Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

วิธีปลูกต้นหอมในกระถางง่ายๆ ทำอย่างไรให้โตเร็วและได้ผลดี?

Homeday
4 มิถุนายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 4/6/2568

วิธีปลูกต้นหอมในกระถางง่ายๆ ทำอย่างไรให้โตเร็วและได้ผลดี?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การปลูกต้นหอมในกระถางเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่อยากมีผักสวนครัวใช้เองแต่มีพื้นที่จำกัด ต้นหอมเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตเร็ว และสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการผักสดใช้ประกอบอาหารอยู่เสมอ การปลูกในกระถางยังช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกลงดิน และสะดวกในการดูแลรักษา
Article Image

เตรียมอุปกรณ์และวัสดุที่จำเป็น

การเริ่มต้นปลูกต้นหอมในกระถางต้องเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานที่ไม่ซับซ้อน กระถางที่เหมาะสมควรมีขนาดกว้างพอสมควรและมีรูระบายน้ำที่ดี เพื่อป้องกันน้ำขังที่อาจทำให้รากเน่าได้1 ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนที่มีการระบายน้ำดี ไม่อุ้มน้ำมากเกินไป และมีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอ
เปลือกถั่วลิสงเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่มีประโยชน์มากในการปลูกต้นหอม เนื่องจากช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุยและช่วยรักษาความชื้นในดิน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เศษเปลือกไข่แตกบดให้ละเอียดโรยหน้าดินเป็นปุ๋ยธรรมชาติได้ สำหรับพันธุ์ที่จะใช้ปลูก มีทั้งเมล็ดต้นหอมและรากต้นหอมที่เหลือจากการทำอาหารมาใช้ปักชำได้
การเตรียมดินเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำอย่างถูกต้อง ควรพรวนดินให้ร่วนและทุบเปลือกถั่วลิสงให้เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นผสมเปลือกถั่วลิสงกับดินและตักใส่กระถางโดยไม่ต้องกดดินให้แน่นจนเกินไป1 การปล่อยให้ดินมีความโปร่งพอสมควรจะช่วยให้รากสามารถเจริญเติบโตได้ดีและระบายอากาศได้เหมาะสม
Article Image

วิธีการปลูกต้นหอมด้วยวิธีต่างๆ

การปลูกต้นหอมในกระถางสามารถทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีและระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน วิธีแรกคือการปลูกจากรากต้นหอมที่เหลือจากการทำอาหาร โดยใช้มีดตัดต้นหอมเหนือราก 1.5-2 นิ้ว แล้วปักชำลงดิน โดยเว้นระยะห่างแต่ละต้น 2 นิ้ว พร้อมกับรดน้ำพอให้ชุ่ม1 วิธีนี้จะให้ผลเร็วที่สุด สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 30-32 วัน
การปลูกด้วยเมล็ดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม เพียงโรยเมล็ดลงหน้าดินประมาณ 4-5 เมล็ดต่อกระถาง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นและรากของต้นหอมติดกันเกินไปเมื่อโตขึ้น1 แม้ว่าจะใช้เวลานานกว่าการปักชำราก แต่ต้นที่ได้จะแข็งแรงและสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45 วัน
สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกจากหัวพันธุ์ สามารถเลือกใช้หัวหอมแบ่งหรือหอมแดงมาปักชำได้ วิธีการเตรียมหัวพันธุ์มีหลายแบบ เช่น การตัดใบและรากทิ้งบางส่วน การตัดส่วนบนของหัวออก 1/3 หรือการผ่าหัวเป็นรูปกากบาทเพื่อกระตุ้นการงอกใหม่ วิธีเหล่านี้จะช่วยให้หัวพันธุ์งอกใบและรากใหม่ได้เร็วขึ้น

การดูแลรักษาและการให้น้ำ

การรดน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการปลูกต้นหอม ในช่วงแรกหลังปลูกควรรดน้ำเช้า-เย็นตามปกติเพื่อรักษาความชื้นในดิน แต่เมื่อมีใบสีเขียวแล้วให้ลดจำนวนครั้งลงเหลือ 1 ครั้งต่อวันก็พอ1 การรดน้ำมากเกินไปอาจทำให้รากเน่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระถางที่อาจมีการระบายน้ำไม่ดีพอ
ต้นหอมไม่ชอบน้ำท่วมขัง ดังนั้นการเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ การรดน้ำควรทำในช่วงเช้าตรู่เพื่อให้ต้นมีเวลาดูดซึมน้ำและระเหยความชื้นส่วนเกินออกไปก่อนที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นในตอนกลางวัน นอกจากนี้ต้นหอมยังชอบแสงแดดจึงควรวางกระถางในบริเวณที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ
การดูแลรักษาความสะอาดของแปลงปลูกก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ควรถอนวัชพืชหรือต้นหญ้าที่งอกขึ้นในกระถางออกเป็นระยะ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 20 วัน เพื่อไม่ให้มาแย่งธาตุอาหารของต้นหอม8 การทำความสะอาดนี้จะช่วยให้ต้นหอมได้รับธาตุอาหารอย่างเต็มที่และเจริญเติบโตได้ดีขึ้น

การให้ปุ๋ยและการบำรุงรักษา

แม้ว่าการปลูกต้นหอมในกระถางจะไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยมากนัก แต่การให้ปุ๋ยที่เหมาะสมจะช่วยให้ต้นหอมเจริญเติบโตได้ดีขึ้น1 การใช้เปลือกถั่วลิสงทุบให้แหลกหรือเศษเปลือกไข่แตกโรยหน้าดินเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ดี เนื่องจากให้ธาตุอาหารที่จำเป็นและช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน16
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ปุ๋ยเคมี สามารถใช้ปุ๋ยสูตร 20-10-10 หรือ 12-8-8 โรยข้างแถวต้นหอมเมื่ออายุได้ 30 วัน หรือในกรณีของการปลูกเพื่อการค้า อาจใช้ปุ๋ยสูตร 16-16-16 เมื่อต้นหอมอายุ 10-15 วัน ทุกๆ 10 วัน ต่อเนื่อง 3 ครั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับการปลูกในครัวเรือนปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก็เพียงพอแล้ว
การบำรุงรักษาในระยะต่างๆ ของการเจริญเติบโตมีความสำคัญ ในช่วงอายุ 10, 15, 20, 30 และ 40 วัน ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ การสังเกตการเจริญเติบโตของต้นและปรับการดูแลตามความเหมาะสมจะช่วยให้ได้ผลผลิตที่ดี ถ้าพบว่าต้นเจริญเติบโตช้าหรือใบเหลือง อาจต้องเพิ่มการให้ปุ๋ยหรือปรับปรุงการดูแล

การป้องกันโรคและแมลงศัตรู

ต้นหอมอาจเผชิญกับปัญหาโรคและแมลงศัตรูหลายชนิด โรคที่พบบ่อยในต้นหอม ได้แก่ โรคใบจุดสีม่วง โรคเหี่ยว โรคปลายใบไหม้ โรคแอนแทรคโนส และโรคหอมเลื้อย โรคใบจุดสีม่วงเป็นโรคที่พบมากที่สุด พบได้มากถึงร้อยละ 95 ในบางพื้นที่
เพลี้ยไฟหอมเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญของต้นหอม ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยสามารถเข้าทำลายได้โดยการดูดน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืช การป้องกันสามารถทำได้โดยการเลือกใช้หัวพันธุ์หรือต้นกล้าที่ปราศจากโรค และแช่หัวพันธุ์ก่อนปลูกด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชตามคำแนะนำ
การป้องกันโรคเริ่มตั้งแต่การเตรียมดิน ควรไถและตากดินทิ้งไว้ประมาณ 10-15 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่มีอยู่ในดิน และใส่ปูนขาวเพื่อปรับความเป็นกรดด่างของดิน สำหรับการปลูกในกระถาง การใช้ดินใหม่หรือดินที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วจะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคได้มาก

เคล็ดลับการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ

การปลูกต้นหอมให้ได้ผลผลิตดีและมีคุณภาพสูงมีเทคนิคหลายประการ การเลือกหัวพันธุ์ที่มีคุณภาพดีและสมบูรณ์เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ควรเลือกหัวที่ไม่มีรอยช้ำและไม่เน่าเสีย เมื่อปลูกแล้วต้องระมัดระวังไม่ให้หัวพันธุ์ช้ำเพราะจะเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าทำลายได้
การจัดระยะห่างระหว่างต้นให้เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าปลูกหนาเกินไปต้นจะแย่งธาตุอาหารกันและเจริญเติบโตไม่ดี แต่ถ้าปลูกห่างเกินไปก็เป็นการใช้พื้นที่ไม่คุ้มค่า สำหรับการปลูกในกระถาง การเว้นระยะห่าง 2 นิ้วระหว่างต้นเป็นระยะที่เหมาะสม
การคลุมด้วยฟางหรือวัสดุอื่นๆ เพื่อรักษาความชื้นในดินจะช่วยให้ต้นหอมเจริญเติบโตได้ดีขึ้น วิธีนี้ยังช่วยลดการระเหยของน้ำและป้องกันวัชพืชงอกขึ้นมาแย่งธาตุอาหารอีกด้วย นอกจากนี้การปลูกในฤดูหนาวจะให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกในฤดูอื่นๆ8

การเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์

การกำหนดเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญต่อคุณภาพของผลผลิต ต้นหอมที่ปลูกด้วยเมล็ดจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45 วัน ส่วนต้นหอมที่ปลูกจากรากจะเก็บได้เร็วกว่า คือภายใน 30-32 วัน หากไม่สะดวกนับวัน สามารถสังเกตจากความสูงของต้น ถ้าต้นหอมยาวเกือบถึงฟุตก็สามารถตัดใบกินได้1
วิธีการเก็บเกี่ยวควรทำอย่างระมัดระวัง สำหรับการเก็บใบสามารถตัดได้ตามต้องการ แต่ไม่ควรตัดหมดทั้งต้นในครั้งเดียว ควรเหลือใบไว้บ้างเพื่อให้ต้นสามารถสร้างอาหารและเจริญเติบโตต่อไปได้8 หากต้องการเก็บทั้งต้น ควรใช้มือถอนขึ้นพร้อมกันทั้งกอ สลัดดินออกจากหัวหอม และระวังอย่าให้หัวหรือใบช้ำ
การเก็บรักษาผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวควรเก็บไว้ในที่ร่ม ห้ามวางไว้กลางแดดเพราะจะทำให้เหี่ยวเร็ว8 ถ้าต้องการเก็บไว้นาน สามารถล้างทำความสะอาดและเก็บในตู้เย็น หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น การทำต้นหอมแห้ง การหมักดอง หรือการแช่แข็ง
Article Image

ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการ

ต้นหอมไม่เพียงแต่เป็นผักปรุงรสที่ให้ความหอมและรสชาติที่ดี แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการและสรรพคุณทางยาสมุนไพรมากมาย ในต้นหอมสด 100 กรัม ให้พลังงาน 32 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยโซเดียม คาร์โบไฮเดรต เส้นใย โปรตีน และโพแทสเซียม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย
ต้นหอมมีสารไฟโตนิวเทรียนท์ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีนที่ต้านการเกิดโรคมะเร็ง และฟลาโวนอยด์ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด วิตามินซีในต้นหอมช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ สารอัลลิซินที่พบในต้นหอมมีฤทธิ์คล้ายยาลดไขมันในเลือด
ต้นหอมยังมีแคลเซียมและวิตามินเคสูง ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ป้องกันโรคกระดูกพรุน มีธาตุเหล็กและฟอสฟอรัสที่ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง และมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยในการทำงานของระบบทางเดินหายใจ สรรพคุณเหล่านี้ทำให้ต้นหอมเป็นมากกว่าแค่ผักปรุงรส แต่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่มีคุณค่า

สรุป

การปลูกต้นหอมในกระถางเป็นวิธีการที่เรียบง่ายและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักสด การมีผักสะอาดใช้เองตลอดเวลา หรือความพึงพอใจจากการได้ปลูกพืชด้วยมือตัวเอง ด้วยเทคนิคและวิธีการที่ถูกต้อง ใครๆ ก็สามารถปลูกต้นหอมในกระถางได้สำเร็จ และเพลิดเพลินกับการมีผักสวนครัวที่ปลูกเองอยู่ใกล้ๆ ตัว
#สาระ #การปลูกต้นหอม #ปลูกผักในกระถาง #ผักสวนครัว #การเกษตรในพื้นที่จำกัด #ต้นหอมปลูกง่าย #ผักปลูกเอง #สวนครัวระเบียง #เกษตรในบ้าน #ผักสด #การปลูกผักเมือง
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ต้นหอมปลูกง่าย
#การปลูกต้นหอม
#ผักสด
#ผักปลูกเอง
#การปลูกผักเมือง
#การเกษตรในพื้นที่จำกัด
#ต้นไม้และสวน
#สวนครัวระเบียง
#เกษตรในบ้าน
#สาระ
#ปลูกผักในกระถาง
#ผักสวนครัว

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ปลูกผักสวนครัวในกระถางที่บ้านให้สำเร็จได้อย่างไร?
ทั่วไป

ปลูกผักสวนครัวในกระถางที่บ้านให้สำเร็จได้อย่างไร?

การปลูกผักสวนครัวในกระถางเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด แต่ต้องการมีผักสดสะอาดไว้บริโภคในครอบครัว ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในคอนโด บ้านเช่า หรือบ้านที่มีพื้นที่น้อย ก็สามารถปลูกผักไว้กินเองได้ง่ายๆ โดยการเลือกใช้กระถางเป็นภาชนะปลูก การปลูกผักในลักษณะนี้ไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผัก แต่ยังช่วยให้มั่นใจได้ว่าผักที่รับประทานปลอดสารเคมีและปลอดภัยต่อสุขภาพอีกด้วย ทำไมต้องเลือกปลูกผักสวนครัวในกระถาง? การปลูกผักสวนครัวในกระถางมีข้อดีมากมายที่ทำให้เป็นทางเลือกยอดนิยมในปัจจุบัน ประการแรกคือการประหยัดพื้นที่ เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีสวนหรือแปลงดินขนาดใหญ่ แค่มีพื้นที่เล็กๆ บนระเบียง ดาดฟ้า หรือริมหน้าต่างก็สามารถปลูกผักได้แล้ว การปลูกในกระถางยังช่วยให้สามารถควบคุมสภาพดินและการดูแลได้ง่ายกว่าการปลูกลงแปลงโดยตรง ข้อดีสำคัญอีกประการคือความสะดวกในการเคลื่อนย้าย เมื่อปลูกผักในกระถางแล้วสามารถย้ายตำแหน่งได้ตามความเหมาะสมของแสงแดด สภาพอากาศ หรือความสะดวกในการดูแล นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาศัตรูพืชและโรคพืชที่อาจเกิดขึ้นจากดินธรรมชาติได้อีกด้วย การปลูกผักในกระถางยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด สร้างความสุขจากการได้เห็นพืชผักเติบโตและให้ผลผลิต การปลูกผักสวนครัวในกระถางยังตอบสนองกับวิถีชีวิตในเมืองที่เร่งรีบและมีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะในยุคที่ราคาสินค้าแพงขึ้น การมีผักสดสะอาดไว้บริโภคเองจึงเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและยังได้ผักที่มีคุณภาพดีอีกด้วย กระถางแบบไหนเหมาะสำหรับปลูกผัก? การเลือกกระถางที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัว ความลึกของกระถางถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยผักสวนครัวที่มีระบบรากตื้นถึงปานกลางควรใช้กระถางที่มีความลึกอย่างน้อย 30 เซนติเมตร ส่วนผักประเภทหัวหรือผักที่มีระบบรากลึกควรเลือกกระถางที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 50 เซนติเมตร กระถางพลาสติกมีข้อดีคือมีน้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก และเก็บกักน้ำได้ดี แต่ข้อเสียคือระบายอากาศได้ไม่ค่อยดี ส่วนกระถางดินเผามีข้อดีคือระบายอากาศได้ดีกว่ากระถางพลาสติกและมีความสวยงาม แต่ข้อเสียคือเคลื่อนย้ายไม่สะดวกเพราะน้ำหนักมาก และดินจะแห้งเร็วเพราะระบายอากาศได้ดี การใช้จานรองกระถางเป็นสิ่งที่แนะนำเพื่อรองน้ำไว้ ช่วยให้ดินในกระถางมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา ลดปัญหาผักขาดน้ำโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรดน้ำทุกวัน การเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังที่อาจทำให้รากพืชเน่าได้ ดินปลูกแบบไหนที่เหมาะสำหรับผักในกระถาง? การเตรียมดินปลูกที่มีคุณภาพเป็นรากฐานสำคัญของการปลูกผักสวนครัวในกระถางที่ประสบความสำเร็จ ดินที่ดีสำหรับปลูกผักในกระถางต้องมีความสามารถในการระบายน้ำได้ดี เก็บความชื้นได้พอเหมาะ และอุดมไปด้วยอินทรียวัตถุ สำหรับดินร่วน [...]

2 นาที
ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ
ทั่วไป

ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ

การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

3 นาที
ปลูกผักใบสวยในกระถางได้ไหม? ทั้งกินได้และประดับบ้านให้สวยงาม
ทั่วไป

ปลูกผักใบสวยในกระถางได้ไหม? ทั้งกินได้และประดับบ้านให้สวยงาม

การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยให้เรามีผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มความสวยงามให้กับบ้านได้อีกด้วย ผักหลายชนิดมีใบที่สวยงามไม่แพ้ต้นไม้ประดับทั่วไป ทำให้เราสามารถปลูกเพื่อประโยชน์ทั้งสองอย่างได้พร้อมกัน บทความนี้จะแนะนำผักใบสวยที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง พร้อมวิธีปลูกและการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ทำไมต้องปลูกผักใบสวยในกระถาง? การปลูกผักในกระถางมีข้อดีหลายประการ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด นอกจากจะได้ผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อผักจากตลาด ที่สำคัญ ผักหลายชนิดมีใบและดอกที่สวยงาม สามารถนำมาประดับตกแต่งบ้านได้อย่างลงตัว การปลูกผักในกระถางยังง่ายต่อการดูแล เคลื่อนย้าย และจัดวางในพื้นที่ต่างๆ ของบ้านได้ตามต้องการ 7 ผักใบสวยที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง 1. ผักชี ผักชีเป็นพืชล้มลุกที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในช่วงหน้าหนาว ลักษณะของต้นผักชีมีลำต้นตั้งตรง ภายในกลวง มีกิ่งเล็ก ไม่มีขน สูงประมาณ 8-15 นิ้ว ใบแผ่ออกเป็นรูปพัด ขอบใบคล้ายขนนก ดอกมีขนาดเล็ก มีทั้งสีขาวและชมพูอ่อน ออกเป็นช่อนิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ซึ่งทำได้ง่ายและเหมาะสำหรับปลูกในกระถางเพื่อหยิบรับประทานได้สะดวก 2. ผักชีลาว ผักชีลาวเป็นผักพื้นบ้านที่อยู่ในกลุ่มพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับผักชี มีอายุไม่ถึง 1 ปี ความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ลำต้นกลม เล็ก สีเขียวเข้ม เนื้ออ่อน หักงอง่าย ใบมีลักษณะเป็นเส้นขนาดเล็ก ปลายเรียวแหลม ความยาวไม่เกิน 2 [...]

2 นาที
แตงกวาปลูกง่ายในพื้นที่จำกัดจริงหรือ? เทคนิคปลูกแตงกวาในกระถางสำหรับมือใหม่ที่ควรรู้
ทั่วไป

แตงกวาปลูกง่ายในพื้นที่จำกัดจริงหรือ? เทคนิคปลูกแตงกวาในกระถางสำหรับมือใหม่ที่ควรรู้

แตงกวาเป็นผักสวนครัวยอดนิยมที่หลายคนชอบรับประทานและนำมาตกแต่งจานอาหาร แม้อยู่ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ห้องเล็กๆ ก็สามารถปลูกแตงกวาในกระถางได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีปลูกแตงกวาในกระถางแบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่ให้ได้ผลผลิตดี ติดผลดก สามารถเก็บกินได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก เพียงรู้เทคนิคและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง คุณก็จะได้แตงกวาสดๆ ปลอดสารพิษไว้รับประทานเองที่บ้าน ทำไมแตงกวาถึงเหมาะกับการปลูกในกระถาง? แตงกวาเป็นพืชที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วและให้ผลผลิตไว เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เริ่มต้นปลูกผัก โดยใช้เวลาเพียง 32-35 วันหลังหยอดเมล็ดก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว แม้แตงกวาจะเป็นพืชเถาเลื้อย แต่ก็สามารถจัดการให้เติบโตในพื้นที่จำกัดได้โดยการทำค้างหรือซุ้มให้เลื้อย ข้อดีอีกประการของการปลูกแตงกวาในกระถางคือ คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า สามารถเคลื่อนย้ายกระถางไปยังจุดที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ และปรับเปลี่ยนดินและปุ๋ยได้ง่าย นอกจากนี้ แตงกวาที่ปลูกเองยังปลอดภัยจากสารเคมี ให้ความสดใหม่ และมีรสชาติดีกว่าที่ซื้อจากตลาด แตงกวาเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศอบอุ่น ไม่ร้อนและไม่เย็นชื้นจนเกินไป ชอบแสงแดดและต้องการแสงอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง การจัดวางกระถางในตำแหน่งที่ได้รับแสงอย่างเพียงพอจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกแตงกวาให้ประสบความสำเร็จ อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการปลูกแตงกวาในกระถางมีอะไรบ้าง? ก่อนเริ่มปลูกแตงกวาในกระถาง คุณควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ซึ่งประกอบด้วย: เมล็ดพันธุ์แตงกวา – ควรเลือกเมล็ดที่มีคุณภาพดี แข็งแรง และสมบูรณ์ เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน ควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของคุณ เช่น แตงกวาพันธุ์มัมมี่ที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง ดินร่วนปนทราย – ดินที่เหมาะกับการปลูกแตงกวาควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และผ่านการตากแดดมาแล้ว ค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 5.5-6.8 ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก [...]

3 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent