Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ผักกินใบมีประโยชน์อะไรบ้าง? เรียนรู้วิธีปลูก 9 ชนิดยอดฮิตได้ง่ายๆ ที่บ้าน

Homeday
20 พฤษภาคม 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 20/5/2568

ผักกินใบมีประโยชน์อะไรบ้าง? เรียนรู้วิธีปลูก 9 ชนิดยอดฮิตได้ง่ายๆ ที่บ้าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การเพิ่มผักใบเขียวในอาหารประจำวันถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการดูแลสุขภาพ นอกจากจะให้วิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์แล้ว ผักกินใบยังมีแคลอรี่ต่ำแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและใยอาหารที่ช่วยในระบบขับถ่าย หากคุณมีพื้นที่เพียงเล็กน้อย คุณสามารถปลูกผักกินใบหลากหลายชนิดได้ที่บ้าน ซึ่งนอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังมั่นใจได้ว่าปลอดสารเคมีอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับผักกินใบ 9 ชนิดยอดนิยม พร้อมวิธีปลูกและประโยชน์ต่อสุขภาพที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
Article Image

ผักกินใบคืออะไร? ทำความรู้จักให้มากขึ้น

ผักกินใบ เป็นหนึ่งในประเภทของผักที่เรานิยมบริโภคส่วนของใบเป็นหลัก แตกต่างจากผักกินดอก ผักกินหัว หรือผักกินผล ผักประเภทนี้มีทั้งใบขนาดเล็กและใบขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็วแต่มีอายุสั้น ใช้เวลาในการปลูกและเก็บเกี่ยวเพียงประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น
ผักกินใบมักต้องการปุ๋ยที่มีไนโตรเจนเป็นหลักเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของส่วนใบ คุณสมบัติเด่นของผักกินใบคือมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงสายตา และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ
Article Image

ทำไมการทานผักใบเขียวจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ?

การรับประทานผักใบเขียวเป็นประจำมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่บริโภคผักใบเขียวทุกวันมีอัตราการเสื่อมของระบบสมองที่ช้ากว่าผู้ที่ไม่รับประทาน ผักใบเขียวอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด ได้แก่:
• วิตามินและแร่ธาตุ: ผักใบเขียวมีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค และแร่ธาตุอย่างเช่น แคลเซียม โพแทสเซียม และเหล็ก ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกาย • สารต้านอนุมูลอิสระ: ผักใบเขียวมีสารเบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน ช่วยชะลอวัย และลดการเกิดริ้วรอย • ใยอาหาร: ช่วยในระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก และช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด • โฟเลต: ช่วยในการผลิตฮอร์โมนที่ควบคุมอารมณ์ เช่น โดพามีนและเซโรโทนิน
กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้คนไทยรับประทานผักและผลไม้วันละ 400 กรัม เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดในสมอง และโรคมะเร็งบางชนิด
Article Image

รู้จัก 9 ผักกินใบยอดนิยมและวิธีปลูกที่บ้าน

ผักบุ้งจีน – ผักที่ปลูกง่ายและมีประโยชน์มากมาย

ผักบุ้งจีนเป็นพืชที่มีลำต้นสีเขียวอ่อนตั้งตรง สูงประมาณ 30 เซนติเมตร ลำต้นกลมกลวง ใบสีเขียวเรียวแหลม และมีดอกสีขาว มียางน้อยกว่าผักบุ้งไทย และเป็นที่นิยมในการบริโภคมากกว่า
วิธีปลูก: ผักบุ้งสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ดและการปักชำ สำหรับการปักชำ เมื่อซื้อผักบุ้งมาจากตลาด อย่าทิ้งส่วนรากเพราะสามารถนำมาเพาะต่อได้ โดยนำส่วนที่มีรากไปแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำไปปักชำในดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ผักบุ้งชอบแดดเต็มวัน ต้องการน้ำมากและสม่ำเสมอ แต่ไม่ชอบน้ำขัง ควรรดน้ำเมื่อดินแห้ง สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 20-30 วัน
ประโยชน์ทางโภชนาการ: ผักบุ้งมีแคลอรี่ต่ำเพียง 18 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม แต่อุดมไปด้วยวิตามินซี (55 มิลลิกรัม) แคลเซียม (77 มิลลิกรัม) และเหล็ก (1.7 มิลลิกรัม) มีประโยชน์มากมาย เช่น ช่วยบำรุงสายตา แก้อาการตาต้อ ตาฟ้าฟาง ช่วยดับร้อน แก้อาการร้อนใน บำรุงโลหิต ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง เพิ่มความสามารถในการจดจำ และช่วยในการขับปัสสาวะ

ผักกาดขาว – แหล่งวิตามินและแร่ธาตุสำคัญ

ผักกาดขาวเป็นพืชล้มลุก มีอายุ 1 ปี ใบมีสีเขียวอ่อนถึงเขียวแก่หรือเขียวปนเหลือง มีลักษณะห่อปลีหรือไม่ห่อปลีตามสายพันธุ์ ใบด้านนอกใหญ่กว่าใบด้านใน โคนใบกว้าง ผิวใบบางเห็นเส้นใยชัด
วิธีปลูก: ผักกาดขาวขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ควรปลูกในดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ชอบแดดจัดเต็มวัน ควรรดน้ำสม่ำเสมอทุกวันเช้า-เย็น สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 40-80 วัน
ประโยชน์ทางโภชนาการ: ผักกาดขาวอุดมไปด้วยแคลเซียม โพแทสเซียม ใยอาหาร คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามินเอ และวิตามินเค มีสารประกอบฟีนอล เช่น สารเคมเฟอรอลและสารเควอซิทิน ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยแก้ฤทธิ์สุรา ขับปัสสาวะและสารพิษ บรรเทาอาการไอ ช่วยการย่อยอาหาร บำรุงเม็ดเลือดแดง และบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง

ผักเคล – ซูเปอร์ฟู้ดที่มีประโยชน์สูง

ผักเคลหรือคะน้าใบหยิก มีลำต้นทรงกลมตั้งตรง ลักษณะเป็นข้อปล้องตามตำแหน่งใบ ใบมีหลายลักษณะตามสายพันธุ์ มีทั้งสีเขียวและสีม่วง ขอบใบทุกสายพันธุ์เป็นลอนหยักและผิวเป็นมัน
วิธีปลูก: ผักเคลขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ควรปลูกในดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี ชอบแสงแดดตลอดวัน ควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 45-60 วัน
ประโยชน์ทางโภชนาการ: ผักเคลถือเป็นผักใบเขียวที่มีประโยชน์สูงสุด มีวิตามินเอสูงถึง 2,900 หน่วยสากล วิตามินเค 80 ไมโครกรัม วิตามินซี 18 มิลลิกรัม และใยอาหาร 4 กรัมต่อ 100 กรัม มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีน ลูทีน และซีแซนทีน ช่วยบำรุงสายตา ระบบภูมิคุ้มกัน หัวใจ ปอด และตับ

ผักชี – สมุนไพรหอมที่มีสรรพคุณทางยา

ผักชีมีลักษณะต้นขึ้นเป็นกอ ลำต้นคล้ายขึ้นฉ่ายแต่ขนาดเล็กกว่า ใบแคบกว่า มีสีเหลืองอ่อน และมีกลิ่นหอมเย็นเป็นเอกลักษณ์
วิธีปลูก: ผักชีนิยมปลูกด้วยเมล็ด ควรปลูกในดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี ชอบแดดรำไร ชอบน้ำปานกลาง สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 40-50 วัน
ประโยชน์ทางโภชนาการ: ผักชีอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และแร่ธาตุต่างๆ มีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยขับลม และเป็นยาบำรุงธาตุ

ขึ้นฉ่าย – ผักที่ปักชำง่ายและมีกลิ่นเฉพาะตัว

ขึ้นฉ่ายแบ่งเป็นขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Celery) และขึ้นฉ่ายจีน (Chinese Celery) โดยขึ้นฉ่ายจีนมีลำต้นเล็กกว่าขึ้นฉ่ายฝรั่งและมีกลิ่นหอมฉุนมากกว่า
วิธีปลูก: ขึ้นฉ่ายสามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ดและการปักชำ สำหรับการปักชำ ให้นำต้นขึ้นฉ่ายที่ยังมีรากและใบอ่อนติดต้นสัก 2-3 ใบ แช่รากในน้ำทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำไปปักชำในดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี ชอบแดดรำไร ชอบน้ำปานกลาง ภายใน 2 สัปดาห์จะเริ่มแตกใบใหม่ สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 40-50 วัน
ประโยชน์ทางโภชนาการ: ขึ้นฉ่ายมีวิตามินเอ ซี แคลเซียม และโพแทสเซียมสูง ช่วยลดความดันโลหิต มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยขับปัสสาวะ และบำรุงระบบประสาท

ผักคอส – ผักกาดที่กรอบและอุดมด้วยวิตามิน

ผักคอส (Cos Lettuce) หรือผักกาดคอส ผักกาดโรเมน มีใบสีเขียวเรียวยาวซ้อนกันเป็นช่อ มีความกรอบ และมีรสชาติขมเล็กน้อย
วิธีปลูก: ผักคอสขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ควรรดน้ำสม่ำเสมอ แต่อย่าให้น้ำขัง ควรปลูกให้ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 40-60 วัน
ประโยชน์ทางโภชนาการ: ผักคอสมีวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินเค สูง มีใยอาหารมาก แคลอรี่ต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ช่วยในการขับถ่าย และบำรุงสายตา

ผักกวางตุ้ง – ผักใบนุ่มนิยมในอาหารจีน

ผักกวางตุ้ง (Bok Choy) เป็นพืชล้มลุก อยู่ตระกูลเดียวกับกะหล่ำและผักกาด มีใบสีเขียว ปลายใบกลมมนหรือรี ใบเป็นแบบห่อวางเรียงสลับกัน ลักษณะคล้ายผักคะน้าแต่ใบบางกว่า
วิธีปลูก: ผักกวางตุ้งขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ชอบแสงแดดครึ่งวัน ปลูกได้ดีในดินแทบทุกชนิดหรือดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี ชอบน้ำค่อนข้างมาก แต่อย่าให้น้ำขัง สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 45 วัน
ประโยชน์ทางโภชนาการ: ผักกวางตุ้งมีวิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และโพแทสเซียมสูง ช่วยในการย่อยอาหาร บำรุงสายตา และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

สะระแหน่ – สมุนไพรหอมที่ปลูกง่าย

สะระแหน่ (Kitchen Mint) เป็นไม้ล้มลุก มีเถาเลื้อยไปตามพื้นดิน ลำต้นเป็นเหลี่ยม ผิวลำต้นสีแดงอมม่วง ใบสีเขียวเป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
วิธีปลูก: สะระแหน่ขยายพันธุ์ด้วยการปลูกเหง้าและปักชำ ให้เตรียมดินโดยนำดินร่วน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน และปูนขาวเล็กน้อย มาคลุกให้เข้ากัน เลือกกิ่งสะระแหน่ที่สมบูรณ์ นำไปปักในดินให้เอนทาบ รดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ และนำแกลบโรยกลบเพื่อรักษาความชื้น ชอบแสงแดดจัด ชอบความชื้น ไม่ชอบน้ำขัง สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 35-60 วัน
ประโยชน์ทางโภชนาการ: สะระแหน่มีน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณสมบัติบรรเทาอาการปวด ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง และช่วยให้รู้สึกสดชื่น

กะหล่ำปลี – ผักกินใบที่อุดมด้วยวิตามิน

กะหล่ำปลี (Cabbage) เป็นพืชล้มลุก ใบมีหลายสีตามสายพันธุ์ ห่อหุ้มซ้อนกันแน่นเป็นหัว มีลักษณะกลมแบน
วิธีปลูก: กะหล่ำปลีขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ชอบแดดทั้งวัน ควรปลูกในดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี ควรรดน้ำสม่ำเสมอทุกวัน สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 60-90 วัน
ประโยชน์ทางโภชนาการ: กะหล่ำปลีมีวิตามินซี วิตามินเค และใยอาหารสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการขับถ่าย ลดระดับคอเลสเตอรอล และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด
Article Image

เคล็ดลับการปลูกผักกินใบให้ได้ผลผลิตดีตลอดปี

การเตรียมดินที่เหมาะสม

ดินที่เหมาะสมสำหรับการปลูกผักกินใบควรเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี มีความอุดมสมบูรณ์ และมีค่า pH ที่เหมาะสม การเตรียมดินที่ดีควรผสมดินร่วน 2 ส่วน ทราย 1 ส่วน และปุ๋ยหมัก 1 ส่วน เพื่อให้ดินมีธาตุอาหารที่เพียงพอ
สำหรับการปลูกในภาชนะหรือกระถาง ควรใช้ดินผสมสำหรับปลูกผักโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีส่วนผสมของดินร่วน ทราย และอินทรียวัตถุในสัดส่วนที่เหมาะสม

การให้น้ำและแสงแดด

ผักกินใบส่วนใหญ่ต้องการน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไปและไม่น้อยเกินไป ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยทั่วไปควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและชนิดของผัก ผักบางชนิดต้องการน้ำมาก เช่น ผักบุ้ง ในขณะที่บางชนิดต้องการน้ำน้อยกว่า เช่น ผักชี
ในส่วนของแสงแดด ผักกินใบส่วนใหญ่ต้องการแสงแดดประมาณ 4-6 ชั่วโมงต่อวัน แต่บางชนิดเช่น ผักบุ้ง กะหล่ำปลี และผักกาดขาว ชอบแดดเต็มวัน ในขณะที่บางชนิดเช่น ผักชีและขึ้นฉ่าย ชอบแดดรำไร ดังนั้นควรเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมในการปลูก

การจัดการศัตรูพืชและโรคพืชอย่างปลอดภัย

การปลูกผักกินใบที่บ้านอาจต้องเผชิญกับปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชได้ แต่เราสามารถจัดการได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้สารเคมี ดังนี้:
1. การหมุนเวียนพืช: ไม่ควรปลูกผักชนิดเดียวกันในพื้นที่เดิมซ้ำๆ เพื่อลดการสะสมของโรคและแมลง 2. การใช้น้ำส้มควันไม้: ฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้เจือจางเพื่อไล่แมลงศัตรูพืช 3. การใช้น้ำยาบุหรี่: แช่บุหรี่ในน้ำและนำมาฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลง 4. การใช้น้ำซาวข้าว: รดน้ำซาวข้าวเพื่อเพิ่มธาตุอาหารและป้องกันโรคพืชบางชนิด 5. การกำจัดวัชพืช: ถอนวัชพืชอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดการแย่งอาหารและพื้นที่

สรุป

ผักกินใบนับเป็นแหล่งวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย การรับประทานผักกินใบเป็นประจำช่วยส่งเสริมสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ และช่วยในการควบคุมน้ำหนัก การปลูกผักกินใบที่บ้านไม่เพียงแต่ทำให้คุณมีผักสดใหม่ปลอดสารเคมีไว้รับประทานเท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาวอีกด้วย
การเริ่มต้นปลูกผักกินใบสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการเลือกชนิดผักที่เหมาะกับพื้นที่และสภาพอากาศของคุณ เตรียมดินที่มีคุณภาพดี ให้น้ำและแสงแดดอย่างเหมาะสม และดูแลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักเคล หรือผักชนิดอื่นๆ ล้วนปลูกได้ไม่ยากและให้ประโยชน์ที่คุ้มค่า
เริ่มปลูกผักกินใบวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณและครอบครัว!
#สาระ #ผักกินใบ #วิธีปลูกผัก #ผักสวนครัว #ประโยชน์ของผัก #ผักปลอดสารพิษ #การปลูกผักที่บ้าน #ผักบุ้ง #ผักกาดขาว #อาหารเพื่อสุขภาพ #ผักเคล
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#การปลูกผักที่บ้าน
#ผักปลอดสารพิษ
#อาหารเพื่อสุขภาพ
#ผักกินใบ
#ผักกาดขาว
#วิธีปลูกผัก
#ผักบุ้ง
#ต้นไม้และสวน
#ประโยชน์ของผัก
#สาระ
#ผักเคล
#ผักสวนครัว

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ทำไมผักตระกูลกะหล่ำจึงมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด? 8 ชนิดที่ควรปลูกเองที่บ้าน
ทั่วไป

ทำไมผักตระกูลกะหล่ำจึงมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด? 8 ชนิดที่ควรปลูกเองที่บ้าน

ผักตระกูลกะหล่ำเป็นกลุ่มพืชที่มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อร่างกาย อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันโรคร้ายหลายชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ผักตระกูลนี้มีมากกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายคลึงกัน คือมีลำต้นเป็นแกนกลางและแตกกิ่งกับช่อดอกตรงยอดลำต้น ที่สำคัญคือนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ผักกลุ่มนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก บทความนี้จะแนะนำให้คุณรู้จักผักตระกูลกะหล่ำที่มีประโยชน์ พร้อมวิธีการปลูกไว้รับประทานเองที่บ้านเพื่อสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน ประโยชน์ทางสุขภาพของผักตระกูลกะหล่ำที่อาจคุณไม่เคยรู้ ผักตระกูลกะหล่ำหรือ Cruciferous Vegetable อยู่ในวงศ์ Brassica มีสารอาหารสำคัญมากมายที่มอบประโยชน์ให้ร่างกายอย่างน่าทึ่ง ดังนี้ กลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) เป็นสารสำคัญที่มีคุณสมบัติป้องกันโรคมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานพืชตระกูลกะหล่ำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สามารถลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 66% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีสารชัลโฟราเฟน อินโดล-3-คาร์บินอล และสารไอโซไธโอไซยาเนต ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นสารก่อมะเร็ง และดักจับสารก่อมะเร็งรวมถึงอนุมูลอิสระที่จะทำลายเซลล์ปกติ ไฟเบอร์ (Fiber) ที่พบในผักกลุ่มนี้ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย วิตามินซี (Vitamin C) ที่อุดมในผักตระกูลกะหล่ำช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เร่งการสมานแผล บำรุงสายตาและผิวพรรณ เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และยังช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้อีกด้วย ผักตระกูลกะหล่ำยังมีวิตามินเค [...]

3 นาที
ทำไมต้องปลูกผักกินเองที่บ้าน? วิธีปลูกผักปลอดสารพิษ 10 ชนิดง่าย ๆ ในกระถาง
ทั่วไป

ทำไมต้องปลูกผักกินเองที่บ้าน? วิธีปลูกผักปลอดสารพิษ 10 ชนิดง่าย ๆ ในกระถาง

ในยุคที่ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายตามตลาดกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตกสำหรับผู้บริโภค การหันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้บริโภค การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผักที่เรากินได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัดในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักหลากหลายชนิดไว้กินเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักที่ควรรู้ กรมอนามัยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในผักสดที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยพบว่าผักสด 10 ชนิดที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในระดับสูง ผักเหล่านี้ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย นอกจากผลกระทบในระยะสั้นแล้ว การได้รับสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ แต่สะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวอีกด้วย ปัญหานี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักเพื่อสุขภาพต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการหันมาปลูกผักไว้กินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักปลอดสารพิษ การปลูกผักเองยังช่วยให้เราสามารถเลือกใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงพืช หรือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการป้องกันแมลงศัตรูพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวนเล็ก ๆ ของเราอีกด้วย วิธีปลูกผักใบเขียวในกระถาง การปลูกกวางตุ้งในกระถาง กวางตุ้งเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง การเตรียมดินเริ่มจากการพรวนดินให้พร้อม กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วผสมปุ๋ยคอกลงไป จากนั้นหย่อนเมล็ดลงในกระถางเพาะกล้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม [...]

3 นาที
ทำไมแปลงผักอิฐบล็อกจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการปลูกผักที่บ้าน?
ทั่วไป

ทำไมแปลงผักอิฐบล็อกจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการปลูกผักที่บ้าน?

ประโยชน์ของการทำแปลงผักอิฐบล็อกในบ้าน การปลูกผักสวนครัวที่บ้านกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและผู้คนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักไว้รับประทานเองที่บ้าน เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และประหยัดงบประมาณ4 นอกจากนี้ยังช่วยให้มีผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานทุกวัน ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด การทำแปลงผักอิฐบล็อกมีข้อดีหลายประการ ได้แก่: ช่วยเพิ่มหน้าดินให้ลึกขึ้นและป้องกันการไหลของปุ๋ย มีความแข็งแรงทนทาน สามารถใช้งานได้นานถึง 3-5 ปีขึ้นไป ช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าชอนไชเข้ามาในแปลงผัก สร้างความเป็นระเบียบและสวยงามให้กับพื้นที่ วัสดุและงบประมาณในการทำแปลงผักอิฐบล็อก การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง จากตัวอย่างการทำแปลงผักขนาด 4×1.5 เมตร จำนวน 6 แปลง ใช้งบประมาณเพียง 1,164 บาท4 โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้: อิฐบล็อก 144 ก้อน ราคาก้อนละ 6 บาท รวม 864 บาท4 ก้อนหินสำหรับโรยรอบๆ แปลง 300 บาท4 สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด สามารถเลือกใช้อิฐประสานซึ่งมีราคาถูกกว่า โดยแปลงขนาด 40 ซม. x 272 ซม. สูง 20 ซม. ใช้งบประมาณเพียง [...]

2 นาที
ปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านง่ายจริงหรือ? เทคนิคลับที่ทำให้คุณมีผักสดใส่ตู้เย็นตลอดปี
ทั่วไป

ปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านง่ายจริงหรือ? เทคนิคลับที่ทำให้คุณมีผักสดใส่ตู้เย็นตลอดปี

การปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านในประเทศไทยอาจฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม ทุกคนสามารถมีผักเมืองหนาวสดใหม่ไว้บริโภคเองได้ตลอดทั้งปี แม้จะอยู่ในเขตภูมิอากาศเมืองร้อน การปลูกผักเมืองหนาวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมถึงควรปลูกผักเมืองหนาวเอง? ผักเมืองหนาวในตลาดมักมีราคาสูงและบางครั้งหายากตามฤดูกาล การปลูกเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดในราคาประหยัด นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ทำให้มั่นใจได้ว่าผักที่ได้รับประทานนั้นปลอดจากสารพิษ การปลูกผักเมืองหนาวยังช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตของพืชมากขึ้น สร้างความพึงพอใจจากการได้บริโภคผลผลิตที่ปลูกด้วยมือตนเอง และยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับสุขภาพจิตใจอีกด้วย การมีแปลงผักเล็กๆ ในบ้านยังช่วยเพิ่มความร่มรื่นและบรรยากาศดีให้กับพื้นที่อยู่อาศัย กระเทียมต้น: จุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับมือใหม่ กระเทียมต้นเป็นผักเมืองหนาวที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตดี เริ่มต้นด้วยการผสมดินร่วนกับปุ๋ยคอก รดน้ำให้ดินชุ่มแล้ววางไว้ นำเมล็ดกระเทียมต้นมาปลูกลงในหลุมเพาะลึก 1 เซนติเมตร กลบดินแล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำวันละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกล้าอายุได้ 60 วัน ให้ย้ายไปปลูกในแปลงหรือกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก การใช้ตาข่ายบังแดดจะช่วยให้กระเทียมต้นเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่เย็นสบาย หลังจากย้ายมาปลูกแล้วอีก 80 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้แล้ว การปลูกกระเทียมในเชิงพาณิชย์นิยมใช้กลีบกระเทียมแทนเมล็ด โดยเลือกใช้กลีบนอกที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะให้ผลผลิตที่ดีกว่า การปลูกในระยะ 10×10-15 เซนติเมตร จะให้ผลผลิตสูงที่สุด และการใช้ฟางคลุมแปลงจะช่วยควบคุมวัชพืชและรักษาความชุ่มชื้นในดิน กะหล่ำหลากสาย: เลือกปลูกได้ตามความชอบ กะหล่ำปมเป็นอีกหนึ่งผักเมืองหนาวที่สามารถปลูกในไทยได้ดี การเพาะเมล็ดทำได้โดยนำเมล็ดมาปลูกในแผงเพาะกล้าที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ฝังหลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด หรือหากเพาะในแปลงปลูกควรเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2-4 เซนติเมตร [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent