Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ทำไมการปลูกผักที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม?

Homeday
24 มิถุนายน 2568
1 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 24/6/2568

ทำไมการปลูกผักที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
Article Image

คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่

การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ
ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้
Article Image

การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน

การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์
การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง
Article Image

ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง

หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี
การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในกรณีรุนแรงอาจถึงแก่ชีวิต ส่วนการได้รับในปริมาณน้อยแต่สะสมในระยะยาวอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง แม้ว่าจะมีวิธีการล้างผักเพื่อลดสารเคมีตกค้าง แต่ก็ไม่สามารถกำจัดได้ 100% การปลูกผักเองจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารที่เรารับประทาน
Article Image

ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการประหยัดค่าใช้จ่าย

แม้ว่าการเริ่มต้นปลูกผักจะต้องลงทุนในเมล็ดพันธุ์และอุปกรณ์ แต่ในระยะยาวจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก การปลูกผักเองสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ เมล็ดพันธุ์จากผลผลิตที่เราปลูกสามารถนำไปปลูกใหม่ได้ ทำให้มีผักรับประทานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่
การศึกษาพบว่าการปลูกผักในเมืองช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะในชุมชนที่มีรายได้น้อย การมีแหล่งอาหารในท้องถิ่นช่วยลดการพึ่งพาระบบการจัดจำหน่ายจากภายนอก และสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในชุมชน นอกจากนี้ หากมีผลผลิตเหลือ ยังสามารถแบ่งปันให้เพื่อนบ้านหรือนำไปขายเป็นรายได้เสริมได้
Article Image

การเสริมสร้างสุขภาพจิตและความผ่อนคลาย

การปลูกผักและทำสวนมีผลดีต่อสุขภาพจิตอย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยหลายชิ้นพิสูจน์แล้วว่าการทำสวนช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้า กิจกรรมการดูแลต้นไม้ช่วยเพิ่มระดับสารเซโรโทนินในสมอง ซึ่งมีผลต่อความรู้สึกมีความสุข
การทำสวนยังช่วยชะลอการเต้นของหัวใจ ลดความดันโลหิต และเป็นการพักผ่อนจากกิจกรรมสมัยใหม่ที่ก่อให้เกิดความเครียด การเห็นพืชผักเจริญเติบโตจะสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจและความพึงพอใจ นอกจากนี้ การออกแรงกายจากการทำสวนยังเป็นการออกกำลังกายระดับปานกลางที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกาย
การปลูกผักตั้งแต่เมล็ดจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตช่วยสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของและเสริมสร้างความมั่นใจ กิจกรรมนี้ยังช่วยเสริมสร้างความจำ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการให้ความสนใจ การได้อยู่ในธรรมชาติและสัมผัสกับดินและต้นไม้ยังช่วยเชื่อมโยงเรากับความมีชีวิตชีวาและสร้างพลังงานบวก

สรุป

การปลูกผักไว้รับประทานเองเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในทุกมิติ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและปลอดภัยจากสารเคมี แต่ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดค่าใช้จ่าย และเสริมสร้างสุขภาพจิต การปลูกผักยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ให้การศึกษาแก่เด็ก และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน ด้วยประโยชน์มากมายเหล่านี้ การปลูกผักที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับใครก็ตามที่ต้องการสุขภาพดี ประหยัดเงิน และมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อม
#สาระ #การปลูกผักที่บ้าน #ปลอดสารเคมี #ประหยัดเงิน #สุขภาพจิต #สิ่งแวดล้อม #ความมั่นคงทางอาหาร #กิจกรรมครอบครัว #โภชนาการ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ประหยัดเงิน
#การปลูกผักที่บ้าน
#สุขภาพจิต
#สิ่งแวดล้อม
#โภชนาการ
#กิจกรรมครอบครัว
#ปลอดสารเคมี
#ความมั่นคงทางอาหาร
#ต้นไม้และสวน
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
เทคนิคการปลูกถั่วให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ: คู่มือครบครันสำหรับเกษตรกรยุคใหม่
ทั่วไป

เทคนิคการปลูกถั่วให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ: คู่มือครบครันสำหรับเกษตรกรยุคใหม่

การปลูกถั่วเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเกษตรที่สำคัญและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย ถั่วเป็นพืชตระกูลที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และยังมีความสามารถในการปรับปรุงคุณภาพดินผ่านการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การเลือกปลูกถั่วชนิดต่างๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างอาชีพให้กับเกษตรกร แต่ยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเลือกชนิดถั่วที่เหมาะสมกับพื้นที่ ถั่วแดงหลวง: พืชทดแทนที่มีประวัติศาสตร์ ถั่วแดงหลวงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Phaseolus vulgaris L. เป็นพืชล้มลุกที่มีลำต้นคล้ายกับต้นถั่วเหลือง ความสูงประมาณ 40-65 เซนติเมตร ถั่วชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะคือเมล็ดจะเปลี่ยนสีตามอายุ เริ่มจากสีขาว เปลี่ยนเป็นสีเขียว และเมื่อแก่เต็มที่จะกลายเป็นสีแดงเข้ม พันธุ์ที่แนะนำสำหรับการปลูกคือ พันธุ์หมอกจ๋าม และสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ถั่วอะซูกิ: สมบัติจากแดนอาทิตย์อุทัย ถั่วอะซูกิ (Vigna angularis) เป็นพืชล้มลุกฤดูเดียวที่มีต้นแข็งแรง ความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร เมล็ดมีทรงกลม สีแดงสด และตาสีขาว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่แยกแยะได้ง่าย ถั่วอะซูกิพันธุ์ปางดะเป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับสภาพอากาศของประเทศไทย โดยใช้เวลาในการเพาะปลูกประมาณ 80-100 วันหลังปลูก ถั่วขาว: ทางเลือกใหม่สำหรับพื้นที่สูง ถั่วขาว (Phaseolus vulgalis Linn.) เป็นไม้ล้มลุกอายุฤดูเดียวที่มีลำต้นเป็นทรงพุ่มเตี้ยรูปปิรามิด ความสูงประมาณ 8-15 เซนติเมตร ถั่วขาวมีขนาดเมล็ดเล็กกว่าถั่วแดงและมีทรงกลม พันธุ์ปางดะ 2 [...]

2 นาที
ปลูกผักในขวดพลาสติกได้ผลดีจริงหรือ? เทคนิคการทำสวนครัวในพื้นที่จำกัดที่คุณต้องรู้
ทั่วไป

ปลูกผักในขวดพลาสติกได้ผลดีจริงหรือ? เทคนิคการทำสวนครัวในพื้นที่จำกัดที่คุณต้องรู้

การปลูกผักในขวดพลาสติกกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการลดขยะพลาสติก แต่ที่น่าสนใจคือเทคนิคนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังให้ผลผลิตที่ดีและประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย จากการศึกษาพบว่าผักหลายชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ดีในขวดพลาสติก โดยเฉพาะผักใบเขียวและพืชสมุนไพรที่มีอายุสั้น การปลูกผักในขวดพลาสติกไม่เพียงแต่เป็นการรีไซเคิลที่สร้างสรรค์ แต่ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่อาศัยในเมืองหรือมีพื้นที่จำกัด ข้อดีของการปลูกผักในขวดพลาสติกที่คุณควรรู้ การใช้ขวดพลาสติกเป็นภาชนะปลูกผักมีข้อดีมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดมาก่อน ประการแรกคือการช่วยลดขยะและส่งเสริมการรีไซเคิล เนื่องจากขวดพลาสติกที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาสร้างประโยชน์ใหม่ได้ ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมาก เพราะไม่ต้องซื้อกระถางหรือภาชนะปลูกใหม่ แค่ใช้ขวดน้ำพลาสติกที่มีอยู่แทนก็เพียงพอแล้ว ข้อดีสำคัญอีกประการคือการประหยัดพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขวดพลาสติกสามารถแขวนหรือวางในแนวตั้งได้ ทำให้สามารถปลูกพืชได้ในพื้นที่จำกัด เช่น ริมระเบียงหรือกำแพง การดูแลก็ง่ายและสะดวกเพราะขวดพลาสติกมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และทำความสะอาดง่าย ที่สำคัญคือสามารถปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ตัดและดัดแปลงขวดให้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก เช่น ตัดขวดครึ่งหนึ่งสำหรับปลูกพืชเล็ก หรือใช้ทั้งขวดสำหรับพืชรากยาว การเตรียมขวดพลาสติกให้เหมาะสมกับการปลูกผัก การเตรียมขวดพลาสติกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผัก ขั้นแรกให้เลือกขวดพลาสติกที่เหมาะสม โดยใช้ขวดน้ำพลาสติกทั่วไป เช่น ขวดขนาด 1 ลิตร หรือ 1.5 ลิตร ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่จะปลูก จากนั้นล้างทำความสะอาดขวดให้สะอาดสนิท เพื่อกำจัดเชื้อโรคและสารปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อพืช สำหรับการตัดขวดมีหลายวิธีให้เลือก ถ้าเป็นการตัดขวาง เหมาะสำหรับปลูกพืชใบหรือพืชรากสั้น โดยตัดขวดเป็นสองท่อน ใช้ท่อนล่างเป็นกระถาง ต้องตัดให้มีความสูงเหมาะสม หากเป็นการตัดแนวตั้ง เหมาะสำหรับการแขวนเป็นแถวในการปลูกพืชแนวตั้ง สามารถใช้ขวดขนาด 6 ลิตร วางในแนวนอนและตัดช่องเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขั้นตอนสำคัญคือการเจาะรูระบายน้ำที่ก้นขวดหรือด้านข้าง 2-6 [...]

2 นาที
ดอกไม้กลิ่นหอมช่วยคลายความเครียดจริงหรือไม่?
ทั่วไป

ดอกไม้กลิ่นหอมช่วยคลายความเครียดจริงหรือไม่?

ในยุคที่ความเครียดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การค้นหาวิธีผ่อนคลายที่เป็นธรรมชาติจึงเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมมากขึ้นคือการใช้ดอกไม้กลิ่นหอมในการบำบัดความเครียด แต่ดอกไม้กลิ่นหอมช่วยคลายความเครียดได้จริงหรือไม่ และมีพันธุ์ไหนบ้างที่เหมาะสมสำหรับการปลูกไว้ในบ้าน อะไรคือการบำบัดด้วยกลิ่นหอม การบำบัดด้วยกลิ่นหอม หรือที่เรียกว่า อโรมาเทอราปี (Aromatherapy) เป็นการนำดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมสดชื่นต่างๆ มาสกัดเอากลิ่นแล้วนำไปใช้ประโยชน์ การสูดดมกลิ่นหอมจากดอกไม้หรือกลิ่นหอมของธรรมชาติจะช่วยให้จิตภายในของมนุษย์ผ่อนคลายสบายขึ้น อโรมาเทอราปีจะไปกระตุ้นประสาทการรับรู้กลิ่นผ่านทางต่อมรับกลิ่นภายในจมูก และส่งสัญญาณประสาทความรู้สึกเข้าสู่สมอง เมื่อสมองได้รับสัญญาณดังกล่าวจะแปลผลความรู้สึกนั้นออกมา แล้วส่งผลกลับไปให้ร่างกายทั้งหมดตอบสนองต่อกลิ่นนั้น กลิ่นหอมมีบทบาทสำคัญในการยกระดับสภาพอารมณ์ และช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสให้รับรู้ความละเมียดละไมของความรื่นรมย์ในชีวิต  ประโยชน์ของกลิ่นหอมต่อสุขภาพจิต กลิ่นหอมของอโรมามีคุณสมบัติช่วยให้เกิดความสงบ ผ่อนคลายอารมณ์ ขับไล่ความอ่อนล้า ซึ่งส่งผลให้ลดความตึงเครียดทางจิตและกล้ามเนื้อ  การใช้อโรมาเป็นที่นิยมในสถานบริการนวดและสปา เพื่อให้เกิดความสงบและใกล้ชิดกับธรรมชาติ และมีความคิดทางบวก  ดอกไม้กับสุขภาพจิตถือเป็นสิ่งที่เป็นของคู่กัน ซึ่งดอกไม้คือสัญลักษณ์แห่งความงดงาม ความสดชื่น ความรัก ความเคารพ และความศรัทธา  ดอกไม้ยังสามารถบำบัดจิตใจ บำบัดสุขภาพจิตของมนุษย์ได้หลากหลายมิติรอบด้าน ทั้งสีสันของดอกไม้ ลักษณะ เอกลักษณ์ และกลิ่นหอมของดอกไม้ จะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนแห่งความสุข และลดระดับฮอร์โมนความเครียดได้  ดอกไม้กลิ่นหอมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด ลิลลี่ (Lily) ลิลลี่เป็นดอกไม้เมืองหนาวที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนและตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น  ลิลลี่เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้รู้สึกสดชื่น มีสรรพคุณสร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลาย สามารถลดความเครียดลงได้ แถมยังช่วยบำบัดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย  โรสแมรี่ (Rosemary) โรสแมรี่มีเอกลักษณ์โดยเฉพาะกลิ่นที่สามารถช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ช่วยในเรื่องของสมาธิ สามารถคลายความรู้สึกอ่อนล้า [...]

1 นาที
ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?
ทั่วไป

ปลูกผักสลัดที่บ้านง่ายๆ ไม่ต้องใช้จอบเสียม ทำอย่างไรแม้พื้นที่จำกัด?

การปลูกผักสลัดที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการรับประทานผักปลอดสารพิษและสดใหม่ แม้จะมีพื้นที่จำกัดหรือไม่ถนัดในการใช้อุปกรณ์การเกษตรแบบดั้งเดิม เช่น จอบหรือเสียม ก็สามารถปลูกผักสลัดได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักสลัดที่บ้านแบบง่ายๆ ทั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกในดิน เพื่อให้คุณได้ผักสลัดออร์แกนิกสดใหม่ไว้รับประทานเองที่บ้าน ขอบคุณภาพจาก : EY – Gardening วิธีปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟม การปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือไม่ต้องการยุ่งยากกับการเตรียมดิน กล่องโฟมที่ใช้แล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ กล่องโฟมพร้อมฝาปิด (สามารถขอจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มักทิ้งกล่องเหล่านี้) มีดคัตเตอร์หรือเลื่อยบางๆ สำหรับตัดรูบนฝากล่องโฟม ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ กระถางสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำดี สารละลายธาตุอาหารสำหรับไฮโดรโปนิกส์ (ปุ๋ย A และ B) วัสดุปลูกไฮโดรโปนิกส์ เช่น เพอร์ไลท์หรือเวอร์มิคูไลท์ เมล็ดผักสลัด ขั้นตอนการทำ เตรียมกล่องโฟมโดยล้างให้สะอาด ถ้ามีแกนโฟมอยู่ข้างในให้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดออกให้หมด ตัดรูบนฝากล่องโฟมตามขนาดของกระถาง โดยใช้ก้นกระถางเป็นแนวในการตัด ควรตัดรูให้เล็กกว่าขนาดกระถางเล็กน้อยเพื่อให้กระถางพอดีกับรู ผสมสารละลายธาตุอาหาร A และ B ตามสัดส่วนที่แนะนำบนฉลาก โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 5 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร เพาะเมล็ดผักสลัดในฟองน้ำหรือวัสดุปลูกที่เตรียมไว้ รอให้งอกประมาณ 2-3 วัน [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent