กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

21/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย ทำไมการเลือกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจึงสำคัญ? การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย ผักชนิดใดทนร้อนและปลูกง่ายในหน้าร้อน? 1. ผักบุ้ง – ผักกินง่ายที่ปลูกง่ายยิ่งกว่า ผักบุ้งจีนเป็นผักที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วแม้ในสภาพอากาศร้อน ลำต้นกลมเป็นปล้อง มีความกลวงภายใน ใบและยอดจะแตกออกตามข้อพร้อมรากด้วย ก้านใบมีลักษณะคล้ายหัวลูกศรหรือรูปหัวใจ ดอกมีสีขาว สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ดและการปักชำราก ผักบุ้งเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายและชอบดินชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ สามารถปลูกในน้ำหรือแม้แต่ในฟองน้ำก็ได้ ต้องการแสงแดดเต็มวันและควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อดินแห้ง สำหรับการปลูกในช่วงหน้าร้อนอาจต้องรดน้ำบ่อยขึ้นเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เช้า สาย บ่าย และเย็น เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน [...]

18/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวริมรั้วเป็นวิธีใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากจะได้ผักปลอดสารพิษไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด บทความนี้จะแนะนำผักสวนครัว 10 ชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกริมรั้ว ดูแลง่าย และสามารถเก็บเกี่ยวได้ยาวนานตลอดปี กระเจี๊ยบเขียวปลูกในเข่งได้ผลดีจริงหรือไม่? กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่เหมาะกับการปลูกริมรั้วหรือในภาชนะ เช่น เข่งหรือกระถาง เพราะมีความสูงที่เหมาะสมประมาณ 40 เซนติเมตร – 2 เมตร ทำให้จัดการพื้นที่ได้ง่าย สำหรับการปลูกในเข่ง สามารถใช้เข่งขนาด 15 นิ้วหรือเบอร์ 6 เริ่มด้วยการรองก้นเข่งด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ตามด้วยดินปลูกที่ผสมปุ๋ยอินทรีย์ ต้นกล้าควรมีอายุประมาณ 25 วันก่อนย้ายลงปลูกในเข่ง โดยใน 1 เข่งสามารถปลูกได้ 2 ต้น หลังจากปลูกเสร็จ ควรกลบหน้าดินด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำรดให้ชุ่ม ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราและกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก การดูแลในช่วงแรกควรรดน้ำเช้า-เย็นทุกวัน หลังปลูกไป 3 วัน ควรตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้าง และใช้ฮอร์โมนไข่นมสดผสมน้ำพ่นในตอนเช้าทุก 3 วัน ประมาณวันที่ 10 ควรใส่ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ดโดยโรยรอบขอบเข่ง และวันที่ 20 ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 กระเจี๊ยบเขียวจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุประมาณ [...]

11/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักในพื้นที่จำกัดของคอนโดกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ได้ผักสดใหม่ปลอดสารเคมีไว้บริโภค และยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด จากการศึกษาพบว่าการปลูกผักบนระเบียงคอนโดนั้นสามารถทำได้สำเร็จหากเข้าใจหลักการและเทคนิคที่ถูกต้อง โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกพื้นที่ การจัดการแสงแดด การเตรียมดินปลูก และการเลือกชนิดผักที่เหมาะสม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของการปลูกผักในพื้นที่จำกัด วิธีการเตรียมพื้นที่และจัดวางภาชนะปลูกผักให้เหมาะสม การเตรียมพื้นที่บนระเบียงคอนโดต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายประการเพื่อให้การปลูกผักประสบความสำเร็จ การใช้ชั้นวางรองเท้าเก่ามาดัดแปลงเป็นที่วางกระถางถือเป็นไอเดียที่ประหยัดและใช้ประโยชน์จากของที่มีอยู่แล้ว การจัดวางแบบนี้ช่วยให้สามารถวางต้นอ่อนชั้นล่าง และกระถางใหญ่ชั้นบนได้อย่างเหมาะสม ส่วนพื้นระเบียงควรปูด้วยพลาสติกกันซึมเพื่อป้องกันความเสียหาย การเลือกภาชนะปลูกเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ ควรใช้กระถางหรือกล่องปลูกที่มีรูระบายน้ำเพื่อป้องกันการเกิดน้ำขัง ภาชนะที่เลือกควรมีขนาดพอเหมาะกับผักที่จะปลูก โดยผักบางชนิดเช่นมะเขือเทศต้องการพื้นที่รากมากกว่าผักใบเล็กอย่างผักกาดหอม การใช้กระบะซ้อนกัน 2 ใบ โดยเจาะรูเฉพาะใบบน และใบล่างใส่น้ำไว้ช่วยให้การจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการจัดวางในไต้หวัน มีการใช้กระบะไม้ทรงลึกหน้าแคบสำหรับปลูกผักกินใบแค่แถวเดียว ซึ่งเป็นไอเดียที่แปลกใหม่แต่ช่วยให้จัดการพืชผักได้ง่าย การทำโต๊ะปลูกเองจากไม้มือสองก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ประหยัดและสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับพื้นที่ได้ แสงแดดมีผลต่อการปลูกผักอย่างไร และควรเลือกปลูกผักอะไรตามสภาพแสง แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเจริญเติบโตของผัก ระเบียงที่มีแสงแดดเพียงพออย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงต่อวันจะช่วยให้ผักเติบโตได้ดี การเข้าใจเรื่องแสงแดดจะช่วยให้เลือกปลูกผักได้อย่างเหมาะสม สำหรับพื้นที่ที่มีแสงแดดเต็มวัน แนะนำให้ปลูกผักกินผล เช่น พริก มะเขือเทศ รวมถึงผักใบเขียวตระกูลผักสลัดทั้งหลาย แต่ควรสังเกตด้วยว่าแดดช่วงไหนแรงเป็นพิเศษหรือไม่ หากแรงเกินไปก็ควรหาอะไรมาพรางแสงสักนิด ให้เหมาะสมกับความต้องการของผักชนิดนั้น สำหรับพื้นที่ที่มีแสงแดดครึ่งวัน เหมาะกับผักกินใบ เช่น ผักกาด ผักคะน้า ผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักโขม ผักกลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงแดดมากเกินไป และสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแสงปานกลาง [...]

26/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกมะเขือเป็นหนึ่งในกิจกรรมทำสวนครัวที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นผักที่มีหลากหลายสายพันธุ์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลวก ผัด ต้ม แกง หรือจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งถือเป็นผักที่ถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก การปลูกมะเขือในสวนครัวหลังบ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดใสปลอดสารพิษ และประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มะเขือมีกี่ชนิดที่เหมาะกับการปลูกที่บ้าน? มะเขือที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะตัวและวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป การเลือกชนิดมะเขือที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสำหรับการปลูกให้ประสบความสำเร็จ มะเขือเปราะ หรือ Solanum Aculeatissinum Jacq. เป็นพืชล้มลุกทรงพุ่มขนาดเล็ก มีลำต้นตั้งตรงผิวเรียบไม่มียาง ใบทรงหัวลูกศรปลายแหลม ผลเป็นทรงกลมเรียบ เนื้อแน่นกรอบฉ่ำน้ำ ส่วนใหญ่เป็นสีเขียว แต่อาจพบสีขาว เหลือง หรือม่วงตามสายพันธุ์ ภายในเป็นเมือกและมีเมล็ดจำนวนมาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมะเขือชนิดนี้ มะเขือเทศ หรือ Lycopersicon Esculentum Mill. เป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงกลมแข็งและเหนียว กิ่งก้านเป็นทรงพุ่มมีขนอ่อนปกคลุม มีกลิ่นเฉพาะตัว ผลมีรูปร่างและสีต่างกันตามสายพันธุ์ เมื่อสุกจะเป็นสีแดง ส้ม หรือเหลือง เนื้อในฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวหวานกรอบ มะเขือพวง หรือ Solanum Torvum Sw. เป็นไม้พุ่มยืนต้นที่แตกต่างจากมะเขือชนิดอื่น [...]

2/4/2568 • โดย Homeday
QUINN (ควินน์) แบรนด์แฟชั่นสะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์อันทรงพลัง เหนือกาลเวลา กล้าที่จะแตกต่าง ต้อนรับแฟชั่นประจำฤดูกาลซัมเมอร์ 2025 เชิญชวนทุกคนร่วมโต๊ะบรันช์สุดชิลล์ในแคมเปญ In the Garden พร้อมเสิร์ฟไอเทมแฟชั่นล่าสุดที่ได้แรงบันดาลใจจากของใช้นานาชนิดบนโต๊ะอาหารมื้อสาย ที่ถูกตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนในสวน โดยมีไฮไลต์สุดพิเศษประจำคอลเลกชั่นคือ การร่วมงานกับ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ นางแบบชื่อดังพ่วงด้วยดีกรีพิธีกร นักเขียนและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรี มาพรีเซนต์ความแอลิแกนซ์ที่ให้ความรู้สึกแคชชวลสบายผ่านลวดลายเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ผสมผสานกับเทคนิคการตัดเย็บอันประณีต กลายเป็นเสื้อผ้าสไตล์ซัมเมอร์ที่สวมใส่สบายพร้อมกับมีกลิ่นอายความหรูหราสไตล์โอลด์ มันนี่ องค์ประกอบสำคัญของการออกแบบคือการหยิบนำลวดลายที่มักเห็นได้บนโต๊ะอาหาร อาทิ ลายพิมพ์ดอกไม้ ลายทางหลากหลายสีสัน ลายนูนที่อินสไปร์จากขอบจานที่ถูกนำมาขมวดขดเกิดเป็นลวดลายแอบแสตรก และลายพิมพ์ของผักผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นต้นอาร์ติโชค มะเขือเทศ มะเขือม่วง และผลมะเดื่อฝรั่ง ถูกถักทอผ่านวัสดุเส้นใยธรรมชาติทั้งผ้าคอตตอน ผ้าลินิน รวมถึงผ้าลูกไม้ควินน์ แลซ (QUINN LACE) โดดเด่นด้วยลวดลายพิเศษนำมาต่อกันเป็นแพทช์ผ้าที่มีเอกลักษณ์ เสริมด้วยกรรมวิธีตัดเย็บสุดยูนีคทั้งการจับเดรปและการถักโครเช่ต์คล้ายแผ่นรองแก้ว มาในพาแลตสีสันนูทรัลสบายตาไปจนถึงสีสันสดใสบ่งบอกถึงความเป็นซัมเมอร์ ตั้งแต่สีขาวไอวอรี สีเบจ สีน้ำตาลมะฮอกกานี ไปจนสีเหลืองเลม่อน สีส้มแทงเจอรีน สีเขียวมรกต และสีแดงอำพัน ออกมาให้เลือกสรรในหลายดีไซน์ตั้งแต่ เดรสเกาะอกปักลายขมวดแอบแสตรก จัมพ์สูทลายทางคละสี เดรสสายเดี่ยวกระโปรงสั้นแต่งโมทีฟรูปผักช่วงอก เดรสแขนยาวจับเดรปป้ายข้าง เดรสซาตินคล้องคอพิมพ์ลายพืชผัก เชิ้ตแขนสั้นเข้าเซ็ทกับกางเกงพิมพ์ลายดอกไม้ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
ร้านกาแฟสเปเชี่ยลตี้คอฟฟี่ชั้นนำจากฮ่องกง “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” ภายใต้การบริหารงานของอิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมมอบความสดชื่นรับหน้าร้อนด้วยการเปิดตัวเมนูพิเศษประจำฤดูกาล ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2568 เอาใจคนรักสุขภาพด้วย 2 เมนูอาหารใหม่ล่าสุดที่รังสรรค์มาเพื่อเติมความสดใส ได้แก่ The Summer Crush Salad (ราคาเริ่มต้น 180++ บาท) สลัดแตงโมคลายร้อนที่ผสานความหวานฉ่ำของแตงโมสดกับมะเขือเทศ ผักร็อกเก็ต หอมแดง แตงกวาญี่ปุ่น และเฟต้าชีส ราดด้วยน้ำสลัดมะยงชิดและบัลซามิกอย่างลงตัว สำหรับผู้ที่ต้องการความพิเศษยิ่งขึ้น ขอแนะนำ The Summer Crush Salad with Serrano (ราคาเริ่มต้น 220++ บาท) สลัดแตงโมรสเลิศที่เพิ่มความหรูหราด้วยแฮมเซอราโน่คุณภาพเยี่ยมจากสเปน นอกจากเมนูอาหารแล้ว “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” ยังได้คิดค้น 2 เมนูเครื่องดื่มที่จะช่วยดับกระหายคลายร้อน เริ่มต้นด้วย Mango Paradise (ราคาเริ่มต้น 220++ บาท) กาแฟไทยแลนด์เฮ้าส์เบลนด์ที่ผสมผสานกับพิวเร่มะม่วง [...]

3/3/2568 • โดย Homeday
ร่างกายผู้หญิงในแต่ละช่วงวัยเต็มไปด้วยด้วยความเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสวยงาม หรือระบบภายใน เราจึงต้องดูแลใส่ใจและเตรียมรับมือตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก แน่นอนว่าวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการเลือกทานอาหารดี ๆ ที่จะช่วยบำรุง ป้องกัน และซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เนเจอร์ เซ็นเซชั่น จึงพาสาว ๆ มาดูลิสต์อาหารที่จะช่วยรับมือกับปัญหาเหล่านี้อย่างตรงจุด เริ่มจากการดูแลผิว ห้ามพลาดการทานมะเขือเทศ ซึ่งมีไลโคปีน ทำให้ผิวแข็งแรง ปกป้องผิวไม่ให้อักเสบและขึ้นผื่นแดงจากแสงอาทิตย์ รวมถึงน้ำมะพร้าวที่อุดมด้วยเอสโตรเจน ช่วยยืดการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวมีความกระชับมากขึ้น และกลุ่มผักใบเขียว เช่น เคล และ ร็อกเก็ต ต่างมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัยได้ ในส่วนของโรคภายใน ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต่างมีปัญหาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะที่เกิดจากกลั้นและกินน้ำน้อย ดังนั้นจึงควรกินแครนเบอร์รี่ที่สามารถกำจัดแบคทีเรียได้ดี ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ นอกจากนี้แครนเบอร์รี่ยังมีสารฟลาโวนอยด์ที่อาจลดการขยายตัวของเซลล์มะเร็งรังไข่ได้ อาหารอีกหนึ่งชนิดที่หญิงสาวทุกคนควรทานคือ โยเกิร์ต เพราะจะทำให้แบคทีเรียในช่องคลอดมีความสมดุล ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ และการหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง รวมถึงอาหารที่มีน้ำตาลสูง ก็มีส่วนลดกลิ่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน และสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงมดลูกและไข่ให้แข็งแรงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ แนะนำให้ทานไข่ ซึ่งนอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารมากมายอย่างโปรตีน วิตามินดี ธาตุเหล็ก และวิตามินบี 12 แล้ว ยังช่วยทำให้ไข่ตกได้ดีอีกด้วย และควรเพิ่มอะโวคาโดที่ประกอบด้วยไขมันดี สามารถเพิ่มความแข็งแรงให้เยื่อบุโพรงมดลูก เตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เนเจอร์ [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
การทำปุ๋ยออร์แกนิกจากวัสดุเหลือใช้ในบ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างสังคมที่ยั่งยืน เศษวัสดุที่เรามักจะทิ้งเป็นขยะอย่างเปลือกไข่ กากกาแฟ หรือเปลือกกล้วยล้วนมีประโยชน์มหาศาลในการบำรุงดินและเติมสารอาหารให้พืช บทความนี้จะแนะนำ 9 สูตรปุ๋ยออร์แกนิกทำง่ายจากวัสดุในครัวเรือน พร้อมวิธีการใช้งานที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ต้นไม้ของคุณเติบโตอย่างสมบูรณ์และปลอดภัยจากสารเคมี ประโยชน์ของการทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เอง การหันมาทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เองมีข้อดีมากมาย เริ่มจากการช่วยลดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากวัตถุดิบหาได้ง่ายในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นเปลือกไข่ เปลือกผลไม้ หรือกากกาแฟที่ใช้แล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นการลดปริมาณขยะในบ้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำสิ่งที่มักถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะมาแปรรูปเป็นปุ๋ยที่มีคุณค่า ประโยชน์สำคัญอีกประการคือการลดการใช้สารเคมี ปุ๋ยที่ทำเองจากวัสดุธรรมชาติไม่มีสารเคมีอันตราย ทำให้มั่นใจได้ว่าพืชผักที่ปลูกด้วยปุ๋ยเหล่านี้จะปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สามารถทำร่วมกันในครอบครัวเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย ปุ๋ยออร์แกนิกถือเป็นส่วนสำคัญในการเกษตรแบบยั่งยืน ช่วยปรับปรุงคุณภาพของดินในระยะยาว เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และสร้างระบบนิเวศที่สมดุลในแปลงเกษตรหรือสวนหย่อม ทำให้พืชแข็งแรงต้านทานโรคได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี สูตรปุ๋ยจากเปลือกไข่ แคลเซียมธรรมชาติเพื่อต้นไม้ เปลือกไข่เป็นแหล่งแคลเซียมชั้นเยี่ยมที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ช่วยให้ออกดอกออกผลดี และมีสารอาหารสำคัญอย่างไนโตรเจน ซิงก์ และฟอสฟอรัส การทำปุ๋ยจากเปลือกไข่ทำได้ง่ายมาก เริ่มจากล้างเปลือกไข่ให้สะอาดและนำไปตากให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อรา หลังจากนั้นบดให้ละเอียดเป็นผงและนำไปผสมกับดินหรือโรยรอบโคนต้น อีกวิธีหนึ่งคือการนำเปลือกไข่บดละเอียดไปแช่น้ำข้ามคืน แล้วนำน้ำที่ได้ไปรดต้นไม้ วิธีนี้ช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้เร็วขึ้น จากการศึกษาพบว่าเปลือกไข่ช่วยปรับสภาพดินที่เป็นกรดให้เป็นกลางมากขึ้น เหมาะสำหรับพืชที่ต้องการแคลเซียมสูงอย่างมะเขือเทศ พริก และผักใบเขียวต่างๆ การใช้ปุ๋ยเปลือกไข่อย่างสม่ำเสมอยังช่วยป้องกันอาการปลายใบไหม้และช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น ควรใช้อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้พืชได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง สูตรปุ๋ยจากเปลือกกล้วย เพิ่มโพแทสเซียมให้ดินอย่างมีประสิทธิภาพ เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช โดยเฉพาะโพแทสเซียม [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ตามรอยสัมผัสประสบการณ์ความอร่อยขนานแท้ตามแบบฉบับอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ และอาหารไทยต้นตำรับ และสมัยใหม่ที่เข้ากันอย่างลงตัว ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เชฟแอนเดรีย มอนเทลลา หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ พร้อมเชฟประจำห้องอาหารเวนติซี ผู้คัดสรรวัตถุดิบนำเข้าส่วนผสมชั้นเลิศ นำมาบรรจงปรุงแต่งอย่างพิถีพิถัน พร้อมเนรมิตรังสรรค์เป็นเมนูแสนอร่อยจนเป็นเมนูจานเด่นติดดาวที่อยากให้ทุกท่านได้ลิ้มลอง อร่อยแบบไม่ต้องไปไกลถึงอิตาลีกับจานพิเศษ อาทิ การ์ปัชโชสไตล์เตรนติโนเสิร์ฟพร้อมเดรสซิ่งมะนาว ผักร็อกเก็ต และชีสเทรนติกราน่า ราคา 530 บาท++, พาร์มาแฮมโพรสคิโตเสิร์ฟพร้อมเมลอน ราคา 590 บาท++, ปลาหมึกคารามารีย่างเสิร์ฟพร้อมสลัดพานซาเนลลาและครีม ราคา 390 บาท++, ชีสบูราต้าทรัฟเฟิลเสิร์ฟพร้อมร็อกเก็ต และเห็ดทรัฟเฟิล ราคา 380 บาท++, ริซอตโตเห็ดพอร์ชินีเสิร์ฟพร้อมตับห่าน ราคา 780 บาท++, ริซอตโตหมึกดำซีฟู้ด ราคา 610 บาท++, ซี่โครงหมูสไตล์มิลาเนสเสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศเชอรี่ มันฝรั่งอบ และสลัดร็อกเก็ต ราคา 750 บาท++, ทาญเลียเตลเล่เสิร์ฟพร้อมไส้กรอกโฮมเมดและเห็ด ราคา 390 บาท++ [...]

21/2/2568 • โดย Homeday
โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ (InterContinental Bangkok) ขอเชิญทุกท่านมาเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศอันอบอุ่นท่ามกลางโคมไฟขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางโถงต้อนรับของโรงแรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพวงมาลัยไทย พร้อมลิ้มลองขนมคาวหวานหลากชนิดจาก ชุดน้ำชายามบ่ายชาไทย ชุดน้ำชายามบ่ายชุดใหม่ ให้บริการ ที่ บัลโคนี่ เลาจน์ (Balcony Lounge) ชุดน้ำชายามบ่ายชาไทย ประกอบไปด้วยขนมคาวหวานที่สร้างสรรค์โดยใช้ชาไทยเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยและอังกฤษได้อย่างลงตัว เริ่มด้วยขนมคาวน่ารับประทาน อาทิ แซนด์วิชมะเขือเทศชีสและน้ำผึ้งทรัฟเฟิล (Honey Truffle) แซนด์วิชไก่รมควันมายองเนสมัสตาร์ด (Mayonnaise Mustard) พายปลาแซลมอนและต้นกระเทียมพร้อมด้วยเชดดาร์ชีส (Salmon and Leek Quiche Binded by Cheddar Cheese) ที่เข้ากันกับชาได้เป็นอย่างดี ส่วนขนมหวานก็ล้วนเป็นขนมที่มีส่วนผสมของชาไทยอย่างลงตัว อาทิ มาการองชาไทย (Thai Tea Macarons) ครีมบรูเล่ชาไทย (Thai Tea Crème Brûlée) เค้กทีรามิสุชาไทย (Thai Tea Tiramisu) ที่มีส่วนผสมหลักเป็นมาสคาโปนครีมชาไทย (Thai Tea Mascarpone [...]

31/3/2568 • โดย Homeday
บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคแบรนด์ชั้นนำ อาทิ เทสโต ปาร์ตี้ โดโซะ ฯลฯ เปิดตัวสินค้า โดโซะ ไรซ์มิกซ์ (DOZO RICE MIX) ข้าวอบกรอบผสมธัญพืช 2 รสชาติใหม่ คือ รสกลมกล่อม และรสมะเขือเทศอบชีส หวังเจาะตลาดขนมขบเคี้ยวด้วยการพัฒนาขนมรสชาติใหม่ ๆ มานำเสนอแก่ผู้บริโภค พร้อมทั้งชูจุดเด่นคุณประโยชน์วัตถุดิบที่ทำมาจากข้าว 3 ชนิด ประกอบด้วย ข้าว ข้าวโอ๊ต และโฮลวีต ตามสโลแกน “อร่อยแฮปปี้ มีดีทุกคำ” นอกจากนี้ ยังใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคด้วยการใช้กรรมวิธีการผลิตขนมผ่านการอบแทนการทอด ทำให้มีไขมันน้อยกว่าขนมอื่นๆ ถึง 33% ตอบโจทย์เทรนด์การดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบันอย่างมาก มาพร้อมกับการรังสรรค์รูปทรงขนมสามเหลี่ยม กรอบฟู ทานเพลินพอดีคำ รสชาติอร่อยกลมกล่อม โดย โดโซะ ไรซ์มิกซ์ รสชาติใหม่นี้ วางขายพร้อมกันทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 [...]

24/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ปัญหาประชากรล้นเมืองและความกังวลเรื่องความปลอดภัยของอาหารเพิ่มขึ้น การปลูกผักไว้รับประทานเองกลายเป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจอย่างมาก การปลูกผักในบ้านไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมีประโยชน์มากมายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึง ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้การปลูกผักที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม คุณค่าทางโภชนาการที่เหนือกว่าจากผักสดใหม่ การปลูกผักไว้รับประทานเองช่วยให้เราได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่สูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด ผักจะเริ่มสูญเสียวิตามินและเกลือแร่ทันทีที่ถูกเก็บเกี่ยวออกจากต้น และจะสูญเสียเพิ่มเติมระหว่างกระบวนการขนส่งและการเก็บรักษา การวิจัยพบว่าผักที่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกลและการแช่เย็นจะสูญเสียคุณค่าทางอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ผักที่เก็บสดใหม่จากสวนของเราเองจะมีไมโครนิวเทรียนท์หรือสารอาหารรองอย่างวิตามินและเกลือแร่ในปริมาณที่สูงกว่า นอกจากนี้ยังมีพฤษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็งบางชนิด องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บริโภคผักผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวันเพื่อลดความเสี่ยงจากโรคเหล่านี้ การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน การปลูกผักที่บ้านมีส่วนสำคัญในการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผักที่วางจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่ต้องผ่านกระบวนการขนส่งระยะไกล ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเฟื้อและพลังงานในการขนส่ง การศึกษาวิจัยพบว่าการขนส่งผักผลไม้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปลูกผักที่บ้านช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น ลดความต้องการพลังงานในการแช่แข็งและเก็บรักษา และที่สำคัญคือลด “ฟู้ดไมลส์” หया ระยะทางที่อาหารต้องเดินทางจากแหล่งผลิตถึงผู้บริโภค การปลูกพืชในพื้นที่เมืองยังช่วยสร้างพื้นที่สีเขียว ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจน นอกจากนี้ยังช่วยลดปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ความปลอดภัยจากสารเคมีและยาฆ่าแมลง หนึ่งในความกังวลหลักของผู้บริโภคคือการปนเปื้อนของสารเคมีในผัก การศึกษาพบว่าผักหลายชนิดที่จำหน่ายในตลาดมีสารเคมีตกค้างในปริมาณที่น่าเป็นห่วง ผักที่พบสารเคมีตกค้างสูงที่สุด ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง [...]