Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ทำอย่างไรให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น? 5 เทคนิคลดระยะเวลาผ่อนบ้านที่คุณต้องรู้

Homeday
17 เมษายน 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 17/4/2568

ทำอย่างไรให้ผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้น? 5 เทคนิคลดระยะเวลาผ่อนบ้านที่คุณต้องรู้

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ภาระผ่อนบ้านเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่คนส่วนใหญ่ต้องแบกรับยาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น หลายคนจึงมองหาวิธีปลดภาระหนี้นี้ให้เร็วขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้อย่างมหาศาลแล้ว ยังทำให้มีอิสรภาพทางการเงินเร็วขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเทคนิคการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว วิธีคำนวณระยะเวลาในการผ่อน รวมถึงเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสินเชื่อบ้าน เพื่อวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
Article Image

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มผ่อนบ้าน

การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน การผ่อนบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากกว่า แต่ก่อนตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้าน มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ควรพิจารณาเพื่อให้การผ่อนชำระเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

การประเมินสถานะทางการเงิน

การประเมินสถานะทางการเงินเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน คุณควรสำรวจรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด เพราะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการชำระหนี้ ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ นั่นหมายความว่า หากคุณมีรายได้สุทธิ 50,000 บาทต่อเดือน ภาระหนี้ทั้งหมดที่รวมทั้งการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้บัตรเครดิต ไม่ควรเกิน 20,000 บาท
นอกจากนี้ คุณยังต้องมีเงินออมสำหรับเป็นเงินดาวน์ และควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตกงาน หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินทางการแพทย์

การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสม

การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้เป็นส่วนสำคัญของการกู้ซื้อบ้าน สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ก่อนอนุมัติวงเงิน โดยมีหลักการประเมินคร่าวๆ ดังนี้:
1. กรณีไม่มีภาระหนี้: วงเงินกู้มักอยู่ที่ประมาณ 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน เช่น หากมีรายได้ 45,000 บาท อาจกู้ได้ประมาณ 2.7 ล้านบาท 2. กรณีมีภาระหนี้: สถาบันการเงินจะพิจารณาอัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio: DSR) โดยรวมแล้วไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ ตัวอย่างเช่น หากมีรายได้ 45,000 บาท และกำลังผ่อนรถอยู่เดือนละ 8,500 บาท จะเหลือความสามารถในการผ่อนบ้านประมาณ 5,000-9,500 บาทต่อเดือน 3. อัตราส่วนการผ่อนต่อเงินกู้: โดยทั่วไป ผู้กู้ต้องมีความสามารถผ่อนชำระประมาณ 8,000 บาทต่อเงินกู้ 1 ล้านบาท ดังนั้น หากสามารถผ่อนได้เดือนละ 16,000 บาท อาจกู้ได้ประมาณ 2 ล้านบาท
นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เช่น ระยะเวลาในการผ่อน ผู้กู้ร่วม และอัตราดอกเบี้ย ซึ่งล้วนมีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อ

การวางเงินดาวน์อย่างเหมาะสม

เงินดาวน์มีผลโดยตรงต่อภาระดอกเบี้ยและระยะเวลาในการผ่อนบ้าน การวางเงินดาวน์น้อยอาจทำให้ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ทันที แต่ก็ต้องแลกกับการจ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ในทางกลับกัน การวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินแนะนำให้วางเงินดาวน์อย่างน้อย 20% ของราคาบ้าน เพื่อประหยัดดอกเบี้ยในระยะยาว แต่หากไม่สามารถวางเงินดาวน์ในสัดส่วนนี้ได้ ควรพยายามวางอย่างน้อย 5-10% ตามความสามารถทางการเงิน การวางแผนเก็บเงินดาวน์อย่างเป็นระบบจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการตัดสินใจซื้อบ้าน
Article Image

5 เทคนิคผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนด

หนี้บ้านเป็นภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวที่อาจใช้เวลาถึง 30 ปี แต่มีเทคนิคหลายวิธีที่จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้คุณหลุดพ้นจากภาระหนี้เร็วขึ้น แต่ยังช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้อีกด้วย นี่คือ 5 เทคนิคที่มีประสิทธิภาพ:

1. ชำระเกินยอดทุกงวด

เทคนิคแรกที่มีประสิทธิภาพในการลดระยะเวลาผ่อนบ้าน คือ การชำระเงินเกินกว่ายอดที่ต้องจ่ายในแต่ละงวด การชำระหนี้บ้านในแต่ละงวดประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ย ในช่วงแรกของการผ่อน ส่วนใหญ่ของเงินที่ชำระจะเป็นดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น
เมื่อชำระเกินกว่ายอดที่กำหนด เงินส่วนเกินจะถูกนำไปหักเงินต้นโดยตรง ซึ่งช่วยลดฐานในการคำนวณดอกเบี้ยในงวดถัดไป ตามหลักการลดต้นลดดอก คุณอาจเริ่มต้นด้วยการชำระเพิ่ม 10-20% ของยอดผ่อนปกติ เช่น หากผ่อนงวดละ 10,000 บาท อาจเพิ่มเป็น 12,000 บาท ในระยะยาว การชำระเพิ่มอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้หลายปี
ที่สำคัญ เมื่อชำระเกินจำนวน ต้องแจ้งธนาคารอย่างชัดเจนว่าต้องการให้นำเงินส่วนเกินไปหักเงินต้น ไม่เช่นนั้น ธนาคารอาจนำไปหักเป็นการชำระล่วงหน้าสำหรับงวดถัดไปแทน ซึ่งจะไม่ช่วยลดดอกเบี้ยและระยะเวลาการผ่อน

2. ชำระเพิ่ม 1 งวดต่อปี

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถชำระเกินในทุกงวดได้ การชำระเพิ่ม 1 งวดต่อปีเป็นอีกทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้เป็นก้อนในบางช่วงของปี เช่น โบนัสประจำปี หรือรายได้จากโปรเจ็กต์พิเศษ
หลักการคือ เมื่อได้รับเงินก้อน ให้นำส่วนหนึ่งมาชำระเพิ่มเป็นมูลค่าเท่ากับหนึ่งงวดหรือมากกว่า เช่น หากผ่อนเดือนละ 15,000 บาท เมื่อได้รับโบนัส อาจนำมาชำระเพิ่ม 15,000 บาท หรือมากกว่า เงินที่ชำระเพิ่มนี้จะไปลดเงินต้นโดยตรง ทำให้ดอกเบี้ยลดลงและย่นระยะเวลาผ่อน
การชำระเพิ่มในลักษณะนี้หากทำสม่ำเสมอทุกปี จะสามารถลดระยะเวลาผ่อนลงได้ถึง 4-5 ปี ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ชำระเพิ่มและระยะเวลาผ่อนที่เหลืออยู่ ยิ่งเริ่มชำระเพิ่มเร็วเท่าไร ยิ่งประหยัดดอกเบี้ยได้มากเท่านั้น

3. โปะเงินต้นช่วงดอกเบี้ยต่ำ

ในช่วง 3-5 ปีแรกของการผ่อนบ้าน สถาบันการเงินมักเสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ในระดับต่ำ ประมาณ 2-3% ต่อปี หลังจากนั้นจะปรับเพิ่มเป็น 5-6% หรือตามอัตราตลาด ช่วงที่ดอกเบี้ยต่ำจึงเป็นโอกาสดีในการโปะเงินต้นเพิ่ม
การโปะเงินต้นในช่วงดอกเบี้ยต่ำจะเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทำให้ฐานเงินต้นลดลงก่อนที่ดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งสามารถลดเงินต้นได้มากเท่าไรในช่วงนี้ ผลกระทบจากการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นในอนาคตก็จะน้อยลงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ว่ามีข้อจำกัดในการชำระเงินต้นเพิ่มหรือไม่ บางสถาบันการเงินอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการชำระคืนก่อนกำหนดในช่วงปีแรกๆ ซึ่งอาจทำให้ประโยชน์ที่ได้รับลดลง

4. ชำระตรงเวลาเสมอ

การชำระหนี้ตรงเวลาเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้การผ่อนบ้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่จะช่วยหลีกเลี่ยงค่าปรับและดอกเบี้ยผิดนัดชำระ แต่ยังช่วยสร้างประวัติการชำระหนี้ที่ดี ซึ่งมีผลต่อการปรับโครงสร้างหนี้ในอนาคต
ประวัติการชำระหนี้ที่ดีและสม่ำเสมอจะเพิ่มโอกาสในการขอรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่นในอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า นอกจากนี้ ยังช่วยให้สถาบันการเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้นหากคุณต้องการขอปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ในอนาคต
เพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้ตรงเวลาเสมอ ควรตั้งการแจ้งเตือนการชำระเงิน จัดทำงบประมาณรายเดือนที่รวมค่าผ่อนบ้านเป็นลำดับความสำคัญต้นๆ และอาจพิจารณาตั้งบริการหักบัญชีอัตโนมัติเพื่อไม่ให้พลาดการชำระ

5. ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่

การปรับโครงสร้างหนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการลดระยะเวลาผ่อนบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดมีการเปลี่ยนแปลง มีสองวิธีหลักในการปรับโครงสร้างหนี้บ้าน:

รีไฟแนนซ์ (Refinance)

รีไฟแนนซ์ คือการย้ายหนี้บ้านจากสถาบันการเงินเดิมไปยังสถาบันการเงินใหม่ที่เสนออัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า เป็นวิธีที่นิยมทำเมื่อพ้นช่วงดอกเบี้ยพิเศษ 3-5 ปีแรก และอัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น
การรีไฟแนนซ์จะคุ้มค่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าอัตราเดิมอย่างน้อย 2-3% และผลประโยชน์จากการประหยัดดอกเบี้ยมากกว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์ ค่าจดจำนอง และค่าธรรมเนียมการปิดบัญชีเงินกู้เดิม ซึ่งอาจรวมกันประมาณ 1-3% ของวงเงินกู้
หากวางแผนรีไฟแนนซ์อย่างเหมาะสม คุณสามารถคงจำนวนเงินที่ผ่อนต่อเดือนเท่าเดิม แต่ระยะเวลาผ่อนจะลดลงเนื่องจากดอกเบี้ยที่ต่ำลง หรืออาจเลือกลดจำนวนเงินผ่อนต่อเดือนโดยคงระยะเวลาผ่อนเท่าเดิม ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน

รีเทนชั่น (Retention)

รีเทนชั่น คือการเจรจากับสถาบันการเงินเดิมเพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยไม่ต้องย้ายไปสถาบันการเงินอื่น วิธีนี้มักทำได้เมื่อผ่อนชำระมาระยะหนึ่งแล้ว (ประมาณ 3 ปีขึ้นไป) และมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี
ข้อดีของรีเทนชั่นคือ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการทำเรื่องขอสินเชื่อใหม่ ไม่ต้องประเมินหลักทรัพย์ใหม่ และกระบวนการไม่ยุ่งยากเท่ารีไฟแนนซ์ อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงอาจไม่ต่ำเท่ากับการรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินอื่น
การเจรจารีเทนชั่นมักได้ผลดีเมื่อคุณมีข้อเสนอจากสถาบันการเงินอื่นในมือ ซึ่งจะเป็นข้อต่อรองให้สถาบันการเงินเดิมพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อรักษาลูกค้า
Article Image

ผ่อนบ้านแต่ละแบบ ใช้เวลานานแค่ไหน?

ระยะเวลาในการผ่อนบ้านขึ้นอยู่กับวิธีการบริหารจัดการสินเชื่อ มาดูเปรียบเทียบระยะเวลาผ่อนบ้านในแต่ละรูปแบบ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าแต่ละวิธีจะช่วยลดระยะเวลาผ่อนได้มากน้อยแค่ไหน:

ผ่อนตามแผนปกติ

การผ่อนบ้านตามแผนที่สถาบันการเงินกำหนด โดยไม่มีการชำระเพิ่มหรือปรับโครงสร้างหนี้ จะใช้ระยะเวลาตามที่ตกลงไว้ในสัญญา ซึ่งโดยทั่วไปอาจอยู่ที่ 20-30 ปี ขึ้นอยู่กับวงเงินกู้และความสามารถในการผ่อนชำระ
ตัวอย่างเช่น หากกู้ 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4% ต่อปี ระยะเวลาผ่อน 30 ปี จะมีค่าผ่อนประมาณ 14,300 บาทต่อเดือน และเมื่อผ่อนครบตามกำหนด จะชำระดอกเบี้ยรวมไปทั้งสิ้นประมาณ 2.15 ล้านบาท รวมจ่ายทั้งหมด 5.15 ล้านบาท
การผ่อนตามแผนปกตินี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้คงที่และต้องการค่าผ่อนที่ไม่สูงเกินไปในแต่ละเดือน อย่างไรก็ตาม จะเสียดอกเบี้ยค่อนข้างมากในระยะยาว

ผ่อนพร้อมโปะเพิ่ม

หากผ่อนบ้านตามแผนปกติ แต่มีการโปะเงินต้นเพิ่มอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งโปะเพิ่มมากและเริ่มโปะเร็วเท่าไร ยิ่งประหยัดเวลาและดอกเบี้ยได้มาก
ยกตัวอย่างกรณีเดิม ถ้ากู้ 3 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี แต่เพิ่มเงินผ่อนจาก 14,300 บาท เป็น 18,590 บาท (เพิ่ม 30%) ระยะเวลาผ่อนจะลดลงเหลือประมาณ 18 ปี และประหยัดดอกเบี้ยได้ราว 860,000 บาท หากเพิ่มเป็น 21,450 บาท (เพิ่ม 50%) จะลดระยะเวลาเหลือประมาณ 14.5 ปี และประหยัดดอกเบี้ยได้ถึง 1.2 ล้านบาท
การโปะเงินต้นเพิ่มจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากสำหรับผู้ที่มีเงินเหลือในแต่ละเดือนและต้องการลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว

ผ่อนพร้อมรีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการลดระยะเวลาผ่อนบ้าน โดยเฉพาะเมื่อสามารถได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ หากรีไฟแนนซ์ในช่วงที่เหมาะสม เช่น หลังผ่อนไปแล้ว 3-5 ปี และอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง จะช่วยลดระยะเวลาผ่อนได้ประมาณ 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย
ตัวอย่างเช่น หากเริ่มผ่อนด้วยอัตราดอกเบี้ย 4% และสามารถรีไฟแนนซ์ให้ได้อัตราดอกเบี้ย 2.5% หลังจากผ่อนไป 5 ปี โดยคงค่าผ่อนเท่าเดิม จะสามารถลดระยะเวลาผ่อนลงได้ประมาณ 5 ปี และประหยัดดอกเบี้ยได้ราว 500,000 บาท
ยิ่งไปกว่านั้น หากมีการรีไฟแนนซ์หลายครั้งในช่วงเวลาที่เหมาะสม (เช่น ทุก 3-5 ปี) จะยิ่งช่วยลดระยะเวลาผ่อนและประหยัดดอกเบี้ยได้มากขึ้น

ผ่อนพร้อมโปะเพิ่มและรีไฟแนนซ์

การผสมผสานระหว่างการโปะเงินต้นเพิ่มและการรีไฟแนนซ์เป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดระยะเวลาผ่อนบ้าน และประหยัดดอกเบี้ย โดยวิธีนี้สามารถลดระยะเวลาผ่อนจาก 30 ปีเหลือเพียง 10-12 ปี ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่โปะเพิ่มและอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์
ยกตัวอย่างเช่น การกู้ 3 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี หากเพิ่มยอดผ่อน 50% (จาก 14,300 บาท เป็น 21,450 บาท) และรีไฟแนนซ์ได้ดอกเบี้ย 2.5% หลังจากผ่อนไป 5 ปี จะสามารถลดระยะเวลาผ่อนเหลือเพียง 10 ปี และประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่า 1.5 ล้านบาท
กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีวินัยทางการเงินสูง มีความสามารถในการผ่อนชำระเพิ่มขึ้น และติดตามความเคลื่อนไหวของอัตราดอกเบี้ยในตลาดอย่างสม่ำเสมอ แม้จะต้องใช้ความพยายามในการบริหารจัดการมากกว่าวิธีอื่น แต่ผลตอบแทนก็คุ้มค่ากับความพยายามนั้น
Article Image

ข้อสงสัยที่มักพบเกี่ยวกับการผ่อนบ้าน

นอกจากวิธีการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ยังมีข้อสงสัยอื่นๆ เกี่ยวกับการผ่อนบ้านที่ผู้กู้มักสอบถาม โดยเฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับการขายบ้านที่ยังผ่อนไม่หมด

ผ่อนบ้านนานแค่ไหนถึงจะขายได้?

คำถามที่พบบ่อยคือ ต้องผ่อนบ้านนานเท่าไรจึงจะสามารถขายได้ คำตอบคือ คุณสามารถขายบ้านได้ตั้งแต่วันที่คุณได้รับกรรมสิทธิ์ในบ้าน ไม่ว่าจะซื้อด้วยเงินสดหรือผ่อนกับสถาบันการเงิน แต่มีข้อควรพิจารณาดังนี้:
1. ภาษีธุรกิจเฉพาะ: หากคุณมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่ถึง 1 ปีในวันที่ขาย คุณอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตรา 3.3% ของราคาขาย 2. ความคุ้มค่า: การขายบ้านในช่วงต้นของการผ่อนอาจไม่คุ้มค่าเนื่องจากคุณได้ชำระเงินต้นไปเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นการชำระดอกเบี้ย นอกจากนี้ ราคาบ้านอาจยังไม่เพิ่มมูลค่าเพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการซื้อและขาย 3. ค่าธรรมเนียมการปิดบัญชีก่อนกำหนด: บางสถาบันการเงินอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้หากคุณปิดบัญชีเงินกู้ในช่วงปีแรกๆ ควรตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาเงินกู้ให้ละเอียด
โดยทั่วไป การผ่อนบ้านประมาณ 3-5 ปี มักเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดในการขาย เนื่องจากเริ่มชำระเงินต้นไปพอสมควร และบ้านอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามสภาพตลาด

ขั้นตอนการขายบ้านที่ยังผ่อนไม่หมด

การขายบ้านที่ยังผ่อนไม่หมดสามารถทำได้ แต่มีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับการขายบ้านที่ไม่มีภาระผูกพัน ขั้นตอนหลักๆ มีดังนี้:
1. ตรวจสอบยอดหนี้คงเหลือกับสถาบันการเงิน: ก่อนตั้งราคาขาย ควรสอบถามยอดหนี้ที่ต้องชำระเพื่อไถ่ถอนจำนอง ซึ่งประกอบด้วยเงินต้นคงเหลือ ดอกเบี้ยค้างชำระ และค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. หาผู้ซื้อและตกลงราคา: อาจขายเองหรือผ่านนายหน้า ราคาขายควรครอบคลุมยอดหนี้คงเหลือและค่าใช้จ่ายในการขาย 3. แจ้งสถาบันการเงินเรื่องการขาย: เมื่อมีผู้ซื้อแล้ว ต้องแจ้งสถาบันการเงินเพื่อขอไถ่ถอนจำนอง โดยสถาบันการเงินจะออกหนังสือแจ้งยอดไถ่ถอนที่มีอายุประมาณ 7-10 วัน 4. การโอนกรรมสิทธิ์: มีขั้นตอนดังนี้: กรณีผู้ซื้อชำระด้วยเงินสด: ผู้ซื้อจะทำแคชเชียร์เช็คจ่ายให้สถาบันการเงินตามยอดไถ่ถอน และจ่ายส่วนที่เหลือให้ผู้ขาย กรณีผู้ซื้อกู้จากสถาบันการเงิน: ธนาคารของผู้ซื้อจะออกแคชเชียร์เช็คจ่ายให้สถาบันการเงินของผู้ขายและส่วนที่เหลือให้ผู้ขาย 5. เจ้าหน้าที่สถาบันการเงินของผู้ขาย ผู้ขาย ผู้ซื้อ และเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินของผู้ซื้อ (กรณีกู้) จะต้องไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกันในวันโอนกรรมสิทธิ์ 6. ชำระค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้อง: รวมถึงค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ (ถ้ามี) อากรแสตมป์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ
กระบวนการขายบ้านที่ยังผ่อนไม่หมดจึงซับซ้อนกว่าการขายบ้านที่ไม่มีภาระจำนอง และต้องมีการประสานงานระหว่างหลายฝ่าย แต่หากวางแผนและเตรียมการอย่างดี ก็สามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น

สรุป

การผ่อนบ้านเป็นภาระทางการเงินระยะยาวที่คนส่วนใหญ่ต้องเผชิญ แต่ด้วยการวางแผนและกลยุทธ์ที่เหมาะสม คุณสามารถลดระยะเวลาผ่อนและประหยัดดอกเบี้ยได้อย่างมหาศาล โดยเริ่มจากการประเมินสถานะทางการเงินอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจกู้ซื้อบ้าน เลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ และวางเงินดาวน์ในสัดส่วนที่พอเหมาะ
เทคนิคการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการชำระเกินยอดทุกงวด ชำระเพิ่ม 1 งวดต่อปี โปะเงินต้นช่วงดอกเบี้ยต่ำ การชำระตรงเวลาเสมอ หรือการปรับโครงสร้างหนี้ผ่านการรีไฟแนนซ์และรีเทนชั่น ล้วนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการลดระยะเวลาผ่อนบ้าน จาก 30 ปี เหลือเพียง 10-15 ปีได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ แม้ในระหว่างที่ยังผ่อนบ้านไม่หมด คุณก็สามารถขายบ้านได้หากจำเป็น โดยต้องดำเนินการตามขั้นตอนการไถ่ถอนจำนองและโอนกรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง
ท้ายที่สุด การบริหารจัดการหนี้บ้านอย่างมีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระทางการเงินในระยะยาว แต่ยังเป็นก้าวสำคัญสู่อิสรภาพทางการเงินและความมั่นคงในอนาคต
#สาระ #การเงิน #ผ่อนบ้าน #โปะหนี้บ้าน #รีไฟแนนซ์บ้าน #ลดระยะเวลาผ่อนบ้าน #หนี้บ้าน #สินเชื่อบ้าน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#หนี้บ้าน
#ลดระยะเวลาผ่อนบ้าน
#การเงิน
#ผ่อนบ้าน
#รีไฟแนนซ์บ้าน
#โปะหนี้บ้าน
#สาระ
#สินเชื่อบ้าน

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
การไถ่ถอนจำนองบ้านทำอย่างไร? เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
ทั่วไป

การไถ่ถอนจำนองบ้านทำอย่างไร? เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

การผ่อนบ้านจนครบถ้วนหรือชำระหนี้จนหมดเป็นความสำเร็จที่น่ายินดี แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่ายังมีขั้นตอนสำคัญตามมาคือการ “ไถ่ถอนจำนอง” ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้กรรมสิทธิ์ในบ้านกลับมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไถ่ถอนจำนองคืออะไร? ทำไมต้องดำเนินการ? ไถ่ถอนจำนองคือกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ได้ผ่อนชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จึงต้องดำเนินการไถ่ถอนเพื่อให้การจำนองสิ้นสุดลงตามกฎหมาย เมื่อเราทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะให้เราจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นหลักประกัน โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะจดบันทึกไว้ด้านหลังโฉนดในส่วนของสารบัญจดทะเบียนว่าใครเป็นผู้จำนอง และใครเป็นผู้รับจำนอง เมื่อเราผ่อนหมดแล้ว จำเป็นต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่กรมที่ดิน เพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิและระบุว่าไม่มีการจำนองหรือปลอดจำนองแล้ว มีวิธีไถ่ถอนจำนองกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร? การไถ่ถอนจำนองสามารถทำได้ 2 วิธี โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดแตกต่างกัน: วิธีที่ 1: ผู้จำนองและผู้รับจำนองไปดำเนินการพร้อมกัน วิธีนี้คือการที่ทั้งผู้จำนอง (เจ้าของบ้าน) และผู้รับจำนอง (ธนาคาร) ไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการไถ่ถอนจำนอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จะทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองในที่ดินแปลงนั้น วิธีที่ 2: ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนไปดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว อีกวิธีหนึ่งคือ ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียวสามารถไปที่สำนักงานที่ดิน โดยนำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนองฉบับผู้รับจำนอง ระบุว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว และมีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ไปยื่นขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการไถ่ถอนจำนอง? เพื่อให้การไถ่ถอนจำนองเป็นไปอย่างราบรื่น คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้: หลักฐานสัญญาจำนองที่ทำเป็นหนังสือระหว่างผู้จำนองและผู้รับจำนอง ที่มีการสลักหลังสัญญาให้ไถ่ถอนจำนองได้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ชำระสินไถ่เรียบร้อยแล้ว [...]

1 นาที
ผ่อนบ้านครบ 3 ปีต้องทำอะไรต่อ?
Reels

ผ่อนบ้านครบ 3 ปีต้องทำอะไรต่อ?

เมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี สิ่งที่ควรทำต่อคือศึกษาทางเลือกเกี่ยวกับดอกเบี้ยบ้าน ประเด็นนี้ชวนทำความรู้จัก 2 แนวทาง ได้แก่ “รีไฟแนนซ์” และ “รีเทนชั่น”…

1 นาที
จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?
ทั่วไป

จ่ายดอกเบี้ยบ้านอย่างไร ช่วยลดหย่อนภาษีได้มากที่สุด?

การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่การต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินมาซื้อบ้านก็มาพร้อมกับภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ เพราะดอกเบี้ยบ้านที่จ่ายไปนั้นไม่สูญเปล่า สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่กฎหมายกำหนด ช่วยบรรเทาภาระภาษีและอาจทำให้ได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีการใช้ประโยชน์จากดอกเบี้ยบ้านเพื่อลดหย่อนภาษีให้ได้มากที่สุด พร้อมเงื่อนไขและข้อควรระวังต่างๆ ที่ควรทราบ เหตุใดดอกเบี้ยบ้านจึงนำมาลดหย่อนภาษีได้? รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นและจูงใจให้ประชาชนทำกิจกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยการส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ มาตรการสิทธิลดหย่อนภาษี หรือ Tax Deductions คือสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้ผู้มีรายได้เสียภาษีน้อยลงเมื่อทำการคำนวณภาษี เป็นการบรรเทาภาระทางภาษี และอาจทำให้ได้รับเงินคืนจากภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ มาตรการดังกล่าวยังช่วยป้องกันการยื่นภาษีผิดพลาดและส่งเสริมให้ประชาชนหมุนเวียนเงินในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ไม่เพียงแต่การซื้อบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนในตลาดหุ้น การออมระยะยาว หรือการทำประกันชีวิตที่ล้วนมีสิทธิลดหย่อนภาษีเช่นกัน ดอกเบี้ยบ้านประเภทไหนที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้? ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดอกเบี้ยที่จะนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ต้องเป็นการกู้เงินที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรืออาคารชุดต่างๆ ต้องซื้อไว้เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยจริง หากเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนหรือการพาณิชย์จะไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2. ต้องมีการกู้ยืมและจำนอง ต้องมีการกู้ยืมและจำนองกับสถาบันการเงิน โดยจำนองทรัพย์สินที่เป็นที่อยู่อาศัยนั้นเป็นหลักประกัน เช่น บ้าน คอนโด หรืออาคารที่สร้างบนที่ดินเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งในสัญญาเงินกู้จะระบุเงื่อนไขนี้อย่างชัดเจน หากเป็นเพียงการซื้อด้วยเงินสด ผ่อนตรงกับเจ้าของโครงการ [...]

2 นาที
รีไฟแนนซ์บ้านดีอย่างไร? ประหยัดดอกเบี้ยได้จริงหรือไม่?
ทั่วไป

รีไฟแนนซ์บ้านดีอย่างไร? ประหยัดดอกเบี้ยได้จริงหรือไม่?

การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นทางเลือกทางการเงินที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีภาระสินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลง แต่หลายคนยังสงสัยว่าการรีไฟแนนซ์บ้านดีจริงหรือไม่ และจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากน้อยเพียงใด บทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยและให้ข้อมูลที่จำเป็นในการตัดสินใจ รีไฟแนนซ์บ้านคืออะไร? การรีไฟแนนซ์บ้าน คือการนำสินเชื่อบ้านที่มีอยู่กับธนาคารเดิมไปขอสินเชื่อใหม่กับอีกธนาคารหนึ่งที่ให้เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า เป็นการโอนภาระหนี้จากธนาคารเดิมไปยังธนาคารใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนชำระรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านเป็นสิทธิของผู้กู้ที่สามารถเลือกธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ธนาคารต้องยินยอมให้ลูกค้าไถ่ถอนจำนองเพื่อไปรีไฟแนนซ์กับธนาคารอื่นได้ ประโยชน์ของการรีไฟแนนซ์บ้าน 1. ลดภาระการผ่อนรายเดือน การรีไฟแนนซ์บ้านช่วยลดภาระการผ่อนรายเดือนได้ผ่านหลายวิธี เช่น การได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม การขยายระยะเวลาการผ่อนชำระให้นานขึ้น การปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระ ตัวอย่างเช่น หากมีภาระหนี้เหลือ 2 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อน 20 ปี อัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน 6% ต่อปี การรีไฟแนนซ์ไปยังธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี จะช่วยลดค่างวดจากประมาณ 14,400 บาท เหลือ 12,100 บาท ประหยัดได้ 2,300 บาทต่อเดือน 2. เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน การรีไฟแนนซ์บ้านสามารถช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินได้ด้วยการ: ขอวงเงินกู้เพิ่มตามมูลค่าบ้านที่เพิ่มขึ้น นำวงเงินส่วนต่างไปลงทุนหรือใช้จ่ายตามความจำเป็น ปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ปัจจุบัน 3. ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ให้เหมาะสม การรีไฟแนนซ์เปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการกู้ใหม่ได้ เช่น: เปลี่ยนจากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นอัตราคงที่ ปรับเปลี่ยนระยะเวลาการผ่อนชำระ เพิ่มหรือลดผู้กู้ร่วม [...]

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent