Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ปลูกชะอมอย่างไรให้งาม ขึ้นเร็ว และออกยอดตลอดปี?

Homeday
3 มิถุนายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 3/6/2568

ปลูกชะอมอย่างไรให้งาม ขึ้นเร็ว และออกยอดตลอดปี?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ชะอมเป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอมากถึง 10,066 IU การปลูกชะอมที่ถูกวิธีจะให้ผลผลิตที่ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วันและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถปลูกได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะที่ควรรู้
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : เกษตรสัญจร

การเลือกวิธีปลูกชะอมที่เหมาะสม

การปลูกชะอมสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของต้น ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว และความหนาแน่นของหนาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูกและสภาพพื้นที่ที่มีอยู่

การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์

การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ได้ต้นชะอมที่แข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด ต้นที่ได้จากเมล็ดจะมีหนามหนากว่าการปลูกด้วยวิธีอื่น และมีระบบรากที่แข็งแรงกว่า เมล็ดชะอมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 3 ปี และยังคงสามารถงอกได้2
ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 1 วันและ 1 คืน เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์1 เมล็ดที่ดีจะปริเปลือกออกเล็กน้อยหลังจากแช่น้ำ ส่วนเมล็ดที่ไม่ปริเปลือกแสดงว่าไม่สมบูรณ์ควรทิ้งไป หลังจากได้เมล็ดที่พร้อมปลูกแล้ว ให้นำไปปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก โดยฝังเมล็ดลงผิวดินไม่ต้องกลบจนมิด ใส่ประมาณ 2 เมล็ดต่อกระถาง และรดน้ำวันละครั้งอย่างพอประมาณ
การงอกของเมล็ดชะอมใช้เวลาประมาณ 6-7 วัน2 เมื่อต้นกล้าโตพอแล้วจึงย้ายลงปลูกในกระถางใหญ่หรือลงดินในแปลง การปลูกด้วยเมล็ดแม้จะใช้เวลานานกว่าแต่จะได้ต้นที่มีคุณภาพดีและอายุยืนนาน

การปักชำและการตอนกิ่ง

การปักชำเป็นวิธีที่ได้ผลเร็วกว่าการเพาะเมล็ด โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 10-15 วัน วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลผลิตอย่างรวดเร็ว การเลือกกิ่งสำหรับปักชำต้องเลือกกิ่งที่แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรค ไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป มีตาติดอยู่ในกิ่งประมาณ 3-4 ตา และมีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร1
กิ่งที่เตรียมไว้ให้นำไปปักลงในกระถางหรือถุงเพาะกล้าที่มีดินผสมแกลบ ขี้เถ้า และปุ๋ยคอก1 การรดน้ำควรทำวันเว้นวันให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ ต้นกล้าจะแตกยอดและออกรากใหม่ จากนั้นจึงนำไปปลูกลงในกระถางใหญ่หรือแปลงปลูกถาวร
การตอนกิ่งและการโน้มกิ่งลงดินเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เกษตรกรนิยมใช้ วิธีนี้เหมาะสำหรับการขยายพันธุ์จากต้นแม่ที่มีอยู่แล้ว โดยสามารถทำได้ง่ายและไม่ต้องซื้อกิ่งพันธุ์เพิ่มเติม
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : พลังเกษตร

เทคนิคการจัดแปลงและการปลูก

การจัดแปลงปลูกชะอมที่ถูกต้องจะช่วยให้การดูแลรักษาง่ายขึ้นและผลผลิตดีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันน้ำท่วมขัง เนื่องจากชะอมแม้จะชอบความชื้นแต่ไม่ทนต่อน้ำขัง ซึ่งจะทำให้รากเน่าตายได้

การเตรียมพื้นที่ปลูก

การเตรียมพื้นที่ปลูกควรเริ่มต้นด้วยการยกร่องแล้วขุดหลุมปลูกบนร่อง วิธีนี้จะช่วยให้น้ำระบายออกได้ดีและป้องกันปัญหารากเน่า ระยะห่างในการปลูกควรเป็น 30-50 เซนติเมตร ระหว่างต้น และหากปลูกเป็นแถวควรมีระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 1 เมตร
เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกแบบแถวคู่ โดยมีระยะห่างของแถว 1 เมตร การปลูกแบบนี้จะทำให้สะดวกต่อการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว สำหรับการปลูกริมรั้วอาจใช้แถวคู่โดยมีระยะห่างระหว่างแถวและระหว่างต้นประมาณ 30-50 เซนติเมตร

การเตรียมดินและปุ๋ย

ชะอมเจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี การเตรียมดินควรผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ส่วนผสมที่ดีประกอบด้วยดินร่วน ปุ๋ยคอก แกลบ และขี้เถ้า1 ซึ่งจะช่วยให้ดินมีความร่วนซุยและระบายน้ำได้ดี
การใช้ปุ๋ยยูเรียควรใช้ในอัตราที่น้อยและต้องใช้ร่วมกับปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก การใช้ปุ๋ยยูเรียจะช่วยกระตุ้นให้ชะอมแตกยอดได้เร็วขึ้น แต่หากใช้มากเกินไปอาจทำให้ต้นแข็งแรงเกินไปและลดคุณภาพของยอดอ่อน

การดูแลรักษาและการให้น้ำ

การดูแลรักษาชะอมที่ถูกต้องจะทำให้ได้ผลผลิตที่ดีและต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้น้ำและการใส่ปุ๋ยที่เหมาะสม รวมทั้งการตัดแต่งกิ่งเพื่อกระตุ้นการแตกยอด

การให้น้ำที่เหมาะสม

ในช่วงแรกหลังปลูกควรรดน้ำทุกวันในตอนเช้า วันละ 1 ครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป 2 เดือน และต้นชะอมแข็งแรงขึ้นแล้ว ให้เปลี่ยนมารดน้ำแบบวันเว้นวันแทน การให้น้ำแบบวันเว้นวันจะช่วยป้องกันโรครากเน่าและทำให้ต้นแข็งแรงกว่า
ปริมาณน้ำที่ให้ควรพอให้ดินชุ่มแต่ไม่แฉะ ชะอมชอบความชื้นแต่ไม่ทนต่อน้ำขัง การให้น้ำมากเกินไปจะทำให้รากเน่าและต้นตายได้ โดยเฉพาะในฤดูฝนควรระวังปัญหาน้ำท่วมขังเป็นพิเศษ

การใส่ปุ๋ยและการบำรุงรักษา

การใส่ปุ๋ยควรทำสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการแตกยอด ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหลังจากปลูกได้ 2-3 เดือน การใส่ปุ๋ยจะทำให้ต้นชะอมแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ำหมักชีวภาพที่หมักจากยอดอ่อนของพืชต่างๆ ในอัตราส่วนน้ำหมัก 1 ลิตร ต่อน้ำ 40 ลิตร รดทุก 7 วัน วิธีนี้จะช่วยให้ชะอมแตกยอดอ่อนได้ดีและต้นแข็งแรง
การพรวนดินเป็นครั้งคราวจำเป็นเพื่อกำจัดวัชพืชและเพิ่มการระบายอากาศให้รากได้รับออกซิเจน1 การพรวนดินยังช่วยให้ปุ๋ยซึมลงสู่รากได้ดีขึ้นและป้องกันการแข็งตัวของดิน
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : ข่าวสด

การป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช

ชะอมเป็นพืชที่มีศัตรูพืชน้อยมาก แต่ก็ยังมีปัญหาบางอย่างที่ควรระวัง สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันโรครากเน่าและการจัดการกับแมลงศัตรูที่อาจมาทำลายยอดอ่อน

การป้องกันโรครากเน่า

โรครากเน่าเป็นปัญหาหลักของการปลูกชะอม สาเหตุมาจากการให้น้ำมากเกินไปหรือน้ำท่วมขัง การป้องกันทำได้โดยการควบคุมการให้น้ำ ปรับปรุงการระบายน้ำในแปลง และเลือกปลูกในช่วงฤดูร้อนเพื่อให้ต้นอ่อนแข็งแรงพอที่จะต้านทานโรคได้
การเลือกปลูกในช่วงฤดูร้อนจะช่วยให้ต้นแข็งแรงและพร้อมเผชิญกับฤดูฝน1 ในฤดูร้อนการระเหยของน้ำจะเร็วกว่า ทำให้ดินไม่ค้างความชื้นมากเกินไปและลดโอกาสเกิดโรครากเน่า

การจัดการแมลงศัตรูพืช

แมลงศัตรูพืชที่สำคัญของชะอมได้แก่ หนอนกินยอดและมดแดง หนอนกินยอดจะทำลายยอดอ่อนที่เป็นผลผลิตหลัก ส่วนมดแดงจะรบกวนการทำงานในแปลงและอาจกัดกินใบอ่อน
การป้องกันหนอนกินยอดสามารถทำได้โดยการฉีดพ่นสารเคมีทุก 8 วัน สารเคมีที่ใช้ได้แก่ คาบาริลและสารโปรไธโอฟอส แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย ควรเก็บเกี่ยวหลังจากฉีดยาแล้วไม่น้อยกว่า 7 วัน
สำหรับการกำจัดมดแดงสามารถใช้น้ำดองหน่อไม้ราดลงไปที่รังของมดแดง1 วิธีนี้เป็นวิธีธรรมชาติและปลอดภัยกว่าการใช้สารเคมี
และเชือกสำหรับพยุงกิ่งไว้ล่วงหน้า การจัดวางหลักเสาควรเป็นระบบที่ชะอมสามารถเลื้อยไปได้ตามที่ต้องการ และสะดวกต่อการเก็บเกี่ยว
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : มติชนอคาเดมี่

การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว

การเก็บเกี่ยวชะอมที่ถูกต้องจะทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพดีและกระตุ้นให้ต้นแตกยอดใหม่อย่างต่อเนื่อง ระยะเวลาและวิธีการเก็บเกี่ยวมีผลต่อคุณภาพของผลผลิตและการแตกยอดในครั้งต่อไป

ระยะเวลาการเก็บเกี่ยว

ชะอมสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 3-4 เดือนหลังจากปลูก หลังจากการเก็บเกี่ยวครั้งแรกแล้ว ชะอมจะแตกยอดใหม่และสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วัน การเก็บเกี่ยวที่สม่ำเสมอจะกระตุ้นให้ต้นแตกยอดใหม่อย่างต่อเนื่อง
การเก็บเกี่ยวควรทำในตอนเช้าขณะที่ยอดยังสดและมีน้ำในเนื้อเยื่อมาก ยอดที่เก็บในตอนเช้าจะมีความกรอบและคุณภาพดีกว่า การเก็บในตอนที่แดดจัดจะทำให้ยอดเหี่ยวเร็วและคุณภาพลดลง

วิธีการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง

การเก็บเกี่ยวควรใช้กรรไกรตัดยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร การตัดด้วยกรรไกรจะให้บาดแผลที่สะอาดและไม่ทำลายเนื้อเยื่อของต้น ไม่ควรใช้มือเด็ดเพราะจะทำให้เกิดบาดแผลที่ไม่เรียบและอาจเป็นทางเข้าของเชื้อโรค
การตัดต้องเหลือใบรองยอดไว้ การเหลือใบรองยอดจะช่วยให้ชะอมแตกยอดใหม่ได้เร็วขึ้น ไม่ควรตัดลึกเกินไปจนหมดใบ เพราะจะทำให้ต้นใช้เวลานานในการฟื้นตัวและแตกยอดใหม่

การจัดการผลผลิตหลังเก็บเกี่ยว

หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วควรนำยอดชะอมมาจัดเป็นแพ โดยแพละ 14 ยอด การจัดเป็นแพจะช่วยให้การขนส่งและการขายทำได้สะดวกขึ้น ชะอม 25 แพจะถูกมัดรวมเป็นมัดใหญ่สำหรับจำหน่าย
การเก็บรักษาชะอมหลังเก็บเกี่ยวควรเก็บในที่เย็นและมีความชื้นพอเหมาะ การเก็บในอุณหภูมิต่ำจะช่วยรักษาความสดและยืดอายุการเก็บรักษา ไม่ควรตากแดดหรือเก็บในที่ร้อนเพราะจะทำให้เหี่ยวเร็ว

ข้อควรระวังและการเลือกบริโภค

การบริโภคชะอมมีข้อควรระวังสำหรับบางกลุ่มคน แม้ว่าชะอมจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีสารบางอย่างที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนบางกลุ่ม การรู้จักข้อควรระวังจะช่วยให้การบริโภคปลอดภัยและได้ประโยชน์สูงสุด

สรุป

การปลูกชะอมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนทาน และให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง การเลือกวิธีปลูกที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง จะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันตามจุดประสงค์การใช้งาน การดูแลรักษาที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการควบคุมน้ำและการใส่ปุ๋ยอย่างเหมาะสม จะทำให้ได้ผลผลิตคุณภาพดี การป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชไม่ซับซ้อน แต่ต้องระวังเรื่องโรครากเน่าเป็นพิเศษ เทคนิคการตัดแต่งและการเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ผลผลิตมากขึ้นและต่อเนื่อง สำหรับการบริโภคควรระวังข้อห้ามสำหรับกลุ่มเสี่ยงและเลือกบริโภคในฤดูกาลที่เหมาะสม การปลูกชะอมจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสวนครัวที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง
#สาระ #ปลูกชะอม #วิธีปลูกชะอม #ชะอมในกระถาง #การดูแลชะอม #เพาะเมล็ดชะอม #ปักชำชะอม #ผักสวนครัว #การเกษตรอินทรีย์ #ปุ๋ยสำหรับชะอม #เก็บเกี่ยวชะอม #ประโยชน์ชะอม #สรรพคุณชะอม
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#การดูแลชะอม
#ชะอมในกระถาง
#ประโยชน์ชะอม
#เก็บเกี่ยวชะอม
#วิธีปลูกชะอม
#การเกษตรอินทรีย์
#ปลูกชะอม
#เพาะเมล็ดชะอม
#ต้นไม้และสวน
#ปุ๋ยสำหรับชะอม
#สาระ
#ปักชำชะอม
#สรรพคุณชะอม
#ผักสวนครัว

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
แตงกวาปลูกง่ายในพื้นที่จำกัดจริงหรือ? เทคนิคปลูกแตงกวาในกระถางสำหรับมือใหม่ที่ควรรู้
ทั่วไป

แตงกวาปลูกง่ายในพื้นที่จำกัดจริงหรือ? เทคนิคปลูกแตงกวาในกระถางสำหรับมือใหม่ที่ควรรู้

แตงกวาเป็นผักสวนครัวยอดนิยมที่หลายคนชอบรับประทานและนำมาตกแต่งจานอาหาร แม้อยู่ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ห้องเล็กๆ ก็สามารถปลูกแตงกวาในกระถางได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีปลูกแตงกวาในกระถางแบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่ให้ได้ผลผลิตดี ติดผลดก สามารถเก็บกินได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก เพียงรู้เทคนิคและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง คุณก็จะได้แตงกวาสดๆ ปลอดสารพิษไว้รับประทานเองที่บ้าน ทำไมแตงกวาถึงเหมาะกับการปลูกในกระถาง? แตงกวาเป็นพืชที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วและให้ผลผลิตไว เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เริ่มต้นปลูกผัก โดยใช้เวลาเพียง 32-35 วันหลังหยอดเมล็ดก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว แม้แตงกวาจะเป็นพืชเถาเลื้อย แต่ก็สามารถจัดการให้เติบโตในพื้นที่จำกัดได้โดยการทำค้างหรือซุ้มให้เลื้อย ข้อดีอีกประการของการปลูกแตงกวาในกระถางคือ คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า สามารถเคลื่อนย้ายกระถางไปยังจุดที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ และปรับเปลี่ยนดินและปุ๋ยได้ง่าย นอกจากนี้ แตงกวาที่ปลูกเองยังปลอดภัยจากสารเคมี ให้ความสดใหม่ และมีรสชาติดีกว่าที่ซื้อจากตลาด แตงกวาเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศอบอุ่น ไม่ร้อนและไม่เย็นชื้นจนเกินไป ชอบแสงแดดและต้องการแสงอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง การจัดวางกระถางในตำแหน่งที่ได้รับแสงอย่างเพียงพอจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกแตงกวาให้ประสบความสำเร็จ อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการปลูกแตงกวาในกระถางมีอะไรบ้าง? ก่อนเริ่มปลูกแตงกวาในกระถาง คุณควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ซึ่งประกอบด้วย: เมล็ดพันธุ์แตงกวา – ควรเลือกเมล็ดที่มีคุณภาพดี แข็งแรง และสมบูรณ์ เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน ควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของคุณ เช่น แตงกวาพันธุ์มัมมี่ที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง ดินร่วนปนทราย – ดินที่เหมาะกับการปลูกแตงกวาควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และผ่านการตากแดดมาแล้ว ค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 5.5-6.8 ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก [...]

3 นาที
ปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านง่ายจริงหรือ? เทคนิคลับที่ทำให้คุณมีผักสดใส่ตู้เย็นตลอดปี
ทั่วไป

ปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านง่ายจริงหรือ? เทคนิคลับที่ทำให้คุณมีผักสดใส่ตู้เย็นตลอดปี

การปลูกผักเมืองหนาวที่บ้านในประเทศไทยอาจฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสม ทุกคนสามารถมีผักเมืองหนาวสดใหม่ไว้บริโภคเองได้ตลอดทั้งปี แม้จะอยู่ในเขตภูมิอากาศเมืองร้อน การปลูกผักเมืองหนาวไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังมั่นใจได้ในคุณภาพและความปลอดภัยจากสารเคมี ทำไมถึงควรปลูกผักเมืองหนาวเอง? ผักเมืองหนาวในตลาดมักมีราคาสูงและบางครั้งหายากตามฤดูกาล การปลูกเองจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดในราคาประหยัด นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้นจนเก็บเกี่ยว ทำให้มั่นใจได้ว่าผักที่ได้รับประทานนั้นปลอดจากสารพิษ การปลูกผักเมืองหนาวยังช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตของพืชมากขึ้น สร้างความพึงพอใจจากการได้บริโภคผลผลิตที่ปลูกด้วยมือตนเอง และยังเป็นกิจกรรมที่ดีสำหรับสุขภาพจิตใจอีกด้วย การมีแปลงผักเล็กๆ ในบ้านยังช่วยเพิ่มความร่มรื่นและบรรยากาศดีให้กับพื้นที่อยู่อาศัย กระเทียมต้น: จุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับมือใหม่ กระเทียมต้นเป็นผักเมืองหนาวที่ปลูกง่ายและให้ผลผลิตดี เริ่มต้นด้วยการผสมดินร่วนกับปุ๋ยคอก รดน้ำให้ดินชุ่มแล้ววางไว้ นำเมล็ดกระเทียมต้นมาปลูกลงในหลุมเพาะลึก 1 เซนติเมตร กลบดินแล้วคลุมด้วยฟาง รดน้ำวันละ 1 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ เมื่อกล้าอายุได้ 60 วัน ให้ย้ายไปปลูกในแปลงหรือกระถางที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมัก การใช้ตาข่ายบังแดดจะช่วยให้กระเทียมต้นเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศที่เย็นสบาย หลังจากย้ายมาปลูกแล้วอีก 80 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวมาบริโภคได้แล้ว การปลูกกระเทียมในเชิงพาณิชย์นิยมใช้กลีบกระเทียมแทนเมล็ด โดยเลือกใช้กลีบนอกที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งจะให้ผลผลิตที่ดีกว่า การปลูกในระยะ 10×10-15 เซนติเมตร จะให้ผลผลิตสูงที่สุด และการใช้ฟางคลุมแปลงจะช่วยควบคุมวัชพืชและรักษาความชุ่มชื้นในดิน กะหล่ำหลากสาย: เลือกปลูกได้ตามความชอบ กะหล่ำปมเป็นอีกหนึ่งผักเมืองหนาวที่สามารถปลูกในไทยได้ดี การเพาะเมล็ดทำได้โดยนำเมล็ดมาปลูกในแผงเพาะกล้าที่มีดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ฝังหลุมละประมาณ 2-3 เมล็ด หรือหากเพาะในแปลงปลูกควรเว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 2-4 เซนติเมตร [...]

2 นาที
วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?
ทั่วไป

วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?

การปลูกผักชีในกระถางกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสวนและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวสดใหม่ไว้ปรุงอาหาร เนื่องจากผักชีเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ การปลูกในกระถางนั้นไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้การดูแลและเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผักชีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใน 100 กรัม มีพลังงานเพียง 23 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำไมต้องเลือกปลูกผักชีในกระถาง? การปลูกผักชีในกระถางมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมของคนรักการทำสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกในแปลงดิน เนื่องจากสามารถย้ายกระถางไปมาได้ตามความเหมาะสมของแสงแดดและอากาศ นอกจากนี้ การปลูกผักชีในกระถางยังช่วยป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชได้ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของดินและการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผักชีเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี ซึ่งเมื่อปลูกในกระถางจะสามารถจัดเตรียมสภาพดินให้เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การเก็บเกี่ยวก็เป็นอีกข้อดีหนึ่งของการปลูกในกระถาง เนื่องจากสามารถวางกระถางไว้ใกล้ครัวหรือในตำแหน่งที่สะดวกต่อการหยิบมาใช้ประกอบอาหาร ทำให้ได้ผักชีสดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้ เลือกอุปกรณ์และเตรียมดินปลูกอย่างไร? การเตรียมอุปกรณ์และดินปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักชี สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ผักชีที่มีคุณภาพ กระถางที่มีรูระบายน้ำ ดินร่วน ปุ๋ยคอก ทรายหรือขี้เถ้า และฟางข้าวหรือหญ้าแห้งสำหรับคลุมดิน การเลือกกระถางควรเลือกชนิดที่มีความลึกอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้รากผักชีมีพื้นที่เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และต้องมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้รากเน่าได้ สำหรับการเตรียมดินปลูก สามารถใช้สูตรดินที่ประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน [...]

2 นาที
ปลูกผักสวนครัวริมรั้วแบบไหนที่ปลูกง่าย ดูแลสะดวก เก็บกินได้นานตลอดปี?
ทั่วไป

ปลูกผักสวนครัวริมรั้วแบบไหนที่ปลูกง่าย ดูแลสะดวก เก็บกินได้นานตลอดปี?

การปลูกผักสวนครัวริมรั้วเป็นวิธีใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากจะได้ผักปลอดสารพิษไว้รับประทานแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณบ้าน โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีพื้นที่จำกัด บทความนี้จะแนะนำผักสวนครัว 10 ชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกริมรั้ว ดูแลง่าย และสามารถเก็บเกี่ยวได้ยาวนานตลอดปี กระเจี๊ยบเขียวปลูกในเข่งได้ผลดีจริงหรือไม่? กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่เหมาะกับการปลูกริมรั้วหรือในภาชนะ เช่น เข่งหรือกระถาง เพราะมีความสูงที่เหมาะสมประมาณ 40 เซนติเมตร – 2 เมตร ทำให้จัดการพื้นที่ได้ง่าย สำหรับการปลูกในเข่ง สามารถใช้เข่งขนาด 15 นิ้วหรือเบอร์ 6 เริ่มด้วยการรองก้นเข่งด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อช่วยในการระบายน้ำ ตามด้วยดินปลูกที่ผสมปุ๋ยอินทรีย์ ต้นกล้าควรมีอายุประมาณ 25 วันก่อนย้ายลงปลูกในเข่ง โดยใน 1 เข่งสามารถปลูกได้ 2 ต้น หลังจากปลูกเสร็จ ควรกลบหน้าดินด้วยกาบมะพร้าวสับเพื่อรักษาความชุ่มชื้น และใช้น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำรดให้ชุ่ม ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อราและกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก การดูแลในช่วงแรกควรรดน้ำเช้า-เย็นทุกวัน หลังปลูกไป 3 วัน ควรตัดยอดเพื่อให้แตกกิ่งข้าง และใช้ฮอร์โมนไข่นมสดผสมน้ำพ่นในตอนเช้าทุก 3 วัน ประมาณวันที่ 10 ควรใส่ปุ๋ยมูลไก่อัดเม็ดโดยโรยรอบขอบเข่ง และวันที่ 20 ใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 กระเจี๊ยบเขียวจะเริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุประมาณ [...]

3 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent