กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

25/4/2568 • โดย Homeday
การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้คงที่ในแต่ละเดือน การออมเงินคือการเก็บสะสมเงินเพื่อเป้าหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเกษียณอายุ การซื้อสินทรัพย์ เช่น รถยนต์ ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว หรือการเก็บเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน เช่น การตกงาน อุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วย ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานให้ความสำคัญกับการออมเงินมากขึ้น เพราะตระหนักถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บทความนี้จะแนะนำวิธีการออมเงินที่มีประสิทธิภาพสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปี 2025 ทำไมการออมเงินจึงสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน? การออมเงินมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน การมีเงินออมช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ทำให้มีเงินสำรองในยามฉุกเฉิน และช่วยให้สามารถวางแผนอนาคตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การออมเงินยังช่วยลดความเครียดทางการเงิน และเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว มนุษย์เงินเดือนที่มีการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม และมีอิสรภาพทางการเงินมากขึ้นในอนาคต ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า มนุษย์เงินเดือนที่มีการวางแผนการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสเกษียณอายุได้เร็วกว่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าหลังเกษียณ การออมเงินจึงไม่ใช่เพียงการเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคต แต่ยังเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิตของตนเองในระยะยาวอีกด้วย เทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ในการออมเงิน เก็บก่อนใช้ – หลักการสำคัญที่ช่วยให้ออมเงินได้อย่างมีวินัย วิธีการออมเงินแบบ “เก็บก่อนใช้” เป็นหนึ่งในเทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนควรนำมาใช้ หลักการคือ การหักเงินออมทันทีที่ได้รับเงินเดือน ไม่ใช่รอให้เหลือจึงค่อยเก็บ การหักเงินออมก่อนเป็นการบังคับตัวเองให้ใช้จ่ายเท่าที่เหลือ ซึ่งช่วยสร้างวินัยในการออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน แนะนำให้เริ่มออมเงินประมาณ 10% ของเงินเดือน เช่น หากได้รับเงินเดือน 15,000 [...]

23/4/2568 • โดย Homeday
มนุษย์เงินเดือนกับความท้าทายในการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม หลายคนใช้ชีวิตไปวันๆ โดยไม่ได้คำนึงถึงอนาคตระยะยาว ทำให้เมื่อถึงวัยเกษียณกลับไม่มีเงินเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิต การวางแผนเกษียณที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรามีชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข ไม่เป็นภาระให้กับลูกหลาน และสามารถใช้ชีวิตได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ บทความนี้จะพาทุกท่านไปเรียนรู้เคล็ดลับการวางแผนเกษียณสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ทำได้จริง เพื่อให้มีเงินใช้ไม่หมดตลอดช่วงชีวิตหลังเกษียณ ทำไมต้องเริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่วันนี้? ความจริงที่หลายคนอาจยังไม่ตระหนักคือ ยิ่งเริ่มวางแผนเกษียณเร็ว ยิ่งมีโอกาสสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคตได้มากขึ้น การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของคนที่ใกล้จะเกษียณเท่านั้น แต่เป็นกระบวนการที่ควรเริ่มตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มทำงาน เหตุผลสำคัญที่ต้องวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ คือ พลังของการทบต้นของเงินลงทุน เงินที่เราเก็บออมไว้จะงอกเงยผ่านดอกผลการลงทุน และดอกผลนั้นก็จะสร้างดอกผลต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งเราให้เวลากับกระบวนการนี้มากเท่าไร เงินของเราก็จะเติบโตได้มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ การวางแผนเกษียณยังมีประโยชน์อีกหลายประการ ทั้งการเตรียมความพร้อมด้านการเงิน การสร้างวินัยการออมที่ดี การวางแผนปลดหนี้ก่อนเกษียณ การดูแลตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระให้ครอบครัว และการมีอิสระในการใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการหลังเกษียณ กำหนดอายุเกษียณและระยะเวลาหลังเกษียณอย่างสมเหตุสมผล ก้าวแรกของการวางแผนเกษียณคือการกำหนดอายุที่จะเกษียณและคาดการณ์ระยะเวลาหลังเกษียณให้ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม คนส่วนใหญ่มักกำหนดอายุเกษียณที่ 60 ปี ตามเกณฑ์ทั่วไป แต่บางคนอาจต้องการเกษียณเร็วขึ้นหรือทำงานต่อไปหลังจากนั้น ในการประเมินระยะเวลาหลังเกษียณ คุณสามารถพิจารณาจากประวัติอายุขัยของคนในครอบครัวและสุขภาพของตัวเอง แต่มีคำแนะนำว่าควรบวกเพิ่ม 5-10 ปีจากที่คาดการณ์ไว้ เพื่อให้มีเงินสำรองเพียงพอ โดยทั่วไปมักกำหนดระยะเวลาหลังเกษียณไว้ที่ 20-25 ปี ยิ่งคุณเริ่มวางแผนเร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีเวลาให้เงินทำงานมากขึ้นเท่านั้น หากเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่อายุ 22 ปี เมื่อเทียบกับการเริ่มต้นตอนอายุ 30 ปี ความแตกต่างของระยะเวลา [...]

29/8/2566 • โดย Homeday
เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ เอาใจมนุษย์เงินเดือน เปิดตัวโครงการ “เสนาคิทท์ สาทร-กัลปพฤกษ์” (เฟส1) คอนโดใหม่!..ใกล้สาทร นิยามใหม่ของคอนโด พลังงานสะอาด “คอนโด L

21/12/2566 • โดย Homeday
กลุ่มวัย Gen Z เริ่มต้นทำงานที่คิดจะซื้อบ้านหลังแรกเป็นของตัวเองอาจต้องคิดหนัก จากปัจจัยเศรษฐกิจและค่าครองชีพสูงขณะที่รายได้ไม่ขยับ แถมดอกเบี้ยผ่อนบ้านสูง การผ่านด่านยื่นขอสินเชื่อที่นับวันจะยากขึ้น การปล่อย “เช่า”ในเรทพิเศษ 1,200 ต่อเดือนของการเคหะแห่งชาติจึงเป็นการเจาะฐานกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่ที่น

11/3/2568 • โดย Homeday
ถึงเทศกาลยื่นภาษีทีไร ใครหลายคนอาจต้องถอนหายใจ เพราะต้องจัดการเรื่องการเงินครั้งสำคัญในรอบปีกันอีกครั้ง กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล มี 5 คำแนะนำดี ๆ ที่ช่วยให้คุณลดความกังวลกับเรื่องภาษี และบริหารค่าใช้จ่ายเรื่องภาษีได้อย่างสมาร์ท แจ้งรายการลดหย่อนภาษีกับฝ่ายบุคคลล่วงหน้า สำหรับมนุษย์เงินเดือน หลายบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานแจ้งรายการลดหย่อนได้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี เพื่อลดการหักเงินภาษีจากสลิปเงินเดือนในแต่ละเดือน ซึ่งมีข้อดีคือ ฝ่ายบุคคลจะสามารถรวบรวมและประมวลผลข้อมูลของคุณ ให้เป็นระบบและถูกต้อง ช่วยให้สามารถคำนวณภาษีได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งช่วยลดข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น รายการลดหย่อนพื้นฐานต้องมีให้ครบ อย่าลืมกรอกรายการลดหย่อนภาษีพื้นฐาน เช่น ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบุตร, ค่าลดหย่อนเลี้ยงดูบิดาและมารดา, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันสังคม รวมไปถึงรายการลดหย่อนที่กำหนดในแต่ละปี เช่น ส่วนลดจากโครงการ Easy E-Receipt เป็นต้น ให้ครบถ้วน ยิ่งไปกว่านั้น หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าดอกเบี้ยเงินออมทรัพย์และฝากประจำก็สามารถนำมาคำนวณรวมเพื่อขอคืนภาษีได้ถ้าฐานภาษีของคุณอยู่ต่ำกว่าอัตราภาษีที่ถูกหักไว้ รายการลดหย่อนใหญ่ 4 ประเภทช่วยประหยัดได้สูงสุด 1,000,000 บาท ได้แก่ ประกันชีวิต สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทดอกเบี้ยบ้าน สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทกองทุน Thai ESG สูงสุดไม่เกิน [...]

26/10/2567 • โดย Homeday
การมีบ้านหรือคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง อาจเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของมนุษย์เงินเดือนหลาย ๆ คน ด้วยหลากหลายเหตุผล เช่น เป็นการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ขยับขยายที่อยู่เพื่อเริ่มสร้างครอบครัว หรือ มีความคุ้มค่าในระยะยาว แทนการเช่าอยู่อาศัยอย่างไรก็ตาม การผ่อนอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภทโดยมากสัญญากู้จะ

4/11/2565 • โดย Homeday
3. ทำเลไหนบ้าง ที่มีบ้านเหมาะกับคนเงินเดือน 15,000? ทำเลใกล้รถไฟฟ้าในเขตชานเมือง : ทุกสาย ทุกสี เหมาะและลงตัวหมดเลยค่ะ เพราะราคาที่ดินยังไม่พุ่งสูงมากนัก ยังพอมีบ้านและคอนโดราคา 1-3 ล้านให้ได้เลือกกันอย

15/6/2565 • โดย Homeday
การคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระหนี้สินต่อเดือน โดยทางธนาคารจะมีการกำหนดว่าหนี้สินต่อเดือนไม่ควรเกินไปกว่า 40% ดังนั้นก็จะสามารถคำนวณได้ว่า เงินเดือน x 40% = ความสามารถในการผ่อนชำระหนี้สินต่อเดือน ซ

17/4/2568 • โดย Homeday
เงินเดือน 30,000 บาทสามารถซื้อบ้านหรือคอนโดได้หรือไม่? คำตอบคือ “ได้” โดยคนที่มีรายได้ระดับนี้มีโอกาสกู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะภาระหนี้สินที่มีอยู่และความสามารถในการชำระหนี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสม เทคนิคเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ และตัวอย่างโครงการที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับงบประมาณของคนรายได้ระดับนี้ เงินเดือน 30,000 กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่? ถ้าคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือนและกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือวงเงินกู้สูงสุดที่คุณมีโอกาสได้รับ โดยธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้สินที่มีอยู่เป็นหลัก ทั้งนี้วงเงินกู้สินเชื่อจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ โดยทั่วไป คนที่มีเงินเดือน 30,000 บาท มีโอกาสได้รับอนุมัติวงเงินกู้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท แต่จำนวนนี้จะลดลงหากคุณมีภาระหนี้สินอื่นอยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ หรือมีหนี้บัตรเครดิต การเตรียมความพร้อมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการขอสินเชื่อให้ผ่านและได้วงเงินสูงสุด วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระและวงเงินกู้สูงสุด เมื่อพิจารณาการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ธนาคารคำนึงถึงคือความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ โดยคุณสามารถคำนวณได้ตามขั้นตอนดังนี้ การคำนวณความสามารถผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน สูตรคำนวณพื้นฐานคือ: (เงินเดือน x 70%) – ภาระหนี้สินต่อเดือน = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน ตัวอย่างที่ 1: นาย A มีเงินเดือน 30,000 บาท [...]

15/4/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านหลังแรกถือเป็นก้าวสำคัญในชีวิตที่ต้องอาศัยการวางแผนรอบคอบ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมทางการเงิน การเลือกทำเล ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพก่อนตัดสินใจ บทความนี้รวบรวมคำแนะนำสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อบ้านหลังแรกได้อย่างมั่นใจ พร้อมเทคนิคที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อให้บ้านหลังแรกของคุณเป็นมากกว่าแค่ที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว การเงินเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการซื้อบ้านหลังแรกจริงหรือไม่? การเตรียมความพร้อมทางการเงินถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่คุณควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหลังแรก เนื่องจากการผ่อนบ้านเป็นภาระผูกพันทางการเงินในระยะยาว โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 30 ปี ดังนั้น การมีความมั่นคงในหน้าที่การงานและรายได้ที่สม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม การประเมินสถานะทางการเงินควรเริ่มจากการบันทึกรายรับและรายจ่ายประจำเดือนอย่างละเอียด ทั้งค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หนี้บัตรเครดิต และหนี้สินอื่นๆ จากนั้นคำนวณเงินที่เหลือเพื่อดูว่ามีเพียงพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไปแล้ว ธนาคารจะกำหนดให้ภาระการผ่อนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิต่อเดือน นอกจากนี้ คุณควรเตรียมเงินออมสำหรับเงินดาวน์บ้านซึ่งปกติอยู่ที่ 10-20% ของราคาบ้าน และยังควรมีเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าจดจำนอง และค่าตกแต่งบ้านหลังการซื้อ การมีเงินสำรองที่เพียงพอจะช่วยให้คุณไม่เกิดปัญหาทางการเงินในระยะยาว จะประเมินความสามารถในการผ่อนบ้านได้อย่างไร? การประเมินความสามารถในการผ่อนบ้านเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของตนเอง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต สูตรที่ใช้คำนวณความสามารถในการผ่อนบ้านคือ (เงินเดือน – ภาระหนี้สินต่อเดือน) x 40% = ความสามารถในการผ่อนบ้านต่อเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 40,000 บาทต่อเดือนและไม่มีภาระหนี้สิน คุณจะสามารถผ่อนบ้านได้ประมาณ 16,000 บาทต่อเดือน แต่หากมีภาระหนี้สินอื่น เช่น [...]

21/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ทว่าคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้?” เพราะการซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะด้านการเงิน บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนบ้าน ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ เพื่อให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายและได้ที่อยู่อาศัยในฝันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อบ้าน ก่อนจะเข้าใจว่าเงินเดือนเท่าไหร่จึงเหมาะกับการผ่อนบ้าน ควรทำความเข้าใจปัจจัยที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการกู้ของคุณก่อน การให้สินเชื่อบ้านของธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รายได้เท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ รายรับของผู้กู้ รายรับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารพิจารณา โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนรายเดือนไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับในแต่ละเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน คุณจะสามารถผ่อนได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน สำหรับรายรับที่ธนาคารนำมาคำนวณนั้นรวมถึงเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษที่สม่ำเสมอ และโบนัสประจำปี แต่สำหรับรายได้ที่ไม่แน่นอน ธนาคารอาจคิดเป็นเพียงบางส่วนหรือพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ รายจ่ายและภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธนาคารจะตรวจสอบรายจ่ายและหนี้สินทั้งหมดของคุณ เพื่อประเมินว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คุณจะมีเงินเหลือพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไป หลักการคิดจะเป็นดังนี้: เงินเดือน – หนี้สินปัจจุบัน = เงินคงเหลือจากนั้นในเงินคงเหลือ จะประเมินว่า 40% ของจำนวนนี้คือความสามารถในการผ่อนสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มีเงินเดือน 20,000 บาท และมีหนี้สินอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน เงินคงเหลือของคุณคือ [...]
