
11/3/2568 • โดย Homeday
การจำนอง: เครื่องมือทางการเงินที่ปลอดภัยและมีเงื่อนไข การจำนองเป็นเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เจ้าของทรัพย์สินนำอสังหาริมทรัพย์ของตนไปค้ำประกันเงินกู้กับสถาบันการเงิน โดยมีหลักการทำงานที่ชัดเจนและมีความคุ้มครองทั้งสองฝ่าย ในกระบวนการจำนอง เจ้าของทรัพย์สินจะยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์นั้นได้ตามปกติ แต่สถาบันการเงินจะมีสิทธิในการยึดทรัพย์หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามข้อตกลง กระบวนการนี้มีความโปร่งใสและมีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน ทำให้ทั้งผู้กู้และสถาบันการเงินมีความมั่นใจในการทำธุรกรรม คุณสมบัติสำคัญของการจำนอง ประกอบด้วย: การกำหนดวงเงินกู้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของทรัพย์สิน อัตราดอกเบี้ยที่มีความยืดหยุ่นและต่ำกว่าสินเชื่อประเภทอื่น ระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยาวนาน (โดยปกติ 10-30 ปี) การคุ้มครองสิทธิของทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ตามกฎหมาย การขายฝาก: ทางเลือกทางกฎหมายที่ซับซ้อนกว่า การขายฝากเป็นรูปแบบการโอนกรรมสิทธิ์ที่มีความแตกต่างจากการจำนองอย่างสิ้นเชิง ในกระบวนการนี้ เจ้าของทรัพย์สินจะขายทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อฝาก แต่มีสิทธิในการไถ่คืนทรัพย์สินภายในระยะเวลาที่กำหนด หลักการสำคัญของการขายฝาก: โอนกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของทรัพย์สินให้กับผู้ซื้อฝากทันที มีระยะเวลาไถ่คืนที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ราคาไถ่คืนจะเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา ผู้ขายฝากยังคงมีสิทธิในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินในระหว่างระยะเวลาไถ่คืน ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างจำนองและขายฝาก ด้านกรรมสิทธิ์ การจำนอง: เจ้าของทรัพย์สินยังคงครอบครองกรรมสิทธิ์ การขายฝาก: กรรมสิทธิ์ถูกโอนไปยังผู้ซื้อฝากทันที ระยะเวลาและเงื่อนไข การจำนอง: มีกำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ที่ชัดเจน การขายฝาก: มีระยะเวลาไถ่คืนตามข้อตกลง ความเสี่ยง การจำนอง: ความเสี่ยงต่ำกว่า มีกฎหมายคุ้มครอง การขายฝาก: ความเสี่ยงสูงกว่า ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญา วัตถุประสงค์ การจำนอง: เพื่อกู้ยืมเงินโดยใช้ทรัพย์สินค้ำประกัน การขายฝาก: เพื่อระดมทุนหรือแก้ปัญหาทางการเงินเฉพาะหน้า ข้อควรระวังในการเลือกใช้ การตัดสินใจเลือกระหว่างจำนองและขายฝากต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านไม่ได้จบเพียงแค่การจ่ายเงินค่าบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสำคัญที่เกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินอีกด้วย หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าค่าโอนบ้านนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง และใครเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนใด บทความนี้จะพาทุกคนเจาะลึกเรื่องค่าธรรมเนียมโอนบ้าน วิธีคำนวณแบบง่ายๆ พร้อมเผยเคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ค่าโอนบ้านคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง? ค่าโอนบ้าน คือค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ณ สำนักงานที่ดินในวันที่โอนกรรมสิทธิ์บ้านจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อ โดยไม่ได้มีเพียงแค่ค่าธรรมเนียมการโอนเท่านั้น แต่ยังประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกหลายรายการ ซึ่งคนที่กำลังมองหาบ้านควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมเงินให้พร้อม ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านประกอบด้วย 5 รายการหลักๆ ได้แก่: ค่าธรรมเนียมการโอน: คิดในอัตรา 2% ของราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นการคิดจากราคาประเมินที่กรมธนารักษ์กำหนด ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริง ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ: คิดในอัตรา 3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) โดยจะต้องเสียค่าภาษีนี้เมื่อขายบ้านภายในระยะเวลา 5 ปีนับแต่วันที่ได้มา ค่าอากรแสตมป์: คิดในอัตรา 0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมิน (แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า) แต่หากเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้ว จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์ ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: เป็นภาษีที่หัก ณ ที่จ่าย โดยคิดตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร ซึ่งจะเป็นแบบอัตราก้าวหน้าหรือแบบขั้นบันได และขึ้นอยู่กับวิธีการที่ได้มาและระยะเวลาที่ถือครอง ค่าจดจำนอง: คิดในอัตรา 1% ของวงเงินกู้ทั้งหมด หากเป็นการซื้อขายด้วยเงินสด ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ [...]

24/4/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจซื้อบ้านเป็นหนึ่งในการลงทุนครั้งสำคัญของชีวิต ที่คนส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือวิธีการชำระเงิน โดยมีทางเลือกหลักๆ คือการซื้อด้วยเงินสดหรือการผ่อนชำระผ่านสินเชื่อจากธนาคาร แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป และเหมาะกับคนละกลุ่ม บทความนี้จะช่วยให้คุณได้เข้าใจถึงประโยชน์และข้อควรพิจารณาของการซื้อบ้านด้วยเงินสด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณ ข้อดีของการซื้อบ้านด้วยเงินสดที่คุณอาจไม่เคยรู้ การซื้อบ้านด้วยเงินสดนั้นมีข้อดีหลายประการที่หลายคนอาจมองข้าม เริ่มต้นจากความสะดวกในขั้นตอนการดำเนินการที่น้อยกว่าการขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน เพราะคุณไม่จำเป็นต้องเตรียมเอกสารมากมาย เพียงแค่บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านเท่านั้น ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้หรือเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการยื่นขอสินเชื่อ ทำให้กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วและไม่ยุ่งยาก นอกจากนี้การซื้อบ้านด้วยเงินสดยังทำให้คุณไม่ต้องลุ้นผลการพิจารณาสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สร้างความเครียดให้กับผู้ซื้อเป็นอย่างมาก เพราะโอกาสที่การขอสินเชื่อจะไม่ผ่านนั้นมีอยู่เสมอ แต่เมื่อคุณตัดสินใจซื้อด้วยเงินสด คุณสามารถเป็นเจ้าของบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการประหยัดเงินจากการไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในการผ่อนบ้าน ในบางกรณี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้อาจมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 50-100 ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าคุณอาจต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าตัวหรือมากกว่านั้นเมื่อเทียบกับการซื้อด้วยเงินสด การตัดปัญหาเรื่องดอกเบี้ยออกไปจึงช่วยประหยัดเงินได้อย่างมหาศาล การซื้อบ้านเงินสดยังมีข้อดีอีกประการคือคุณไม่ต้องเสียค่าจดจำนอง ซึ่งโดยปกติแล้วจะเท่ากับร้อยละ 1 ของวงเงินกู้ เช่น หากกู้ 2 ล้านบาท คุณต้องจ่ายค่าจดจำนองประมาณ 20,000 บาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณสามารถประหยัดได้เมื่อซื้อบ้านด้วยเงินสด อีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญคือสิทธิพิเศษที่อาจได้รับจากโครงการ หลายโครงการมักมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านด้วยเงินสด เช่น ส่วนลดพิเศษ การลดค่าโอน หรือแม้กระทั่งการแถมเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับการซื้อบ้านของคุณ ใครเหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสด? เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจ การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่เหมาะกับทุกคน การตัดสินใจซื้อบ้านด้วยเงินสดจำเป็นต้องประเมินความพร้อมและสถานะทางการเงินของตนเองให้ถี่ถ้วน กลุ่มคนที่เหมาะสมกับการซื้อบ้านเงินสดคือผู้ที่มี “เงินเย็น” [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เปรียบเสมือนเกมที่ต้องใช้ทั้งกลยุทธ์และความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังผันผวน นักลงทุนจำเป็นต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อสามารถปรับตัวและตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด ความผันผวนของราคาอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงเศรษฐกิจที่ไม่มีเสถียรภาพ ราคาอสังหาริมทรัพย์มักจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่คาดคิด ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบประกอบด้วย อัตราดอกเบี้ย สภาพคล่องทางการเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในปัจจัยเหล่านี้สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าทรัพย์สิน นักลงทุนจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีความยืดหยุ่นในกลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การรับมือกับความผันผวน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดอย่างสม่ำเสมอ กระจายการลงทุนในทำเลและประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างกัน เตรียมเงินสำรองเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ความเสี่ยงด้านการเงินและการกู้ยืม อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยวิกฤตที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ในช่วงเศรษฐกิจผันผวน ธนาคารมักปรับอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อต้นทุนการกู้ยืมและความสามารถในการชำระหนี้ แนวทางบริหารความเสี่ยงทางการเงิน เลือกวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ พิจารณาสัญญากู้ยืมแบบดอกเบี้ยคงที่ สำรองเงินเพื่อชำระหนี้ล่วงหน้า ประเมินความสามารถในการชำระหนี้อย่างระมัดระวัง ความเสี่ยงจากสภาพคล่องทางการเงิน สภาพคล่องทางการเงินเป็นความท้าทายสำคัญในช่วงเศรษฐกิจผันผวน นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ต้องมีการวางแผนทางการเงินที่รอบคอบ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด กลยุทธ์การบริหารสภาพคล่อง สำรองเงินสดอย่างน้อย 6-12 เดือน สร้างรายได้จากค่าเช่าอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการลงทุนที่ต้องใช้เงินสดจำนวนมาก มีแผนสำรองกรณีขาดสภาพคล่อง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของตลาด ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ปัจจัยต่างๆ เช่น นโยบายภาครัฐ การขยายตัวของเมือง และแนวโน้มประชากร ล้วนส่งผลกระทบต่อมูลค่าและโอกาสในการลงทุน การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ติดตามแนวโน้มตลาดอย่างต่อเนื่อง ศึกษาการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เข้าใจนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ มีความยืดหยุ่นในกลยุทธ์การลงทุน การประเมินและบริหารความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างครอบคลุมและมีแผนรองรับทุกสถานการณ์ [...]

25/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ KKP HOME FLEXI สินเชื่อบ้านที่ออกแบบให้สามารถเปลี่ยนบ้านเป็นความยืดหยุ่นทางการเงินได้สุดสะดวก โดยนำเงินที่ผ่อนชำระค่างวดบ้านกลับมาใช้ได้โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ พร้อมเบิกใช้เงินได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน KKP MOBILE นายภัทรพงศ์ รักตะบุตร ประธานสายธุรกิจสินเชื่อรายย่อย และประธานสายเครือข่ายสาขา เปิดเผยว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนไทยสูงถึง 90% ของ GDP โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้จากบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นสินเชื่อมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 16% – 25% ต่อปี ยิ่งกว่านั้น หากสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคยังพบว่ามียอดการจำนองบ้านที่ต่ำ โดยมียอดคงค้างเพียง 70,000 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับยอดสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันอยู่ที่ 200,000 กว่าล้านบาท แม้ดอกเบี้ยของสินเชื่อบ้านจะมีอัตราต่ำกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกันถึงประมาณ 3 เท่า แต่ผู้บริโภคก็ยังไม่นิยมเลือกใช้ โดยสาเหตุสำคัญมาจากผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องการถูกยึดทรัพย์หากผิดนัดชำระค่างวด ตลอดจนภาระด้านเอกสาร กระบวนการสมัคร และระยะเวลาในการขอสินเชื่อที่ยุ่งยากกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน KKP จึงต้องการเข้ามาปิดช่องว่างในส่วนนี้และเปิดทางเลือกทางการเงินให้เป็นไปได้มากกว่า สำหรับผู้ต้องการบริหารจัดการเงินให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด “ธนาคารพบว่าผู้กู้สินเชื่อบ้านที่มีศักยภาพจำนวนมากต้องการนำเงินก้อน เช่น โบนัสหรือเงินออม มาโปะบ้านเพื่อลดภาระดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วขึ้นตามหลักการจัดการทางการเงินที่ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ลังเลว่าหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะนำเงินที่โปะไปออกมาใช้ไม่ได้ หากต้องการกู้ใหม่ หรือต้องใช้เวลาในการดำเนินการซึ่งอาจไม่ทันกับการใช้จ่าย และต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นอย่างค่าจดจำนองกับกรมที่ดินใหม่ในส่วนวงเงินกู้เพิ่มเติม [...]

11/3/2568 • โดย Homeday
ทำความเข้าใจสินเชื่อบ้านร่วม สินเชื่อบ้านร่วมคือการกู้เงินซื้อบ้านโดยมีผู้กู้มากกว่าหนึ่งคน ซึ่งแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบร่วมกันในการชำระหนี้เงินกู้ วิธีนี้เปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือทางการเงินและโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ คุณสมบัติของผู้กู้ร่วม ผู้กู้ร่วมที่เหมาะสมมักเป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น: คู่สมรส บิดามารดากับบุตร พี่น้อง เพื่อนสนิท สิ่งสำคัญคือผู้กู้ร่วมต้องมีความน่าเชื่อถือทางการเงิน มีรายได้มั่นคง และมีประวัติการเงินที่ดี ประโยชน์ของการขอสินเชื่อบ้านร่วม เพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อ การมีผู้กู้ร่วมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับคำขอสินเชื่อ ธนาคารจะพิจารณาจากรายได้รวมและความสามารถในการชำระหนี้ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งช่วยเพิ่มวงเงินกู้และโอกาสในการอนุมัติ กระจายภาระทางการเงิน การแบ่งภาระการผ่อนชำระทำให้ภาระทางการเงินเบาลง ทั้งยังช่วยลดความกดดันทางการเงินของแต่ละฝ่าย ข้อควรระวังในการขอสินเชื่อบ้านร่วม ความรับผิดชอบร่วมกัน ผู้กู้ร่วมทั้งสองฝ่ายมีความรับผิดชอบร่วมกันในการชำระหนี้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดนัดชำระ จะส่งผลกระทบต่อคะแนนเครดิตของทั้งสองฝ่าย การวางแผนล่วงหน้า ควรมีการตกลงและวางแผนร่วมกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับ: วิธีการชำระเงิน การแบ่งค่าใช้จ่าย แผนสำรองกรณีมีปัญหาทางการเงิน เอกสารที่ต้องเตรียม เอกสารส่วนบุคคล สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เอกสารแสดงรายได้ (เช่น สลิปเงินเดือน) เอกสารทางการเงิน หนังสือรับรองการทำงาน งบเดินบัญชีย้อนหลัง เอกสารแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน เกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร ธนาคารจะประเมินปัจจัยต่างๆ เพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ ได้แก่: รายได้รวม ประวัติการเงิน อายุการทำงาน คะแนนเครดิต อัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ ขั้นตอนการขอสินเชื่อบ้านร่วม ตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน [...]

11/1/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยผลการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2567 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้รวม 236,547 ล้านบาท โดยเป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน3 ล้านบาท จำนวน 123,774 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2567 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2566 สินเชื่อคงค้าง 1,800,170 ล้านบาท

31/1/2567 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยผลการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2566 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 253,860 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 235,480 ล้านบาท โดยปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 2.5 ล้านบาท จำนวน 121,308 ราย สูงขึ้นกว่าเป้าหมาย 3.84% ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2566 เทียบกับ ณ

4/4/2568 • โดย Homeday
ไทวัสดุ และบีเอ็นบี โฮม ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน ภายใต้บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลังกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่พลังงานสะอาด เดินหน้าสนับสนุนการติดตั้ง Solar Roof ให้ทุกบ้านสามารถเข้าถึงพลังงานทางเลือกได้ง่ายขึ้น ตอบโจทย์การช่วยลดค่าไฟในระยะยาวและมุ่งสู่การเป็นสังคมไร้คาร์บอน สำหรับสินค้าและอุปกรณ์แผนกโซล่าเซลล์ของไทวัสดุและบีเอ็นบี โฮม ได้รับความนิยมจากเจ้าของบ้านและผู้ประกอบการที่อยู่อาศัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าระบบโซล่าร์เซลล์จากไทวัสดุมากขึ้น เนื่องจากผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อมและเลือกใช้พลังงานสะอาดทดแทนในครัวเรือนมากขึ้น ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษจาก ธอส. กับสินเชื่อบ้าน Solar Roof ปี 2568 แพ็คเกจเริ่มต้น 114,000 บาท ผ่อนชำระเพียง 1,200 บาท ต่อเดือน* ด้วยอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี แรกเพียง 3.90% ต่อปี ผ่อนสบายสูงสุด 10 ปี ในวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท พร้อมรับความคุ้มอีก 5 ต่อ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ Solar [...]

24/10/2568 • โดย Homeday
เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายต่างพากันจับตามองอย่างใกล้ชิดสำหรับภาพรวมของราคาที่ดินในประเทสไทยในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าหลายฝ่ายอาจมองว่าในภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา อาจกดดันให้ราคาที่ดินในกรุงเทพฯปรับตัวลดลง แต่ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย พบว่าราคาที่ดินในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรืออาจเรียกได้ว่า ขึ้นแล้วขึ้นเลย แลนด์ลอร์ดส่วนใหญ่ยังคงมองว่าที่ดินในมือยังเป็นสิ่งที่มีค่าและมีราคา ยังไม่พบภาพของการปรับลดราคาแต่อย่างใด สำหรับภาพของการซื้อขายที่ดินในพื้นที่ใจกลางเมืองและพื้นที่โดยรอบยังได้รับความสนใจจากดีเวลลอปเปอร์ทั้งรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ และรายเล็กๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงก่อนหน้าเราจะพบว่ามีดีเวลลอปเปอร์บางส่วนที่นำที่ดินบางแปลงที่ไม่ได้พัฒนาออกมาขายสู่ตลาดในหลายๆ พื้นที่ และที่ดินเหล่านั้นก็ได้รับความสนใจจากดีเวลลอปเปอร์อื่นๆ มีการติดต่อให้ความสนใจ และบางแปลงก็สามารถปิดการขายได้ในปีที่ผ่านมา และส่วนใหญ่ก็ยังคงมีราคาขายที่ค่อนข้างสูง โดยพบว่าราคาที่ดินในพื้นที่ใจกลางเมืองบางแปลงมีราคาเสนอขายที่สูงกว่าตารางวาละ 4 ล้านบาทและค่อนข้างได้รับความสนใจจากผู้ซื้อที่ต้องการที่ดินใจกลางเมือง ซึ่งที่ดินบางแปลงที่เป็นข่าวไปในช่วงก่อนหน้า เช่น บมจ. แสนสิริ มีการเข้าซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนถนนสารสิน ซึ่งเป็นดีลการซื้อขายที่ดินที่แพงสุดในประวัติศาสตร์ ในราคา 3.9 ล้านบาทต่อตารางวา หรือแม้กระทั้งที่ดินติดถนนรัชดาภิเษก ที่บริษัท เอไอเอประเทศไทย หรือ AIA เข้าซื้อที่ดินขนาด 8 ไร่ วงเงิน 3,500 ล้านบาทหรือเฉลี่ยราคาตารางวาละ 1.1 ล้านบาท และได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในปีพ.ศ. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการซื้อขายที่ดินในพื้นที่รัชดาภิเษกที่มีราคาสูงที่สุด ซึ่งฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ท่ามกลางภาวะค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องหันมาพึ่งพาสินเชื่อเงินด่วนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือลงทุนในธุรกิจ อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีแอปเงินกู้ออนไลน์ผิดกฎหมายที่แฝงตัวมาในตลาดมากจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้ผู้กู้ต้องเผชิญกับดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด หรือถูกหลอกลวงให้โอนเงินล่วงหน้า ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ขอแนะนำวิธีเช็กความน่าเชื่อถือของแหล่งเงินกู้ถูกกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสินเชื่อที่ปลอดภัยและเป็นธรรม การกู้เงินด่วน และข้อควรระวัง การกู้เงินควรเป็นทางเลือกสุดท้ายที่เกิดจากความจำเป็น เช่น ค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉิน การลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้ หรือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา แต่ไม่ควรกู้เพื่อใช้จ่ายฟุ่มเฟือย “ศรีสวัสดิ์” แนะนำให้ผู้กู้ประเมินรายได้และค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด โดยภาระหนี้สินต่อเดือนไม่ควรเกิน 70% ของรายได้ เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินเกินตัว สินเชื่อเงินด่วน กับกลโกงที่ต้องระวัง ปัจจุบันมิจฉาชีพมีวิธีการหลอกลวงหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน การเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินที่กฎหมายกำหนด หรือการข่มขู่ผู้กู้หากผิดนัดชำระ บางกรณีถึงขั้นใช้สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ผู้กู้เสียเปรียบอย่างมาก ศรีสวัสดิ์ ขอแนะแอปเงินกู้ถูกกฎหมายต้องมีลักษณะอย่างไร หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการแยกแยะสินเชื่อที่ถูกกฎหมาย ดังนี้ อัตราดอกเบี้ยต้องเป็นไปตามกฎหมาย: ไม่เกิน 25% ต่อปีสำหรับสินเชื่อไม่มีหลักประกัน และไม่เกิน 24% สำหรับสินเชื่อที่มีหลักประกัน ระบบความปลอดภัยต้องได้มาตรฐาน: มีการเข้ารหัสข้อมูลและระบบยืนยันตัวตน มีช่องทางร้องเรียนและให้คำปรึกษา: ต้องมีศูนย์ช่วยเหลือผู้กู้กรณีมีปัญหาในการชำระหนี้ เอกสารสัญญาชัดเจน: ระบุเงื่อนไขการกู้ครบถ้วน และให้สำเนาสัญญาแก่ผู้กู้ ช่องทางชำระเงินโปร่งใส: สามารถชำระผ่านธนาคาร หรือช่องทางที่ตรวจสอบได้ เช็กลิสต์ก่อนกู้เงินผ่านแอป ตรวจสอบใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยผ่านเว็บไซต์ BOT License Check ตรวจสอบข้อมูลบริษัท เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และช่องทางติดต่อที่เป็นทางการ อ่านเงื่อนไขการให้บริการ ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝง กระบวนการอนุมัติสินเชื่อต้องมีการตรวจสอบข้อมูลผู้กู้ ไม่อนุมัติแบบอัตโนมัติโดยไม่ตรวจสอบเอกสาร แอปสินเชื่อเงินด่วนที่ปลอดภัย สำหรับผู้ที่มองหาแอปกู้เงินด่วนที่ปลอดภัยและอนุมัติไว แอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจ [...]
23/3/2569 • โดย Homeday
สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ร่วมประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญของประเทศ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และคอนกรีต สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และพันธมิตรระหว่างประเทศ ภายใต้โครงการ “Decarbonization of the Cement and Concrete Sectors in Thailand” พร้อมเร่งผลักดันเทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนสีเขียว เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ดร. ชนะ ภูมี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) และประธานสภาผู้ผลิตปูนซีเมนต์แห่งอาเซียน (AFCM) กล่าวว่า “National Milestone” วันนี้ สะท้อนพลังความร่วมมือ ทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยมีองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) เป็นแกนหลัก ร่วมกับ TCMA และหน่วยงานภาครัฐไทย โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กรมโรงงานอุตสาหกรรม ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลแคนาดา ผ่านกระทรวงสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ECCC) วงเงิน 8 ล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม TCMA [...]