Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ต้นปรงคืออะไร และทำไมถึงเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่มีทั้งประโยชน์และอันตราย?

Homeday
29 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 29/5/2568

ต้นปรงคืออะไร และทำไมถึงเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่มีทั้งประโยชน์และอันตราย?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ต้นปรงเป็นพืชโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าไดโนเสาร์ ด้วยรูปทรงที่แปลกตาแต่งดงาม จึงกลายเป็นไม้ประดับยอดนิยมในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความสวยงามของต้นปรงมาพร้อมกับความซับซ้อนในการดูแลและความเสี่ยงจากสารพิษที่มีอยู่ในส่วนต่างๆ ของต้น ทำให้ผู้ที่สนใจปลูกต้นปรงจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เพื่อความปลอดภัยและการดูแลที่เหมาะสม
Article Image

ความเป็นมาและประวัติศาสตร์ของต้นปรง

ต้นปรงหรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cycas เป็นพืชในวงศ์ Cycadaceae ที่ถือเป็นพืชโบราณอายุหลายล้านปี ซึ่งมีบรรพบุรุษอยู่ในยุคของไดโนเสาร์เลยทีเดียว การที่ต้นปรงยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบันถือเป็นเรื่องที่โชคดีมาก เนื่องจากในปัจจุบันต้นปรงจัดอยู่ในกลุ่มพืชอนุรักษ์ในบัญชีไซเตส (CITES) แล้ว เพราะกำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงในธรรมชาติ
ต้นปรงในอันดับ Cycadales ทั่วโลกมีอยู่ด้วยกัน 3 วงศ์ คือ Cycadaceae, Stangeriaceae และ Zamiaceae มีสมาชิกรวมแล้วประมาณ 300 ชนิด โดยในวงศ์แรก Cycadaceae มีเพียง 1 สกุล คือ Cycas มีประมาณ 90 ชนิด กระจายพันธุ์กว้างขวางในเขตโลกเก่า ตั้งแต่ฝั่งตะวันออกของทวีปแอฟริกา มาจนถึงเอเชีย ออสเตรเลีย และตามหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก
สำหรับประเทศไทยนั้น มีปรงพื้นเมืองทั้งหมด 12 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะกระจัดกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่มักจะขึ้นในที่โล่งแจ้งและค่อนข้างแห้ง ชื่อที่เรียกแต่ละชนิดจะบอกถึงความแตกต่างและแหล่งกำเนิดของต้นปรงนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน
Article Image

ลักษณะเฉพาะและโครงสร้างของต้นปรง

ต้นปรงมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากพืชชนิดอื่นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นพืชเมล็ดเปลือย มีเนื้อไม้ ลำต้นขนาดใหญ่ บางชนิดสูงกว่า 10 เมตร คล้ายต้นปาล์ม แต่มีความโดดเด่นที่ทำให้สามารถแยกออกจากต้นปาล์มได้ง่าย โดยเพศผู้และเพศเมียจะอยู่แยกต้นกัน

โครงสร้างลำต้นและใบ

ลำต้นของปรงเป็นไม้พุ่ม อยู่เหนือดิน มีลักษณะคล้ายต้นมะพร้าวต้นเล็กหรือต้นปาล์ม บางชนิดเมื่ออายุมากขึ้นอาจแตกกิ่งก้านสาขา หรือสร้างโขดสะสมอาหารใต้ดิน ตามลำต้นมีแผลของก้านใบที่หลุดร่วงล้อมรอบ ทำให้เห็นร่องรอยของการเจริญเติบโต
ใบของปรงมีใบเป็นใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับแน่นที่ปลายยอด เส้นกลางใบนูนเด่นชัด ไม่มีเส้นแขนง แต่มีเกล็ดหุ้มยอด ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ออกเวียนเป็นรัศมี โดยใบของต้นเพศผู้จะสร้างไมโครสปอร์ ส่วนใบของต้นเพศเมียจะสร้างเมกะสปอร์

ดอกและผลของต้นปรง

ต้นปรงมีดอกเป็นดอกไม่สมบูรณ์เพศ แยกกันอยู่คนละต้น1 สามารถสร้างอวัยวะสืบพันธุ์ที่เรียกว่า โคน (cone) มีโคนแยกเพศอยู่ต่างต้นกัน โคนเพศผู้จะอัดแน่นเป็นช่อทรงกรวยที่ปลายยอด มีสปอร์เรียงรอบแกนกลาง ส่วนโคนเพศเมียจะเป็นกาบระหว่างใบ มีไข่อ่อนกลมๆ ติดอยู่ระหว่างโคน
ผลของปรงมีทรงกลมหรือทรงรี สีเหลือง ด้านนอกมีเนื้อสดและหนา ด้านในแข็งเป็นเนื้อไม้ โดยจะเริ่มแก่ในช่วงสิงหาคม-กันยายน เมล็ดเป็นเมล็ดเปลือย ไม่มีรังไข่ อาจเป็นทรงกลมหรือทรงรีก็ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ขนาดของเมล็ดจะค่อนข้างใหญ่และสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
Article Image

สายพันธุ์ปรงยอดนิยมสำหรับไม้ประดับ

ต้นปรงที่ผู้คนนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในประเทศไทยมีทั้งหมด 4 สายพันธุ์หลัก โดยแบ่งออกเป็นปรงพื้นเมืองของไทย 3 สายพันธุ์ และปรงต่างประเทศ 1 สายพันธุ์

ปรงพื้นเมืองไทย

ปรงทะเล มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cycas litoralis K.D.Hill เป็นปรงที่พบได้ตามป่าชายหาด ลำต้นอาจมียอดเดียวหรือหลายยอดก็ได้ เปลือกขรุขระ มีร่องลึกชัดเจน ใบแข็งและหนา โคนเพศเมียเป็นรูปกรวยแคบ โคนเพศผู้เป็นรูปไข่ ส่วนเมล็ดก็เป็นทรงไข่ มีจำนวนมาก เห็นได้ชัดเจน ผิวมันเรียบ
ปรงประจวบหรือปรงมะพร้าวสีดา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cycas pranburiensis S.L.Yang,W.Tang,K.D.Hill&P.Vatcharakorn เป็นพืชที่พบได้บริเวณเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันถูกคุกคามจำนวนมาก จึงมีการเพาะเลี้ยงจากเมล็ด ลำต้นสูงไม่เกิน 3 เมตร เปลือกเป็นร่องลึกและเป็นทางยาว ก้านใบค่อนข้างแข็งและหนา
ปรงเหลี่ยมหรือตาลปัตรฤาษี มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cycas siamensis Miq. เป็นปรงที่พบได้ง่ายและเกือบทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ ส่วนมากขึ้นตามป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ลำต้นจะค่อนข้างสั้น เปลือกแตกเป็นร่อง ก้านใบแข็งและหนา เมล็ดค่อนข้างกลม มีสีเหลือง

ปรงต่างประเทศยอดนิยม

ปรงญี่ปุ่นหรือสาคูปาล์ม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cycas revoluta Thunb. เป็นปรงนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในไซแคดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการปลูกเลี้ยง ลำต้นตั้งตรง ไม่แตกกิ่งก้าน เปลือกขรุขระ ใบกระจุกแน่นที่ปลายยอด ปลายเรียวหลาบ ก้านใบแข็ง มีหนามแหลมสั้นๆ มักเห็นได้ในสวนพฤกษศาสตร์เกือบทุกแห่ง ทั้งในเขตอบอุ่นและเขตร้อน
Article Image

วิธีการปลูกและขยายพันธุ์ต้นปรง

การขยายพันธุ์ต้นปรงทำได้ด้วยวิธีการแยกหน่อและการเพาะเมล็ด แต่วิธีหลักที่นิยมใช้คือการเพาะเมล็ดเท่านั้น เนื่องจากไม่สามารถทำด้วยวิธีการอื่นๆ ได้ เมล็ดของต้นปรงจะงอกได้ค่อนข้างช้ามาก

เทคนิคการเตรียมเมล็ดเพื่อให้งอกเร็วขึ้น

หากต้องการให้เมล็ดปรงงอกเร็วขึ้น ต้องทำการเลาะเปลือกหุ้มเมล็ดออกก่อน แล้วกะเทาะกะลาที่อยู่ข้างในเมล็ดให้แตกอีกที วิธีนี้จะช่วยให้น้ำหรือความชื้นซึมเข้าไปในเมล็ดได้ง่ายขึ้น ทำให้เมล็ดงอกเร็วขึ้น นอกจากนี้ควรนำเมล็ดปรงไปแช่น้ำยาป้องกันเชื้อรา เพื่อช่วยให้ต้นปรงมีเปอร์เซ็นต์การงอกสูงขึ้นด้วย

ขั้นตอนการเพาะปลูก

ในการเพาะเมล็ดปรงขั้นแรก ให้เพาะเอาไว้ในกระจาดที่ใส่ดินปนทราย โดยวางให้เมล็ดโผล่พ้นดินขึ้นมาครึ่งหนึ่ง แล้วตั้งไว้ที่กลางแจ้ง พร้อมดูแลรดน้ำสม่ำเสมอ จากนั้นสักพักใหญ่ๆ ก็จะมีก้านใบโผล่ขึ้นมาจากเมล็ด รอให้ยาวสักประมาณ 1 คืบ แล้วจึงนำไปปลูกลงดินแบบปกติได้เลย
การปลูกต้นปรงควรปลูกในดินที่ระบายน้ำได้ดี เป็นต้นไม้ที่ไม่ต้องการน้ำมากนัก ต้นปรงสามารถปลูกเลี้ยงง่าย ชอบดินร่วนระบายน้ำดี แสงแดดจัด โตช้า สามารถปลูกเป็นไม้กระถาง หรือไม้ประดับสวนก็ได้ ทนแล้งได้ดี

การดูแลรักษาต้นปรง

ต้นปรงเป็นต้นไม้ที่ดูแลไม่ยาก ทนทาน และไม่ค่อยมีโรค สามารถปลูกได้ดีในดินแทบทุกชนิด แต่จะชอบดินร่วนปนทรายเป็นพิเศษ ชอบแสงแดดจัดๆ ต้องการน้ำปานกลาง และทนต่อการขาดน้ำได้ดี

การให้ปุ๋ยและการป้องกันศัตรูพืช

ส่วนปุ๋ยจะใช้เป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักแค่ประมาณปีละ 2 ครั้ง แต่ต้องหมั่นตรวจเช็กต้นปรงบ่อยๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีไรแดงและเพลี้ยหอยมาก่อกวนได้ การดูแลต้นปรงญี่ปุ่นโดยเฉพาะจะต้องระวังใบเหลือง ซึ่งอาจเกิดจากการขาดแมกนีเซียม การรดน้ำมากเกินไป หรือแสงแดดที่แรงเกินไป
ต้นปรงญี่ปุ่นชอบแดดและน้ำมาก แต่แดดช่วงบ่ายอาจทำให้ใบไหม้ได้ ดังนั้นอาจจะต้องหาวิธีกรองแสง สำคัญคือดินต้องระบายน้ำดีเสมอ เพื่อป้องกันการเน่าเปื่อยของรากและลำต้น
Article Image

ประโยชน์และการใช้งานของต้นปรง

ต้นปรงมีรูปทรงที่แปลก แต่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ผู้คนส่วนใหญ่จึงนิยมปลูกปรงเป็นไม้ประดับ รวมถึงนำใบไปใช้ตกแต่งในงานพิธีต่างๆ แต่ประโยชน์ของต้นปรงไม่ได้จำกัดเพียงการตกแต่งเท่านั้น

การใช้เป็นอาหาร

เมล็ดของปรงสามารถนำไปสกัดเพื่อใช้เป็นแป้งสาคูทำขนมได้ แต่ต้องรู้ถึงวิธีการนำสารพิษออกจากเมล็ดให้ได้ก่อน ใบ แกน และเหง้าก็นำไปประกอบอาหารพื้นเมืองได้ ทั้งต้ม ผัด และแกงเลยด้วย ใบอ่อนของหลายสายพันธุ์เช่น Cycas circinalis, C. pectinata, C. revoluta, C. rumphii และ C. siamensis ถูกนำมาปรุงเป็นผักในหลายส่วนของโลกรวมถึงอินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น
ส่วนกลางของลำต้นของไซแคดหลายชนิด เช่น Macrozamina ถูกนำมาบดต้มในน้ำและใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น วัว หมู และสัตว์ปีก ในประเทศแอฟริกาบางประเทศ มีการทำ “ขนมปังกาฟฟิร์” จากแกนกลางลำต้นของ Encephalartos

การใช้เป็นยาสมุนไพร

ต้นปรงมีสรรพคุณทางยาหลากหลาย โดยชาวป่าทางภาคเหนือนิยมนำยางปรงมาทำเป็นยาทาแผลอักเสบ ดูดหนองฝี และดับพิษ ส่วนบริเวณหัวของปรงก็นิยมนำไปฝนแล้วปรุงกับเหล้า ใช้ในการสมานแผล แก้บวม แก้ฟกช้ำ รวมถึงใช้รักษาแผลเรื้อรังได้เป็นอย่างดี
ดอกของปรง ซึ่งมีรสค่อนข้างเผ็ด จะถูกนำมาใช้ในการบำรุงร่างกาย แก้ลม และแก้เสมหะ บริเวณลำต้นก็นำมาตำหรือบดแล้วใช้สระเพื่อบำรุงและรักษารากผมได้ ในเม็กซิโก น้ำต้มเมล็ดของ Dioon edule ใช้รักษาโรคปวดประสาท และในประเทศต่างๆ ในเอเชีย เมล็ดของไซแคดถูกนำมาทำเป็นครีมกับน้ำมันมะพร้าวและใช้สำหรับแผล บวม แผลพุพอง และปัญหาผิวหนังต่างๆ
Article Image

อันตรายและสารพิษในต้นปรง

แม้ว่าต้นปรงจะมีประโยชน์และสรรพคุณเพียบ แต่ต้นปรงก็มีพิษ ซึ่งอยู่ในส่วนยอดและเมล็ดด้วย สารพิษตัวที่พบในปรงมีชื่อว่า Cycasin ซึ่งเป็นสารกลุ่ม Pseudocyanotic glycoside

ผลกระทบของสารพิษต่อร่างกาย

เมื่อ Cycasin อยู่ในสภาวะกรด เช่น ในกระเพาะอาหาร จะสลายตัวให้เมทานอล (methylazoxymethanol) ทำให้เกิดอาการปวดหัว ปวดหลัง ปวดท้อง อาเจียน หายใจขัด สั่น และตามัว ถ้าหากได้รับพิษมากๆ ก็อาจจะตาบอดหรือร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
ส่วนถ้าหากสารนี้อยู่ในสภาวะด่าง เช่น ในลำไส้ จะสลายตัวให้ไฮโดรเจนไซยานิค (HCN) ซึ่งจะไปทำปฏิกิริยาจนขวางกั้นระบบหายใจ ทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้ออกซิเจนได้ ซึ่งจะตามมาด้วยอาการชักและเสียชีวิตในที่สุด

การศึกษาผลกระทบในสัตว์ทดลอง

นอกจากนี้ยังมีการศึกษากับสัตว์ทดลองแล้วพบว่า Cycasin มีพิษต่อตับและระบบประสาทด้วย เพื่อความปลอดภัย ก่อนที่จะนำมารับประทาน ต้องกำจัดสารพิษออกให้หมด ด้วยการต้มในน้ำร้อนหรือแช่น้ำทิ้งไว้หลายๆ วัน จนสารพิษละลาย แล้วจึงนำมาใช้ประกอบอาหาร
เมล็ดและใบของต้นปรงมีความเข้มข้นของสารพิษสูง ทำให้เป็นอันตรายเป็นพิเศษหากถูกกลืนเข้าไป น้ำยางของต้นปรงก็อาจเป็นพิษเมื่อสัมผัสกับผิวหนัง ดังนั้นแม้แต่การจับต้องต้นโดยไม่ใช้ความระมัดระวังที่เหมาะสม ก็อาจนำไปสู่ผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ได้

ข้อควรระวังและแนวทางการอนุรักษ์

การปลูกต้นปรงเพื่อการประดับตกแต่งควรเลือกต้นที่มาจากการเพาะเมล็ดใหม่ อย่าไปถอนมาจากธรรมชาติ เนื่องจากหากไม่ระมัดระวัง ต้นปรงหลายสายพันธุ์อาจสูญพันธุ์ไปได้ ปัจจุบันต้นปรงถูกจัดให้เป็นพืชอนุรักษ์ในบัญชีไซเตส เนื่องจากกำลังถูกคุกคามในธรรมชาติ
Article Image

