหลม ใบเป็นใบประกอบสีเขียวขนาดเล็ก มีก้านใบย่อยแตกออกจากแกนกลางใบ ยอดอ่อนมีกลิ่นฉุนแรงซึ่งนิยมนำมาประกอบอาหาร
ชะอมสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด ปักชำ และการตอนกิ่ง ปลูกได้ในดินทุกชนิด ควรรดน้ำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ และชอบบริเวณที่มีแดดจัดหรือแสงเต็มวัน ชะอมเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี จึงเหมาะสำหรับปลูกในฤดูร้อน และเมื่อปลูกแล้วสามารถเก็บยอดอ่อนมาบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

9. ฟักทอง – พืชผลที่อุดมด้วยวิตามิน

ฟักทองเป็นพืชเถาเลื้อยที่ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนและแล้งได้เป็นอย่างดี มีรากลึกที่ช่วยดูดน้ำจากใต้ดิน ทำให้สามารถเติบโตได้ดีแม้ในสภาพอากาศร้อน ใบมีขนาดใหญ่และหนา ช่วยลดการระเหยของน้ำและปกป้องผลจากแสงแดดจัด
การปลูกฟักทองในฤดูร้อนต้องเลือกพื้นที่ที่มีแสงแดดเต็มวัน ดินควรมีการระบายน้ำดีและมีอินทรียวัตถุสูง ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะช่วงออกดอกและติดผล ฟักทองเป็นพืชที่ให้ผลผลิตสูงและมีคุณค่าทางโภชนาการ อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ

10. ถั่วฝักยาว – โปรตีนจากพืชที่ปลูกง่าย

ถั่วฝักยาวเป็นพืชตระกูลถั่วที่เติบโตได้ดีในฤดูร้อน มีลำต้นเป็นเถาเลื้อย ใบประกอบด้วยใบย่อย 3 ใบ ดอกสีม่วงอ่อน ผลเป็นฝักยาวและบาง มีความยาวประมาณ 30-50 เซนติเมตร
ถั่วฝักยาวชอบดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี ต้องการแสงแดดเต็มวันและน้ำที่เพียงพอ แต่ไม่ชอบดินแฉะ ควรปลูกในที่ร่มบางส่วนหรือใช้วัสดุคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น หลังจากปลูกประมาณ 45-60 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ และสามารถเก็บเกี่ยวต่อเนื่องได้อีกหลายสัปดาห์
Article Image

เทคนิคการดูแลผักอย่างไรในหน้าร้อนให้เติบโตงดงาม?

การจัดการน้ำอย่างไรให้เหมาะสมกับผักหน้าร้อน?

การให้น้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการปลูกผักช่วงฤดูร้อน เนื่องจากอากาศร้อนทำให้น้ำระเหยเร็วและดินแห้งง่าย ควรรดน้ำในช่วงเช้าและเย็นเพื่อลดการสูญเสียน้ำจากการระเหย หลีกเลี่ยงการรดน้ำในช่วงกลางวันที่อากาศร้อนจัด เพราะหยดน้ำบนใบพืชอาจทำหน้าที่เหมือนเลนส์ขยายแสงและทำให้ใบไหม้ได้
ในช่วงที่อากาศร้อนจัด อาจจำเป็นต้องรดน้ำมากถึง 4 ครั้งต่อวัน คือ เช้า สาย บ่าย และเย็น เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน การใช้ระบบน้ำหยดจะช่วยประหยัดน้ำและทำให้พืชได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังควรตรวจสอบความชื้นของดินอย่างสม่ำเสมอโดยใช้นิ้วแหย่ลงไปในดินลึกประมาณ 2-3 นิ้ว หากรู้สึกแห้งแสดงว่าถึงเวลาต้องรดน้ำ

การคลุมดินช่วยปลูกผักหน้าร้อนได้อย่างไร?

การคลุมดินเป็นเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้ปลูกผักในฤดูร้อนได้ผลดี วัสดุคลุมดิน เช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง หรือเศษขี้เลื่อย จะช่วยรักษาความชื้นในดิน ลดอุณหภูมิของดิน ป้องกันวัชพืช และยังช่วยลดการกระเด็นของดินเมื่อรดน้ำหรือฝนตก ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อราในดิน
ควรคลุมดินให้มีความหนาประมาณ 5-10 เซนติเมตร โดยไม่คลุมชิดโคนต้นพืชเกินไป เพื่อป้องกันโรคโคนเน่า นอกจากนี้การคลุมดินยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินในระยะยาว เมื่อวัสดุคลุมดินย่อยสลายกลายเป็นอินทรียวัตถุในดิน

ควรเตรียมดินอย่างไรให้เหมาะกับการปลูกผักในฤดูร้อน?

การเตรียมดินที่เหมาะสมเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการปลูกผัก โดยเฉพาะในฤดูร้อน ควรพรวนดินให้ลึกประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวกและรากพืชสามารถหยั่งลึกลงไปหาน้ำใต้ดินได้
ควรเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือขี้เถ้าแกลบ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของดิน เพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ และเพิ่มธาตุอาหารให้แก่พืช ดินที่มีอินทรียวัตถุสูงจะช่วยให้พืชทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ การเลือกเวลาปลูกที่เหมาะสม เช่น ปลูกในช่วงเย็นหรือช่วงที่มีเมฆมาก จะช่วยให้ต้นกล้าตั้งตัวได้ดีกว่า และการใช้วัสดุให้ร่มเงาเพื่อป้องกันแดดจัดในช่วงแรกของการปลูกก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยให้ผักเติบโตได้ดีในหน้าร้อน

สรุป

การปลูกผักในฤดูร้อนไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากคุณเลือกชนิดพืชที่เหมาะสมและใช้เทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง ทั้งผักบุ้ง คะน้า แตงกวา ผักชี พริก มะเขือเทศ บวบเหลี่ยม ชะอม ฟักทอง และถั่วฝักยาว ล้วนเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสวนครัวในฤดูร้อน เพราะทนทานต่อความร้อนและการขาดน้ำได้ดี
การให้น้ำอย่างเหมาะสม การคลุมดิน และการเตรียมดินที่ดี จะช่วยให้ผักของคุณเจริญเติบโตได้ดีแม้ในช่วงที่อากาศร้อนจัด ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณมีผักปลอดสารพิษไว้รับประทานเองที่บ้าน แต่ยังเป็นกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลินและความภูมิใจเมื่อได้เห็นผักที่ปลูกเองเติบโตงดงาม
#สาระ #ปลูกผักหน้าร้อน #ผักทนแดด #สวนครัว #ผักบุ้ง #คะน้า #แตงกวา #พริก #มะเขือเทศ #บวบ #ชะอม #ฟักทอง #ถั่วฝักยาว #เทคนิคปลูกผัก #การให้น้ำ #การคลุมดิน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ฟักทอง
#สวนครัว
#มะเขือเทศ
#บวบ
#ถั่วฝักยาว
#เทคนิคปลูกผัก
#สปลูกผักหน้าร้อน
#แตงกวา
#ผักบุ้ง
#ผักทนแดด
#พริก
#ต้นไม้และสวน
#ชะอม
#คะน้า
#การคลุมดิน
#การให้น้ำ
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ผักไม้เลื้อยมีประโยชน์อะไรบ้าง? ทำไมควรปลูกไว้ในบ้าน
ทั่วไป

ผักไม้เลื้อยมีประโยชน์อะไรบ้าง? ทำไมควรปลูกไว้ในบ้าน

การปลูกผักไม้เลื้อยในบ้านเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนรักสวนที่ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผักไม้เลื้อยไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่สามารถนำมารับประทานได้ แต่ยังช่วยสร้างร่มเงาและความสวยงามให้กับบ้านอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจประโยชน์ของผักไม้เลื้อยและแนะนำชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านของคุณ ทำไมควรปลูกผักไม้เลื้อยในบ้าน? ประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยให้คุณใช้พื้นที่ในแนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะปลูกพืชในแนวราบซึ่งต้องใช้พื้นที่มาก คุณสามารถปลูกผักไม้เลื้อยให้เติบโตขึ้นไปตามค้างหรือโครงสร้างที่จัดเตรียมไว้ วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านในเมืองที่มีพื้นที่สวนน้อย ให้ร่มเงาและลดความร้อน ผักไม้เลื้อยสามารถช่วยสร้างร่มเงาให้กับบ้านและลดอุณหภูมิโดยรอบได้ เมื่อปลูกให้เลื้อยขึ้นตามซุ้มหรือระแนง ใบของพืชจะช่วยกรองแสงแดดและลดความร้อนที่เข้าสู่บ้าน นี่เป็นประโยชน์อย่างมากในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย ปรับปรุงคุณภาพอากาศ ผักไม้เลื้อยช่วยดูดซับมลพิษและปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศรอบบ้านสะอาดขึ้น พืชเหล่านี้สามารถกรองฝุ่นละอองและสารพิษต่างๆ ในอากาศ ช่วยให้สภาพแวดล้อมในบ้านดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่มากขึ้น เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยดึงดูดแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงช่วยผสมเกสรอื่นๆ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บ้านของคุณ และส่งเสริมระบบนิเวศที่สมดุล แมลงเหล่านี้ยังช่วยในการควบคุมศัตรูพืชโดยธรรมชาติอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยไว้รับประทานเองที่บ้านช่วยให้คุณได้รับผักที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การทำสวนยังช่วยลดความเครียด เพิ่มความสุข และส่งเสริมการออกกำลังกายเบาๆ ได้อีกด้วย การได้สัมผัสกับธรรมชาติผ่านการทำสวนมีผลดีต่อสุขภาพจิตใจอย่างมาก 10 ผักไม้เลื้อยที่ควรปลูกในบ้าน 1. ตำลึง: ผักใบเขียวคุณค่าสูง ตำลึงเป็นไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายและเติบโตเร็ว มีลักษณะลำต้นเป็นเถาเลื้อยมีมือเกาะ ใบคล้ายรูปหัวใจ [...]

2 นาที
ปลูกผักสวนครัวริมรั้วแบบไหนที่ปลูกง่าย ดูแลสะดวก เก็บกินได้นานตลอดปี?
ทั่วไป

ปลูกผักสวนครัวริมรั้วแบบไหนที่ปลูกง่าย ดูแลสะดวก เก็บกินได้นานตลอดปี?

การปลูกผักสวนครัวริมรั้วเป็นวิธีใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากจะได้ผักปลอดสารพิษไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด บทความนี้จะแนะนำผักสวนครัว 10 ชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกริมรั้ว ดูแลง่าย และสามารถเก็บเกี่ยวได้ยาวนานตลอดปี กระเจี๊ยบเขียวปลูกในเข่งได้ผลดีจริงหรือไม่? กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่เหมาะกับการปลูกริมรั้วหรือในภาชนะ เช่น เข่งหรือกระถาง เพราะมีความสูงที่เหมาะสมประมาณ 40 เซนติเมตร – 2 เมตร ทำให้จัดการพื้นที่ได้ง่าย สำหรับการปลูกในเข่ง สามารถใช้เข่งขนาด 15 นิ้วหรือเบอร์ 6 เริ่มด้วยการรองก้นเข่งด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ตามด้วยดินปลูกที่ผสมปุ๋ยอินทรีย์ ต้นกล้าควรมีอายุประมาณ 25 วันก่อนย้ายลงปลูกในเข่ง โดยใน 1 เข่งสามารถปลูกได้ 2 ต้น หลังจากปลูกเสร็จ ควรกลบหน้าดินด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำรดให้ชุ่ม ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราและกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก การดูแลในช่วงแรกควรรดน้ำเช้า-เย็นทุกวัน หลังปลูกไป 3 วัน ควรตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้าง และใช้ฮอร์โมนไข่นมสดผสมน้ำพ่นในตอนเช้าทุก 3 วัน ประมาณวันที่ 10 ควรใส่ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ดโดยโรยรอบขอบเข่ง และวันที่ 20 ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 กระเจี๊ยบเขียวจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุประมาณ [...]

3 นาที
ทำแปลงผักกินเองยังไงให้ได้ผลดี ประหยัดค่าใช้จ่าย
ทั่วไป

ทำแปลงผักกินเองยังไงให้ได้ผลดี ประหยัดค่าใช้จ่าย

การปลูกผักไว้กินเองกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหาร การสร้างแปลงผักในบ้านไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าใช้จ่าย แต่ยังให้ความมั่นใจในคุณภาพของผักที่รับประทาน จากการศึกษาพบว่าการปลูกผักกินเองช่วยให้ได้ผักที่สดใหม่และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ครอบครัวได้ใกล้ชิดธรรมชาติและเรียนรู้เรื่องการปลูกพืชร่วมกัน ทำไมต้องสร้างแปลงผักในบ้าน การสร้างแปลงผักในบ้านมีประโยชน์มากมายที่หลายคนยังไม่ทราบ ประโยชน์แรกคือได้ผักที่สดและดีต่อสุขภาพมากกว่าการซื้อจากตลาด เนื่องจากผักจะสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเด็ดออกจากต้น และเสียเพิ่มเติมในขั้นตอนการขนส่งและการเก็บรักษา การปลูกผักเองจึงช่วยให้ได้ผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด ข้อดีที่สำคัญอีกประการคือการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะผักบางชนิดที่ต้องนำเข้าหรือขนส่งมาจากพื้นที่ห่างไกล ซึ่งทำให้ราคาสูงขึ้น การปลูกผักเองยังช่วยลดปัญหาเรื่องสารเคมีและยาฆ่าแมลงที่อาจตกค้างในผัก เพราะสามารถควบคุมการใช้สารเคมีได้อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมโดยลดการใช้พลังงานในการขนส่งและบรรจุภัณฑ์ วิธีเตรียมพื้นที่และสร้างแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการสร้างแปลงผัก เริ่มต้นด้วยการเลือกพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเพียงพอและมีการระบายน้ำที่ดี จากนั้นทำการขุดดินเพื่อเอาหน้าดินที่มีหญ้าพร้อมรากออก ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวันในการขุดให้สะอาด การพรวนดินควรทำให้ลึกประมาณ 6 นิ้ว เพื่อให้ดินมีโครงสร้างที่ดีขึ้นและกำจัดวัชพืช รวมถึงไข่แมลงหรือโรคพืชที่อาจซ่อนอยู่ในดิน หลังจากพรวนดินแล้ว ควรยกแปลงให้สูงจากผิวดินประมาณ 4-5 นิ้ว โดยทำความกว้างประมาณ 1-1.20 เมตร ส่วนความยาวสามารถปรับตามพื้นที่ที่มี การวางแปลงควรอยู่ในแนวทิศเหนือ-ใต้ เพื่อให้ผักได้รับแสงแดดทั่วทั้งแปลง การใช้วัสดุสร้างขอบแปลงเช่น ไม้หรืออิฐบล็อกจะช่วยรักษารูปทรงของแปลงและป้องกันดินพัง สำหรับแปลงผักแบบยกจะมีข้อดีในการควบคุมสภาพดินได้ดีกว่าและลดปัญหาวัชพืช การปรับปรุงดินและการปรุงดิน การปรับปรุงเนื้อดินเป็นกุญแจสำคัญในการปลูกผักให้เจริญเติบโตได้ดี ดินที่เหมาะสำหรับปลูกผักควรเป็นดินร่วนที่มีการระบายน้ำดีและอุดมไปด้วยอินทรียวัตถุ หากดินเดิมเป็นดินทรายหรือดินเหนียว จำเป็นต้องปรับปรุงโดยการเพิ่มปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตราประมาณ 2-3 กิโลกรัมต่อเนื้อที่ 1 ตารางเมตร ส่วนผสมดินที่ดีสำหรับแปลงผักประกอบด้วย แกลบดำ 2 ส่วน แกลบ [...]

1 นาที
ปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านง่ายจริงหรือ? เทคนิคลับที่ทำให้คุณมีผักสดใส่ตู้เย็นตลอดปี
ทั่วไป

ปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านง่ายจริงหรือ? เทคนิคลับที่ทำให้คุณมีผักสดใส่ตู้เย็นตลอดปี

การปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านในประเทศไทยอาจฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม ทุกคนสามารถมีผักเมืองหนาวสดใหม่ไว้บริโภคเองได้ตลอดทั้งปี แม้จะอยู่ในเขตภูมิอากาศเมืองร้อน การปลูกผักเมืองหนาวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมถึงควรปลูกผักเมืองหนาวเอง? ผักเมืองหนาวในตลาดมักมีราคาสูงและบางครั้งหายากตามฤดูกาล การปลูกเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดในราคาประหยัด นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ทำให้มั่นใจได้ว่าผักที่ได้รับประทานนั้นปลอดจากสารพิษ การปลูกผักเมืองหนาวยังช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตของพืชมากขึ้น สร้างความพึงพอใจจากการได้บริโภคผลผลิตที่ปลูกด้วยมือตนเอง และยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับสุขภาพจิตใจอีกด้วย การมีแปลงผักเล็กๆ ในบ้านยังช่วยเพิ่มความร่มรื่นและบรรยากาศดีให้กับพื้นที่อยู่อาศัย กระเทียมต้น: จุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับมือใหม่ กระเทียมต้นเป็นผักเมืองหนาวที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตดี เริ่มต้นด้วยการผสมดินร่วนกับปุ๋ยคอก รดน้ำให้ดินชุ่มแล้ววางไว้ นำเมล็ดกระเทียมต้นมาปลูกลงในหลุมเพาะลึก 1 เซนติเมตร กลบดินแล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำวันละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกล้าอายุได้ 60 วัน ให้ย้ายไปปลูกในแปลงหรือกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก การใช้ตาข่ายบังแดดจะช่วยให้กระเทียมต้นเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่เย็นสบาย หลังจากย้ายมาปลูกแล้วอีก 80 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้แล้ว การปลูกกระเทียมในเชิงพาณิชย์นิยมใช้กลีบกระเทียมแทนเมล็ด โดยเลือกใช้กลีบนอกที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะให้ผลผลิตที่ดีกว่า การปลูกในระยะ 10×10-15 เซนติเมตร จะให้ผลผลิตสูงที่สุด และการใช้ฟางคลุมแปลงจะช่วยควบคุมวัชพืชและรักษาความชุ่มชื้นในดิน กะหล่ำหลากสาย: เลือกปลูกได้ตามความชอบ กะหล่ำปมเป็นอีกหนึ่งผักเมืองหนาวที่สามารถปลูกในไทยได้ดี การเพาะเมล็ดทำได้โดยนำเมล็ดมาปลูกในแผงเพาะกล้าที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ฝังหลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด หรือหากเพาะในแปลงปลูกควรเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2-4 เซนติเมตร [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent