Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 10 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: ปลดหนี้
การผ่อนบ้านให้หมดเร็วทำอย่างไร? วิธีลดต้นลดดอกและจบหนี้ก่อนกำหนด
ทั่วไป

การผ่อนบ้านให้หมดเร็วทำอย่างไร? วิธีลดต้นลดดอกและจบหนี้ก่อนกำหนด

26/4/2568 • โดย Homeday

การมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่การผ่อนบ้านมักกินระยะเวลายาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เสียดอกเบี้ยมหาศาล บทความนี้จะมาแนะนำวิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนด เพื่อประหยัดดอกเบี้ยและสร้างอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งคำแนะนำในการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการหนี้บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เป็นภาระมากเกินไป ทำไมการผ่อนบ้านให้หมดเร็วจึงสำคัญต่อสุขภาพทางการเงิน? การผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนดนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพทางการเงินในระยะยาว เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ยจำนวนมหาศาลที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ยิ่งผ่อนนานเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากคุณกู้เงิน 3 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4% ต่อปี คุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมกว่า 2.1 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา แต่หากคุณสามารถผ่อนให้หมดใน 15 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะลดลงเหลือเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ การปลดภาระหนี้บ้านเร็วขึ้นยังช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น ทำให้สามารถนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนหรือเก็บออมเพื่ออนาคตได้ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดจากการมีหนี้สินระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน อัตราดอกเบี้ยอาจปรับตัวสูงขึ้นได้ตลอดเวลา การมีภาระหนี้น้อยลงจึงช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมาก การวางแผนการเงินเพื่อปิดหนี้บ้านเร็วขึ้นจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วกว่าที่คิด และจะทำให้คุณมีเงินเหลือเพื่อทำตามเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ในอนาคต เช่น การเกษียณอายุ การศึกษาของบุตร หรือการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน? ก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินสถานะทางการเงินของตัวเองอย่างรอบคอบ คุณควรเริ่มจากการสำรวจรายรับรายจ่ายให้ชัดเจน ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% [...]

ติดแบล็กลิสต์จะมีโอกาสซื้อบ้านได้หรือไม่? 5 วิธีแก้ปัญหาสำหรับคนอยากมีบ้าน
ทั่วไป

ติดแบล็กลิสต์จะมีโอกาสซื้อบ้านได้หรือไม่? 5 วิธีแก้ปัญหาสำหรับคนอยากมีบ้าน

24/4/2568 • โดย Homeday

หลายคนคงเคยประสบปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อเมื่อต้องการซื้อบ้าน โดยเฉพาะคนที่มีประวัติการเงินไม่ดีหรือติดแบล็กลิสต์ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่ผู้ที่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ความจริงแล้ว แม้คุณจะติดแบล็กลิสต์ก็ยังมีโอกาสซื้อบ้านได้ เพียงแต่ต้องรู้วิธีจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง บทความนี้จะแนะนำ 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณมีโอกาสกู้ซื้อบ้านได้แม้จะมีประวัติเครดิตที่ไม่ดี “ติดแบล็กลิสต์” หรือ “ติดเครดิตบูโร” คืออะไรกันแน่? การติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร เป็นสถานะทางการเงินที่บ่งบอกว่าคุณมีพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น การผิดนัดชำระหนี้หลายครั้ง การไม่ชำระหนี้ตามกำหนด หรือมีการค้างชำระนานเกินไป ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในระบบของเครดิตบูโร หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เครดิตบูโรเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อของทุกคนจากสถาบันการเงินต่างๆ ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยธนาคารจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อที่คุณยื่นขอ ข้อมูลที่เครดิตบูโรเก็บรวบรวมนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขบัตรประชาชน และข้อมูลสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระสินเชื่อ เช่น ประวัติการกู้ซื้อบ้านหรือรถ จำนวนบัตรเครดิตที่ถืออยู่ และสถานะการผ่อนชำระของแต่ละบัญชี วิธีตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรของตัวเอง ก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้าน หากไม่มั่นใจว่าตัวเองมีเครดิตที่ดีพอสำหรับการยื่นกู้หรือติดแบล็กลิสต์อยู่หรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบได้โดยง่ายผ่านช่องทางต่อไปนี้: ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะสามารถรับผลได้ภายใน 15 นาที เพียงนำบัตรประชาชนไปแสดงตน [...]

ทำความรู้จัก “รีไฟแนนซ์” และ “รีเทนชั่น” ตัวช่วยผ่อนบ้านไม่ให้หนี้บาน ปลดหนี้ไวขึ้น
ข่าวสาร

ทำความรู้จัก “รีไฟแนนซ์” และ “รีเทนชั่น” ตัวช่วยผ่อนบ้านไม่ให้หนี้บาน ปลดหนี้ไวขึ้น

29/8/2567 • โดย Homeday

ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อการใช้ชีวิตของผู้บริโภคทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากการปรับอัตราดอกเบี้ยแต่ละครั้งหมายถึงสภาพคล่องทางการเงินของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมไปถึงการจับจ่ายใช้สอยและวางแผนทางการเงินอื่น ๆ เช่นกัน ข้อมูลล่าสุดจากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย มีม

“คลินิกแก้หนี้ by SAM” ร่วมบรรยายความรู้ทางการเงิน “ปลดล็อก ปลดหนี้” แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ข่าวสาร

“คลินิกแก้หนี้ by SAM” ร่วมบรรยายความรู้ทางการเงิน “ปลดล็อก ปลดหนี้” แก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

1/9/2568 • โดย Homeday

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM โดยผู้บริหารโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ร่วมบรรยายให้ความรู้ด้านการเงิน เรื่อง “ปลดล็อก ปลดหนี้” ในโครงการ Happy Money 2025 จัดโดยคณะกรรมการเสริมสร้างความผาสุกและความผูกผัน สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล พร้อมเสริมสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่เหมาะสมให้แก่บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกว่า 150 คน โดยมีว่าที่ร้อยตรี อาพันธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ณ ห้องสัมมนา อาคารรัฐสภา นอกจากนี้ SAM ยังได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนข้าราชการรัฐสภาและผู้เข้าร่วมงานสร้างรายได้เสริมด้วยการสมัครเข้าร่วมแคมเปญ “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ”  เพียงเป็นผู้แนะนำทรัพย์มือสองของ SAM รับค่าแนะนำตามเงื่อนไขที่กำหนด  ผู้ที่สนใจทรัพย์สินรอการขาย หรือ NPA ของ SAM ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.sam.or.th รวมทั้งช่องทางออนไลน์ที่หลากหลายและสะดวกรวดเร็ว โดยแอด ID Line @Samline ติดตาม Facebook /YouTube [...]

มนุษย์เงินเดือนควรวางแผนเกษียณอย่างไรให้มีเงินใช้ไม่หมด?
ทั่วไป

มนุษย์เงินเดือนควรวางแผนเกษียณอย่างไรให้มีเงินใช้ไม่หมด?

23/4/2568 • โดย Homeday

มนุษย์เงินเดือนกับความท้าทายในการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม หลายคนใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงอนาคตระยะยาว ทำให้เมื่อถึงวัยเกษียณกลับไม่มีเงินเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิต การวางแผนเกษียณที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรามีชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข ไม่เป็นภาระให้กับลูกหลาน และสามารถใช้ชีวิตได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้เคล็ดลับการวางแผนเกษียณสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ทำได้จริง เพื่อให้มีเงินใช้ไม่หมดตลอดช่วงชีวิตหลังเกษียณ ทำไมต้องเริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้? ความจริงที่หลายคนอาจยังไม่ตระหนักคือ ยิ่งเริ่มวางแผนเกษียณเร็ว ยิ่งมีโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคตได้มากขึ้น การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของคนที่ใกล้จะเกษียณเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่ควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มทำงาน เหตุผลสำคัญที่ต้องวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ คือ พลังของการทบต้นของเงินลงทุน เงินที่เราเก็บออมไว้จะงอกเงยผ่านดอกผลการลงทุน และดอกผลนั้นก็จะสร้างดอกผลต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งเราให้เวลากับกระบวนการนี้มากเท่าไร เงินของเราก็จะเติบโตได้มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ การวางแผนเกษียณยังมีประโยชน์อีกหลายประการ ทั้งการเตรียมความพร้อมด้านการเงิน การสร้างวินัยการออมที่ดี การวางแผนปลดหนี้ก่อนเกษียณ การดูแลตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระให้ครอบครัว และการมีอิสระในการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการหลังเกษียณ กำหนดอายุเกษียณและระยะเวลาหลังเกษียณอย่างสมเหตุสมผล ก้าวแรกของการวางแผนเกษียณคือการกำหนดอายุที่จะเกษียณและคาดการณ์ระยะเวลาหลังเกษียณให้ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม คนส่วนใหญ่มักกำหนดอายุเกษียณที่ 60 ปี ตามเกณฑ์ทั่วไป แต่บางคนอาจต้องการเกษียณเร็วขึ้นหรือทำงานต่อไปหลังจากนั้น ในการประเมินระยะเวลาหลังเกษียณ คุณสามารถพิจารณาจากประวัติอายุขัยของคนในครอบครัวและสุขภาพของตัวเอง แต่มีคำแนะนำว่าควรบวกเพิ่ม 5-10 ปีจากที่คาดการณ์ไว้ เพื่อให้มีเงินสำรองเพียงพอ โดยทั่วไปมักกำหนดระยะเวลาหลังเกษียณไว้ที่ 20-25 ปี ยิ่งคุณเริ่มวางแผนเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาให้เงินทำงานมากขึ้นเท่านั้น หากเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่อายุ 22 ปี เมื่อเทียบกับการเริ่มต้นตอนอายุ 30 ปี ความแตกต่างของระยะเวลา [...]

วิธีปลดหนี้ ฉบับเร่งด่วนจี๋ ด้วยหลัก 4 ป.
ทั่วไป

วิธีปลดหนี้ ฉบับเร่งด่วนจี๋ ด้วยหลัก 4 ป.

24/12/2564 • โดย Homeday

ป. ที่ 2 “ปิดยอดหนี้” ปิดยอดหนี้ ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดก่อน และวางแผนการชำระหนี้อย่างเป็นระบบ โดยแยกออกเป็นหนี้ระยะสั้น ยอดหนี้รวมคงเหลือน้อย อัตราดอกเบี้ยต่อปีสูง มีงวดผ่อ

ทีทีบี ฟินทิป เสิร์ฟเทคนิคปลดหนี้ให้ไวแบบสุดปัง! จบเรื่องปวดหัว เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นอย่างใจฝัน
ข่าวสาร

ทีทีบี ฟินทิป เสิร์ฟเทคนิคปลดหนี้ให้ไวแบบสุดปัง! จบเรื่องปวดหัว เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นอย่างใจฝัน

26/3/2568 • โดย Homeday

ทุกความฝันมีค่า! ไม่ว่าเราจะฝันอยากมีบ้าน มีรถ หรืออยากใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ ล้วนมีค่าใช้จ่าย และอาจทำให้เราต้องแบกหนี้ก้อนโต กลายเป็นเรื่องหนักหัวสุด ๆ ซึ่งการปลดหนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่จริง ๆ แล้วการปิดหนี้ให้ไวก็ไม่ได้ยากเกินไป อย่ารอช้า! fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ ชวนรีบปลดหนี้ด้วย 5 เทคนิคแบบมือโปร เพื่อให้ชีวิตสบายได้เร็วขึ้น    อย่ามองข้ามโอกาส หาวิธีสร้างรายได้เพิ่ม เมื่อรายได้ในแต่ละเดือนของเรามีจำกัด เทคนิคง่าย ๆ ที่จะทำให้เรามีเงินมาใช้หนี้เพิ่มขึ้นก็คือ การหาโอกาสในการเพิ่มรายได้จากช่องทางต่าง ๆ เช่น การย้ายงานใหม่ การทำงานเสริม หรือการสร้างรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การทำคอนเทนต์ในโซเชียลมีเดีย การสอนพิเศษ หรือการขายของออนไลน์ เป็นต้น เมื่อเรามีรายได้มากขึ้น เราก็จะสามารถนำเงินส่วนนี้มาชำระหนี้ได้มากขึ้นเช่นกัน โปะหนี้เพิ่ม 10% ทุกเดือน  ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป ลดการซื้อของฟุ่มเฟือยลง จะช่วยปิดหนี้ได้เร็วขึ้นอีก เช่น ค่าซื้อเสื้อผ้า ค่าปาร์ตี้ หรือค่าใช้จ่ายประเภท #ของมันต้องมี หรือประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันขึ้นอีกนิด ราว ๆ 10% ของรายจ่ายในแต่ละเดือน เพื่อนำเงินส่วนนี้มาโปะเพิ่มในค่างวดที่ต้องจ่ายทุกเดือน ก็จะช่วยให้ตัดเงินต้นได้เพิ่มขึ้น ประหยัดดอกเบี้ยลงไป และทำให้เราถึงเป้าหมายได้ไวขึ้น รีไฟแนนซ์เพื่อลดดอกเบี้ย ใครที่มีหนี้บ้าน [...]

ธ.ไทยเครดิต เปิดตัว “น้องตังค์โต” มาสคอตการเงิน พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน “มหกรรมการเรียนรู้เรื่องการเงินกับ ตังค์โต Know-how ประจำปี 2568” ยกระดับความรู้ทางการเงินสู่ชุมชน
ข่าวสาร

ธ.ไทยเครดิต เปิดตัว “น้องตังค์โต” มาสคอตการเงิน พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน “มหกรรมการเรียนรู้เรื่องการเงินกับ ตังค์โต Know-how ประจำปี 2568” ยกระดับความรู้ทางการเงินสู่ชุมชน

4/4/2568 • โดย Homeday

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่สังคมไทย จัดงานเปิดตัว “น้องตังค์โต” มาสคอตประจำโครงการตังค์โต Know-how พร้อมประกาศ “มหกรรมการเรียนรู้เรื่องการเงินกับ ตังค์โต Know-how ประจำปี 2568” ภายใต้แคมเปญ “ลดหนี้ มีตังค์ ธุรกิจโต” (Less Debt, More Wealth, Business Health) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะทางการเงินของผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนทั่วประเทศ โดยจัดงานเปิดตัวโครงการ ณ ศูนย์การค้าตลาดเยสบางพลี ธนาคารไทยเครดิตให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งเป็น ‘ฐานรากของเศรษฐกิจไทย’ เพราะเราเชื่อมั่นว่า ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยเริ่มต้นจากความมั่นคงของผู้ประกอบการรายย่อยที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ” นายวิญญู ไชยวรรณ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวในงานเปิดตัวโครงการ “เมื่อมองสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน เราทราบดีว่าผู้ประกอบการรายย่อยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการแข่งขันที่สูงขึ้น ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ภาระหนี้สิน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธนาคารไทยเครดิตจึงมุ่งมั่นเป็นพันธมิตรทางการเงินที่อยู่เคียงข้างผู้ประกอบการรายย่อยในทุกสถานการณ์” คุณวิญญูยังกล่าวต่อว่า “การส่งเสริมความรู้และวินัยทางการเงินเพื่อให้ประชาชนสามารถปลดหนี้สิน มีเงินออม และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีภาคีเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งโครงการ ‘มหกรรมการเรียนรู้เรื่องการเงินกับตังค์โต Know-how’ นี้ [...]

ทีทีบี ประกาศกลยุทธ์ ปี 2568 “The MEANINGFUL Change” ปีแห่งการช่วยลูกหนี้ทุกกลุ่มปลดหนี้ได้ไวขึ้น และให้ลูกค้ามากกว่าด้วยดิจิทัลโซลูชันที่มีความหมาย
ข่าวสาร

ทีทีบี ประกาศกลยุทธ์ ปี 2568 “The MEANINGFUL Change” ปีแห่งการช่วยลูกหนี้ทุกกลุ่มปลดหนี้ได้ไวขึ้น และให้ลูกค้ามากกว่าด้วยดิจิทัลโซลูชันที่มีความหมาย

12/3/2568 • โดย Homeday

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศแผนกลยุทธ์ ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “The MEANINGFUL Change” ตอกย้ำปรัชญาในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ผ่านโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจให้สามารถปลดหนี้และฟื้นตัวได้ พร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเดินหน้ายกระดับดิจิทัลโซลูชันเพื่อให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย สะดวก คุ้มค่าและเป็นมากกว่าการทำธุรกรรม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรง สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนเผชิญภาระทางการเงินหนักขึ้น สำหรับประเทศไทยปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเรื้อรัง คนไทยเผชิญภาวะ “แก่แต่ยังเป็นหนี้” รายได้ไม่เพิ่มแต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 16.3ล้านล้านบาท หรือ 89% ของ GDP ธุรกิจ SME ถูกดิสรัป เข้าถึงแหล่งทุนได้ยากขึ้น และธุรกิจต้องปิดตัวลงมากขึ้น สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารตระหนักถึงปัญหาหนี้สินของคนไทยมาโดยตลอด และมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างจริงจัง ผ่านมาตรการที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 ที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 และยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการภาระหนี้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริการรวบหนี้ที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 2,240 ล้านบาท สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ที่ให้พนักงานเงินเดือนองค์กรเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือแล้วกว่า 8,800 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโปรแกรม Financial Literacy ที่ประกอบด้วยแพลตฟอร์มตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์ที่มีลูกค้าเข้าร่วมวัดระดับหนี้กว่า 96,000 ครั้ง คอร์สให้ความรู้ทางการเงินออนไลน์และบริการให้คำปรึกษาโค้ชปลดหนี้ โดยทั้งหมดนี้ให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งล่าสุดกับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าสามารถตั้งหลักใหม่ได้ เพื่อเดินหน้าช่วยลูกค้าทุกกลุ่มปลดหนี้และสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ทีทีบีเชื่อว่าการช่วยลูกค้าต้องเริ่มจากความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของแต่ละกลุ่ม โดยพบว่าลูกค้าสินเชื่อสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกัน ทีทีบีจึงออกแบบโปรแกรมช่วยเหลือที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก คือลูกหนี้ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเริ่มค้างชำระหรือสะสมหนี้จนไม่สามารถชำระได้ตามปกติ ทีทีบี ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นการเก็บดอกเบี้ย พร้อมกับลดค่างวดให้ตลอด 3 ปี เพื่อให้โอกาสลูกค้าที่ต้องการสู้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทีทีบีกว่า 21% จากลูกค้าเป้าหมายลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กลุ่มที่สอง คือลูกหนี้ที่ผ่อนชำระดี ซึ่งให้ความสำคัญกับเครดิตของตนเองและพยายามชำระหนี้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือและถูกลืม ในปีนี้ทีทีบีจึงต้องการเข้าไปช่วยเหลือดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ [...]

ธ.เกียรตินาคินภัทร เปิดตัว KKP HOME FLEXI สินเชื่อบ้านทางเลือกใหม่ เปลี่ยนเงินผ่อนบ้าน เป็นวงเงินพร้อมใช้ สูงสุด 2 ล้านบาท
ข่าวสาร

ธ.เกียรตินาคินภัทร เปิดตัว KKP HOME FLEXI สินเชื่อบ้านทางเลือกใหม่ เปลี่ยนเงินผ่อนบ้าน เป็นวงเงินพร้อมใช้ สูงสุด 2 ล้านบาท

25/3/2568 • โดย Homeday

ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ KKP HOME FLEXI สินเชื่อบ้านที่ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนบ้านเป็นความยืดหยุ่นทางการเงินได้สุดสะดวก โดยนำเงินที่ผ่อนชำระค่างวดบ้านกลับมาใช้ได้โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ พร้อมเบิกใช้เงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน KKP MOBILE นายภัทรพงศ์ รักตะบุตร ประธานสายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และประธานสายเครือข่ายสาขา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% ของ GDP โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 16% – 25% ต่อปี ยิ่งกว่านั้น หากสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคยังพบว่ามียอดการจำนองบ้านที่ต่ำ โดยมียอดคงค้างเพียง 70,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับยอดสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันอยู่ที่ 200,000 กว่าล้านบาท แม้ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านจะมีอัตราต่ำกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกันถึงประมาณ 3 เท่า แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่นิยมเลือกใช้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์หากผิดนัดชำระค่างวด ตลอดจนภาระด้านเอกสาร กระบวนการสมัคร และระยะเวลาในการขอสินเชื่อที่ยุ่งยากกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน KKP จึงต้องการเข้ามาปิดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดทางเลือกทางการเงินให้เป็นไปได้มากกว่า สำหรับผู้ต้องการบริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด “ธนาคารพบว่าผู้กู้สินเชื่อบ้านที่มีศักยภาพจำนวนมากต้องการนำเงินก้อน เช่น โบนัสหรือเงินออม มาโปะบ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้นตามหลักการจัดการทางการเงินที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ลังเลว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะนำเงินที่โปะไปออกมาใช้ไม่ได้ หากต้องการกู้ใหม่ หรือต้องใช้เวลาในการดำเนินการซึ่งอาจไม่ทันกับการใช้จ่าย และต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นอย่างค่าจดจำนองกับกรมที่ดินใหม่ในส่วนวงเงินกู้เพิ่มเติม [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok
Homeday Tiktok
Origin Pattaya