Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

พลูชนิดไหนที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่?พลูชนิดไหนที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่?

Homeday
24 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 24/5/2568

พลูชนิดไหนที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่?พลูชนิดไหนที่เลี้ยงง่ายและเหมาะสำหรับมือใหม่?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การเลือกต้นไม้ประดับในบ้านสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นจัดสวนอาจเป็นเรื่องที่ท้าทายหากไม่รู้จักคุณสมบัติของแต่ละชนิด แต่หากกำลังมองหาต้นไม้ที่ทั้งสวยงาม ดูแลง่าย และไม่ต้องใช้เทคนิคการปลูกซับซ้อน ต้นไม้ตระกูลพลูถือเป็นทางเลือกที่ยอดเยียมสำหรับทุกคน เพราะนอกจากจะมีใบที่สวยงามหลากหลายสีสันแล้ว ยังมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันและต้องการการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำที่ไม่บ่อยมาก การให้แสงแดดรำไร และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศในบ้าน
Article Image

ทำความรู้จักกับพลูชนิดต่างๆ ที่มือใหม่ควรเริ่มต้น

พลูด่างและพลูทอง: ตัวเลือกหลักสำหรับผู้เริ่มต้น

พลูด่างหรือที่รู้จักกันในชื่อ Devil’s Ivy มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum เป็นไม้เลื้อยที่มีลำต้นกลมอ่อนและรากอากาศ ใบมีทรงหัวใจสีเขียวปนเหลืองหรือขาว โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ และแผ่นใบหนา สิ่งที่ทำให้พลูด่างเป็นที่นิยมอย่างมากคือความสามารถในการปลูกได้ทั้งในกระถางและแจกัน รวมถึงความทนทานต่อโรคและแมลง โตได้ในทุกสภาพแวดล้อม และไม่ต้องเปลี่ยนกระถางบ่อย
พลูทองหรือราชินีสีทอง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum ‘Bunting Lime’ เป็นไม้เลื้อยอายุหลายปีที่มีกิ่งก้านสีเขียวอมเหลืองพร้อมขีดสีอ่อนตามแนวยาว ใบเป็นทรงไข่ สีเขียวอมเหลือง ปลายใบเรียว โคนใบเว้า และขอบใบเรียบ นอกจากความสวยงามแล้ว พลูทองยังมีคุณสมบัติในการดูดซับสารพิษในอากาศ ทำให้เป็นทั้งไม้ประดับและไม้ฟอกอากาศในตัวเดียวกัน

การดูแลพลูด่างและพลูทองอย่างถูกต้อง

พลูด่างและพลูทองต้องการการดูแลที่คล้ายคลึงกัน โดยชอบดินร่วนที่ผสมปุ๋ย ทรายหยาบ และใบไม้แห้ง ชอบอุณหภูมิประมาณ 18-24 องศาเซลเซียส ต้องการแสงแดดจัดแต่ไม่ควรเป็นแสงแดดโดยตรง และต้องการความชื้นสูง การรดน้ำควรทำสัปดาห์ละครั้งหรือตามสภาพของหน้าดินและอากาศ โดยให้ดินแห้งบนผิวประมาณ 2-3 นิ้วก่อนรดน้ำครั้งถัดไป สำหรับการขยายพันธุ์ทำได้ง่ายด้วยการปักชำ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่ที่อยากเพิ่มจำนวนต้นไม้
Article Image

พลูสายพันธุ์หายากที่น่าสนใจสำหรับคอลเลกเตอร์

พลูอินโดหลังแดง: ความงามสองสีที่โดดเด่น

พลูอินโดหลังแดงหรือ Syngonium erythrophyllum ‘Red Arrow’ เป็นไม้เลื้อยในตระกูล Araceae ที่มีใบทรงหอกสองสี โดยด้านบนเป็นสีเขียวเข้ม ส่วนหลังใบเป็นสีแดงอมม่วง เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 2.5 เมตร และเป็นต้นไม้ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเนื่องจากดูแลง่าย แต่ต้องระวังเรื่องความปลอดภัย เพราะใบและก้านมีสารแคลเซียมออกซาเลต หากสัมผัสหรือรับประทานเข้าไปจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง ปากบวม และหายใจลำบาก
การดูแลพลูอินโดหลังแดงต้องปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี ตั้งกระถางไว้บริเวณที่มีแสงแดดรำไร และควรหลีกเลี่ยงการปลูกในบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง ต้นนี้ต้องการน้ำเมื่อดินแห้งผิวหน้าประมาณ 2 นิ้ว และชอบอุณหภูมิระหว่าง 55-90°F หรือประมาณ 12-32°C

พลูฉลุ: ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

พลูฉลุหรือพลูทะลุ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Monstera obliqua เป็นไม้เนื้ออ่อนที่มีลำต้นและรากเลื้อยพันตามผิวดินหรือไม้หลัก ใบเป็นทรงรี ปลายใบแหลม โคนใบมน และแผ่นใบมีรูแหว่งเล็กใหญ่สลับกันไปทั้งสองฝั่งของเส้นกลางใบ ลักษณะพิเศษนี้ทำให้สวยงามแปลกตา จึงเป็นที่นิยมใช้เป็นไม้ประดับ แม้ว่าการดูแลจะต้องใช้ความเอาใจใส่มากกว่าพลูชนิดอื่น
พลูฉลุต้องการแสงสว่างแบบทางอ้อม ดินที่ระบายน้ำดีแต่ยังคงความชื้น และความชื้นสูงประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่า การรดน้ำควรทำเมื่อดินแห้งผิวหน้าประมาณ 1-2 นิ้ว และหลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไปเพื่อป้องกันการเน่าของราก ต้นนี้เติบโตช้า จึงอาจต้องรดน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้งหรือสองสัปดาห์ละครั้งในช่วงฤดูการเติบโต
Article Image

พลูสายพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวและน่าสะสม

พลูหัวใจแนบ: ความเงางามของใบเงิน

พลูหัวใจแนบหรือที่รู้จักกันในชื่อ Satin Pothos มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Scindapsus pictus ‘Argyreus’ เป็นไม้เลื้อยขนาดเล็กที่มีลำต้นทรงกลมและรากอากาศออกตามข้อ ใบเป็นทรงหัวใจสีเขียวอมเทาหรือสีเขียวเข้มพร้อมลายสีบรอนซ์เงินทั่วทั้งใบ การดูแลต้นนี้ไม่ยากแต่โตช้า ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดี ต้องการน้ำปานกลาง และต้องการแสงแดดรำไร
พลูหัวใจแนบต้องการการดูแลที่คล้ายกับพลูชนิดอื่น โดยต้องการแสงสว่างแบบทางอ้อมระดับปานกลางถึงสูง และการรดน้ำเมื่อดินแห้งผิวหน้าประมาณ 1-2 นิ้ว ต้นนี้เป็นพืชปีนป่าย และในธรรมชาติจะปีนขึ้นไปตามต้นไม้ โดยใบจะเติบโตแนบชิดกับพื้นผิวที่ปีน ลักษณะการเติบโตนี้เรียกว่า “shingling” เหมือนกับการเรียงกระเบื้องหลังคา

พลูบราซิลและพลูหินอ่อน: ความหลากหลายของสีสัน

พลูบราซิลหรือ Philodendron Brasil เป็นไม้เลื้อยขนาดเล็กที่มีใบทรงหัวใจสีเขียวอ่อนปนเหลือง นิยมใช้เป็นไม้แขวน ไม้กระถาง และไม้ฟอกอากาศ ต้นนี้ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก โตได้ทั้งในน้ำและในดิน และขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด ชอบน้ำปานกลาง ชอบที่ร่มรำไร และควรหลีกเลี่ยงแดดจัด
พลูหินอ่อนหรือราชินีหินอ่อน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum ‘Marble Queen’ เป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อนขนาดเล็กอายุหลายปี มีใบทรงไข่สีเขียวพร้อมลายด่างสีขาวนวล ผิวเรียบ หนา และอวบน้ำเล็กน้อย ต้นนี้ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก โตเร็ว แข็งแรง และทนทาน นิยมขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ และขึ้นได้ในดินทั่วไปแต่ชอบดินร่วนซุยมากเป็นพิเศษ ต้องการความชื้นสูง ต้องการน้ำมาก และต้องการแดดปานกลางหรือร่มรำไร
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : Plant Fun

พลูชนิดพิเศษที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

พลูนางฟ้าและพลูลงยา: ความงามที่ต้องการมือชำนาญ

พลูนางฟ้าหรือ Cissus discolor เป็นไม้ดอกหรือไม้เลื้อยอายุหลายปีที่มีลำต้นเป็นเถาพร้อมมือเกาะสองง่ามสีม่วงอมแดง ใบทรงหัวใจด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีม่วงแดง ต้นนี้เป็นสมาชิกของตระกูลองุ่น ชอบดินที่ร่วนโปร่ง ชอบน้ำปานกลาง และชอบแสงแดดรำไร การดูแลต้องระวังเรื่องการรดน้ำไม่ให้มากเกินไป และต้องการความชื้นสูง
พลูลงยาหรือพลูนาค มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Piper ornatum เป็นไม้เถาเลื้อยขนาดเล็กอายุยืนหลายปี มีลำต้นสีน้ำตาลแดงและรากออกตามข้อ ใบเป็นรูปหัวใจสีเขียวเข้มคล้ำปนลายสีชมพู แม้จะแข็งแรงและเลี้ยงง่าย แต่ต้องการการดูแลที่เฉพาะเจาะจง โดยชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดี ชอบแสงแดดรำไร และความชื้นสูง การดูแลต้นนี้ต้องระวังเรื่องการให้น้ำและแสงแดด เพราะเป็นพืชเขตร้อนที่ต้องการสภาพแวดล้อมเฉพาะ

พลูงาช้างและพลูปีกนก: ทางเลือกสำหรับผู้ชื่นชอบรูปทรงใบที่แปลกตา

พลูงาช้างหรือที่รู้จักกันในชื่อพลูช้างหรือพลูด่างอินเดีย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Epipremnum aureum เป็นไม้อิงอาศัยที่มีลำต้นสีเขียวอ่อนและใบทรงหัวใจสีเขียวด่างขาว ขอบเรียบ เนื้อบิดเล็กน้อย ต้นนี้เหมาะจะใช้เป็นไม้แขวนหรือไม้กระถาง ชอบดินร่วนมากเป็นพิเศษ ชอบบริเวณที่ร่มรำไร และชอบน้ำปานกลาง
พลูปีกนกหรือที่รู้จักกันในชื่อพลูระเบิดหรือพลูใบย่น มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Monstera Karstenianum เป็นไม้เลื้อยที่มีลำต้นทรงกระบอกขนาดเล็กและรากตามข้อปล้อง ใบเป็นทรงรีสีเขียวอมเหลือง ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ และแผ่นใบหนา ต้นนี้ปลูกและดูแลไม่ยาก นิยมใช้เป็นไม้ในกระถางหรือไม้ในอาคาร โตได้ในดินทั่วไป ต้องการน้ำมากและแสงแดดรำไร แต่เนื่องจากใบหนาสามารถเก็บน้ำได้ จึงไม่ต้องรดน้ำบ่อยเหมือนพลูชนิดอื่น
Article Image

วิธีการเลือกและวางแผนการดูแลพลู

หลักการเลือกพลูที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม

การเลือกพลูที่เหมาะสมควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เริ่มต้นจากปริมาณแสงแดดในบ้าน ระดับความชื้น และเวลาที่สามารถทุ่มเทให้กับการดูแลต้นไม้ สำหรับบ้านที่มีแสงแดดไม่มาก พลูด่าง พลูทอง และพลูหินอ่อนจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะสามารถทนต่อแสงแดดน้อยได้ ขณะที่บ้านที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องน้ำที่มีหน้าต่างสว่าง จะเหมาะสำหรับพลูที่ต้องการความชื้นมาก เช่น พลูอินโดหลังแดงและพลูฉลุ
การวางแผนการดูแลควรเริ่มจากการเข้าใจวงจรการรดน้ำของแต่ละชนิด โดยทั่วไปพลูส่วนใหญ่ต้องการให้ดินแห้งผิวหน้าก่อนรดน้ำครั้งถัดไป ซึ่งโดยเฉลี่ยจะเป็นทุก 7-14 วัน ขึ้นอยู่กับขนาดของกระถาง ชนิดของดิน และสภาพอากาศ สำหรับมือใหม่ การใช้เครื่องวัดความชื้นในดินจะช่วยให้การรดน้ำแม่นยำมากขึ้น

เทคนิคการขยายพันธุ์และการดูแลระยะยาว

การขยายพันธุ์พลูทำได้ง่ายด้วยวิธีการปักชำ โดยตัดกิ่งที่มีข้อปล้องและใส่ในน้ำหรือดินชุ่มน้ำจนรากงอก ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์คือช่วงปลายฤดูใบไผ่ถึงต้นฤดูร้อน เมื่อต้นไม้อยู่ในช่วงการเติบโตที่แข็งแรง การใช้น้ำที่ปราศจากคลอรีนหรือน้ำฝนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าน้ำประปาธรรมดา
การดูแลระยะยาวควรใส่ใจเรื่องการเปลี่ยนกระถางทุก 1-2 ปี การให้ปุ๋ยในช่วงฤดูการเติบโต และการตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ต้นไม้มีรูปทรงที่สวยงาม สำหรับพลูที่เป็นไม้เลื้อย การจัดหาเสาค้ำยันหรือตะแกรงให้ปีนจะช่วยให้ต้นไม้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพและมีใบที่ใหญ่ขึ้น
Article Image
การเลือกพลูที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่สภาพแวดล้อมในบ้าน ประสบการณ์ในการดูแลต้นไม้ และเวลาที่สามารถทุ่มเทได้ พลูด่างและพลูทองถือเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้เริ่มต้นเนื่องจากความทนทานและการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ขณะที่พลูชนิดอื่นๆ เช่น พลูอินโดหลังแดง พลูบราซิล และพลูหินอ่อน ก็เป็นทางเลือกที่ดีเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายและมีเวลาดูแลเป็นพิเศษ พลูฉลุ พลูนางฟ้า และพลูลงยาจะให้ความงามที่คุ้มค่ากับการลงทุนเวลาและความพยายาม ไม่ว่าจะเลือกพลูชนิดใด การทำความเข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละชนิด การปฏิบัติตามหลักการดูแลอย่างสม่ำเสมอ และการระวังเรื่องความปลอดภัย จะช่วยให้การปลูกพลูประสบความสำเร็จและได้รับความสุขจากการจัดสวนในบ้านอย่างแท้จริง
#สาระ #พลูชนิดต่างๆ #การดูแลพลู #ไม้ประดับในบ้าน #พลูด่าง #พลูทอง #พลูอินโดหลังแดง #พลูฉลุ #มือใหม่ปลูกต้นไม้ #ไม้เลื้อย #จัดสวนในบ้าน #ไม้ฟอกอากาศ #ปลูกพลู

สรุป

การเลือกพลูที่เหมาะสมสำหรับมือใหม่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตั้งแต่สภาพแวดล้อมในบ้าน ประสบการณ์ในการดูแลต้นไม้ และเวลาที่สามารถทุ่มเทได้ พลูด่างและพลูทองถือเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้เริ่มต้นเนื่องจากความทนทานและการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ขณะที่พลูชนิดอื่นๆ เช่น พลูอินโดหลังแดง พลูบราซิล และพลูหินอ่อน ก็เป็นทางเลือกที่ดีเมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายและมีเวลาดูแลเป็นพิเศษ พลูฉลุ พลูนางฟ้า และพลูลงยาจะให้ความงามที่คุ้มค่ากับการลงทุนเวลาและความพยายาม ไม่ว่าจะเลือกพลูชนิดใด การทำความเข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละชนิด การปฏิบัติตามหลักการดูแลอย่างสม่ำเสมอ และการระวังเรื่องความปลอดภัย จะช่วยให้การปลูกพลูประสบความสำเร็จและได้รับความสุขจากการจัดสวนในบ้านอย่างแท้จริง
#สาระ #พลูชนิดต่างๆ #การดูแลพลู #ไม้ประดับในบ้าน #พลูด่าง #พลูทอง #พลูอินโดหลังแดง #พลูฉลุ #มือใหม่ปลูกต้นไม้ #ไม้เลื้อย #จัดสวนในบ้าน #ไม้ฟอกอากาศ #ปลูกพลู
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#พลูทอง
#มือใหม่ปลูกต้นไม้
#การดูแลพลู
#ไม้ฟอกอากาศ
#พลูฉลุ
#พลูอินโดหลังแดง
#พลูชนิดต่างๆ
#ปลูกพลู
#จัดสวนในบ้าน
#ไม้ประดับในบ้าน
#ต้นไม้และสวน
#พลูด่าง
#ไม้เลื้อย
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ไม้เลื้อยชนิดไหนเหมาะกับการปลูกในบ้าน? เลือกพันธุ์ไม้เลื้อยอย่างไรให้สวยงามและเจริญเติบโตได้ดี
ทั่วไป

ไม้เลื้อยชนิดไหนเหมาะกับการปลูกในบ้าน? เลือกพันธุ์ไม้เลื้อยอย่างไรให้สวยงามและเจริญเติบโตได้ดี

คุณกำลังมองหาต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านแต่กังวลว่าปลูกแล้วจะดูแลยาก? ไม้เลื้อยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากเพิ่มสีสันให้กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกในกระถางแขวน วางบนชั้น หรือปล่อยให้เลื้อยตามผนัง บทความนี้จะรวบรวมพันธุ์ไม้เลื้อยที่เหมาะกับการปลูกในบ้าน เติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ของคุณ พร้อมเคล็ดลับการดูแลให้เติบโตสวยงาม ทำไมไม้เลื้อยจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการปลูกในบ้าน? ไม้เลื้อยมอบประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ไม้เลื้อยหลายชนิดสามารถเติบโตได้ดีในที่ร่มหรือมีแสงน้อย ทำให้เหมาะกับการปลูกภายในบ้าน นอกจากนี้ยังช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชุ่มชื้น และสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย การเลือกไม้เลื้อยที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านจะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของธรรมชาติแม้อยู่ในพื้นที่จำกัด ไม้เลื้อยยังมีรูปแบบการเจริญเติบโตที่น่าสนใจ บางชนิดมีใบด่าง บางชนิดมีรูปทรงใบที่โดดเด่น หรือบางชนิดมีดอกสวยงาม ทำให้สามารถเลือกได้ตามความชอบและการตกแต่งภายในบ้าน ไม้เลื้อยชนิดไหนปลูกในบ้านได้ดีและดูแลง่าย? พลูด่าง – นักอยู่รอดตัวจริงสำหรับมือใหม่ พลูด่าง (Pothos) เป็นหนึ่งในไม้เลื้อยปลูกในร่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากปลูกง่ายและดูแลไม่ยาก มีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก เช่น พลูด่างทอง พลูราชินีหินอ่อน พลูงาช้าง และพลูฉลุ แต่ละพันธุ์มีลักษณะใบที่แตกต่างกันไป ทั้งแบบใบขนาดใหญ่ ใบด่าง และใบฉลุ พลูด่างสามารถเติบโตได้ดีทั้งในบริเวณที่มีแสงน้อยหรือพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องผ่าน เช่น ริมหน้าต่าง การดูแลง่ายเพียงรดน้ำเมื่อดินแห้ง ข้อควรระวังคือไม่ควรปลูกในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองหากสัตว์เลี้ยงกัดกินเข้าไป ไทรเลื้อย – สร้างบรรยากาศสีเขียวในทุกมุมบ้าน ไทรเลื้อย (Ficus Repens) เป็นไม้เลื้อยที่มักถูกนำไปปลูกไว้บริเวณกำแพงบ้านด้านนอก แต่สามารถนำมาปลูกในกระถางเล็กๆ ภายในบ้านได้เช่นกัน [...]

2 นาที
ต้นเงินไหลมาคืออะไรและทำไมจึงเป็นไม้มงคลที่ทุกบ้านควรมี?
ทั่วไป

ต้นเงินไหลมาคืออะไรและทำไมจึงเป็นไม้มงคลที่ทุกบ้านควรมี?

ต้นเงินไหลมาหรือซิงโกเนียมเป็นไม้มงคลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศไทย ด้วยความเชื่อที่ว่าจะช่วยดึงดูดเงินทองและความมั่งมีเข้าสู่บ้าน นอกจากจะมีความหมายมงคลแล้ว ต้นเงินไหลมายังเป็นไม้ที่ดูแลง่าย โตไว และมีสายพันธุ์ที่หลากหลายสวยงาม ทำให้เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และนักสะสมต้นไม้ที่มีประสบการณ์ ต้นเงินไหลมาคืออะไรและมีต้นกำเนิดมาจากไหน ต้นเงินไหลมามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Syngonium podophyllum Schott เป็นพืชในวงศ์ Araceae สกุล Syngonium ถิ่นกำเนิดของต้นเงินไหลมาอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ โดยพบได้ในหลายประเทศ ได้แก่ บราซิล โบลิเวีย และเม็กซิโก ในภาษาอังกฤษมักเรียกว่า Arrow Head Plant หรือ Tricolor Nephthytis เนื่องจากรูปทรงใบที่มีลักษณะคล้ายหัวลูกศร ลักษณะโดดเด่นของต้นเงินไหลมาคือเป็นไม้เลื้อยที่สามารถเติบโตได้ยาวถึง 10-20 เมตรเมื่อโตเต็มที่ มีลำต้นขนาดเล็กสีเขียว ผิวเกลี้ยงและมีรากอากาศออกตามข้อ ใบมีทรงหัวลูกศรที่โดดเด่น โคนใบเว้าลึกถึงสะดือใบ ปลายใบเรียวแหลม ความกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร สิ่งที่ทำให้ต้นเงินไหลมาน่าสนใจคือใบสีเขียวที่มีด่างขาวหรือสีเหลืองปรากฏบริเวณเส้นใบ ต้นจะออกดอกสีขาวนวลแบบช่อบริเวณปลายยอด ลักษณะดอกจะคล้ายกับต้นบอน แต่จะมีผลขนาดเล็กและพบได้ไม่บ่อยนัก ทำไมต้นเงินไหลมาจึงเป็นไม้มงคลที่ได้รับความนิยม ความเชื่อเกี่ยวกับต้นเงินไหลมามีรากฐานมาจากคนไทยโบราณที่เชื่อว่าหากบ้านใดปลูกต้นเงินไหลมาจะเป็นการเสริมสิริมงคล ช่วยให้มีเงินทองไหลเข้ามา เกิดความมั่งมีและร่ำรวย การปลูกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของบ้านจะช่วยเพิ่มความเป็นสิริมงคล นอกจากความเชื่อด้านการเงินแล้ว ต้นเงินไหลมายังมีความหมายในด้านอื่นๆ [...]

1 นาที
ทำไมการต่อเติมห้องกระจกถึงเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับบ้าน?
ทั่วไป

ทำไมการต่อเติมห้องกระจกถึงเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับบ้าน?

การต่อเติมห้องกระจกข้างบ้านกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เจ้าของบ้านหลังริม เนื่องจากเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างข้างบ้านที่มักถูกมองข้าม โดยการสร้างห้องกระจกหรือกลาสเฮ้าส์สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยและสร้างมุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ1 การต่อเติมรูปแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับบ้านเท่านั้น แต่ยังสร้างพื้นที่แสงธรรมชาติและการเชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอกบ้านได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากสามารถสร้างได้ในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าที่คิด ขอบคุณภาพจาก : Cantifix แล้วต้นทุนการต่อเติมห้องกระจกข้างบ้านจริงๆแล้วเป็นอย่างไร? การคิดค่าใช้จ่ายในการต่อเติมห้องกระจกถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนการตัดสินใจ ตามข้อมูลจากต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3,000 ปอนด์ต่อตารางเมตร หรือเฉลี่ยอยู่ที่ 43,270 ปอนด์สำหรับห้องกระจกขนาดกลาง อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยต้นทุนดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่านี้มาก โดยเฉพาะการใช้วัสดุและแรงงานในประเทศ การออกแบบห้องกระจกสำเร็จรูปที่ใช้โครงสร้างเหล็กหุ้มด้วย UPVC และกระจกนิรภัยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 18,000-22,000 บาทต่อตารางเมตร ความคุ้มค่าของการลงทุนนี้สะท้อนได้จากกรณีศึกษาที่เจ้าของบ้านรายหนึ่งประเมินงบประมาณไว้หลักแสน แต่เมื่อดำเนินการจริงกลับได้ราคาที่ถูกกว่าที่คาดการณ์ไว้เกือบครึ่ง1 นอกจากนี้ การออกแบบที่เหมาะสมยังสามารถสร้างความรู้สึกโปร่งกว้างและเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินได้ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ทำให้ต้นทุนคุ้มค่ายิ่งขึ้นคือความทนทานของวัสดุที่ใช้ โดยเฉพาะ UPVC ที่มีอายุการใช้งานเกิน 30 ปี ทนต่อสภาพอากาศทุกแบบ และไม่ต้องการการบำรุงรักษามาก โครงสร้างเหล็กที่ถูกหุ้มด้วย UPVC จะไม่สัมผัสกับอากาศชื้น ทำให้เพิ่มอายุความคงทนของโครงเหล็กได้เป็นเท่าตัว ขอบคุณภาพจาก : Detail Library ข้อดีของห้องกระจกข้างบ้านที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนมีอะไรบ้าง? ห้องกระจกข้างบ้านมีข้อดีมากมายที่เกินกว่าการเป็นเพียงพื้นที่เพิ่มเติม การออกแบบด้วยกระจกจากพื้นถึงเพดานช่วยให้แสงธรรมชาติเข้ามาอย่างเต็มที่ สร้างบรรยากาศที่สดชื่นและเปิดโล่ง ระบบกระจกสมัยใหม่สามารถลดการดูดซับความร้อนจากแสงแดด ขณะที่ยังคงให้แสงธรรมชาติผ่านเข้ามาได้ [...]

2 นาที
ต้นไม้ปลูกในน้ำได้ไม่ต้องใช้ดิน ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักต้นไม้ในพื้นที่จำกัดได้หรือไม่?
ทั่วไป

ต้นไม้ปลูกในน้ำได้ไม่ต้องใช้ดิน ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักต้นไม้ในพื้นที่จำกัดได้หรือไม่?

การปลูกต้นไม้ในน้ำเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่รักต้นไม้แต่มีพื้นที่จำกัด หรือไม่ต้องการความยุ่งยากในการดูแล ต้นไม้ปลูกในน้ำสามารถวางประดับตามมุมต่างๆ ของบ้านได้อย่างสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในคอนโดหรือพื้นที่จำกัด นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้มากนัก เพราะต้นไม้ปลูกในน้ำส่วนใหญ่ต้องการการดูแลน้อยกว่าต้นไม้ที่ปลูกในดิน การปลูกต้นไม้ในน้ำยังมีข้อดีอีกหลายประการ เช่น ช่วยประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องดินหกเลอะเทอะ และยังสามารถมองเห็นการเจริญเติบโตของรากได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสังเกตการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ ต้นไม้ปลูกในน้ำยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับอากาศภายในบ้าน และช่วยฟอกอากาศได้อีกด้วย 6 ชนิดต้นไม้ที่สามารถปลูกในน้ำได้โดยไม่ต้องใช้ดิน 1. ต้นแก้วกาญจนา (เขียวหมื่นปี) ต้นแก้วกาญจนา หรือเขียวหมื่นปี เป็นไม้ล้มลุกขนาดเล็กที่นิยมปลูกในบ้าน ลักษณะลำต้นตั้งตรง มีข้อถี่ ขึ้นเป็นกอ มีความสูงประมาณ 20-50 เซนติเมตร จุดเด่นของต้นไม้ชนิดนี้คือลวดลายสวยงามของใบ และยังมีคุณสมบัติในการดูดสารพิษประเภทฟอร์มาลดีไฮด์ได้ด้วย วิธีปลูกทำได้โดยถอนลำต้นขึ้นจากดินแล้วล้างรากให้สะอาด จากนั้นนำไปปักไว้ในขวดหรือแจกันที่มีน้ำบริสุทธิ์ หากใช้น้ำประปาควรพักไว้สักระยะให้คลอรีนระเหยหมดก่อนนำมาใช้ ควรยึดลำต้นให้แข็งแรง หมั่นเปลี่ยนน้ำทุก 10-15 วัน และวางไว้ในที่ร่มหรือมีแดดรำไร 2. ต้นไผ่กวนอิม ไผ่กวนอิมเป็นพรรณไม้ยืนต้นสกุลหวาย ที่เชื่อว่าหากปลูกในบ้านจะช่วยให้ครอบครัวมีฐานะดี ลักษณะทั่วไปมีใบเดี่ยวแตกออกจากส่วนยอดสลับเป็นชั้น ลำต้นกลมตรงเป็นข้อถูกหุ้มด้วยกาบใบ มีความสูงประมาณ 1-3 เมตร วิธีปลูกทำได้โดยนำไปปักในแจกันใสที่มีความสูงอย่างน้อย 30 เซนติเมตร ใส่หินลงไปให้สูงจากก้นขึ้นมาประมาณ 3-8 เซนติเมตร [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent