Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

โคโลคาเซียน่า: ไม้ประดับใบสวยที่ปลูกง่ายและทำเงินได้ดีจริงหรือ?

Homeday
13 มิถุนายน 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 13/6/2568

โคโลคาเซียน่า: ไม้ประดับใบสวยที่ปลูกง่ายและทำเงินได้ดีจริงหรือ?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
Article Image

โคโลคาเซียน่าคืออะไร? ทำความรู้จักกับไม้ประดับสุดฮิต

โคโลคาเซียน่า (Colocasia) เป็นพืชในวงศ์ Araceae มีถิ่นกำเนิดในเอเชียและพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย พืชชนิดนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น เช่น ตุน บอนจีนดำ หรือบอน โคโลคาเซียเป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดินขนาดใหญ่แต่ไม่มีลำต้น สามารถเติบโตได้สูงประมาณ 1-3 เมตร ลักษณะเด่นของโคโลคาเซียคือใบรูปหัวใจขนาดใหญ่ที่สามารถแผ่กว้างได้ถึง 1 เมตร มีปลายใบรี โคนใบมน และผิวใบมีไขทำให้น้ำไม่เปียก
โคโลคาเซียแตกต่างจากบอนประเภทอื่นๆ อย่างชัดเจน โดยในกลุ่มบอนยังมีอีก 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่:
1. Caladium (บอนสี) – มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ส่วนใหญ่เป็นต้นไม้เพาะเลี้ยง มีขนาดเล็ก ความสูงไม่เกิน 0.5 เมตร 2. Alocasia (อโลคาเซีย) – มีถิ่นกำเนิดในเอเชียและออสเตรเลีย เป็นต้นไม้ล้มลุกที่มีลำต้น สามารถสูงได้ถึง 2 เมตร ใบมักมีทรงแคบคล้ายหัวลูกศร ปลายแหลมมีติ่ง 3. Xanthosoma (ซันโตโซมา) – มีถิ่นกำเนิดในอเมริกา ความสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ใบทรงแคบรูปลูกศร
วิธีสังเกตความแตกต่างระหว่างโคโลคาเซียและอโลคาเซียที่ง่ายที่สุดคือ ใบของโคโลคาเซียมักชี้ลงด้านล่าง ในขณะที่ใบของอโลคาเซียมักจะตั้งตรงหรือชี้ขึ้นด้านบน นอกจากนี้ ถ้าใบมีความมันวาวและเงา มักจะเป็นอโลคาเซีย และหากต้นสูงเกิน 5-6 ฟุต มักจะเป็นโคโลคาเซีย เนื่องจากอโลคาเซียมักมีขนาดเล็กกว่า
Article Image
ทำไมโคโลคาเซียน่าจึงเป็นที่นิยม? ข้อดีที่ทำให้นักจัดสวนหลงรัก
โคโลคาเซียน่าได้รับความนิยมอย่างมากในวงการไม้ประดับด้วยเหตุผลหลายประการ ประการแรก ใบขนาดใหญ่และรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์สามารถสร้างจุดเด่นให้กับสวนได้ทันที ความหลากหลายของสีใบตั้งแต่เขียวสด ม่วง ดำ ไปจนถึงลายด่างผสมผสาน ทำให้นักจัดสวนมีตัวเลือกมากมายในการออกแบบ
นอกจากนี้ โคโลคาเซียยังเป็นพืชที่ปรับตัวได้ดี สามารถเติบโตได้ทั้งในที่แดดเต็มและในร่มบางส่วน ความสามารถในการเติบโตใกล้แหล่งน้ำหรือในพื้นที่ชื้นทำให้สามารถใช้แก้ปัญหาพื้นที่ชื้นแฉะในสวนได้อย่างสวยงาม และที่สำคัญ โคโลคาเซียสามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน ทำให้เหมาะกับทั้งผู้ที่มีพื้นที่จำกัดและผู้ที่มีพื้นที่กว้าง
ประโยชน์ของโคโลคาเซียในการจัดสวนมีหลากหลาย:
1. สร้างบรรยากาศเขตร้อน – ใบขนาดใหญ่ช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าเขตร้อน 2. ใช้เป็นฉากหลัง – ความสูงและขนาดใบทำให้เป็นฉากหลังที่ดีสำหรับพืชเตี้ยกว่า 3. จัดกรอบแนวทางเดิน – ปลูกเป็นแนวตามทางเดินเพื่อสร้างความโดดเด่น 4. เพิ่มความเป็นส่วนตัว – เมื่อปลูกในกระถางบนระเบียงหรือพื้นที่พักผ่อน จะช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว 5. ลดความเครียด – การดูแลต้นไม้ เช่น การรดน้ำและตัดแต่ง ช่วยลดความดันโลหิตและทำให้จิตใจสงบ
Article Image

10 สายพันธุ์โคโลคาเซียน่าที่น่าปลูก สวยแปลกและมีเอกลักษณ์

โคโลคาเซียมีมากกว่า 200 สายพันธุ์ แต่มีสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและมีความโดดเด่นเฉพาะตัวที่น่าสนใจ ดังนี้:

1. โคโลคาเซีย หน้ากากฟาโรห์ (Colocasia Pharaoh’s Mask)

สายพันธุ์ผสมที่มีความสูงประมาณ 1-1.5 เมตร โดดเด่นด้วยเส้นกลางใบสีเขียวเข้มเกือบดำที่เห็นได้ชัดเจนและนูนขึ้นจากผิวใบสีเขียว ใบมีขนาดใหญ่และเมื่อโตเต็มที่ขอบใบจะโค้งลง สร้างรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์

2. โคโลคาเซีย แบล็กเมจิก (Colocasia Black Magic)

หรือที่รู้จักกันในชื่อบอนดำ หรือบอนดำจีน เป็นบอนขนาดกลางที่มีใบสีดำเด่นสะดุดตา ก้านใบมีสีแดงอมม่วงเกือบดำ และมีดอกออกเป็นช่อสีแดง-ส้มตัดกันอย่างสวยงาม เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่นิยมนำไปจัดสวนมากที่สุด

3. บอนก้านดำ (Colocasia Black Stem)

บอนสายพันธุ์นี้มีใบรูปหัวใจสีเขียวที่สามารถแผ่กว้างได้ถึง 3 ฟุต ความโดดเด่นอยู่ที่ก้านใบสีม่วง-ดำอวบน้ำขนาดใหญ่ที่ตัดกับสีเขียวของใบได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีดอกที่มีกลิ่นหอมอีกด้วย

4. โคโลคาเซีย โมจิโต้ (Colocasia Mojito)

บอนใบด่างที่มีใบสีเขียวแต้มจุดสีน้ำเงิน-ดำกระจายทั่วใบ ลำต้นมีขนาดไม่ใหญ่มาก ความสูงประมาณ 0.5-1 เมตร ทำให้เหมาะสำหรับปลูกในกระถางวางประดับบ้านหรือตกแต่งระเบียง เป็นที่ต้องการของนักสะสมไม้ประดับ

5. โคโลคาเซีย แนนซี่ (Colocasia Nancy’s Revenge)

บอนขนาดเล็กที่มีลักษณะพิเศษคือ ในช่วงแรกใบจะเป็นสีเขียวเข้ม แต่เมื่อโตเต็มที่ใบจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน มีเส้นกลางใบสีขาวอมเหลืองที่เห็นได้ชัดเจนแตกแขนงไปทั่วทั้งใบ สร้างลวดลายคล้ายรูปตัว “Y”

6. โคโลคาเซีย ไวท์ลาวา (Colocasia White Lava)

มีลักษณะคล้ายโคโลคาเซีย แนนซี่ แต่มีความแตกต่างที่ผิวใบเป็นมันและขรุขระ โคนใบเว้าไม่ลึก และเส้นกลางใบมีสีขาวอมเหลืองขนาดใหญ่กว่า โดยเฉพาะบริเวณสะดือใบ แต่จะจางลงบริเวณขอบใบ

7. โคโลคาเซีย บลูฮาวาย (Colocasia Blue Hawaii)

บอนพันธุ์ผสมที่มีผิวใบสีเขียวตัดด้วยเส้นกลางใบและขอบใบสีม่วง-ดำ ขนาดเส้นสีม่วงเท่ากันทั่วทั้งใบ ลำต้นมีขนาดกลาง สามารถปลูกในกระถางหรือพื้นที่ขนาดเล็กได้ เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความชื้นสูง

8. โคโลคาเซีย คอฟฟี่คัพ (Colocasia Coffee Cups)

สายพันธุ์ที่ค้นพบในอินโดนีเซีย มีความน่าสนใจที่ใบสีเขียวผิวมันงุ้มขึ้นและตั้งตรงคล้ายถ้วยชา ผิวใบตัดด้วยเส้นกลางใบสีม่วงอมแดงเข้ม สามารถเก็บน้ำได้ และเมื่อน้ำเต็มใบก็จะคว่ำลงให้น้ำไหลออก

9. โคโลคาเซีย แบล็ก บิวตี้ (Colocasia Black Beauty)

สายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่และได้รับความนิยมไม่น้อย โดดเด่นด้วยใบสีเขียวผสมลายสีม่วงอมดำ ตัดด้วยเส้นกลางใบและขอบใบสีเขียวอ่อน ให้ความรู้สึกหรูหราและมีเสน่ห์

10. โคโลคาเซีย เลมอนไลม์ เก็กโค (Colocasia Lemon Lime Gecko)

เอกลักษณ์ของสายพันธุ์นี้คือ จุดสีแดงหรือชมพูบริเวณสะดือใบ ก้านใบสีดำ ส่วนใบมีลายด่างสีเขียวเข้มและเขียวอ่อนสลับกันไป เป็นสายพันธุ์ที่ดูแลง่าย แข็งแรง และโตไว เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูก
Article Image

วิธีปลูกและดูแลโคโลคาเซียน่าให้เติบโตสวยงาม

การปลูกและดูแลโคโลคาเซียน่าไม่ยากหากเข้าใจความต้องการพื้นฐานของพืชชนิดนี้ ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการปลูกและดูแล:

การเลือกสถานที่ปลูก

โคโลคาเซียสามารถเติบโตได้ทั้งในที่แดดเต็มและในร่มบางส่วน อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนจัด ควรปลูกในที่ที่มีแสงแดดรำไร หากปลูกในที่แดดจัด ใบอาจจะไหม้ได้ ในสภาพแวดล้อมที่แดดเต็มวัน โคโลคาเซียมักจะเติบโตในลักษณะกระชับและมีสีสันสดใส ส่วนในที่ร่ม มักจะมีขนาดใหญ่กว่า

ดินและการเตรียมพื้นที่ปลูก

โคโลคาเซียชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ เก็บความชื้นได้ดีแต่ไม่แฉะ และระบายน้ำได้ดี ดินร่วนผสมอินทรียวัตถุเป็นตัวเลือกที่ดี ค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 5.5 ถึง 7.0 หากปลูกในกระถาง ควรใช้กระถางที่มีรูระบายน้ำและใช้ดินผสมที่มีส่วนผสมของโคโคเพียท เพอร์ไลท์ และปุ๋ยหมัก

การปลูก

โคโลคาเซียสามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งการแยกหน่อ การปักชำหัว และการเพาะเมล็ด วิธีที่นิยมที่สุดคือการปลูกด้วยหัว โดยควรปลูกหัวให้ลึกประมาณ 6-8 นิ้ว และห่างกัน 18-24 นิ้ว ควรปลูกโดยให้ส่วนแคบของหัวชี้ขึ้นและส่วนรากชี้ลง หลังจากปลูกควรรดน้ำให้ชุ่มเพื่อให้ดินเกาะรอบหัว

การรดน้ำ

โคโลคาเซียชอบน้ำมาก ควรรดน้ำให้ดินชุ่มชื้นอยู่เสมอแต่ไม่แฉะ ควรรดน้ำวันละครั้งในช่วงเช้า และหากเป็นไปได้ควรรดให้ห่างจากโคนต้นและใบ การรดน้ำในช่วงเย็นจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดรอยไหม้บนใบ และยังให้พืชมีเวลาทั้งคืนในการดูดซึมความชื้น

การใส่ปุ๋ย

โคโลคาเซียเป็นพืชที่ต้องการสารอาหารมาก ควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์และดินที่อุดมด้วยสารอาหาร สามารถใช้ปุ๋ยสูตร 20-10-20 หรือปุ๋ยน้ำสาหร่ายทะเลเดือนละครั้งในช่วงที่พืชกำลังเติบโต หยุดใส่ปุ๋ยหลายสัปดาห์ก่อนฤดูหนาวหรือก่อนที่จะมีน้ำค้างแข็ง18

การขยายพันธุ์

วิธีการขยายพันธุ์โคโลคาเซียที่นิยมมี 3 วิธีหลัก:
1. การแบ่งหัว – ทำในฤดูใบไม้ผลิเมื่อเริ่มมีการเจริญเติบโตใหม่ โดยขุดต้นขึ้นมาทั้งหมด แล้วแยกระบบรากออกเป็นส่วนเล็กๆ แต่ละส่วนควรมีลำต้นและใบของตัวเอง19 2. การขยายพันธุ์ผ่านไหล – ตัดไหลที่เติบโตออกมาทางด้านข้าง นำไปแช่น้ำให้ออกรากก่อนย้ายลงดิน20 3. การแยกต้นอ่อนจากต้นแม่ – ต้นอ่อนมักเติบโตที่ด้านข้างของต้นแม่ ตัดให้ชิดกับส่วนที่พองออกและให้มีรากติดมาด้วย แล้วนำไปแช่น้ำให้รากเติบโตก่อนย้ายลงดิน20

การดูแลในฤดูหนาว

การดูแลโคโลคาเซียในฤดูหนาวขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศและชนิดของโคโลคาเซีย ในเขตที่มีอากาศหนาวเย็น (โซน 6-8) โคโลคาเซียจะเป็นไม้ล้มลุกประจำปี แต่ในเขตร้อน (โซน 9-11) จะเป็นไม้ยืนต้น
สำหรับพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น มีวิธีการดูแลดังนี้18:
• หยุดใส่ปุ๋ยหลายสัปดาห์ก่อนน้ำค้างแข็งตัวครั้งแรก • ไม่ควรตัดแต่งหากไม่จำเป็น เพื่อให้พืชดึงสารอาหารกลับ • เมื่อน้ำค้างแข็งทำลายใบ ให้ตัดชิดดินและคลุมดินหนาๆ อย่างน้อย 4-6 นิ้วในเขตอากาศอบอุ่น • อีกทางเลือกคือขุดหัวขึ้นมา ล้างให้สะอาด ปล่อยให้แห้ง แล้วเก็บในพีทหรือเวอร์มิคูไลท์
Article Image

โคโลคาเซียน่ากับการสร้างรายได้: โอกาสทางธุรกิจ

โคโลคาเซียไม่เพียงแต่เป็นไม้ประดับสวยงามเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างรายได้ได้ดีอีกด้วย ความนิยมที่เพิ่มขึ้นในไม้ใบสวยและไม้ประดับเขตร้อนทำให้ตลาดสำหรับโคโลคาเซียขยายตัว สายพันธุ์ที่หายากและมีลักษณะพิเศษ เช่น Royal Hawaiian collection ซึ่งรวมถึงสายพันธุ์ Aloha, Hawaiian Punch, Tropical Storm และ Waikiki มีมูลค่าสูงในตลาด
นอกจากนี้ โคโลคาเซียบางสายพันธุ์ เช่น Colocasia esculenta ยังสามารถนำหัวไปประกอบอาหารได้ โดยเป็นที่รู้จักในชื่อ “เผือก” หรือ “taro” อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังเนื่องจากทุกส่วนของพืชมีพิษหากรับประทานดิบ และต้องผ่านการเตรียมอย่างถูกต้อง
โอกาสทางธุรกิจสำหรับโคโลคาเซียมีหลายรูปแบบ:
1. การขายต้นพันธุ์ – สายพันธุ์หายากและสวยงามมีราคาสูงในตลาด 2. การขายหัวพันธุ์ – การขยายพันธุ์โคโลคาเซียทำได้ง่าย ทำให้สามารถผลิตหัวพันธุ์เพื่อจำหน่ายได้ 3. การจัดสวน – ให้บริการออกแบบและจัดสวนโดยใช้โคโลคาเซียเป็นจุดเด่น 4. การขายในกระถาง – โคโลคาเซียในกระถางสวยงามเป็นที่ต้องการสำหรับตกแต่งบ้านและสำนักงาน

สรุป

โคโลคาเซียน่าเป็นไม้ประดับที่มีความสวยงามโดดเด่นด้วยใบขนาดใหญ่รูปหัวใจและสีสันหลากหลาย ด้วยความหลากหลายของสายพันธุ์กว่า 200 สายพันธุ์ ทำให้มีตัวเลือกมากมายสำหรับการจัดสวนและตกแต่งบ้าน การปลูกและดูแลไม่ยากหากเข้าใจความต้องการพื้นฐาน โดยต้องการดินที่ชุ่มชื้นแต่ระบายน้ำดี แสงแดดรำไรถึงปานกลาง และการใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอ
นอกจากความสวยงามแล้ว โคโลคาเซียยังมีประโยชน์ในการสร้างบรรยากาศเขตร้อน เพิ่มความเป็นส่วนตัว และช่วยลดความเครียด ที่สำคัญ โคโลคาเซียยังสามารถสร้างรายได้ได้ดีจากการขายต้นพันธุ์ หัวพันธุ์ และการให้บริการจัดสวน
หากคุณกำลังมองหาไม้ประดับที่สวยงาม ดูแลง่าย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โคโลคาเซียน่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่จะเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่สีเขียวของคุณ
#สาระ #โคโลคาเซีย #บอน #ไม้ประดับ #จัดสวน #ต้นไม้ใบสวย #ไม้เขตร้อน #ปลูกง่าย #ธุรกิจต้นไม้ #ตกแต่งบ้าน #สวนสวย
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#สวนสวย
#ตกแต่งบ้าน
#ปลูกง่าย
#จัดสวน
#ไม้ประดับ
#ต้นไม้ใบสวย
#บอน
#ต้นไม้และสวน
#ธุรกิจต้นไม้
#ไม้เขตร้อน
#โคโลคาเซีย
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
พืชคลุมดินดอกสวยที่ปลูกง่าย ทนแดด และใช้แทนหญ้าได้มีอะไรบ้าง?
ทั่วไป

พืชคลุมดินดอกสวยที่ปลูกง่าย ทนแดด และใช้แทนหญ้าได้มีอะไรบ้าง?

การเลือกปลูกพืชคลุมดินแทนหญ้าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่สีเขียวแต่ไม่ต้องการดูแลรักษาที่ยุ่งยาก  พืชคลุมดินมีประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ช่วยชะลอการชะล้างหน้าดิน แต่ยังช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุให้กับดิน ป้องกันการเจริญเติบโตของวัชพืช และรักษาความชุ่มชื้นในดิน  นอกจากนี้ยังช่วยให้ดินมีช่องอากาศมากขึ้น ทำให้ดินโปร่งระบายน้ำได้ดี พรมญี่ปุ่น – พืชคลุมดินใบสีสันสวยงาม พรมญี่ปุ่นหรือพรมกำมะหยี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Episcia cupreata เป็นไม้ล้มลุกที่เลื้อยได้ไกลและมีอายุหลายปี  ลำต้นอวบน้ำและมีขนอ่อนอยู่ทั่วทั้งต้น ส่วนใบเป็นรูปไข่ มีทั้งสีเขียวอ่อน เขียวเข้ม น้ำตาลแดง ทองแดง เทา หรือสีต่างๆ สลับกัน  มีดอกออกเป็นช่อหลากสีสัน เช่น ชมพู ส้ม แดง เหลือง  พรมญี่ปุ่นสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการปักชำและเพาะเมล็ด  ชอบดินร่วนปนทรายที่สมบูรณ์ ชอบอากาศชื้น ชอบแสงแดดอ่อน และต้องการน้ำพอประมาณ  อย่างไรก็ตาม พืชชนิดนี้ไม่ค่อยทนทานต่อการเหยียบย่ำ จึงเหมาะที่จะปลูกคลุมดินบริเวณข้างทางเดินหรือส่วนที่ปลูกต้นไม้โดยเฉพาะ  หลิวไต้หวัน – ไม้พุ่มขนาดเล็กออกดอกตลอดปี หลิวไต้หวันหรือหลิวไทเป มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cuphea hyssopifolia เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ทรงแผ่เตี้ย  ลำต้นมีสีน้ำตาล ส่วนใบมีสีเขียวเข้ม เป็นรูปหอก ปลายแหลม โคนมน และเป็นมัน  ดอกจะออกตลอดปีและขึ้นบริเวณปลายกิ่ง [...]

1 นาที
จัดสวนแคคตัสอย่างไรให้สวยและดูแลง่าย? พร้อมไอเดียสร้างสรรค์ที่ทำได้เอง
ทั่วไป

จัดสวนแคคตัสอย่างไรให้สวยและดูแลง่าย? พร้อมไอเดียสร้างสรรค์ที่ทำได้เอง

แคคตัสเป็นพืชอวบน้ำที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในการจัดสวนทั้งภายในและภายนอกบ้าน ด้วยความที่มีรูปทรงและสีสันที่หลากหลาย แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย ทนทาน เหมาะกับผู้มีเวลาน้อยแต่อยากมีพื้นที่สีเขียวในบ้าน บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจไอเดียการจัดสวนแคคตัสหลากหลายรูปแบบ พร้อมคำแนะนำในการดูแลรักษาให้สวยงามยาวนาน แม้คุณจะไม่เคยมีประสบการณ์ในการปลูกต้นไม้มาก่อน ก็สามารถเริ่มต้นจัดสวนแคคตัสสวยๆ ได้ด้วยตัวเอง ทำไมแคคตัสจึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการจัดสวน? แคคตัสเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาเหนือและใต้เป็นส่วนใหญ่ บางสายพันธุ์อยู่ในเขตร้อนหรือกึ่งเขตร้อน ทำให้แคคตัสส่วนใหญ่สามารถปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่แห้งแล้งได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถเก็บกักน้ำไว้ในลำต้นได้อีกเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดภาวะแล้งหรือขาดน้ำ ก็สามารถดึงน้ำที่เก็บกักไว้มาใช้ได้ ทำให้แคคตัสเป็นไม้ที่ทนทาน ตายยาก และดูแลง่าย การเลือกจัดสวนด้วยแคคตัสยังมีข้อดีอีกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยประหยัดน้ำ เพราะแคคตัสไม่ต้องรดน้ำบ่อยเหมือนต้นไม้ทั่วไป ประหยัดเวลาในการดูแล เนื่องจากไม่ต้องตัดแต่งหรือใส่ปุ๋ยบ่อยๆ และยังเข้ากับแนวคิดการจัดสวนแบบ Xeriscape หรือสวนที่ใช้น้ำในการดูแลรักษาให้น้อยที่สุด ซึ่งเป็นแนวคิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเหมาะกับสภาพอากาศที่แปรปรวนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ความหลากหลายของรูปทรงและสีสันของแคคตัสยังทำให้สามารถออกแบบและสร้างสรรค์สวนได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่สวนขนาดเล็กในถาดจนถึงสวนขนาดใหญ่หน้าบ้าน ซึ่งสามารถสร้างเอกลักษณ์และความโดดเด่นให้กับพื้นที่ได้เป็นอย่างดี มือใหม่ควรเริ่มต้นจัดสวนแคคตัสแบบไหนดี? สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการจัดสวนแคคตัส ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากการจัดสวนในภาชนะขนาดเล็กก่อน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยกับการปลูกและดูแลแคคตัส โดยมีไอเดียสำหรับมือใหม่ดังนี้ สวนแคคตัสในถาด การจัดสวนแคคตัสในถาดเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีพื้นที่น้อย เช่น คอนโดมิเนียม หรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด ด้วยขนาดที่พอเหมาะ สามารถจัดวางได้อย่างลงตัวตามมุมต่างๆ ของบ้าน หรือบนโต๊ะทำงาน ช่วยสร้างบรรยากาศสดชื่นและผ่อนคลาย อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการจัดสวนในถาดมีดังนี้: ภาชนะสำหรับการจัดสวน เช่น กระถางดินเผาทรงตื้น ตู้กระจก หรือกระถางเซรามิค [...]

2 นาที
ต้นหลิวสายพันธุ์ไหน ที่เหมาะกับการปลูกในบ้านคุณ?
ทั่วไป

ต้นหลิวสายพันธุ์ไหน ที่เหมาะกับการปลูกในบ้านคุณ?

ต้นหลิวเป็นพันธุ์ไม้ที่มีเสน่ห์และความงดงามเฉพาะตัว มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทั้งชนิดที่เป็นไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพต้นหลิวลู่ลมที่มีกิ่งก้านห้อยระย้าพลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่ความจริงแล้ว ต้นหลิวมีหลากหลายสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกในภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะและความงดงามที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งยังทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี เติบโตเร็ว และดูแลรักษาง่าย ทำไมต้นหลิวจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน? ต้นหลิวถือเป็นไม้มงคลที่หลายคนเชื่อว่าช่วยเสริมสิริมงคลให้กับบ้านเรือน นอกจากความเชื่อเรื่องความเป็นมงคลแล้ว ต้นหลิวยังมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นความทนทานต่อสภาพอากาศร้อน เติบโตเร็ว และมีความหลากหลายของสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่และความชอบส่วนบุคคล ต้นหลิวหลายสายพันธุ์สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินหลายประเภท ทั้งดินร่วน ดินเหนียว หรือดินทราย แต่โดยทั่วไปแล้วต้นหลิวจะชอบดินที่มีความชื้นและระบายน้ำได้ดี อีกทั้งยังชอบแสงแดดเต็มวันหรือแสงรำไร ทำให้สามารถปลูกได้หลากหลายพื้นที่ในบริเวณบ้าน หลิวลู่ลม: ความงดงามของไม้ยืนต้นที่พลิ้วไหว หลิวลู่ลมหรือ Weeping Willow (Salix babylonica L.) มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร มีเปลือกไม้สีน้ำตาล และกิ่งก้านสีเขียวที่ห้อยลู่ลงมาอย่างสวยงาม ใบของหลิวลู่ลมมีลักษณะเป็นรูปหอกยาวรี ปลายแหลม สีเขียวอ่อน การปลูกหลิวลู่ลมควรเลือกพื้นที่ที่กว้างพอสำหรับการเติบโตเต็มที่ของต้น และควรปลูกห่างจากตัวบ้านหรือท่อระบายน้ำ เนื่องจากรากของหลิวลู่ลมมีความแข็งแรงและสามารถขยายได้กว้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างได้ นอกจากนี้ การปลูกหลิวลู่ลมใกล้กับแหล่งน้ำหรือในบริเวณที่มีลมพัดผ่านบ่อยๆ จะช่วยให้กิ่งมีความพลิ้วไหวสวยงาม วิธีการปลูกและดูแลหลิวลู่ลมทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการเตรียมหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เท่าของขนาดรากต้นไม้ ควรใช้ดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี หมั่นรดน้ำให้ชุ่มโดยเฉพาะในช่วงแรกของการปลูก และใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกเป็นระยะเพื่อเร่งการเจริญเติบโต [...]

2 นาที
ต้นพุดสายพันธุ์ไหนปลูกง่าย ดอกสวย ดูแลอย่างไรให้เติบโตดี?
ทั่วไป

ต้นพุดสายพันธุ์ไหนปลูกง่าย ดอกสวย ดูแลอย่างไรให้เติบโตดี?

ต้นพุดเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงาม กลิ่นหอม และยังเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเรือนไทย ด้วยความที่เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด ทนความร้อนได้ดี และออกดอกตลอดทั้งปี จึงเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นไม้ที่ดูแลง่าย ปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดสวนสวยในพื้นที่จำกัด หรือต้องการไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมประดับบ้าน บทความนี้จะพาไปรู้จักสายพันธุ์ต้นพุดที่น่าปลูก พร้อมเคล็ดลับการดูแลให้เติบโตแข็งแรงและออกดอกสวยงาม ต้นพุดคืออะไร? มีกี่สายพันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย? ต้นพุด (Gardenia) มีชื่อวิทยาศาสตร์หลักคือ Gardenia jasminoides เป็นพืชในวงศ์ Rubiaceae มีมากกว่า 200 ชนิดทั่วโลก มีต้นกำเนิดในเอเชีย แอฟริกา และออสเตรเลีย ลักษณะทั่วไปเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-2 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม มันวาว และมีดอกสีขาวที่มีกลิ่นหอม ในประเทศไทยมีการปลูกต้นพุดหลากหลายสายพันธุ์ โดยคนไทยนิยมปลูกเป็นไม้มงคล เพราะชื่อ “พุด” หรือ “พุฒ” หมายถึง ความแข็งแรง ความสมบูรณ์ และความเจริญเติบโต ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ปลูกมีความเจริญมั่นคงในชีวิต การปลูกต้นพุดไม่ยากอย่างที่คิด เพราะเป็นไม้ที่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดี ชอบดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี ต้องการแสงแดดปานกลางถึงมาก และไม่ต้องการน้ำมากนัก รดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้มากนัก [...]

3 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent