
4/10/2567 • โดย Homeday
ในโลกของการลงทุน อสังหาริมทรัพย์ให้เช่ามักถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่งคั่งและบรรลุอิสรภาพทางการเงิน แต่เป็นความจริงเสมอไปหรือ? ในขณะที่หลายคนประสบความสำเร็จจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า ก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับความท้าทายและความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่ภาระหนี้สินอันหนัก

11/4/2568 • โดย Homeday
ภายใต้แนวคิด “Good Books Make Good Friends” ในโอกาสเฉลิมฉลอง 50 ปี ซีเอ็ด ร่วมกับสำนักพิมพ์ Money Fitness จัดงานเปิดตัวหนังสือใหม่สองเล่มคุณภาพ “PASSIVE INCOME เครื่องทุ่นแรงสู่อิสรภาพการเงิน” และ “กองทุนรวม 101X” ผลงานล่าสุดจาก โค้ชหนุ่ม – จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บรรยากาศอบอุ่น และแรงบันดาลใจจากผู้อ่านที่สนใจการสร้างอิสรภาพทางการเงิน โดย โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ ได้ถ่ายทอดแนวคิดและวิธีการสร้างรายได้แบบพาสซีฟ (Passive Income) ที่ช่วยให้คนทุกคนสามารถเริ่มต้นเส้นทางสู่ความมั่นคงทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนังสือการเงิน 2 เล่มล่าสุด ได้แก่ “PASSIVE INCOME เครื่องทุ่นแรงสู่อิสรภาพการเงิน” ชวนผู้อ่านออกแบบเส้นทางการเงินที่สร้างรายได้แบบไม่ต้องแลกเวลาด้วยแรงเสมอไป ด้วยเนื้อหาเข้มข้น เข้าใจง่าย และลงมือทำได้จริง และหนังสือ “กองทุนรวม 101X” สำหรับผู้เริ่มต้นลงทุน ด้วยเนื้อหาที่อธิบายขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการจัดพอร์ต เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาวอย่างยั่งยืน [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
เนื่องในวันสตรีสากลปีนี้ แอกซ่า ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้ผู้หญิงสามารถก้าวผ่านความท้าทายต่างๆ ในสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำทางเพศภาวะ และความท้าทายทางด้านการเงินที่ต้องเผชิญผ่านแผนสมาร์ทแพลน เอสเอ็มอี (SmartPlan SME) ซึ่งสอดคล้องไปกับแคมเปญระดับโลกของกลุ่มแอกซ่า ‘เป็นผู้หญิงไม่ควรต้องเสี่ยง Being a Woman Shouldn’t Be a Risk’ ที่ได้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญมากกว่าเพศอื่น ๆ จากงานวิจัยระดับโลกได้สะท้อนให้เห็นว่าหนึ่งในสามของผู้หญิงต้องประสบปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางเพศ อันส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อสภาพร่างกาย ความเป็นอยู่ และความมั่นคงทางการเงิน ทั้งนี้ การมีอิสรภาพทางการเงิน นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ผู้หญิงสามารถหลีกเลี่ยงและข้ามผ่านความเหลื่อมล้ำในสังคมไปได้ นางสาวปวีณา เขมะรังสรรค์ ผู้อำนวยการสายงานบริหารลูกค้า บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ ผู้หญิงทั่วโลกเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่ได้สัดส่วน ความเป็นอิสระทางการเงินสามารถช่วยเสริมพลังให้ผู้หญิงมีทางเลือกและเสริมความมั่นคงในการดำรงชีวิตได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งลดความเสี่ยงในโอกาสที่จะต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางเพศภาวะ ที่แอกซ่าเรามุ่งมั่นตั้งใจสร้างโซลูชันให้กับผู้หญิงที่มากกว่าการเสริมสร้างความตระหนักรู้ อีกทั้งเพื่อตอบสนองถึงความต้องการด้านการคุ้มครองทางการเงินที่เฉพาะเจาะจงแก่ผู้ประกอบการผู้หญิง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้หญิงสามารถมีทรัพยากรทางเลือกเพื่อเติบโตก้าวหน้าและสร้างอนาคตที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” เพื่อยกระดับและเสริมอิสระทางการเงินของผู้หญิง แอกซ่า ประเทศไทย นำเสนอ แผนสมาร์ทแพลน เอสเอ็มอี (SmartPlan SME) โซลูชันประกันภัยที่ครอบคลุม ซึ่งปรับให้เหมาะกับความเสี่ยงเฉพาะต่าง [...]

25/4/2568 • โดย Homeday
การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้คงที่ในแต่ละเดือน การออมเงินคือการเก็บสะสมเงินเพื่อเป้าหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเกษียณอายุ การซื้อสินทรัพย์ เช่น รถยนต์ ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว หรือการเก็บเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน เช่น การตกงาน อุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วย ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานให้ความสำคัญกับการออมเงินมากขึ้น เพราะตระหนักถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บทความนี้จะแนะนำวิธีการออมเงินที่มีประสิทธิภาพสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปี 2025 ทำไมการออมเงินจึงสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน? การออมเงินมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน การมีเงินออมช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ทำให้มีเงินสำรองในยามฉุกเฉิน และช่วยให้สามารถวางแผนอนาคตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การออมเงินยังช่วยลดความเครียดทางการเงิน และเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว มนุษย์เงินเดือนที่มีการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม และมีอิสรภาพทางการเงินมากขึ้นในอนาคต ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า มนุษย์เงินเดือนที่มีการวางแผนการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสเกษียณอายุได้เร็วกว่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าหลังเกษียณ การออมเงินจึงไม่ใช่เพียงการเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคต แต่ยังเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิตของตนเองในระยะยาวอีกด้วย เทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ในการออมเงิน เก็บก่อนใช้ – หลักการสำคัญที่ช่วยให้ออมเงินได้อย่างมีวินัย วิธีการออมเงินแบบ “เก็บก่อนใช้” เป็นหนึ่งในเทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนควรนำมาใช้ หลักการคือ การหักเงินออมทันทีที่ได้รับเงินเดือน ไม่ใช่รอให้เหลือจึงค่อยเก็บ การหักเงินออมก่อนเป็นการบังคับตัวเองให้ใช้จ่ายเท่าที่เหลือ ซึ่งช่วยสร้างวินัยในการออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน แนะนำให้เริ่มออมเงินประมาณ 10% ของเงินเดือน เช่น หากได้รับเงินเดือน 15,000 [...]

18/2/2568 • โดย Homeday
CardX สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ดึง “โปรจีน – อาฒยา ฐิติกุล” นักกอล์ฟหญิงระดับโลก นั่งแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด สะท้อนภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่ไม่หยุดพัฒนา เต็มไปด้วยพลังแห่งความพยายาม ความมุ่งมั่นตั้งใจในเส้นทางนักกอล์ฟ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ CardX ในการมุ่งพัฒนานวัตกรรมทางการเงินแบบไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับการให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ให้เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และไร้ขีดจำกัด CardX ภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุน โปรจีน อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟดาวรุ่งหญิงไทยที่สร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับโลก โดยการจับมือกับโปรจีนในครั้งนี้ ตอกย้ำแนวคิด “ความเป็นไปได้ทางการเงินอย่างรับผิดชอบ” ที่ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนบุคคลที่เปี่ยมด้วยศักยภาพ ไม่หยุดยั้งในการพัฒนาตัวเอง มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ นอกจากนี้ยังรวมถึงจุดยืนของแบรนด์ที่มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานทางการเงินสู่ระดับสากล เพื่อให้ลูกค้าสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ พร้อมอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า CardX เล็งเห็นศักยภาพ และความมุ่งมั่นฝ่าฟันสู่ความสำเร็จของนางสาวอาฒยา ฐิติกุล หรือ โปรจีน ในฐานะนักกอล์ฟหญิงไทยที่ประสบความสำเร็จระดับโลกตั้งแต่อายุยังน้อย สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และยังคงพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจนได้รับการยอมรับในเวทีระดับนานาชาติ โปรจีนถือเป็นต้นแบบของคนรุ่นใหม่ที่รักในสิ่งที่ทำ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค และพร้อมผลักดันตัวเองสู่ความสำเร็จซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ CardX [...]

26/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่การผ่อนบ้านมักกินระยะเวลายาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เสียดอกเบี้ยมหาศาล บทความนี้จะมาแนะนำวิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนด เพื่อประหยัดดอกเบี้ยและสร้างอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งคำแนะนำในการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการหนี้บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เป็นภาระมากเกินไป ทำไมการผ่อนบ้านให้หมดเร็วจึงสำคัญต่อสุขภาพทางการเงิน? การผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนดนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพทางการเงินในระยะยาว เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ยจำนวนมหาศาลที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ยิ่งผ่อนนานเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากคุณกู้เงิน 3 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4% ต่อปี คุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมกว่า 2.1 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา แต่หากคุณสามารถผ่อนให้หมดใน 15 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะลดลงเหลือเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ การปลดภาระหนี้บ้านเร็วขึ้นยังช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น ทำให้สามารถนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนหรือเก็บออมเพื่ออนาคตได้ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดจากการมีหนี้สินระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน อัตราดอกเบี้ยอาจปรับตัวสูงขึ้นได้ตลอดเวลา การมีภาระหนี้น้อยลงจึงช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมาก การวางแผนการเงินเพื่อปิดหนี้บ้านเร็วขึ้นจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วกว่าที่คิด และจะทำให้คุณมีเงินเหลือเพื่อทำตามเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ในอนาคต เช่น การเกษียณอายุ การศึกษาของบุตร หรือการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน? ก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินสถานะทางการเงินของตัวเองอย่างรอบคอบ คุณควรเริ่มจากการสำรวจรายรับรายจ่ายให้ชัดเจน ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
ภาระผ่อนบ้านเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่คนส่วนใหญ่ต้องแบกรับยาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น หลายคนจึงมองหาวิธีปลดภาระหนี้นี้ให้เร็วขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้อย่างมหาศาลแล้ว ยังทำให้มีอิสรภาพทางการเงินเร็วขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเทคนิคการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว วิธีคำนวณระยะเวลาในการผ่อน รวมถึงเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสินเชื่อบ้าน เพื่อวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มผ่อนบ้าน การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน การผ่อนบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากกว่า แต่ก่อนตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้าน มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ควรพิจารณาเพื่อให้การผ่อนชำระเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ การประเมินสถานะทางการเงิน การประเมินสถานะทางการเงินเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน คุณควรสำรวจรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด เพราะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการชำระหนี้ ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ นั่นหมายความว่า หากคุณมีรายได้สุทธิ 50,000 บาทต่อเดือน ภาระหนี้ทั้งหมดที่รวมทั้งการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้บัตรเครดิต ไม่ควรเกิน 20,000 บาท นอกจากนี้ คุณยังต้องมีเงินออมสำหรับเป็นเงินดาวน์ และควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตกงาน หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินทางการแพทย์ การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสม การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้เป็นส่วนสำคัญของการกู้ซื้อบ้าน สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ก่อนอนุมัติวงเงิน โดยมีหลักการประเมินคร่าวๆ ดังนี้: กรณีไม่มีภาระหนี้: วงเงินกู้มักอยู่ที่ประมาณ 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน เช่น หากมีรายได้ 45,000 [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ประกาศแผนกลยุทธ์ ปี 2568 ภายใต้แนวคิด “The MEANINGFUL Change” ตอกย้ำปรัชญาในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย ผ่านโปรแกรมช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ ทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจให้สามารถปลดหนี้และฟื้นตัวได้ พร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคง อีกทั้งเดินหน้ายกระดับดิจิทัลโซลูชันเพื่อให้บริการทางการเงินที่เข้าถึงง่าย สะดวก คุ้มค่าและเป็นมากกว่าการทำธุรกรรม เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรง สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและประชาชนเผชิญภาระทางการเงินหนักขึ้น สำหรับประเทศไทยปัญหาเชิงโครงสร้างยังคงเรื้อรัง คนไทยเผชิญภาวะ “แก่แต่ยังเป็นหนี้” รายได้ไม่เพิ่มแต่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 16.3ล้านล้านบาท หรือ 89% ของ GDP ธุรกิจ SME ถูกดิสรัป เข้าถึงแหล่งทุนได้ยากขึ้น และธุรกิจต้องปิดตัวลงมากขึ้น สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการมีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถกลับมาตั้งหลักทางการเงินได้อีกครั้ง นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารตระหนักถึงปัญหาหนี้สินของคนไทยมาโดยตลอด และมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับการช่วยแก้ปัญหาหนี้อย่างจริงจัง ผ่านมาตรการที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2563 ที่เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 และยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ช่วยให้ลูกค้าจัดการภาระหนี้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ผ่านบริการรวบหนี้ที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 2,240 ล้านบาท สินเชื่อสวัสดิการอเนกประสงค์ที่ให้พนักงานเงินเดือนองค์กรเข้าถึงสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือแล้วกว่า 8,800 ล้านบาท อีกทั้งยังมีโปรแกรม Financial Literacy ที่ประกอบด้วยแพลตฟอร์มตรวจสุขภาพการเงินออนไลน์ที่มีลูกค้าเข้าร่วมวัดระดับหนี้กว่า 96,000 ครั้ง คอร์สให้ความรู้ทางการเงินออนไลน์และบริการให้คำปรึกษาโค้ชปลดหนี้ โดยทั้งหมดนี้ให้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จนกระทั่งล่าสุดกับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าสามารถตั้งหลักใหม่ได้ เพื่อเดินหน้าช่วยลูกค้าทุกกลุ่มปลดหนี้และสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ทีทีบีเชื่อว่าการช่วยลูกค้าต้องเริ่มจากความเข้าใจพฤติกรรมทางการเงินของแต่ละกลุ่ม โดยพบว่าลูกค้าสินเชื่อสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งมีปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกัน ทีทีบีจึงออกแบบโปรแกรมช่วยเหลือที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก คือลูกหนี้ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเริ่มค้างชำระหรือสะสมหนี้จนไม่สามารถชำระได้ตามปกติ ทีทีบี ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ผ่านโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยปรับโครงสร้างหนี้ ยกเว้นการเก็บดอกเบี้ย พร้อมกับลดค่างวดให้ตลอด 3 ปี เพื่อให้โอกาสลูกค้าที่ต้องการสู้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทีทีบีกว่า 21% จากลูกค้าเป้าหมายลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กลุ่มที่สอง คือลูกหนี้ที่ผ่อนชำระดี ซึ่งให้ความสำคัญกับเครดิตของตนเองและพยายามชำระหนี้ตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกลุ่มนี้กลับเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับความช่วยเหลือและถูกลืม ในปีนี้ทีทีบีจึงต้องการเข้าไปช่วยเหลือดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับระบบสินเชื่อที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025 มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงรายละเอียดสำคัญที่นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านมือใหม่ควรรับรู้ การเปลี่ยนแปลงหลักของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2025 ในปี 2025 วงการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สถาบันการเงินต่างปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด การเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงมีความยืดหยุ่นและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ๆ เพื่อวางแผนการซื้อบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น สถาบันการเงินได้ปรับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่รายได้และประวัติการเงิน แต่ยังรวมถึงความมั่นคงในอาชีพ เสถียรภาพทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว เกณฑ์ใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงให้กับทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ การประเมินความสามารถในการชำระหนี้จะพิจารณาจากอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio) อย่างเคร่งครัด โดยปกติแล้วสถาบันการเงินจะต้องการให้อัตราส่วนนี้ไม่เกิน 40-45% ซึ่งหมายความว่าค่าผ่อนชำระบ้านรวมหนี้อื่นๆ จะต้องไม่เกิน 40-45% ของรายได้รวมต่อเดือน นวัตกรรมทางการเงินสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2025 เห็นการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ต้องการซื้อบ้าน สินเชื่อแบบใหม่เริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อที่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยได้ตามสถานการณ์ส่วนบุคคล หรือสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานอิสระและผู้ประกอบการ ซึ่งมีรูปแบบรายได้ที่ไม่คงที่ โดยพิจารณาจากประวัติการเงินและศักยภาพในการหารายได้ ไม่ได้ยึดติดกับรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่ส่งผลต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยและผลกระทบทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกู้ซื้อบ้าน ในปี 2025 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวน ธนาคารกลางและสถาบันการเงินต่างปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การเลือกระหว่างสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัวจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

13/8/2568 • โดย Homeday
เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้คำมั่นสัญญา ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ เผยตัวเลขผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก เติบโตสูงสุดในอุตสาหกรรม ยืนหนึ่งด้วยรายได้รวม 20,940 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,870 ล้านบาท สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำเพียง 0.73 เท่า ตอกย้ำเป้าหมายการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาฯ อันดับหนึ่ง พร้อมไปต่ออย่างมั่นคง แข็งแกร่งด้วยเสถียรภาพทางการเงินและสภาพคล่องในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย 3 ข้อได้เปรียบหลักที่ทำให้เอพีสร้างการเติบโตเชิงบวก 1. อุ่นใจด้วยวงเงินสินเชื่อพร้อมใช้ (available credit line) ที่ยังไม่เคยเบิกใช้มากถึง 18,619 ล้านบาท 2. เม็ดเงินลงทุนพัฒนาคอนโดระยะยาวจากพันธมิตร-มิตซูบิชิ เอสเตท ที่สานต่อความร่วมมือต่อเนื่องปีที่ 12 และ 3. Cash inflow จากการขายและโอนโครงการในมือกว่า 200 โครงการ ทั้งหมดคือข้อได้เปรียบทำให้เอพีเติบโตท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน เตรียมแผนเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มอีก 34 โครงการ มูลค่ารวม 53,350 ล้านบาทกับไฮไลต์สำคัญ กลุ่มธุรกิจทาวน์โฮมและบ้านแฝด-ที่สุดของชีวิตที่ลงตัว เตรียมเปิดตัวแบบบ้านใหม่ต่อเนื่อง [...]

17/3/2569 • โดย Homeday
แสนสิริ เผยความสำเร็จของพอร์ตธุรกิจใหม่ “ต้นแบบ Crafted by Sansiri” บริการรับสร้างบ้านแบบครบวงจรที่สร้างปรากฏการณ์ New S-Curve เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยยอดขายทะลุ 300 ล้านบาท หลังเปิดตัวไม่ถึงปี สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมประกาศเดินหน้าปี 2569 มอบประสบการณ์ Crafted Living บนที่ดินส่วนตัวทั่วประเทศ รวมถึงเปิดโมเดลในกลุ่ม Private Residential ขนาดกว่า 1,000 ตารางเมตร และการเข้าเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) อย่างเป็นทางการ ชูจุดแข็ง Fixed Cost ท่ามกลางต้นทุนวัสดุปรับตัว การควบคุมระยะเวลาการผลิต และคุณภาพงานก่อสร้าง รวมถึงตั้งเป้ายอดขายเติบโตขึ้น 2 เท่า แตะระดับ 700 ล้านบาท มีโอกาสเติบโตสูงเมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดรวมกว่า 1.9 แสนล้านบาท นายธนะสาร ธนทรัพย์สมบุญ รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากแผนกลยุทธ์ของแสนสิริ เพื่อเร่งขยายฐานรายได้ใหม่ผ่านธุรกิจที่หลากหลาย เสริมเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว [...]

4/3/2568 • โดย Homeday
ซิตี้แบงก์ คาด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีโอกาสลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% อีกครั้งในช่วงหลังเดือนเมษายน เหลือ 1.75% โดยคาดว่าจะเป็นเดือนสิงหาคม หากสถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวตามคาด อย่างไรก็ดีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้ต่ำกว่า 1.75% อาจมีข้อจำกัด เนื่องจากธปท. ยังมีความกังวลในระดับของหนี้ครัวเรือน นางสาวนลิน ฉัตรโชติธรรม นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ธปท. ได้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เหลือ 2.0% ในการประชุมกนง. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ เป็นการใช้พื้นที่นโยบายที่มีอยู่เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงขาลงด้านเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งซิตี้มองว่า อีกเป้าหมายหนึ่งก็คือการป้องกันอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายเป็นปีที่สองติดต่อกัน และช่วยผ่อนคลายสภาวะทางการเงินโดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว “ซิตี้คาดว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% อีกครั้งสู่ระดับ 1.75% ในปีนี้ แต่น่าจะเป็นหลังเดือนเมษายน เนื่องจาก กนง. ยังมองว่าอัตราดอกเบี้ยล่าสุดยังเพียงพอสำหรับความไม่แน่นอนในอนาคต ทั้งนี้ เราประเมินเบื้องต้นว่าอาจมีการลดดอกเบี้ยอีก 0.25% ในเดือนสิงหาคม โดยมีโอกาสเพิ่มขึ้นหากการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวต่ำกว่าที่คาด ความเสี่ยงจากนโยบายการค้าทวีความรุนแรงขึ้น อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำกว่าที่คาด หรือความเสี่ยงด้านสินเชื่อเพิ่มขึ้น อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงเข้าใกล้ระดับต่ำสุดของกรอบอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงในระยะยาว [...]