Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ต้นหลิวสายพันธุ์ไหน ที่เหมาะกับการปลูกในบ้านคุณ?

Homeday
19 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 19/5/2568

ต้นหลิวสายพันธุ์ไหน ที่เหมาะกับการปลูกในบ้านคุณ?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ต้นหลิวเป็นพันธุ์ไม้ที่มีเสน่ห์และความงดงามเฉพาะตัว มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทั้งชนิดที่เป็นไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพต้นหลิวลู่ลมที่มีกิ่งก้านห้อยระย้าพลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่ความจริงแล้ว ต้นหลิวมีหลากหลายสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกในภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะและความงดงามที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งยังทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี เติบโตเร็ว และดูแลรักษาง่าย
Article Image

ทำไมต้นหลิวจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน?

ต้นหลิวถือเป็นไม้มงคลที่หลายคนเชื่อว่าช่วยเสริมสิริมงคลให้กับบ้านเรือน นอกจากความเชื่อเรื่องความเป็นมงคลแล้ว ต้นหลิวยังมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นความทนทานต่อสภาพอากาศร้อน เติบโตเร็ว และมีความหลากหลายของสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่และความชอบส่วนบุคคล
ต้นหลิวหลายสายพันธุ์สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินหลายประเภท ทั้งดินร่วน ดินเหนียว หรือดินทราย แต่โดยทั่วไปแล้วต้นหลิวจะชอบดินที่มีความชื้นและระบายน้ำได้ดี อีกทั้งยังชอบแสงแดดเต็มวันหรือแสงรำไร ทำให้สามารถปลูกได้หลากหลายพื้นที่ในบริเวณบ้าน
Article Image

หลิวลู่ลม: ความงดงามของไม้ยืนต้นที่พลิ้วไหว

หลิวลู่ลมหรือ Weeping Willow (Salix babylonica L.) มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร มีเปลือกไม้สีน้ำตาล และกิ่งก้านสีเขียวที่ห้อยลู่ลงมาอย่างสวยงาม ใบของหลิวลู่ลมมีลักษณะเป็นรูปหอกยาวรี ปลายแหลม สีเขียวอ่อน
การปลูกหลิวลู่ลมควรเลือกพื้นที่ที่กว้างพอสำหรับการเติบโตเต็มที่ของต้น และควรปลูกห่างจากตัวบ้านหรือท่อระบายน้ำ เนื่องจากรากของหลิวลู่ลมมีความแข็งแรงและสามารถขยายได้กว้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างได้ นอกจากนี้ การปลูกหลิวลู่ลมใกล้กับแหล่งน้ำหรือในบริเวณที่มีลมพัดผ่านบ่อยๆ จะช่วยให้กิ่งมีความพลิ้วไหวสวยงาม
วิธีการปลูกและดูแลหลิวลู่ลมทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการเตรียมหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เท่าของขนาดรากต้นไม้ ควรใช้ดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี หมั่นรดน้ำให้ชุ่มโดยเฉพาะในช่วงแรกของการปลูก และใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกเป็นระยะเพื่อเร่งการเจริญเติบโต
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : GardeningSG

หลิวไต้หวัน: ไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีดอกสวยงาม

หลิวไต้หวัน (Cuphea hyssopifolia) มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโกและกัวเตมาลา เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ลักษณะเด่นของหลิวไต้หวันคือทรงพุ่มที่แผ่เตี้ย มีขนอ่อนๆ ตามกิ่ง ใบมีลักษณะเป็นรูปหอก สีเขียวเข้ม ผิวใบเป็นมัน และมีดอกสีม่วงสวยงามออกที่ปลายกิ่ง
หลิวไต้หวันเป็นไม้ที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทราย ชอบแสงแดดเต็มวัน แต่ก็สามารถเติบโตได้ดีในที่มีแสงแดดบางส่วน หลิวไต้หวันออกดอกตลอดทั้งปี โดยเฉพาะเมื่อได้รับแสงแดดเต็มที่ ดอกจะมีสีสดใสมากขึ้น
การดูแลหลิวไต้หวันทำได้ง่าย เพียงรดน้ำให้พอเหมาะ ดินชื้นแต่ไม่แฉะ หากต้องการให้ทรงพุ่มสวยงาม สามารถตัดแต่งได้ตามต้องการ การขยายพันธุ์ทำได้ง่ายด้วยวิธีการปักชำกิ่ง โดยตัดกิ่งยาวประมาณ 3-5 นิ้ว นำไปปักในดินที่มีความชื้น แล้วรดน้ำให้ชุ่มวันละ 2 ครั้ง ภายในไม่กี่สัปดาห์กิ่งจะออกราก และสามารถนำไปปลูกในที่ถาวรได้
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : Kaset Today

หลิวทอง: สีสันสะดุดตาเหมือนทองคำ

หลิวทอง หรือที่รู้จักในชื่อ Black Tea Tree (Melaleuca bracteata) มีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย เป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีความสูงประมาณ 1.5-15 เมตร ลักษณะเด่นของหลิวทองคือใบที่มีสีเขียวอ่อนอมเหลือง ซึ่งเมื่อถูกแสงแดดจะดูคล้ายสีทอง ทำให้มีความสะดุดตาและสวยงามมาก
หลิวทองชอบดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี และเจริญเติบโตได้ดีในที่มีแสงแดดเต็มวัน นอกจากนี้ยังทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการปลูกในสภาพอากาศแบบประเทศไทย
การดูแลหลิวทองไม่ยุ่งยาก เพียงหมั่นรดน้ำให้พอเหมาะ ไม่ให้ดินแห้งเกินไป และควรใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอในช่วงฤดูเติบโต โดยแนะนำให้ใช้ปุ๋ยที่มีสัดส่วนของไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมที่เท่ากัน (เช่น สูตร 20-20-20) เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตทั้งของลำต้น ใบ และดอก
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : NANA garden

หลิวขาว: ความสวยงามของดอกสีขาวบริสุทธิ์

หลิวขาว (Cuphea hyssopifolia ‘Alba’) มีถิ่นกำเนิดในเม็กซิโก เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีลำต้นตั้งตรง มีขนตามกิ่ง ใบมีขนาดเล็กรูปหอก และจุดเด่นคือดอกสีขาวบริสุทธิ์ที่ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี
หลิวขาวเหมาะสำหรับปลูกในดินร่วนปนทราย สามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในพื้นที่ที่มีแสงแดดจัดและในที่ที่มีแสงรำไร การดูแลหลิวขาวไม่ยุ่งยาก เพียงรดน้ำให้พอเหมาะ ไม่ให้ดินแห้งหรือแฉะเกินไป
การขยายพันธุ์หลิวขาวนิยมทำด้วยวิธีปักชำ ซึ่งทำได้ง่ายและมีอัตราความสำเร็จสูง ทำให้สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกเป็นแนวรั้ว หรือเป็นไม้ประดับในกระถางขนาดเล็ก
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : ฐานข้อมูลเกษตรดิจิทัล

หลิวใบ: ความพิเศษที่แตกต่าง

หลิวใบ (Phyllanthus myrtifolius) มีถิ่นกำเนิดในศรีลังกา ออสเตรเลีย อเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นไม้พุ่มที่มีความสูงประมาณ 0.5-3 เมตร ลักษณะเด่นของหลิวใบคือโคนใบที่เป็นรูปหัวใจ และปลายใบมน มีก้านใบ มีดอกออกตามซอกใบ และมีผลกลมเกลี้ยง
หลิวใบสามารถเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ทั้งในพื้นที่ที่มีแสงแดดเต็มวันและในที่ที่มีแสงแดดบางส่วน การดูแลหลิวใบไม่ซับซ้อน เพียงรดน้ำให้พอเหมาะและใส่ปุ๋ยอินทรีย์เป็นระยะเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต
การขยายพันธุ์หลิวใบสามารถทำได้ทั้งโดยการเพาะเมล็ดและการปักชำ ซึ่งทั้งสองวิธีมีความเป็นไปได้สูงที่จะประสบความสำเร็จ ทำให้เป็นต้นไม้ที่สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : ฐานข้อมูลเกษตรดิจิทัล

หลิวหอมแอฟริกา: กลิ่นหอมที่แสนพิเศษ

หลิวหอมแอฟริกาเป็นไม้พุ่มทรงฉัตรหรือกรวยคว่ำที่มีลำต้นตั้งตรง ความสูงประมาณ 2-3 เมตร เปลือกไม้มีสีน้ำตาล ใบมีขนาดเล็ก ปลายแหลม โคนสอบ ที่น่าสนใจคือใบมีสองสี โดยใบอ่อนจะมีสีแดงอมน้ำตาล และจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อใบแก่ นอกจากนี้ เมื่อสัมผัสหรือดมใกล้ๆ จะได้กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์
หลิวหอมแอฟริกาสามารถปลูกได้ในดินทุกชนิด ทั้งปลูกลงดินโดยตรงหรือปลูกในกระถาง เหมาะสำหรับปลูกในที่กลางแจ้งที่มีแสงแดดเต็มวัน ควรหมั่นรดน้ำอย่างน้อยวันละครั้ง โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนจัด
การขยายพันธุ์หลิวหอมแอฟริกาสามารถทำได้โดยการตอนกิ่ง ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขยายพันธุ์ต้นไม้ที่มีลักษณะเหมือนต้นพ่อแม่
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : kapook

เทคนิคการปลูกและดูแลต้นหลิวให้เติบโตสมบูรณ์

การปลูกต้นหลิวให้เติบโตสมบูรณ์และสวยงามมีเทคนิคง่ายๆ ดังนี้
1. เลือกพื้นที่ปลูกที่เหมาะสม: สำหรับหลิวลู่ลมต้องการพื้นที่กว้าง และไม่ควรปลูกใกล้ท่อระบายน้ำหรือโครงสร้างของบ้าน สำหรับหลิวพุ่มขนาดเล็กอย่างหลิวไต้หวันหรือหลิวขาวสามารถปลูกได้ทั้งในกระถางหรือลงดินโดยตรง 2. เตรียมดินปลูกให้เหมาะสม: ดินร่วนที่มีการระบายน้ำดีและมีความอุดมสมบูรณ์เป็นดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกต้นหลิวทุกสายพันธุ์ ควรเพิ่มอินทรียวัตถุในดินเพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน 3. การรดน้ำอย่างเหมาะสม: ต้นหลิวต้องการความชื้นสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงแรกของการปลูก ควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ และเพิ่มความถี่ในการรดน้ำในช่วงที่อากาศร้อนจัด 4. การใส่ปุ๋ย: ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับต้นหลิว สามารถใส่ปุ๋ยทุก 2-3 เดือนเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต สำหรับต้นหลิวที่เริ่มเติบโตแล้ว สามารถใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 16-16-16 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตได้ 5. การตัดแต่งกิ่ง: การตัดแต่งกิ่งช่วยให้ต้นหลิวมีทรงพุ่มที่สวยงามและส่งเสริมการเจริญเติบโตของกิ่งและใบใหม่ โดยเฉพาะสำหรับหลิวพุ่มขนาดเล็ก การตัดแต่งกิ่งสามารถทำได้เมื่อต้องการจัดรูปทรง
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : kapook

การขยายพันธุ์ต้นหลิวด้วยวิธีง่ายๆ

การขยายพันธุ์ต้นหลิวมีหลายวิธี แต่วิธีที่นิยมและง่ายที่สุดคือการปักชำกิ่ง โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. เลือกกิ่งที่แข็งแรงและไม่มีโรค: สำหรับหลิวลู่ลม ควรเลือกกิ่งที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 นิ้ว และมีความยาวไม่เกิน 6 ฟุต สำหรับหลิวพุ่มขนาดเล็ก เลือกกิ่งที่มีความยาวประมาณ 3-5 นิ้ว 2. ตัดกิ่งให้เฉียง: การตัดกิ่งแบบเฉียงจะเพิ่มพื้นที่ผิวสัมผัสกับดิน ทำให้มีโอกาสออกรากได้มากขึ้น 3. เตรียมดินปลูก: ใช้ดินร่วนที่มีการระบายน้ำดี หรืออาจผสมขุยมะพร้าวหรือแกลบเผาเพื่อเพิ่มการระบายน้ำ 4. ปักชำกิ่งลงในดิน: นำกิ่งที่ตัดแล้วปักลงในดินที่เตรียมไว้ โดยปักให้ลึกประมาณ 1 ใน 3 ของความยาวกิ่ง 5. รดน้ำให้ชุ่มและวางในที่ร่ม: รดน้ำให้ชุ่มและวางกิ่งปักชำในที่ที่มีแสงร่มรำไร ไม่โดนแสงแดดจัดโดยตรง 6. ดูแลอย่างต่อเนื่อง: รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ให้ดินแห้ง และรอจนกว่ากิ่งจะออกราก ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และสภาพแวดล้อม
นอกจากการปักชำแล้ว ต้นหลิวบางสายพันธุ์ยังสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการตอนกิ่ง ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับหลิวลู่ลมและหลิวหอมแอฟริกา
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : kapook

ความเชื่อและประโยชน์ของต้นหลิวในบ้าน

ต้นหลิวไม่เพียงแต่มีความสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีความเชื่อและประโยชน์หลากหลาย ในวัฒนธรรมตะวันออก ต้นหลิวถือเป็นไม้มงคลที่เชื่อว่าจะนำความเจริญรุ่งเรืองและความอุดมสมบูรณ์มาสู่บ้านเรือน โดยเฉพาะหลิวลู่ลมที่มีกิ่งก้านห้อยระย้า เปรียบเสมือนสายธารแห่งความมั่งคั่งที่ไหลมาสู่บ้าน
นอกจากความเชื่อแล้ว ต้นหลิวยังมีประโยชน์ทางสมุนไพรอีกด้วย ในตำรายาแผนโบราณของจีน มีการใช้เปลือกของต้นหลิวลู่ลมในการรักษาอาการปวด ลดไข้ และเป็นยาขับปัสสาวะ สำหรับกิ่งของต้นหลิวลู่ลมมีสรรพคุณในการแก้โรคปวดตามข้อ ขับลม และแก้ตับอักเสบ
ในด้านการจัดภูมิทัศน์ ต้นหลิวสามารถนำมาใช้ได้หลากหลายรูปแบบ หลิวลู่ลมเหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาในพื้นที่กว้าง หลิวไต้หวันและหลิวขาวเหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้คลุมดินหรือปลูกเป็นแนวรั้ว หลิวทองเหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ประดับที่สร้างจุดเด่นด้วยสีสันของใบ และหลิวใบเหมาะสำหรับจัดสวนขนาดเล็กหรือสวนถาด

สรุป

การเลือกปลูกต้นหลิวสายพันธุ์ใดนั้น ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความชอบส่วนบุคคล หากมีพื้นที่กว้างและต้องการไม้ยืนต้นที่ให้ร่มเงาและความสวยงาม หลิวลู่ลมเป็นตัวเลือกที่ดี หากต้องการไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีดอกสวยงาม หลิวไต้หวันและหลิวขาวเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หากต้องการไม้ที่มีสีสันสะดุดตา หลิวทองเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม และหากต้องการไม้ที่มีกลิ่นหอม หลิวหอมแอฟริกาเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา
ไม่ว่าจะเลือกปลูกต้นหลิวสายพันธุ์ใด สิ่งสำคัญคือการดูแลอย่างถูกวิธี ทั้งการเลือกพื้นที่ปลูก การเตรียมดิน การรดน้ำ การใส่ปุ๋ย และการตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ต้นหลิวเติบโตอย่างสมบูรณ์และสวยงาม เพิ่มคุณค่าให้กับบ้านและสวนของคุณ
#สาระ #ต้นหลิว #หลิวลู่ลม #หลิวไต้หวัน #หลิวทอง #หลิวขาว #หลิวใบ #หลิวหอมแอฟริกา #ต้นไม้มงคล #จัดสวน #ไม้ประดับ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#หลิวไต้หวัน
#หลิวลู่ลม
#ต้นไม้มงคล
#หลิวหอมแอฟริกา
#จัดสวน
#หลิวทอง
#ไม้ประดับ
#ต้นไม้และสวน
#หลิวใบ
#ต้นหลิว
#สาระ
#หลิวขาว

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ต้นไม้ใบสีแดงน่าปลูกสร้างสีสันในสวนบ้านไทยมีอะไรบ้าง?
ทั่วไป

ต้นไม้ใบสีแดงน่าปลูกสร้างสีสันในสวนบ้านไทยมีอะไรบ้าง?

การจัดสวนด้วยต้นไม้ใบสีแดงเป็นแนวทางที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นและสร้างจุดสนใจให้กับพื้นที่สวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้นไม้เหล่านี้ไม่เพียงให้สีสันที่สวยงาม แต่ยังมีความหลากหลายในรูปแบบและขนาด ทั้งไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก และไม้กระถาง ที่เหมาะสำหรับปลูกทั้งในร่มและกลางแจ้ง ต้นไม้ใบสีแดงขนาดเล็กเหมาะสำหรับการปลูกในกระถาง แก้วกาญจนา แก้วกาญจนาหรืออโกลนีมาเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีใบสีสวยงามฉูดฉาด ส่วนมากเป็นสีแดงสดปนสีเขียว ต้นนี้พัฒนามาจากเขียวหมื่นปีแต่มีสีใบที่โดดเด่นกว่า การปลูกต้องใช้ดินร่วนปนทรายที่ผสมอินทรียวัตถุและระบายน้ำได้ดี1 สามารถขยายพันธุ์ได้หลายวิธี ทั้งแยกหน่อ ตอนยอด ปักชำ และเพาะเมล็ด สำหรับการดูแล แก้วกาญจนาชอบแสงแดดรำไร ต้องการน้ำและความชื้นพอสมควร โดยรดวันละ 1-2 ครั้ง แต่ต้องระวังไม่ให้น้ำขังเพราะอาจเกิดเชื้อราและโรครากเน่าได้ง่าย ต้นนี้ยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศและเป็นไม้มงคลที่เชื่อว่านำความรุ่งเรืองมาให้ บอนสี บอนสีหรือ Caladium เป็นไม้ล้มลุกที่ได้ชื่อว่า “ราชินีแห่งไม้ใบ” เนื่องจากความสวยงามของใบ14 มีใบรูปหัวใจ กลางใบเป็นสีชมพูอมแดง ขอบใบเป็นสีเขียวเข้ม การปลูกสามารถใช้วิธีเพาะเมล็ด แยกหน่อ ผ่าหัว ผสมเกสร และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ต้นนี้โตได้ในดินทั่วไปแต่ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดี บอนสีในไทยมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีหลายสายพันธุ์ที่แบ่งตามแหล่งที่มา ได้แก่ บอนไทย บอนจีน และบอนฮอลแลนด์ โดยบอนไทยมีความเชื่อด้านมงคลและมีชื่อที่หลากหลายตามสีสันของใบ ไม้ประดับใบสีแดงขนาดกลางสำหรับจัดสวน เข็มริมแดง เข็มริมแดงหรือ Dracaena Marginata เป็นไม้ประดับทรงพุ่มที่มีลำต้นตั้งตรง [...]

2 นาที
พืชแขวนสวยงามเหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด: วิธีเลือกและดูแลให้เติบโตอย่างมีสุขภาพดี
ทั่วไป

พืชแขวนสวยงามเหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด: วิธีเลือกและดูแลให้เติบโตอย่างมีสุขภาพดี

พื้นที่ในการจัดสวนที่บ้านมีจำกัดไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไปสำหรับคนรักต้นไม้ เพราะการปลูกพืชแขวนจะช่วยให้เราใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเพิ่มความสวยงามและสีเขียวให้กับบ้าน พืชแขวนไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจอีกด้วย พืชแขวนคืออะไรและทำไมถึงได้รับความนิยม พืชแขวนหรือ Hanging Plants เป็นพืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบห้อยลงมาหรือเลื้อยยาว เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางแขวนหรือตะกร้าแขวน ความนิยมของพืชแขวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสามารถใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างคุ้มค่า ทำให้แม้บ้านที่มีพื้นที่จำกัดก็สามารถมีมุมสีเขียวได้ การปลูกพืชแขวนช่วยสร้างมิติให้กับพื้นที่ทำให้ห้องดูกว้างขวางและน่าอยู่มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศและฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย ประโยชน์ของการปลูกพืชแขวนในบ้าน ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ การปลูกพืชแขวนในบ้านมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสภาพจิตใจ การศึกษาพบว่าการอยู่ร่วมกับพืชสีเขียวช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลได้อย่างมีนัยสำคัญ พืชแขวนยังช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อและสมาธิ ทำให้การทำงานหรือเรียนหนังสือมีประสิทธิภาพมากขึ้น สีเขียวของใบไม้ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ ช่วยให้มองโลกในแง่บวกและลดความดันโลหิตได้ การฟอกอากาศและปรับปรุงคุณภาพอากาศ พืชแขวนทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศตามธรรมชาติที่ช่วยกรองสารพิษและฝุ่นละอองต่างๆ การศึกษาพบว่าพืชชั้นนำเช่น โปโทสและแมงมุม สามารถลดมลพิษในอากาศภายในได้ถึง 50% พืชเหล่านี้ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไซลีน ที่มักพบในบ้านจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง ใบของพืชแขวนยังทำหน้าที่ดักจับฝุ่นและสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ทำให้อากาศในบ้านสะอาดขึ้น วิธีการเลือกพืชแขวนที่เหมาะสม การพิจารณาแสงแดดและสภาพแวดล้อม การเลือกพืชแขวนควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ตำแหน่งจะได้รับ พืชแขวนสำหรับที่แสงแดดจัดต้องการแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่พืชสำหรับแสงแดดรำไรต้องการแสงแดดน้อยกว่า 4 ชั่วโมง สำหรับพื้นที่ในร่มหรือระเบียงที่แสงแดดจำกัด ควรเลือกพืชที่ทนแสงแดดรำไรได้ดี เช่น โปโทส หรือฟิโลเดนดรอน ส่วนพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวันเหมาะสำหรับพืชอวบน้ำและพืชดอกไม้ การเลือกกระถางและวัสดุปลูก ขนาดของกระถางมีความสำคัญมาก [...]

1 นาที
ทำไมต้นกวักมรกตถึงเป็นที่นิยมและมีวิธีขยายพันธุ์อย่างไร?
ทั่วไป

ทำไมต้นกวักมรกตถึงเป็นที่นิยมและมีวิธีขยายพันธุ์อย่างไร?

ต้นกวักมรกตเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรักต้นไม้ทั้งใน และนอกประเทศ เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่าย ทนแล้ง และมีประโยชน์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฟอกอากาศ นำพาความมงคล และเป็นไม้ประดับที่สวยงาม การขยายพันธุ์ต้นกวักมรกตสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการชำกิ่ง การชำใบ และการแยกหน่อ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและระยะเวลาในการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน กวักมรกตคืออะไรและมีลักษณะพิเศษอย่างไร? ต้นกวักมรกต มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Zamioculcas zamiifolia และมีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า ZZ Plant หรือ Zanzibar Gem เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ต้นกวักมรกตจัดอยู่ในวงศ์ Araceae และมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 2-5 ปี ลักษณะเด่นของต้นกวักมรกตคือมีหัวใต้ดินสีน้ำตาลอ่อนที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งสะสมน้ำและสารอาหาร ใบจะเรียงตัวแบบขนนกประมาณ 6-8 คู่ หรือราว 12-18 ใบต่อกิ่ง ใบมีลักษณะหนาอวบน้ำ สีเขียวเข้ม ผิวใบเป็นมันวาว ทรงรูปไข่ปลายเรียว โคนมน และขอบใบเรียบ ความสูงของลำต้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.5-1 เมตร และสามารถผลิใบได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตค่อนข้างช้า ในช่วงกลางฤดูร้อนต้นกวักมรกตจะออกดอกสีเหลืองนวล ที่มีลักษณะคล้ายดอกหน้าวัว เหตุใดต้นกวักมรกตจึงถือเป็นต้นไม้มงคล? ในด้านความเชื่อและวัฒนธรรม ต้นกวักมรกตถือเป็นต้นไม้มงคลที่มีความหมายพิเศษในหลายแง่มุม ตามหลักฮวงจุ้ยและวาสตุศาสตร์ [...]

2 นาที
ทำไมบอนสีถึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งไม้ประดับ” และมีความสำคัญอย่างไรในวัฒนธรรมไทย?
ทั่วไป

ทำไมบอนสีถึงได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งไม้ประดับ” และมีความสำคัญอย่างไรในวัฒนธรรมไทย?

บอนสีหรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Caladium bicolor เป็นพืชในวงศ์ Araceae ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งไม้ประดับ” หรือ “Queen of The Tears Plant”  ด้วยความงดงามของใบที่มีสีสันและลวดลายที่หลากหลาย โดยมีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกาใต้ อินเดีย และอินโดนีเซีย  และได้รับการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยและสมัยรัตนโกสินทร์ในช่วงรัชกาลที่ 5 บอนสีคืออะไรและมีลักษณะเด่นอย่างไร? บอนสีเป็นไม้ประดับล้มลุกอวบน้ำที่มีหัวอยู่ใต้ดินไว้เก็บสะสมอาหาร  ต้นมีความสูงประมาณ 0.5 เมตร และมีพุ่มกว้างประมาณ 1 เมตร  ลักษณะเด่นของบอนสีคือใบที่มีขนาดใหญ่แผ่กว้าง มีก้านใบสูงยาวเหนือพื้นดิน และที่สำคัญคือสีสันและลวดลายของใบที่แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์  รูปทรงของใบบอนสีมีหลายแบบ ได้แก่ ใบรูปหัวใจ ใบทรงกลม ใบหอก และอื่นๆ  สีสันของใบก็มีความหลากหลาย เช่น สีแดง สีชมพู สีเหลือง สีขาว หรือสีเขียว ที่ประกอบควบคู่กันไป นอกจากนี้บอนสียังมีดอกลักษณะคล้ายดอกหน้าวัวและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ประเภทและสายพันธุ์ของบอนสี บอนสีสามารถแบ่งประเภทได้หลายวิธี โดยการแบ่งตามลักษณะของใบจะมี 4-5 ประเภทหลัก  บอนใบไทย (Thai-Native Leaf Caladium) เป็นบอนสีไทยโบราณที่มีใบรูปหัวใจ [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent