
11/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิธีการเพาะปลูกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการผักสะอาดและปลอดภัยสำหรับการบริโภค การปลูกผักแบบนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่และใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถควบคุมคุณภาพของผลผลิตได้อย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ที่ไม่มีดินเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกแบบดั้งเดิม ไฮโดรโปนิกส์คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร? ไฮโดรโปนิกส์หรือการปลูกพืชไร้ดิน คือ วิธีการปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้น้ำที่ผสมกับสารละลายธาตุอาหารพืชแทน คำว่า “ไฮโดรโปนิกส์” มาจากภาษากรีก โดย “ไฮโดร” หมายถึงน้ำ และ “โปโนส” หมายถึงการทำงาน รวมกันแล้วมีความหมายว่า “การทำงานที่เกี่ยวกับน้ำ” หลักการทำงานของระบบไฮโดรโปนิกส์นั้นอาศัยการให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง เมื่อรากสัมผัสกับสารละลายนี้ พืชจะสามารถดูดซึมธาตุอาหารและน้ำได้ทันที ทำให้พืชไม่ต้องใช้พลังงานในการค้นหาอาหารในดินเหมือนการปลูกแบบดั้งเดิม พลังงานที่ประหยัดได้จึงสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตของส่วนต่างๆ ของพืชได้อย่างเต็มที่ ความปลอดภัยในการบริโภคผักไฮโดรโปนิกส์นั้นไม่ต่างจากผักที่ปลูกในดิน เนื่องจากพืชจะดูดซึมธาตุอาหารในรูปของแร่ธาตุที่ละลายในน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในดินธรรมชาติ แม้ว่าจะใช้สารเคมีในการเตรียมสารละลายอาหาร แต่เมื่อพืชดูดซึมแล้ว สารเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภค ระบบไฮโดรโปนิกส์มีกี่แบบ และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานอย่างไร? ระบบไฮโดรโปนิกส์สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการให้น้ำและการจัดการสารละลายอาหาร การเลือกใช้ระบบแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับประเภทพืชที่ปลูก งบประมาณ และพื้นที่ที่มีอยู่ ระบบ NFT (Nutrient Film Technique) ระบบ NFT เป็นการปลูกผักโดยให้สารละลายอาหารไหลเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ หนาประมาณ 1-3 มิลลิเมตร ผ่านรากพืชอย่างต่อเนื่อง สารละลายจะไหลหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ทำให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด ระบบนี้เป็นที่นิยมมากในประเทศไทยเนื่องจากให้ผลผลิตที่ดีและสามารถควบคุมการให้สารอาหารได้อย่างแม่นยำ [...]

28/5/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายตามตลาดกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตกสำหรับผู้บริโภค การหันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้บริโภค การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผักที่เรากินได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัดในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักหลากหลายชนิดไว้กินเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักที่ควรรู้ กรมอนามัยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในผักสดที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยพบว่าผักสด 10 ชนิดที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในระดับสูง ผักเหล่านี้ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย นอกจากผลกระทบในระยะสั้นแล้ว การได้รับสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ แต่สะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวอีกด้วย ปัญหานี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักเพื่อสุขภาพต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการหันมาปลูกผักไว้กินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักปลอดสารพิษ การปลูกผักเองยังช่วยให้เราสามารถเลือกใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงพืช หรือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการป้องกันแมลงศัตรูพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวนเล็ก ๆ ของเราอีกด้วย วิธีปลูกผักใบเขียวในกระถาง การปลูกกวางตุ้งในกระถาง กวางตุ้งเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง การเตรียมดินเริ่มจากการพรวนดินให้พร้อม กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วผสมปุ๋ยคอกลงไป จากนั้นหย่อนเมล็ดลงในกระถางเพาะกล้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม [...]

2/3/2569 • โดย Homeday
เมล็ดพันธุ์เจียไต๋ โดยบริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เปิดประสบการณ์และยกระดับการปลูก จัดงานเปิดตัว “ผักซองอีซี่ ปลูกง่าย ได้อย่างโปร” ชูกลยุทธ์ใช้งานสะดวก โตดี งอกดี ด้วยคุณภาพเมล็ดพันธุ์เทียบเท่าระดับโปร เจาะกลุ่มผู้ปลูกทุกกลุ่มตั้งแต่ เกษตรกรมืออาชีพปลูกเพื่อการจำหน่าย ไปจนถึงผู้ปลูกมือใหม่ ที่ต้องการปลูกในพื้นที่จำกัด และมีความต้องการเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์ แข็งแรง ได้คุณภาพมีมาตรฐาน พร้อมจัดแสดงนิทรรศการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและประสบการณ์ใหม่ของการปลูกได้อย่างระดับโปรถึง 3 โซน ได้แก่ เจียไต๋ เมล็ดพันธุ์คุณภาพสูง, แปลงสาธิต โตดี งอกดี และ ผักซองอีซี่ ปลูกง่าย ได้อย่างโปร คุณสุภัทร เมฆิยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสธุรกิจเมล็ดพันธุ์ บริษัท เจียไต๋ จำกัด เผยว่า “ผักซองอีซี่ ปลูกง่าย ได้อย่างโปร เกิดจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของ “คนปลูก” ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปลูกผักเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน ที่จะมีพื้นที่การปลูกที่จำกัด เกษตรกรหัวไร่ปลายนา หรือเกษตรกรมืออาชีพที่ปลูกเพื่อการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ แม้จะใช้เมล็ดพันธุ์ซองมาตรฐานดั้งเดิม (Professional) เป็นหลัก แต่อาจมีพื้นที่บางส่วนที่ต้องการเมล็ดพันธุ์เพิ่มเติมเพียงเล็กน้อย [...]

18/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวริมรั้วเป็นวิธีใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากจะได้ผักปลอดสารพิษไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด บทความนี้จะแนะนำผักสวนครัว 10 ชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกริมรั้ว ดูแลง่าย และสามารถเก็บเกี่ยวได้ยาวนานตลอดปี กระเจี๊ยบเขียวปลูกในเข่งได้ผลดีจริงหรือไม่? กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่เหมาะกับการปลูกริมรั้วหรือในภาชนะ เช่น เข่งหรือกระถาง เพราะมีความสูงที่เหมาะสมประมาณ 40 เซนติเมตร – 2 เมตร ทำให้จัดการพื้นที่ได้ง่าย สำหรับการปลูกในเข่ง สามารถใช้เข่งขนาด 15 นิ้วหรือเบอร์ 6 เริ่มด้วยการรองก้นเข่งด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ตามด้วยดินปลูกที่ผสมปุ๋ยอินทรีย์ ต้นกล้าควรมีอายุประมาณ 25 วันก่อนย้ายลงปลูกในเข่ง โดยใน 1 เข่งสามารถปลูกได้ 2 ต้น หลังจากปลูกเสร็จ ควรกลบหน้าดินด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำรดให้ชุ่ม ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราและกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก การดูแลในช่วงแรกควรรดน้ำเช้า-เย็นทุกวัน หลังปลูกไป 3 วัน ควรตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้าง และใช้ฮอร์โมนไข่นมสดผสมน้ำพ่นในตอนเช้าทุก 3 วัน ประมาณวันที่ 10 ควรใส่ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ดโดยโรยรอบขอบเข่ง และวันที่ 20 ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 กระเจี๊ยบเขียวจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุประมาณ [...]

3/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกต้นหอมในกระถางเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่อยากมีผักสวนครัวใช้เองแต่มีพื้นที่จำกัด ต้นหอมเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตเร็ว และสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการผักสดใช้ประกอบอาหารอยู่เสมอ การปลูกในกระถางยังช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกลงดิน และสะดวกในการดูแลรักษา เตรียมอุปกรณ์และวัสดุที่จำเป็น การเริ่มต้นปลูกต้นหอมในกระถางต้องเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานที่ไม่ซับซ้อน กระถางที่เหมาะสมควรมีขนาดกว้างพอสมควรและมีรูระบายน้ำที่ดี เพื่อป้องกันน้ำขังที่อาจทำให้รากเน่าได้1 ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนที่มีการระบายน้ำดี ไม่อุ้มน้ำมากเกินไป และมีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอ เปลือกถั่วลิสงเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่มีประโยชน์มากในการปลูกต้นหอม เนื่องจากช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุยและช่วยรักษาความชื้นในดิน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เศษเปลือกไข่แตกบดให้ละเอียดโรยหน้าดินเป็นปุ๋ยธรรมชาติได้ สำหรับพันธุ์ที่จะใช้ปลูก มีทั้งเมล็ดต้นหอมและรากต้นหอมที่เหลือจากการทำอาหารมาใช้ปักชำได้ การเตรียมดินเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำอย่างถูกต้อง ควรพรวนดินให้ร่วนและทุบเปลือกถั่วลิสงให้เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นผสมเปลือกถั่วลิสงกับดินและตักใส่กระถางโดยไม่ต้องกดดินให้แน่นจนเกินไป1 การปล่อยให้ดินมีความโปร่งพอสมควรจะช่วยให้รากสามารถเจริญเติบโตได้ดีและระบายอากาศได้เหมาะสม วิธีการปลูกต้นหอมด้วยวิธีต่างๆ การปลูกต้นหอมในกระถางสามารถทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีและระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน วิธีแรกคือการปลูกจากรากต้นหอมที่เหลือจากการทำอาหาร โดยใช้มีดตัดต้นหอมเหนือราก 1.5-2 นิ้ว แล้วปักชำลงดิน โดยเว้นระยะห่างแต่ละต้น 2 นิ้ว พร้อมกับรดน้ำพอให้ชุ่ม1 วิธีนี้จะให้ผลเร็วที่สุด สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 30-32 วัน การปลูกด้วยเมล็ดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม เพียงโรยเมล็ดลงหน้าดินประมาณ 4-5 เมล็ดต่อกระถาง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นและรากของต้นหอมติดกันเกินไปเมื่อโตขึ้น1 แม้ว่าจะใช้เวลานานกว่าการปักชำราก แต่ต้นที่ได้จะแข็งแรงและสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45 วัน สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกจากหัวพันธุ์ สามารถเลือกใช้หัวหอมแบ่งหรือหอมแดงมาปักชำได้ วิธีการเตรียมหัวพันธุ์มีหลายแบบ เช่น การตัดใบและรากทิ้งบางส่วน การตัดส่วนบนของหัวออก 1/3 [...]

3/6/2568 • โดย Homeday
ชะอมเป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอมากถึง 10,066 IU การปลูกชะอมที่ถูกวิธีจะให้ผลผลิตที่ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วันและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถปลูกได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะที่ควรรู้ ขอบคุณภาพจาก : เกษตรสัญจร การเลือกวิธีปลูกชะอมที่เหมาะสม การปลูกชะอมสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของต้น ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว และความหนาแน่นของหนาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูกและสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ได้ต้นชะอมที่แข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด ต้นที่ได้จากเมล็ดจะมีหนามหนากว่าการปลูกด้วยวิธีอื่น และมีระบบรากที่แข็งแรงกว่า เมล็ดชะอมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 3 ปี และยังคงสามารถงอกได้2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 1 วันและ 1 คืน เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์1 เมล็ดที่ดีจะปริเปลือกออกเล็กน้อยหลังจากแช่น้ำ ส่วนเมล็ดที่ไม่ปริเปลือกแสดงว่าไม่สมบูรณ์ควรทิ้งไป หลังจากได้เมล็ดที่พร้อมปลูกแล้ว ให้นำไปปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก โดยฝังเมล็ดลงผิวดินไม่ต้องกลบจนมิด ใส่ประมาณ 2 เมล็ดต่อกระถาง [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
การสร้างรั้วด้วยต้นไม้กำลังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นในยุคปัจจุบัน เนื่องจากให้ทั้งความสวยงาม ความเป็นส่วนตัว และประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม การเลือกต้นไม้ปลูกแนวรั้วที่เหมาะสมจะช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่น ลดมลพิษทางเสียง และเพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน ประโยชน์ของการใช้ต้นไม้ทำรั้วคืออะไร? การใช้ต้นไม้แทนรั้วโครงสร้างแข็งมีข้อดีหลายประการ โดยช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มรื่น และเพิ่มความสวยงามให้กับบ้าน ต้นไม้ริมรั้วสามารถช่วยกรองแสงแดด ทำให้บริเวณบ้านเย็นสบาย และบังสายตาจากเพื่อนบ้าน สร้างความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก เนื่องจากใบไม้สามารถดูดซับเสียงได้ดี ต้นไม้ยังช่วยฟอกอากาศโดยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจน ทำให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้น จากมุมมองเศรษฐกิจ รั้วต้นไม้มีต้นทุนที่ถูกกว่ารั้วแบบอื่น และประหยัดค่าทำกำแพงบ้าน ไม้ดอกยอดนิยมสำหรับรั้วธรรมชาติมีอะไรบ้าง? ต้นโมก – ไม้มงคลหอมกรุ่น ต้นโมกเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางที่เหมาะสำหรับทำแนวกั้นรั้วบ้าน เนื่องจากมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้าน ต้นไม้สามารถเจริญเติบโตได้สูงถึง 5-12 เมตร ออกใบทรงพุ่มสีเขียวเรียวยาว และมีดอกสีขาวเป็นช่อ ต้นโมกยังเป็นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าช่วยป้องกันภัยอันตรายและสร้างความสุขกายสบายใจ การปลูกต้นโมกทำได้โดยนำต้นกล้ามาปลูกในหลุมดินร่วนที่ผสมปุ๋ยคอก-ปุ๋ยหมักและขุยมะพร้าว ขนาด 30x30x30 เซนติเมตร เว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 30-40 เซนติเมตร และรดน้ำปานกลางเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต้นเทียนหยด – ไม้พุ่มดอกสดใส ต้นเทียนหยดเป็นไม้พุ่มขนาดกลางความสูงประมาณ 2-3 เมตร แตกกิ่งก้านมากตั้งแต่โคนถึงยอด มีดอกสีสันสดใสที่บานสะพรั่งให้ชมได้ทุกฤดู ทั้งสีขาวและสีม่วง [...]

10/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกสมุนไพรไทยที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการความสะดวกในการประกอบอาหาร เนื่องจากสมุนไพรไทยส่วนใหญ่สามารถปลูกได้ง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก และให้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ12 การมีสวนสมุนไพรไว้ที่บ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุงสด แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความร่มรื่นให้กับบริเวณบ้านและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้อีกด้วย สมุนไพรไทยยอดนิยมสำหรับปลูกที่บ้าน กะเพรา – เครื่องปรุงหลักในครัวไทย กะเพราเป็นพืชล้มลุกที่มี 2 สายพันธุ์หลักคือ กะเพราแดงที่มีลำต้นสีแดงและกะเพราขาวที่มีลำต้นสีเขียว1 ต้นกะเพรามีความสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงแตกกิ่งก้านสาขา ใบเป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปทรงรี มีรสเผ็ดร้อนกลิ่นฉุน1 กะเพรามีสรรพคุณแก้ปวดท้อง ท้องอืด แก้ลมจุกเสียดแน่นท้อง ขับลมทำให้เรอ เหมาะสำหรับเด็ก ในแง่คุณค่าทางอาหาร กะเพรามีเบต้าแคโรทีนสูง เสริมด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน การปลูกกะเพราทำได้โดยการเพาะเมล็ดหรือปักชำกิ่ง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบหรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้าภายใน 7 วัน รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้มีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร กะเพราชอบแสงแดดแบบเต็มวัน ควรรดน้ำทุกวัน วันละ 1-2 ครั้ง ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี ขิงและข่า – สมุนไพรตระกูลเดียวกัน ขิงเป็นไม้ล้มลุกมีเหง้าอยู่ใต้ดิน [...]

5/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักสวนครัวสำหรับคนเมืองในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แม้จะมีพื้นที่จำกัดก็สามารถสร้างแหล่งอาหารสดสะอาดไว้บริโภคเองได้ การเลือกวิธีการปลูกที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของคนเมือง พร้อมเทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง จะช่วยให้ได้ผักปลอดสารเคมีและประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมคนเมืองถึงควรหันมาปลูกผักกินเอง? การปลูกผักสวนครัวของคนเมืองในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างในผักที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด การมีผักสดปลอดภัยไว้บริโภคเองจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับสุขภาพของครอบครัว ผักและสมุนไพรมีคุณค่าทางอาหารสูงและควรบริโภคให้ได้ทุกวัน แต่การเลือกซื้อผักที่ปลอดภัยและมีคุณภาพดีมักมีราคาสูง นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว การปลูกผักยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด และสร้างพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นให้กับที่อยู่อาศัย การมีสวนผักเล็กๆ ในบ้านยังเป็นการสอนลูกหลานให้รู้จักต้นกำเนิดของอาหารและตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ กระถางต้นไม้เป็นพื้นฐานของการปลูกผักคนเมือง การใช้กระถางเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักในพื้นที่จำกัด โดยเพียงแค่มีพื้นที่หน้าระเบียงหรือริมหน้าต่างที่แสงแดดเข้าถึงได้ ก็สามารถปลูกสมุนไพรพื้นฐานเช่น กะเพรา โหระพา ใบโขม หรือผักชีลาวไว้ใช้ประกอบอาหารได้แล้ว การเลือกขนาดกระถางมีความสำคัญมาก สำหรับพืชใบเล็กๆ เช่น กะเพรา ควรใช้กระถางขนาด 6 นิ้วสำหรับระยะแรก แล้วย้ายไปกระถาง 12 นิ้วเมื่อต้นโตขึ้น ส่วนพืชที่มีรากลึกเช่น มะนาว ต้องใช้กระถางขนาดใหญ่ประมาณ 17 นิ้ว การวางตำแหน่งกระถางควรคำนึงถึงความสะดวกในการรดน้ำและเก็บเกี่ยวผลผลิต วัสดุของกระถางก็มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช กระถางดินเผาจะช่วยระบายอากาศได้ดีแต่น้ำระเหยเร็ว กระถางพลาสติกจะกักเก็บความชื้นได้นานแต่อาจร้อนเกินไปในแสงแดดจัด การเจาะรูระบายน้ำที่เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็น โดยควรมีรูขนาดอย่างน้อย 1/2 นิ้วสำหรับกระถางขนาดเล็กถึงกลาง การสร้างแปลงผักจากอิฐบล็อก ทนทานและประหยัด สำหรับผู้ที่มีพื้นที่มากกว่าระเบียงเล็กๆ การทำแปลงผักจากอิฐบล็อกเป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่า แปลงขนาด 4×1.5 เมตร [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่คนส่วนใหญ่อาศัยในพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ การมีพื้นที่สีเขียวในบ้านกลายเป็นความท้าทาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ต้นไม้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับที่พักอาศัย แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพกายและใจ บทความนี้จะแนะนำต้นไม้ที่เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด วิธีการดูแล และประโยชน์ที่คุณจะได้รับจากการปลูกต้นไม้ในบ้าน ทำไมควรมีต้นไม้ในคอนโดหรือพื้นที่เล็กๆ? การปลูกต้นไม้ในที่พักอาศัยไม่ได้เป็นเพียงแค่การตกแต่งบ้านให้สวยงามเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ต้นไม้หลายชนิดมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษและมลพิษในอากาศ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไตรคลอโรเอทธิลีน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในเฟอร์นิเจอร์ พรม และสีทาบ้าน การศึกษาของ NASA พบว่าต้นไม้บางชนิดสามารถกำจัดสารพิษในอากาศได้ถึง 87% ภายใน 24 ชั่วโมง ลดความเครียดและเพิ่มความสุข การมีต้นไม้ในบ้านช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และความดันโลหิต การศึกษาพบว่าการดูแลต้นไม้ช่วยเพิ่มความสุขและลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและซึมเศร้าได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หากคุณทำงานที่บ้าน การมีต้นไม้รอบตัวจะช่วยเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานได้ถึง 15% ต้นไม้ช่วยปรับความชื้นในอากาศและสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทำให้คุณทำงานได้ดีขึ้น ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ ต้นไม้บางชนิด เช่น ลิ้นมังกร (Snake Plant) ปล่อยออกซิเจนในเวลากลางคืน ช่วยให้คุณหลับสบายและมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น การวางต้นไม้ในห้องนอนจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ 10 ต้นไม้ที่เหมาะสำหรับปลูกในพื้นที่จำกัด เมื่อพื้นที่มีจำกัด การเลือกต้นไม้ที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ นี่คือ 10 ต้นไม้ที่เหมาะสำหรับปลูกในคอนโดหรือพื้นที่เล็ก ๆ: [...]

20/2/2569 • โดย Homeday
พันตำรวจเอก ยอดชาย จำปาทอง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี และนางรุ่งรวี จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนประดิษฐ์ศึกษา รับมอบหมวกนิรภัยสำหรับเด็ก จำนวน 100 ใบ จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายพงษ์ทิวา กฤษณพันธุ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 (ภาคตะวันออก) ด้านศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทน เป็นผู้แทนมอบ ร่วมกับ นายศักรินทร์ กุลดิลก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จังหวัดจันทบุรี ภายใต้กิจกรรม “การส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนในสถานศึกษา” เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมขับขี่ปลอดภัยและฝึกวินัยจราจรในกลุ่มเด็กปฐมวัย ตลอดจนผลักดันให้คุณครู ผู้ปกครอง และชุมชน เล็งเห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยให้กับบุตรหลานและตนเองอย่างเคร่งครัด โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ โรงเรียนประดิษฐ์ศึกษา ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี สำหรับ กิจกรรม “การส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนในสถานศึกษา” เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างวิริยะประกันภัย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จังหวัดจันทบุรี และตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นช่วงวัยที่กำลังเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต การปลูกฝังวินัยทางจราจรให้กับเด็กในช่วงปฐมวัย จึงเปรียบเสมือนเป็นการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความปลอดภัยตั้งแต่เริ่มต้น [...]

26/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกมะเขือเป็นหนึ่งในกิจกรรมทำสวนครัวที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นผักที่มีหลากหลายสายพันธุ์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการลวก ผัด ต้ม แกง หรือจิ้มกับน้ำพริก ซึ่งถือเป็นผักที่ถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก การปลูกมะเขือในสวนครัวหลังบ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดใสปลอดสารพิษ และประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มะเขือมีกี่ชนิดที่เหมาะกับการปลูกที่บ้าน? มะเขือที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะตัวและวิธีการดูแลที่แตกต่างกันไป การเลือกชนิดมะเขือที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญสำหรับการปลูกให้ประสบความสำเร็จ มะเขือเปราะ หรือ Solanum Aculeatissinum Jacq. เป็นพืชล้มลุกทรงพุ่มขนาดเล็ก มีลำต้นตั้งตรงผิวเรียบไม่มียาง ใบทรงหัวลูกศรปลายแหลม ผลเป็นทรงกลมเรียบ เนื้อแน่นกรอบฉ่ำน้ำ ส่วนใหญ่เป็นสีเขียว แต่อาจพบสีขาว เหลือง หรือม่วงตามสายพันธุ์ ภายในเป็นเมือกและมีเมล็ดจำนวนมาก ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของมะเขือชนิดนี้ มะเขือเทศ หรือ Lycopersicon Esculentum Mill. เป็นพืชล้มลุกสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นตั้งตรงกลมแข็งและเหนียว กิ่งก้านเป็นทรงพุ่มมีขนอ่อนปกคลุม มีกลิ่นเฉพาะตัว ผลมีรูปร่างและสีต่างกันตามสายพันธุ์ เมื่อสุกจะเป็นสีแดง ส้ม หรือเหลือง เนื้อในฉ่ำน้ำ รสชาติเปรี้ยวหวานกรอบ มะเขือพวง หรือ Solanum Torvum Sw. เป็นไม้พุ่มยืนต้นที่แตกต่างจากมะเขือชนิดอื่น [...]