สถานภาพการอนุรักษ์ในประเทศไทย

จากการศึกษาพบว่า ปรงในประเทศไทยมีสถานภาพการอนุรักษ์ที่แตกต่างกัน โดยมีหลายชนิดที่อยู่ในสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ปัจจัยคุกคามหลักต่อประชากรต้นปรงคือการเก็บต้นขนาดใหญ่อย่างผิดกฎหมาย รองลงมาคือเมล็ดอ่อนและใบอ่อนของต้นกล้าถูกทำลายโดยลิงหางยาว
ดังนั้นการปลูกต้นปรงจึงควรทำอย่างรับผิดชอบ โดยเลือกซื้อจากแหล่งที่เพาะปลูกอย่างถูกกฎหมาย และหากจะนำมาบริโภคก็อย่าลืมกำจัดสารพิษออกให้หมดก่อน เพื่อให้ความงามของต้นปรงยังคงอยู่สืบต่อไปและมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับพืชโบราณชนิดนี้ได้อย่างปลอดภัย

สรุป

ต้นปรงเป็นพืชโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีคุณค่าทั้งในด้านการประดับตกแต่ง การใช้เป็นอาหาร และสรรพคุณทางยา อย่างไรก็ตาม การปลูกและใช้ประโยชน์จากต้นปรงต้องทำด้วยความรู้และความระมัดระวัง เนื่องจากมีสารพิษที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากนี้ การอนุรักษ์ต้นปรงในธรรมชาติก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พืชโบราณชนิดนี้ยังคงอยู่คู่โลกต่อไป การเลือกซื้อต้นปรงจากแหล่งเพาะปลูกที่ถูกกฎหมายและการดูแลอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เราสามารถเพลิดเพลินกับความงามของต้นปรงได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน
#สาระ #ต้นปรง #ไม้ประดับ #พืชโบราณ #ไซแคด #ปรงญี่ปุ่น #สาคูปาล์ม #พืชอนุรักษ์ #ไซเตส #สารพิษ #ไซคาซิน #การปลูกต้นปรง #การดูแลต้นปรง #ปรงพื้นเมือง #ปรงทะเล #ปรงเหลี่ยม
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ปรงเหลี่ยม
#ปรงพื้นเมือง
#ต้นปรง
#การปลูกต้นปรง
#แตงกวา
#ไม้ประดับ
#ต้นไม้และสวน
#ปรงญี่ปุ่น
#ไซคาซิน
#ไซแคด
#สาคูปาล์ม
#สาระ
#การดูแลต้นปรง

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
เลือกต้นไม้ใบสีแดงสีเขียวตัวไหนดี? 10 สุดยอดต้นไม้สีสันสดใสสำหรับคนรักบ้าน
ทั่วไป

เลือกต้นไม้ใบสีแดงสีเขียวตัวไหนดี? 10 สุดยอดต้นไม้สีสันสดใสสำหรับคนรักบ้าน

ต้นไม้ใบสีแดงและเขียวไม่เพียงแต่เข้ากับเทศกาลแห่งความสุขอย่างวันคริสต์มาสเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มสีสันให้กับบ้านได้ตลอดทั้งปี บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 10 ชนิดของต้นไม้ใบสีแดงสีเขียวที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก และเหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทย ขอบคุณภาพจาก : all_sell_thee พรมออสเตรเลียดูแลยากไหม? เคล็ดลับการปลูกต้นไม้สวยสไตล์โมเสก พรมออสเตรเลียหรือที่รู้จักกันในชื่อ Mosaic Plant หรือ Nerve Plant เป็นไม้คลุมดินขนาดเล็กที่มีความสูงเพียง 10-15 เซนติเมตร โดดเด่นด้วยลวดลายเส้นใบสีแดงสวยงามบนพื้นใบสีเขียว ต้นไม้ชนิดนี้ชอบความชื้นสูงและแสงสว่างแต่ไม่ต้องการแสงแดดโดยตรง เพราะอาจทำให้ใบไหม้ได้ การดูแลพรมออสเตรเลียนั้นต้องคอยรดน้ำเมื่อดินชั้นบนแห้ง โดยควรใช้น้ำกรอง น้ำฝน หรือน้ำต้มที่เย็นแล้วจะดีที่สุด หากปล่อยให้ต้นแห้งเกินไป ใบจะเหี่ยวลง แต่หลังจากรดน้ำอย่างทั่วถึง ใบก็จะกลับมาสดชื่นอีกครั้ง นอกจากนี้การพ่นละอองน้ำหรือวางในห้องน้ำที่มีความชื้นจะช่วยให้ต้นเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 18-26 องศาเซลเซียส ฤๅษีผสมเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับสภาพอากาศไทยจริงหรือ? ฤๅษีผสม หรือ Coleus เป็นไม้อวบน้ำที่มีความสูงประมาณ 40-80 เซนติเมตร มีใบสีแดงสวยงามขอบใบเป็นสีเขียว ลักษณะใบเป็นรูปไข่ปลายแหลม โคนมน และขอบใบหยัก ต้นฤๅษีผสมเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเมืองไทย การดูแลฤๅษีผสมนั้นต้องการแสงแดดจัดเพื่อให้สีของใบสวยสดมากขึ้น แต่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่มีแสงสว่างทั่วไปเช่นกัน ควรรดน้ำเป็นประจำเมื่อดินชั้นบนแห้ง และหมั่นเด็ดยอดเพื่อให้ต้นแตกพุ่มสวยงาม หากปลูกในกระถาง ควรใส่ปุ๋ยทุก 2 [...]

2 นาที
ต้นเข็มปลูกยังไงให้ดกสวย? เคล็ดลับการดูแลและเลือกพันธุ์ที่ต้องรู้
ทั่วไป

ต้นเข็มปลูกยังไงให้ดกสวย? เคล็ดลับการดูแลและเลือกพันธุ์ที่ต้องรู้

ต้นเข็มเป็นไม้ดอกยอดนิยมที่มีความหมายดีเก่าแก่และใช้ประกอบพิธีไหว้ครูมาอย่างยาวนาน ด้วยดอกที่มีสีสันสดใสและรูปทรงแหลมเฉียบ ทำให้เป็นสัญลักษณ์ของความเฉียบแหลมทางปัญญา การปลูกต้นเข็มให้เจริญเติบโตดีและออกดอกอย่างสม่ำเสมอต้องอาศัยเทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การเตรียมดิน ไปจนถึงการให้ปุ๋ยและการตัดแต่ง ซึ่งล้วนมีผลต่อ ต้นเข็มคืออะไร และมีต้นกำเนิดมาจากไหน? ต้นเข็มมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ixora chinensis Lamk. หรือ Ixora spp. เป็นไม้พุ่มในวงศ์ Rubiaceae ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า นอกจากนี้ยังพบในภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลเทศ และปากีสถาน ในประเทศไทย ต้นเข็มสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมักเจริญเติบโตตามธรรมชาติในป่าราบหรือตามป่าเบญจพรรณ ลักษณะเด่นของต้นเข็มคือการเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง มีความสูงประมาณ 1-5 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ลำต้นมีลักษณะทรงกระบอก ผิวเรียบ สีน้ำตาล ส่วนกิ่งยอดจะมีสีเขียวและแตกกิ่งตรงขึ้นด้านบน ใบของต้นเข็มเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ มีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบค่อนข้างหนาและแข็งเปราะ มีสีเขียวสด [...]

2 นาที
ไม้หัวประเภทดอกมีอะไรบ้าง และปลูกดูแลอย่างไรให้เบ่งบานสวยงาม?
ทั่วไป

ไม้หัวประเภทดอกมีอะไรบ้าง และปลูกดูแลอย่างไรให้เบ่งบานสวยงาม?

ไม้หัวประเภทดอกเป็นพืชประดับที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยความสามารถในการเก็บสะสมอาหารในหัวใต้ดิน ทำให้สามารถปลูกและดูแลได้ง่าย พร้อมดอกไม้ที่มีสีสันสดใสและกลิ่นหอม ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดสวนและตกแต่งพื้นที่ ไม้หัวคืออะไรและมีกี่ประเภท ไม้หัวหมายถึงพืชที่มีอวัยวะสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีลักษณะกลมหรือเกือบกลม เพื่อช่วยให้พืชผ่านพ้นสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยได้ พืชเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ทรูบัลบ์ (True bulbs) ที่มีลำต้นใต้ดินโผล่พ้นดินเล็กน้อย มีรากงอกขึ้นมา คอร์ม (Corm) เป็นลำต้นใต้ดินตั้งตรง มองเห็นข้อปล้องชัดเจน มีดอกไม้งอกด้านบน ทูเบอร์ (Tuber) มีลักษณะอวบสั้น ไม่มีใบเกล็ดหุ้ม มีตาบุ่มลงไป และไรโซม (Rhizome) ที่เป็นลำต้นใต้ดินเรียกว่าแง่งหรือเหง้า มีข้อและปล้องสั้น หุ้มด้วยใบเกล็ดสีน้ำตาล การจำแนกประเภทของไม้หัวนี้มีความสำคัญต่อการปลูกและดูแล เนื่องจากแต่ละประเภทมีลักษณะและความต้องการที่แตกต่างกัน ความเข้าใจในโครงสร้างของไม้หัวจะช่วยให้การปลูกและขยายพันธุ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการเลือกวิธีการขยายพันธุ์ที่เหมาะสม ไม้หัวประเภทดอกยอดนิยมและวิธีการปลูก ซ่อนกลิ่น ดอกไม้หอมกลางคืน ซ่อนกลิ่น (Polianthes Tuberosa) เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหอม ใบเดี่ยวเรียวยาวปลายแหลม ดอกสีขาวออกเป็นช่อเดี่ยวแทงขึ้นกลางกอ มีกลิ่นหอมโดยเฉพาะกลางคืน การปลูกซ่อนกลิ่นต้องใช้ดินร่วนระบายน้ำดี ต้องการแดดเต็มวัน และความชื้นสูงแต่ไม่ชอบน้ำขัง ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัว และควรปลูกในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม สำหรับการดูแล ควรรดน้ำสม่ำเสมอแต่ปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ [...]

2 นาที
สมุนไพรในสวนครัวอะไร? ที่มีสรรพคุณทางยา คู่มือการเลือกปลูกพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ
ทั่วไป

สมุนไพรในสวนครัวอะไร? ที่มีสรรพคุณทางยา คู่มือการเลือกปลูกพืชสมุนไพรเพื่อสุขภาพ

สมุนไพรในสวนครัวเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการพืชที่มีทั้งความสวยงามและประโยชน์ต่อสุขภาพ การปลูกพืชสมุนไพรที่บ้านไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อยา แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลสุขภาพด้วยวิธีธรรมชาติ พืชสมุนไพรเหล่านี้สามารถนำมาใช้รักษาอาการป่วยทั้งภายในและภายนอกร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ว่านหางจระเข้: สมุนไพรมหัศจรรย์สำหรับผิวหนัง ว่านหางจระเข้เป็นพืชสมุนไพรที่มีชื่อเสียงระดับโลกในเรื่องการรักษาผิวหนัง พืชชนิดนี้มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ใบหนาอวบน้ำมีหนามขอบใบ และมีเจลสีใสภายในใบที่เป็นส่วนที่มีคุณค่าทางยาสูงสุด สรรพคุณของว่านหางจระเข้มีมากมาย โดยเฉพาะการใช้เจลภายในใบเพื่อรักษาแผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก และแผลจากการฉายรังสี เจลว่านหางจระเข้มีสารโพลียูโรไนด์และโพลีแซคคาไรด์ที่ช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ฆ่าเชื้อ และป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการปวดตามข้อในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบ เนื่องจากมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ที่ทำให้เกิดการอักเสบ การปลูกว่านหางจระเข้ไม่ยากและสามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน พืชนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีแม้ในสภาพดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์หรือสภาพอากาศแห้งแล้ง ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกสมุนไพร ดาวเรือง: ดอกไม้สีสันสดใสที่มีคุณค่าทางยา ดาวเรืองเป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีใบคล้ายขนนกและดอกสีเหลืองส้มที่สวยงาม นอกจากจะเป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกเพื่อตกแต่งสวนแล้ว ดาวเรืองยังมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย ดาวเรืองมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการผิวหนังติดเชื้อ โดยไม่ใช้ดอกสดโดยตรงแต่จะแปรรูปเป็นขี้ผึ้งหรือครีมก่อนนำมาใช้ ดาวเรืองยังช่วยลดไข้ แก้ไอหวัด บำรุงตับ และใช้เป็นยาลดการอักเสบได้ สำหรับการปลูก ดาวเรืองสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและปลูกได้ทุกพื้นที่ เป็นพืชที่โตเร็ว แข็งแรง และไม่ค่อยมีโรค โรสแมรี่: สมุนไพรหอมกรุ่นเพื่อสมองและหัวใจ โรสแมรี่เป็นสมุนไพรที่มีใบคล้ายเข็มยาว 2-4 เซนติเมตร มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และมีดอกหลายสีตั้งแต่ขาว ชมพู ม่วง จนถึงสีฟ้า พืชนี้สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีทั้งในกระถางและลงดิน โรสแมรี่มีสรรพคุณที่โดดเด่นในการบำรุงสมองและเสริมความจำ [...]

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent