ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผย บทวิเคราะห์ “สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ไตรมาส 2 และครึ่งแรกปี 2569” พบว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน โดยเฉพาะด้านอุปสงค์ที่ได้รับแรงหนุนจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองเหลือประเภทละ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ของธนาคารแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม และการจ้างงานในพื้นที่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความต้องการที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงระมัดระวังในการเปิดโครงการจัดสรรใหม่ แม้การขออนุญาตก่อสร้างจะเพิ่มขึ้นเพื่อเตรียมรองรับความต้องการในอนาคต

ยอดโอนไตรมาส 2 โตทั้งจำนวนและมูลค่า
ไตรมาส 2 ปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน EEC จำนวน 13,540 หน่วย มูลค่า 32,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 21.7% และ 18.5% ตามลำดับ

ที่อยู่อาศัยแนวราบยังครองตลาดหลัก มีจำนวนโอน 9,872 หน่วย หรือ 72.9% ของยอดโอนทั้งหมด เพิ่มขึ้น 23.4% คิดเป็นมูลค่า 23,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% ส่วนอาคารชุดมีจำนวนโอน 3,668 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.4% มูลค่า 8,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2%

สำหรับครึ่งแรกปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรวม 24,184 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.1% มูลค่า 57,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ตลาดแนวราบมีจำนวนโอน 17,306 หน่วย เพิ่มขึ้น 22.5% มูลค่า 42,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% ขณะที่อาคารชุดมีจำนวนโอน 6,878 หน่วย เพิ่มขึ้น 5.2% แต่มูลค่าลดลง 1.9% เหลือ 15,048 ล้านบาท

ชลบุรีนำตลาด ระยอง–ฉะเชิงเทราโตต่อเนื่อง

เมื่อพิจารณารายจังหวัด ชลบุรีมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์สูงที่สุดใน EEC จำนวน 15,928 หน่วย มูลค่า 39,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% และ 8.8% ตามลำดับ โดยทาวน์เฮ้าส์มียอดโอนสูงสุดในกลุ่มแนวราบ
รองลงมาคือระยอง มีจำนวนโอน 6,165 หน่วย มูลค่า 13,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.2% และ 21.7% ตามลำดับ โดยบ้านเดี่ยวเป็นสินค้าหลัก ขณะที่ฉะเชิงเทรามีจำนวนโอน 2,091 หน่วย มูลค่า 4,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.7% ทั้งจำนวนและมูลค่า

ใบอนุญาตก่อสร้างเพิ่ม แต่อุปทานจัดสรรใหม่หดตัว

ด้านอุปทาน ไตรมาส 2 ปี 2569 มีโครงการได้รับใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน 20 โครงการ รวม 832 หน่วย ลดลง 16.7% และ 41% ตามลำดับ ขณะที่ครึ่งแรกปี 2569 มีทั้งหมด 41 โครงการ รวม 2,265 หน่วย ลดลง 24.1% และ 43.9%
บ้านแฝดเป็นประเภทที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุด จำนวน 838 หน่วย หรือ 37% ตามด้วยบ้านเดี่ยว 781 หน่วย และทาวน์เฮ้าส์ 619 หน่วย โดยชลบุรีมีจำนวนหน่วยได้รับอนุญาตจัดสรรสูงสุด 975 หน่วย รองลงมาคือฉะเชิงเทรา 655 หน่วย และระยอง 635 หน่วย

สวนทางกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งไตรมาส 2 มีจำนวน 8,311 หน่วย เพิ่มขึ้น 36.5% แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 7,206 หน่วย เพิ่มขึ้น 37.5% และอาคารชุด 1,105 หน่วย เพิ่มขึ้น 30.3%

ส่วนครึ่งแรกปี 2569 มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างรวมประมาณ 15,147 หน่วย เพิ่มขึ้น 27.9% แบ่งเป็นแนวราบ 12,996 หน่วย เพิ่มขึ้น 20.6% และอาคารชุด 2,151 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 102.4% ซึ่งอาจสะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยของแรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
ชลบุรีมีการออกใบอนุญาตก่อสร้างสูงที่สุดประมาณ 9,868 หน่วย หรือ 65.1% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้น 51.9% รองลงมาคือระยอง 3,055 หน่วย ลดลง 16.5% และฉะเชิงเทรา 2,224 หน่วย เพิ่มขึ้น 32%

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC กำลังฟื้นตัวจากกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยยอดโอนขยายตัวอย่างชัดเจน ขณะที่ผู้ประกอบการยังเลือกพัฒนาโครงการใหม่อย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานในตลาด
















