Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ปลูกผักสวนครัวริมรั้วแบบไหนที่ปลูกง่าย ดูแลสะดวก เก็บกินได้นานตลอดปี?

Homeday
18 พฤษภาคม 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 18/5/2568

ปลูกผักสวนครัวริมรั้วแบบไหนที่ปลูกง่าย ดูแลสะดวก เก็บกินได้นานตลอดปี?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การปลูกผักสวนครัวริมรั้วเป็นวิธีใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากจะได้ผักปลอดสารพิษไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด บทความนี้จะแนะนำผักสวนครัว 10 ชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกริมรั้ว ดูแลง่าย และสามารถเก็บเกี่ยวได้ยาวนานตลอดปี
Article Image

กระเจี๊ยบเขียวปลูกในเข่งได้ผลดีจริงหรือไม่?

กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่เหมาะกับการปลูกริมรั้วหรือในภาชนะ เช่น เข่งหรือกระถาง เพราะมีความสูงที่เหมาะสมประมาณ 40 เซนติเมตร – 2 เมตร ทำให้จัดการพื้นที่ได้ง่าย สำหรับการปลูกในเข่ง สามารถใช้เข่งขนาด 15 นิ้วหรือเบอร์ 6 เริ่มด้วยการรองก้นเข่งด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ตามด้วยดินปลูกที่ผสมปุ๋ยอินทรีย์
ต้นกล้าควรมีอายุประมาณ 25 วันก่อนย้ายลงปลูกในเข่ง โดยใน 1 เข่งสามารถปลูกได้ 2 ต้น หลังจากปลูกเสร็จ ควรกลบหน้าดินด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำรดให้ชุ่ม ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราและกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก
การดูแลในช่วงแรกควรรดน้ำเช้า-เย็นทุกวัน หลังปลูกไป 3 วัน ควรตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้าง และใช้ฮอร์โมนไข่นมสดผสมน้ำพ่นในตอนเช้าทุก 3 วัน ประมาณวันที่ 10 ควรใส่ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ดโดยโรยรอบขอบเข่ง และวันที่ 20 ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 กระเจี๊ยบเขียวจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุประมาณ 40 วัน และเก็บเกี่ยวได้เมื่อฝักยาว 4-9 เซนติเมตร
Article Image

กระถินในกระถางอยู่ได้นานแค่ไหนและเก็บกินอย่างไรให้มีตลอด?

กระถินเป็นไม้ยืนต้นที่เหมาะสำหรับปลูกเป็นรั้วและสามารถปลูกในกระถางได้อย่างง่ายดาย การปลูกในกระถางควรใช้กระถางขนาดประมาณ 1 ฟุต ใส่ใบไม้หรือกิ่งไม้อ่อนรองก้นกระถางเพื่อป้องกันดินไหลออก และเติมดินผสมที่ประกอบด้วยดินเก่า ปุ๋ยคอก แกลบดำ และขุยมะพร้าว อย่างละ 1 ส่วน
การเพาะกระถินทำได้ง่าย โดยหยอดเมล็ด 2-3 เมล็ดลงในกระถาง กลบด้วยดินบางๆ และรดน้ำ เมล็ดจะงอกภายใน 1 เดือน เมื่อต้นโตขึ้น สามารถเติมดินเพิ่มและปลูกไว้ข้างรั้วเพื่อป้องกันกระถางล้ม
กระถินสามารถอยู่ได้หลายปี และให้ผลผลิตตลอดทั้งปี การดูแลไม่ยุ่งยาก เพียงรดน้ำทุก 3 วัน เนื่องจากเป็นพืชทนแล้ง และตัดแต่งกิ่งให้มีขนาดเหมาะสม โดยเฉพาะหากปลูกชิดรั้วของเพื่อนบ้าน นอกจากจะเก็บยอดอ่อนและใบมารับประทานแล้ว ยังสามารถตัดยอดที่เก็บไม่ทันไปทำปุ๋ยหมักหรือใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อีกด้วย
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : Sanook

ผักหวานป่าออกยอดน้อย มีเทคนิคอะไรช่วยได้บ้าง?

ผักหวานป่าเป็นผักที่มีรสชาติหวานมัน ไม่มีกลิ่น แต่มักโตช้าและปลูกยากกว่าผักหวานบ้าน หากต้องการให้ผักหวานป่าออกยอดดีและสามารถเก็บตัดขายได้ทั้งปี มีเทคนิคดังนี้
เริ่มต้นด้วยการรองก้นหลุมด้วยขี้วัว ปลูกหลังจากเพาะกล้าได้ประมาณ 1 เดือน โดยขุดหลุมปลูกไม่ลึกมาก ระยะปลูกควรเป็น 1×1 เมตร (ได้ 400 ต้นต่อไร่) หรือ 2×2 เมตร (ได้ 200 ต้นต่อไร่) ในช่วงแรกควรครอบต้นอ่อนด้วยกระถางหรือเข่งไม้ไผ่เพื่อลดปริมาณแสงแดดที่ได้รับเป็นเวลา 1 ปี
หลังปลูกเสร็จ ต้องให้น้ำสม่ำเสมอประมาณ 1 เดือนก่อนฤดูฝนจะมาถึง ฤดูกาลแตกยอดของผักหวานป่าเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปี ในช่วงนี้ควรตัดแต่งกิ่งเพื่อกระตุ้นการแตกยอด และใส่ปุ๋ยคอกประเภทขี้วัว ขี้หมู หรือขี้ไก่ ปีละ 2-3 ครั้ง
เทคนิคพิเศษสำหรับการเพิ่มผลผลิตคือการพ่นน้ำหมักชีวภาพจากหัวปลีฉีดพ่นบริเวณยอดผักหวาน ซึ่งจะช่วยให้ยอดยืดยาวและมีน้ำหนักดีขึ้น ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
Article Image

ปลูกกะเพราต้นเดียวจะดกได้อย่างไร เคล็ดลับไหนที่คนปลูกต้องรู้?

กะเพราเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมายและเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร การปลูกกะเพราให้ได้ผลผลิตดกมีเทคนิคสำคัญดังนี้
การขยายพันธุ์ที่ได้ผลดีที่สุดคือการปักชำกิ่ง เพราะกะเพราจะเจริญเติบโตได้เร็วกว่าการเพาะเมล็ด เริ่มจากเลือกกิ่งกะเพราที่สมบูรณ์ ไม่มีโรคแมลง เป็นกิ่งกลางแก่กลางอ่อนที่ยังไม่ออกดอก ตัดกิ่งให้ยาวประมาณ 4-5 นิ้ว แล้วนำมาปักในกระถางที่มีดินร่วนซุย ปักให้เอียงทำมุม 45 องศา กลบดินให้แน่น และรดน้ำให้ชุ่ม
การปลูกควรเลือกพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน เพราะกะเพราชอบแสงแดดจัด รดน้ำให้ดินชุ่มอยู่เสมอแต่ไม่แฉะ และใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเดือนละครั้ง
เคล็ดลับสำคัญในการเก็บเกี่ยวกะเพราให้มีผลผลิตตลอดปีคือ แทนที่จะเด็ดใบทีละใบ ควรตัดทั้งยอด วิธีนี้จะกระตุ้นให้ต้นแตกยอดใหม่และใบที่งอกออกมาจะมีขนาดใหญ่กว่าเดิม หากเก็บไม่ทัน ควรตัดยอดทิ้งทุกสัปดาห์เพื่อป้องกันไม่ให้แก่และออกดอก
นอกจากนี้ ต้องตัดดอกทิ้งทันทีเมื่อเห็นดอกตูม เพราะดอกจะดึงสารอาหารไปเลี้ยง ทำให้ต้นโทรมและมีอายุสั้นลง ด้วยการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการรดน้ำและใส่ปุ๋ย ต้นกะเพราจะแข็งแรงและให้ผลผลิตได้ตลอดปี
Article Image

พริกปลูกในกระถางได้ผลผลิตดีจริงหรือ? เริ่มต้นอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ?

การปลูกพริกในกระถางเป็นวิธีที่สะดวกสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดและต้องการมีพริกสดไว้ใช้ในครัวเรือน พริกเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 1-2.5 เมตร สามารถปรับขนาดให้เหมาะสมกับกระถางได้
เริ่มต้นด้วยการเตรียมอุปกรณ์ ได้แก่ เมล็ดพริก ดินร่วนปนทราย น้ำอุ่น ภาชนะสำหรับเพาะต้นกล้า กระถางสำหรับปลูก และปุ๋ย นำเมล็ดพริกแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 1 วัน นำออกมาผึ่งแดดก่อนนำไปเพาะในภาชนะที่มีดินร่วนผสมปุ๋ย โดยเจาะดินเป็นหลุมแล้วหยอดเมล็ด กลบดิน รดน้ำให้ชุ่ม และวางในที่มีแสงแดด
เมื่อต้นกล้าเริ่มมีใบ ให้คัดเลือกต้นที่แข็งแรงที่สุดมาปลูกในกระถางที่เตรียมไว้ รดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ ในช่วงแรกควรรดน้ำทุกวัน แต่เมื่อพริกเริ่มติดดอกและผล สามารถลดความถี่ลงได้
การดูแลที่ดีคือรดน้ำให้เหมาะสม พรวนดินสม่ำเสมอ กำจัดวัชพืช และไม่ให้ดินแฉะ พริกต้องการแสงแดดจัด จึงควรวางกระถางในที่ที่แดดส่องถึง หากดูแลดี พริกจะให้ผลผลิตหลังปลูกประมาณ 2-3 เดือน และสามารถเก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
Article Image

ตำลึงปลูกอย่างไรให้แน่ใจว่าได้ตำลึงเพศเมียที่รสชาติดี?

ตำลึงเป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่ายและเจริญเติบโตได้รวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ตำลึงมีทั้งเพศผู้และเพศเมีย ซึ่งตำลึงเพศเมียจะมีรสชาติอร่อยกว่า โดยมีวิธีสังเกตง่ายๆ คือ ตำลึงเพศเมียจะมีขอบใบหยักเว้าตื้นๆ ใบป้อมเกือบกลม ส่วนตำลึงเพศผู้จะมีขอบใบหยักเว้าลึกเกือบถึงโคนใบ
การปลูกตำลึงให้ได้ต้นเพศเมียที่มีรสชาติดี ควรเริ่มด้วยการเลือกกิ่งพันธุ์จากตำลึงเพศเมียที่รู้จัก โดยเลือกกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อนที่เป็นสีน้ำตาล มีขนาดเท่าดินสอ ตัดเป็นท่อนให้มี 3 ข้อ ยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตัดโคนกิ่งให้อยู่ใต้ข้อ และริดใบออก
นำกิ่งพันธุ์มาปักชำในกระถางหรือพื้นที่ที่มีดินร่วนผสมอินทรียวัตถุ รดน้ำให้ชุ่มเช้า-เย็น และวางในที่แสงแดดรำไร หากปลูกริมรั้ว ควรเตรียมโครงสำหรับให้ตำลึงเลื้อยพัน ประมาณ 1 สัปดาห์ ตำลึงจะเริ่มแตกใบ เมื่อต้นแข็งแรง จึงย้ายไปปลูกในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดมากขึ้น
เทคนิคในการดูแลตำลึงให้ได้ผลผลิตดี คือ หมั่นให้น้ำสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ต้นเหี่ยว หมั่นเด็ดยอดบ่อยๆ เพื่อกระตุ้นให้แตกยอดใหม่มากขึ้น และใส่ปุ๋ยอินทรีย์เดือนละ 1-2 ครั้ง เมื่อตำลึงเริ่มแตกยอดดก สามารถเก็บมาประกอบอาหารได้ตามต้องการ
Article Image

ฟักเขียวโตเร็วจริงหรือไม่? ปลูกอย่างไรให้ได้ผลในเวลาไม่นาน?

ฟักเขียวเป็นพืชผักเศรษฐกิจที่ลงทุนน้อยแต่เก็บเกี่ยวได้เร็ว เป็นไม้เลื้อยอายุสั้นที่เหมาะสำหรับปลูกริมรั้วหรือทำค้างให้เลื้อย วิธีการปลูกฟักเขียวให้ได้ผลดีมีดังนี้
เริ่มจากการเตรียมดิน โดยไถดินตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคประมาณ 7-10 วัน จากนั้นพรวนดินให้ร่วนซุย และใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก คลุกเคล้าให้เข้ากันเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับดิน
การเพาะเมล็ดฟักเขียวทำได้โดยนำเมล็ดแช่น้ำ 2-3 ชั่วโมง แล้วห่อด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆ ใส่ในกระติกน้ำแข็ง (ไม่ต้องมีน้ำแข็ง) ปิดฝา รอประมาณ 3 วันเมล็ดจะเริ่มงอก นำไปใส่ถาดเพาะกล้า ทิ้งไว้ 15 วัน จนต้นอ่อนยาวประมาณ 3 เซนติเมตร จึงย้ายลงแปลงหรือริมรั้ว
การขุดหลุมปลูกให้ลึกเพียง 3-5 เซนติเมตรก็เพียงพอ เมื่อต้นอายุประมาณ 15-20 วัน ควรทำค้างหรือปล่อยให้เลื้อยตามรั้ว ฟักเขียวเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี ควรหมั่นรดน้ำสม่ำเสมอ แต่ระวังอย่าให้น้ำท่วมขัง และไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่มีแดดจัดเกินไป
ด้วยการดูแลที่เหมาะสม ฟักเขียวจะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและให้ผลผลิตภายในเวลาไม่นาน ทำให้เป็นพืชที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเก็บเกี่ยวผลผลิตในระยะเวลาอันสั้น
Article Image

มะเขือเทศปลูกริมรั้วได้หรือไม่? ควรดูแลอย่างไรให้ออกผลดก?

มะเขือเทศเป็นพืชที่สามารถปลูกริมรั้วได้ เพราะมีลักษณะเป็นไม้พุ่มเตี้ยกึ่งเลื้อย มีความสูงประมาณ 50-150 เซนติเมตร ทำให้จัดการพื้นที่ได้ง่าย โดยอาจทำค้างหรือเชือกให้เลื้อยไปตามรั้ว
การปลูกมะเขือเทศให้ออกผลดกควรเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในหน้าหนาว เพราะอุณหภูมิและความชื้นในช่วงนี้เหมาะกับการติดผล อย่างไรก็ตาม หากต้องการปลูกในช่วงอื่น สามารถทำได้โดยมีการดูแลที่เหมาะสม
เริ่มปลูกด้วยการเตรียมดินให้ร่วนซุย ผสมปุ๋ยอินทรีย์เพื่อเพิ่มธาตุอาหาร ในช่วง 50 วันแรกหรือช่วงที่ยังเป็นต้นกล้า ควรรดน้ำสม่ำเสมอและให้ได้รับแสงแดดที่เพียงพอ หลังจากต้นโตเต็มที่ สามารถลดปริมาณน้ำลงได้
การตัดแต่งกิ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับมะเขือเทศ โดยควรตัดกิ่งที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดีและลดโอกาสเกิดโรค รวมถึงช่วยให้แสงแดดส่องถึงผลมะเขือเทศได้ทั่วถึง ควรเด็ดยอดเมื่อต้นสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อให้แตกกิ่งข้างและออกผลมากขึ้น
นอกจากนี้ การใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะปุ๋ยที่มีธาตุฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง จะช่วยส่งเสริมการออกดอกและติดผล ทำให้มะเขือเทศมีผลผลิตดกและมีคุณภาพดี
Article Image

โหระพาปลูกง่ายแต่แตกกิ่งไม่ดี ทำไมและแก้ไขอย่างไร?

โหระพาเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กที่มีกลิ่นหอม เหมาะสำหรับปลูกริมรั้วหรือในกระถาง หากประสบปัญหาโหระพาไม่แตกกิ่ง มีเทคนิคการแก้ไขดังนี้
การปลูกโหระพาสามารถทำได้ทั้งการปักชำและเพาะเมล็ด แต่การปักชำจะให้ผลเร็วกว่าและควบคุมลักษณะพันธุ์ได้ดีกว่า โดยเลือกกิ่งโหระพาที่แข็งแรง ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ตัดใบล่างออกให้เหลือใบบนไว้ 2-3 คู่ แล้วนำไปปักในดินร่วนผสมขุยมะพร้าว รดน้ำให้ชุ่ม
สาเหตุหลักที่โหระพาไม่แตกกิ่งอาจเกิดจากการได้รับแสงไม่เพียงพอ การใส่ปุ๋ยไม่เหมาะสม หรือการปล่อยให้ออกดอกเร็วเกินไป ปกติโหระพาชอบแสงแดดจัด แต่ไม่ควรให้แดดจัดเกินไปจนใบไหม้ ควรได้รับแสงประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน
เทคนิคสำคัญในการกระตุ้นให้โหระพาแตกกิ่งคือ การตัดยอดหรือเด็ดยอดเมื่อต้นสูงประมาณ 15 เซนติเมตร ซึ่งจะทำให้แตกกิ่งข้าง และการตัดช่อดอกออกทันทีที่เห็น เพราะการออกดอกจะทำให้การเจริญเติบโตชะงัก ใบเล็กลง และกลิ่นหอมลดลง
นอกจากนี้ การใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกเดือนละครั้ง และการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่ให้แฉะ จะช่วยให้โหระพาเจริญเติบโตได้ดี มีใบดกและหอม การเก็บเกี่ยวควรใช้มีดตัดยอดหรือกิ่ง ไม่ควรเด็ดเฉพาะใบ เพราะจะทำให้ต้นไม่แตกยอดใหม่และทำให้ผลผลิตลดลง

สรุป

การปลูกผักสวนครัวริมรั้วเป็นวิธีดีที่ช่วยประหยัดพื้นที่และได้ผักปลอดสารพิษไว้รับประทานเอง ทั้งกระเจี๊ยบเขียว กระถิน ผักหวาน เล็บครุฑ กะเพรา พริก ตำลึง ฟักเขียว มะเขือเทศ และโหระพา ล้วนเป็นพืชผักที่ปลูกง่าย ดูแลสะดวก เหมาะกับการปลูกริมรั้วบ้าน ไม่ว่าจะมีพื้นที่มากหรือน้อย ก็สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมได้ ทั้งการปลูกลงดินหรือในภาชนะ เช่น กระถาง เข่ง หรือถุงปลูก โดยหลักการดูแลทั่วไปคือให้น้ำ แสงแดด และปุ๋ยอย่างเหมาะสม หมั่นตัดแต่งกิ่งและเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธี ก็จะทำให้มีผักสดสะอาดไว้รับประทานได้ตลอดทั้งปี
#สาระ #ผักสวนครัว #ปลูกริมรั้ว #กระเจี๊ยบเขียว #กระถิน #ผักหวาน #เล็บครุฑ #กะเพรา #พริก #ตำลึง #ฟักเขียว #มะเขือเทศ #โหระพา
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ฟักเขียว
#มะเขือเทศ
#โหระพา
#เล็บครุฑ
#ผักหวาน
#ปลูกริมรั้ว
#พริก
#ต้นไม้และสวน
#กระถิน
#ตำลึง
#กะเพรา
#สาระ
#กระเจี๊ยบเขียว
#ผักสวนครัว

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
จะปลูกมะเขือให้ได้ผลดีที่บ้านทำอย่างไร? คู่มือครบครันสำหรับผักสวนครัวยอดนิยม
ทั่วไป

จะปลูกมะเขือให้ได้ผลดีที่บ้านทำอย่างไร? คู่มือครบครันสำหรับผักสวนครัวยอดนิยม

การปลูกมะเขือเป็นหนึ่งในกิจกรรมทำสวนครัวที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นผักที่มีหลากหลายสายพันธุ์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลวก ผัด ต้ม แกง หรือจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งถือเป็นผักที่ถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก การปลูกมะเขือในสวนครัวหลังบ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดใสปลอดสารพิษ และประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มะเขือมีกี่ชนิดที่เหมาะกับการปลูกที่บ้าน? มะเขือที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะตัวและวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป การเลือกชนิดมะเขือที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสำหรับการปลูกให้ประสบความสำเร็จ มะเขือเปราะ หรือ Solanum Aculeatissinum Jacq. เป็นพืชล้มลุกทรงพุ่มขนาดเล็ก มีลำต้นตั้งตรงผิวเรียบไม่มียาง ใบทรงหัวลูกศรปลายแหลม ผลเป็นทรงกลมเรียบ เนื้อแน่นกรอบฉ่ำน้ำ ส่วนใหญ่เป็นสีเขียว แต่อาจพบสีขาว เหลือง หรือม่วงตามสายพันธุ์ ภายในเป็นเมือกและมีเมล็ดจำนวนมาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมะเขือชนิดนี้ มะเขือเทศ หรือ Lycopersicon Esculentum Mill. เป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงกลมแข็งและเหนียว กิ่งก้านเป็นทรงพุ่มมีขนอ่อนปกคลุม มีกลิ่นเฉพาะตัว ผลมีรูปร่างและสีต่างกันตามสายพันธุ์ เมื่อสุกจะเป็นสีแดง ส้ม หรือเหลือง เนื้อในฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวหวานกรอบ มะเขือพวง หรือ Solanum Torvum Sw. เป็นไม้พุ่มยืนต้นที่แตกต่างจากมะเขือชนิดอื่น [...]

2 นาที
อะไรคือผักที่ปลูกได้ดีแม้อากาศร้อน? 10 ชนิดผักทนแดดที่เหมาะปลูกหน้าร้อน
ทั่วไป

อะไรคือผักที่ปลูกได้ดีแม้อากาศร้อน? 10 ชนิดผักทนแดดที่เหมาะปลูกหน้าร้อน

การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย ทำไมการเลือกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจึงสำคัญ? การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย ผักชนิดใดทนร้อนและปลูกง่ายในหน้าร้อน? 1. ผักบุ้ง – ผักกินง่ายที่ปลูกง่ายยิ่งกว่า ผักบุ้งจีนเป็นผักที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วแม้ในสภาพอากาศร้อน ลำต้นกลมเป็นปล้อง มีความกลวงภายใน ใบและยอดจะแตกออกตามข้อพร้อมรากด้วย ก้านใบมีลักษณะคล้ายหัวลูกศรหรือรูปหัวใจ ดอกมีสีขาว สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ดและการปักชำราก ผักบุ้งเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายและชอบดินชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ สามารถปลูกในน้ำหรือแม้แต่ในฟองน้ำก็ได้ ต้องการแสงแดดเต็มวันและควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อดินแห้ง สำหรับการปลูกในช่วงหน้าร้อนอาจต้องรดน้ำบ่อยขึ้นเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เช้า สาย บ่าย และเย็น เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน [...]

2 นาที
ผักกินใบมีประโยชน์อะไรบ้าง? เรียนรู้วิธีปลูก 9 ชนิดยอดฮิตได้ง่ายๆ ที่บ้าน
ทั่วไป

ผักกินใบมีประโยชน์อะไรบ้าง? เรียนรู้วิธีปลูก 9 ชนิดยอดฮิตได้ง่ายๆ ที่บ้าน

การเพิ่มผักใบเขียวในอาหารประจำวันถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพ นอกจากจะให้วิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์แล้ว ผักกินใบยังมีแคลอรี่ต่ำแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่าย หากคุณมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย คุณสามารถปลูกผักกินใบหลากหลายชนิดได้ที่บ้าน ซึ่งนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าปลอดสารเคมีอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับผักกินใบ 9 ชนิดยอดนิยม พร้อมวิธีปลูกและประโยชน์ต่อสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ผักกินใบคืออะไร? ทำความรู้จักให้มากขึ้น ผักกินใบ เป็นหนึ่งในประเภทของผักที่เรานิยมบริโภคส่วนของใบเป็นหลัก แตกต่างจากผักกินดอก ผักกินหัว หรือผักกินผล ผักประเภทนี้มีทั้งใบขนาดเล็กและใบขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วแต่มีอายุสั้น ใช้เวลาในการปลูกและเก็บเกี่ยวเพียงประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น ผักกินใบมักต้องการปุ๋ยที่มีไนโตรเจนเป็นหลักเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของส่วนใบ คุณสมบัติเด่นของผักกินใบคือมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ทำไมการทานผักใบเขียวจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ? การรับประทานผักใบเขียวเป็นประจำมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่บริโภคผักใบเขียวทุกวันมีอัตราการเสื่อมของระบบสมองที่ช้ากว่าผู้ที่ไม่รับประทาน ผักใบเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่: วิตามินและแร่ธาตุ: ผักใบเขียวมีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค และแร่ธาตุอย่างเช่น แคลเซียม โพแทสเซียม และเหล็ก ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระ: ผักใบเขียวมีสารเบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน ช่วยชะลอวัย และลดการเกิดริ้วรอย ใยอาหาร: ช่วยในระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด [...]

3 นาที
สมุนไพรไล่ยุงมีอะไรบ้าง? 7+ ชนิดที่ใช้แทนสารเคมีได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ทั่วไป

สมุนไพรไล่ยุงมีอะไรบ้าง? 7+ ชนิดที่ใช้แทนสารเคมีได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ยุงเป็นแมลงตัวร้ายที่มาพร้อมกับอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย นอกจากจะน่ารำคาญแล้ว ยังเป็นพาหะนำโรคร้ายแรงหลายชนิด เช่น ไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา หลายคนจึงหันมาใช้สเปรย์หรือยากันยุงที่มีสารเคมี แต่การใช้สารเคมีเป็นประจำอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือการใช้สมุนไพรไล่ยุง ซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันยุงได้ดีไม่แพ้สารเคมี แถมยังปลอดภัยต่อผู้ใช้และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย มาดูกันว่ามีสมุนไพรชนิดใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ไล่ยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมควรเลือกใช้สมุนไพรไล่ยุงแทนสารเคมี? การใช้สมุนไพรไล่ยุงมีข้อดีหลายประการเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมี แม้ว่าระยะเวลาในการป้องกันยุงของสมุนไพรอาจจะสั้นกว่า โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ข้อดีคือคุณสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ สมุนไพรหลายชนิดยังมีประโยชน์อื่นๆ เช่น ช่วยให้ผ่อนคลาย หายใจสะดวก ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น และบรรเทาอาการปวดและอักเสบจากการถูกยุงและแมลงกัดต่อย สมุนไพรที่ใช้ไล่ยุงส่วนใหญ่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นสารสำคัญ ซึ่งมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ยุงไม่ชอบ ทำให้สามารถไล่ยุงได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีอันตราย ที่สำคัญ สมุนไพรเหล่านี้หาได้ง่ายตามครัวเรือนทั่วไป ราคาไม่แพง และสามารถนำมาปลูกไว้รอบๆ บ้านเพื่อช่วยไล่ยุงได้อีกด้วย ตะไคร้หอม: สมุนไพรไล่ยุงอันดับหนึ่งที่ทั่วโลกยอมรับ ตะไคร้หอมเป็นสมุนไพรไล่ยุงที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นพืชตระกูลหญ้าที่มีกลิ่นเฉพาะตัว เหง้าอยู่ใต้ดิน ลำต้นแตกเป็นกอ ใบยาว สาก หนา และคม ในตะไคร้หอมมีน้ำมันหอมระเหยที่มีสารสำคัญหลายชนิด ได้แก่ Citronella, Citronellol และ Geraniol ซึ่งเป็นสารที่มีประสิทธิภาพในการไล่ยุงลายได้เป็นอย่างดี วิธีการใช้ตะไคร้หอมไล่ยุงทำได้หลายวิธี วิธีแรกคือการปลูกไว้รอบๆ บ้าน [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent