Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

เฟิร์นคืออะไร และทำไมคุณควรปลูกไว้ในบ้าน?

Homeday
22 พฤษภาคม 2568
3 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 22/5/2568

เฟิร์นคืออะไร และทำไมคุณควรปลูกไว้ในบ้าน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชเขียวที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมาอย่างยาวนาน ด้วยความสวยงามของใบสีเขียวสดที่มีรูปทรงหลากหลาย ทำให้เฟิร์นเป็นที่นิยมในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากความสวยงามแล้ว เฟิร์นยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย
Article Image

เฟิร์นคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร?

เฟิร์นเป็นพืชชั้นต่ำที่มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบลำต้นตั้งตรง ทอดตัวไปกับพื้นดิน และแบบเหง้าใต้ดิน ลำต้นทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและอาหาร เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอกหรือเมล็ด แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้ด้วยสปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เล็กๆ ที่อยู่บริเวณใต้ใบ
เฟิร์นมีประมาณ 20,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มชื้น ภูเขาสูง พื้นที่เปิดโล่ง ในน้ำ บนหิน หรือแม้แต่บนต้นไม้อื่น ในระบบนิเวศ เฟิร์นหลายชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหาร
ในแง่ของโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ เฟิร์นประกอบด้วยลำต้น (มักเป็นเหง้าใต้ดิน) ใบ และราก บางชนิดอาจมีลำต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์
Article Image

ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการปลูกเฟิร์นในบ้านมีอะไรบ้าง?

การปลูกเฟิร์นไว้ในบ้านมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม ดังนี้:

ช่วยฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม

เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟอกอากาศ สามารถขจัดสารพิษในอากาศได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไตรคลอโรเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ซักแห้ง ไซลีนในสีและกาว และโทลูอีนที่พบในทินเนอร์และน้ำมันเบนซิน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฟิร์นสามารถลดมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ หอบหืด และปัญหาระบบทางเดินหายใจอื่นๆ

เพิ่มความชื้นในอากาศ

เฟิร์นปล่อยไอน้ำเข้าไปในอากาศผ่านกระบวนการคายน้ำ ช่วยเพิ่มความชื้นในห้องที่แห้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มีการใช้เครื่องทำความร้อน ซึ่งทำให้อากาศแห้ง ความชื้นที่เพิ่มขึ้นช่วยลดอาการแห้งของผิวหนังและระบบทางเดินหายใจ

ลดความเครียดและปรับอารมณ์

การศึกษาพบว่าการอยู่ท่ามกลางพืชสีเขียวสามารถช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ เฟิร์นด้วยสีเขียวสดและรูปทรงที่อ่อนช้อยช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ทำให้รู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติแม้อยู่ในอาคาร

มีสรรพคุณทางยา

เฟิร์นบางชนิดมีสรรพคุณทางยา โดยเฉพาะในส่วนของรากและเหง้า ซึ่งอุดมไปด้วยสารที่มีประโยชน์ เช่น แอสพิดินอล แทนนิน น้ำมันหอมระเหย และวิตามินหลายชนิด ในการแพทย์พื้นบ้าน มีการใช้เฟิร์นเพื่อรักษาอาการไอ ขับปัสสาวะ ลดกรดในกระเพาะ และมีคุณสมบัติในการกำจัดสารพิษ

ให้คุณค่าทางโภชนาการ

เฟิร์นบางชนิดสามารถรับประทานได้ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในเฟิร์น 100 กรัม ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต 5.5 กรัม โปรตีน 4.6 กรัม และไขมันเพียง 0.4 กรัม รวมทั้งมีแร่ธาตุสำคัญ เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก สังกะสี วิตามิน A, B, C และ PP ซีลีเนียม แมกนีเซียม และเบต้าแคโรทีน
Article Image

10 สายพันธุ์เฟิร์นไหนที่นิยมปลูกและเหมาะสำหรับมือใหม่?

เฟิร์นบอสตัน

เฟิร์นบอสตัน (Boston Fern) มีจุดเด่นที่ความโค้งและสีเขียวสด มีรอยหยักลึกและเว้นระยะห่างเท่ากัน ปลูกได้ทั้งในกระถางและตะกร้าแขวน นิยมปลูกเป็นไม้ประดับภายในบ้านเพราะช่วยฟอกอากาศได้ดี ชอบดินร่วนระบายน้ำได้ดีและความชื้นสูง ควรวางในที่มีแสงแดดรำไรหรือแสงแดดส่องถึง แต่ไม่ร้อนจัด และต้องรดน้ำสม่ำเสมอ

เฟิร์นข้าหลวง

เฟิร์นข้าหลวง (Bird’s Nest Fern) มีใบยาว ขอบใบหยักคล้ายคลื่น ปลายรี ใบเรียงตัววนรอบคล้ายรูปดอกกุหลาบ สีเขียวอ่อนถึงเข้ม เติบโตดีในที่มีแสงสว่างหรือแสงรำไร ชอบดินร่วนปนทราย ควรรดน้ำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ไม่ควรฉีดน้ำใส่ใบโดยตรงเพราะอาจทำให้ใบเสียหายหรือฉีกขาด

เฟิร์นนาคราช

เฟิร์นนาคราช มีลักษณะเหง้าเลื้อยได้ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ใบรอบนอกรูปสามเหลี่ยม ก้านใบเล็กสีเขียวสด ชอบความชื้น ต้องการน้ำปานกลาง ชอบแสงรำไร ควรปลูกในดินร่วนที่ระบายอากาศดี รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง นอกจากปลูกเป็นไม้ประดับแล้ว ยังใช้บรรเทาพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้

เฟิร์นชายผ้าสีดา

เฟิร์นชายผ้าสีดา (Holttums Staghorn Fern) มีจุดเด่นที่ใบห้อยย้อยลงมาคล้ายชายผ้านุ่งหรือผ้าสไบ เป็นเฟิร์นแบบอิงอาศัยที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ใหญ่หรือหน้าผาหินในบริเวณที่มีความชื้นสูง ต้องการแสงแดดปานกลางถึงมากและอากาศถ่ายเทสะดวก

เฟิร์นเงิน

เฟิร์นเงิน (Victoria Fern) มีลักษณะเป็นกอแทงขึ้นจากใต้ดิน ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสองชั้น พื้นใบสีเขียว กลางใบด่างสีขาวเป็นลายคล้ายก้างปลา ชอบดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำและอากาศดี ต้องการน้ำปานกลาง แสงแดดรำไร สามารถปลูกในกระถางหรือตะกร้าแขวน

เฟิร์นก้านดำ

เฟิร์นก้านดำ (Maidenhair Fern) มีเหง้าสั้น ก้านสีดำ ใบเป็นใบประกอบขนนกชั้นเดียว ใบย่อยมีขอบหยัก ปลายก้านใบยาว เจริญเติบโตดีในสภาพอากาศไม่ร้อน ความชื้นสูง ดินเป็นกรดอ่อนและระบายน้ำดี ชอบแสงรำไร มีสรรพคุณทางยา ช่วยรักษาอาการไอ ขับปัสสาวะ และลดกรดในกระเพาะ

เฟิร์นเท้ากระต่าย

เฟิร์นเท้ากระต่าย (Rabbit’s Foot Fern) มีลักษณะเด่นที่เหง้ามีขนยาวงอกขึ้นมาคล้ายเท้ากระต่าย ใบเป็นใบประกอบขนนกสีเขียว ปลายใบแคบ ชอบแสงปานกลางหรือแสงรำไร ควรปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี รดน้ำทุก 2-3 วัน หรือแค่พอให้ชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง จึงเหมาะสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง

เฟิร์นเขากวาง

เฟิร์นเขากวาง (Staghorn Fern) มีใบปลายแผ่กว้างและหยักเว้า โคนใบห่อแน่น ปลายแยกแตกเป็นกิ่งหลายชั้นคล้ายเขากวาง ชอบแสงรำไรถึงแสงมาก ชอบน้ำปานกลางถึงมาก ชอบดินระบายน้ำดี นิยมปลูกเกาะกับต้นไม้หรือจัดสวนแนวตั้ง ควรรดน้ำสัปดาห์ละครั้ง หรือ 2-3 สัปดาห์ในช่วงที่มีอากาศชื้น

เฟิร์นหางนางเงือก

เฟิร์นหางนางเงือก มีเหง้าทอดไปตามพื้น ใบเป็นรูปหอก ปลายแตกออกเป็นแฉกหลายแฉก แผ่นใบห้อยลง ขอบใบเรียบ ชอบดินร่วนที่ระบายน้ำดี ชอบความชื้นปานกลางถึงสูง ต้องการแสงแดดรำไร นิยมปลูกเป็นไม้กระถางประดับหรือจัดสวน

เฟิร์นผักชี

เฟิร์นผักชี มีลำต้นเป็นเหง้าทอดยาว ใบประกอบแบบขนนก 3 ชั้น ก้านใบยาว 3-5 เซนติเมตร แผ่ออกเป็นครีบตลอดก้านใบ เส้นใบแตกปลายเปิด ด้านบนเป็นร่อง มีลักษณะคล้ายผักชี ชอบความชื้นปานกลางถึงสูง และชอบแสงแดดรำไร
Article Image

วิธีปลูกและดูแลเฟิร์นให้เจริญเติบโตอย่างไรให้สมบูรณ์?

ปัจจัยสำคัญในการปลูกเฟิร์น

1. วัสดุปลูกที่เหมาะสม

เฟิร์นดิน นิยมใช้ดินตะกอนหรือดินร่วน 1 ส่วน ผสมกับทรายหยาบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือใบไม้ผุอีก 4 ส่วน อัตราส่วนนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม
เฟิร์นหิน ใช้วัสดุปลูกเช่นเดียวกับเฟิร์นดิน แต่ผสมกรวดหรืออิฐมอญทุบ ½-1 ส่วน และทรายหยาบอีก 1 ส่วน
เฟิร์นอิงอาศัย นิยมปลูกในกระเช้าไม้หรือกระถางกล้วยไม้ที่มีรูโดยรอบ ใช้กาบมะพร้าวสับหรือรากเฟิร์นชายผ้าสีดาสับ 3 ส่วน ผสมถ่านทุบขนาดเล็ก 1½ ส่วน และใบไม้ผุอีก 1½ ส่วน

2. แสงแดดที่เหมาะสม

เฟิร์นเติบโตได้ดีเมื่อได้รับแสงแดด 40-50% ไม่ควรวางในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงโดยตรง ควรเลือกพื้นที่ปลูกที่มีร่มเงาจากไม้ใหญ่ หรือตามระเบียงบ้านที่แสงแดดไม่ส่องถึงโดยตรง สถานที่ที่เหมาะสมควรมีอุณหภูมิต่ำกว่า 21 องศาเซลเซียสเพื่อการเจริญเติบโตที่ดี

3. การให้น้ำ

ในฤดูร้อนควรรดน้ำทุกวันเช้า-เย็น ส่วนในฤดูหนาวและฤดูฝนอาจรดทุก 2 วัน สิ่งสำคัญคือต้องไม่ให้วัสดุปลูกแฉะเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดเชื้อรา แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้แห้งจนใบเฟิร์นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแห้งกรอบ

4. ความชื้นในอากาศ

เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการปลูกเฟิร์น พื้นที่ที่ปลูกควรมีความชื้นในอากาศ 60-80% ในตอนกลางวัน สามารถเพิ่มความชื้นโดยวางกระถางบนถาดกรวดที่มีน้ำ หรือใช้ระบบพ่นละอองหมอก ไม่ควรปลูกเฟิร์นในบริเวณที่มีลมแรงตลอดเวลาหรือเป็นแนวทางลม เพราะจะทำให้ทรงพุ่มไม่สวยงามและใบเหี่ยวได้ง่าย

5. ฤดูกาล

เฟิร์นเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน พอเข้าสู่ฤดูหนาวที่มีความชื้นในอากาศต่ำและอากาศเย็น ใบจะเหี่ยวแห้งได้ง่ายหรือชะลอการเติบโต

6. การใส่ปุ๋ย

เฟิร์นไม่ต้องการปุ๋ยมาก ควรให้แบบน้อยๆ แต่บ่อยๆ จะดีกว่า
ปุ๋ยอินทรีย์ จะปลอดภัยกับต้นเฟิร์น แต่ควรระวังเมล็ดวัชพืชและเชื้อราที่อาจติดมา ควรอบฆ่าเชื้อหรือตากแดดให้แห้งก่อนนำมาใช้
ปุ๋ยเคมี สามารถใช้ปุ๋ยชนิดออสโมโค้ทประมาณ 1 ช้อนโต๊ะทุก 2-3 สัปดาห์ จะช่วยให้เฟิร์นเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะกับเฟิร์นในกระถางเล็กที่ต้องการสารอาหารเพิ่มเติม

เทคนิคการปลูกเฟิร์นให้ใบยาวสวย

เพื่อให้เฟิร์นมีใบยาวสวยงาม ควรเลือกหน่อที่แข็งแรง มีใบยาวพอสมควร ปลูกในกระถางที่เหมาะสม ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนระบายน้ำได้ดี รดน้ำสม่ำเสมอ ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อเพิ่มความชื้น และใส่ปุ๋ยบำรุงเป็นประจำ
Article Image

วิธีขยายพันธุ์เฟิร์นทำได้อย่างไร?

การขยายพันธุ์เฟิร์นสามารถทำได้หลายวิธี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มจำนวนต้นเฟิร์นหรือแบ่งปันให้กับผู้อื่น วิธีที่นิยมมี 3 วิธีหลัก:

1. การเพาะสปอร์

เป็นวิธีธรรมชาติของเฟิร์น แต่ต้องใช้เวลาและความอดทนมาก มีขั้นตอนดังนี้:
• เก็บสปอร์จากใบเฟิร์นที่แก่และแห้ง สปอร์จะมีสีน้ำตาลแก่ • ตัดใบเฟิร์นเก็บไว้ในซองจดหมายหรือถุงพลาสติกเพื่อกันไม่ให้สปอร์ปลิวไป • สปอร์จะแตกตัวภายใน 1-2 วัน หรือใช้มีดขูดออกก็ได้ • เตรียมวัสดุเพาะ เช่น ดินเหนียวหรือรากชายผ้าสีดาสับละเอียด (ดินเหนียวจะดีที่สุด) • ควรฆ่าเชื้อในดินก่อนโดยคั่วในกระทะหรือใช้เตาอบ • หว่านสปอร์ลงบนวัสดุเพาะ • หลังจากประมาณ 1 เดือน จะเกิดโปรแธลเลียม (แผ่นบางๆ สีเขียวคล้ายรูปหัวใจ) • แยกโปรแธลเลียมลงกระถางเพาะชำ ปิดด้วยกระจกหรือถุงพลาสติก • ให้ความชื้นสม่ำเสมอ และรอจนเฟิร์นเกิดใบจริง • ค่อยๆ เปิดปากถุงเล็กน้อยเพื่อให้เฟิร์นปรับตัวกับสภาพแวดล้อมภายนอก • เมื่อต้นโตพอ จึงแยกไปปลูกในกระถางอื่น

2. การแยกเหง้า

เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วกว่าการเพาะสปอร์:
• เลือกเหง้าที่ค่อนข้างใหญ่และพร้อมที่จะเติบโตสร้างใบใหม่ • ใช้มีดคมตัดเหง้าให้ขาดในครั้งเดียว • แซะเหง้าออกอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ดินที่หุ้มรากหลุดร่วง • ตัดใบแก่ออกบ้างเพื่อลดการคายน้ำ • ใช้ยากันเชื้อราทาบริเวณรอยแผล (ถ้ามี) • ปลูกในดินที่เตรียมไว้ รดน้ำให้ชุ่ม วางไว้ในที่ร่มรำไร

3. การชำตา

เฟิร์นบางชนิดมีตาที่ใบ สามารถใช้วิธีนี้ได้:
• สังเกตตาที่เกิดบนใบ เช่น ในเฟิร์นหางนาคบก • ตัดใบที่มีตาวางบนวัสดุปลูก • ควบคุมความชื้นให้เหมาะสม • รอจนตาเจริญเป็นต้นใหม่ แล้วแยกไปปลูก
Article Image

ประโยชน์ด้านสุขภาพของเฟิร์นมีอะไรบ้าง?

เฟิร์นไม่เพียงแค่เป็นไม้ประดับสวยงาม แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ:

คุณค่าทางโภชนาการ

เฟิร์นบางชนิดที่กินได้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ในเฟิร์น 100 กรัมมี:
• คาร์โบไฮเดรต 5.5 กรัม • โปรตีน 4.6 กรัม • ไขมัน 0.4 กรัม • มีแคลอรี่เพียง 34 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม

สารที่มีประโยชน์ในเฟิร์น

ในเฟิร์นมีสารสำคัญหลายชนิด ทั้งในใบและเหง้า ได้แก่:
• แทนนิน • ฟอสฟอรัส • เหล็ก • น้ำมันหอมระเหย • สังกะสี • วิตามิน A, B, C และ PP • ซีลีเนียม • แมกนีเซียม • เบต้าแคโรทีน

คุณสมบัติทางยา

เฟิร์นหลายชนิดมีสรรพคุณทางยา ได้แก่:
• กระตุ้นความมีชีวิตชีวา • ช่วยฟื้นฟูระดับน้ำตาลในเลือด • ปรับปรุงองค์ประกอบของเลือด • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน • รักษาเสถียรภาพการทำงานของต่อมไทรอยด์ • เสริมสร้างเนื้อเยื่อกระดูก • กระตุ้นการเผาผลาญ
รากและเหง้าของเฟิร์นบางชนิดสามารถนำมาใช้เตรียมยาต้มหรือทิงเจอร์ที่มีผลดีต่อเนื้องอกต่างๆ ในร่างกาย เฟิร์นก้านดำมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการไอ ขับปัสสาวะ และลดกรดในกระเพาะ

สรุป

เฟิร์นเป็นพืชที่มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งเป็นไม้ประดับที่สวยงาม ช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และยังมีคุณสมบัติทางยา การปลูกและดูแลเฟิร์นไม่ยากหากเข้าใจธรรมชาติของมัน ต้องการแสงรำไร ความชื้นสูง และดินระบายน้ำดี สายพันธุ์เฟิร์นมีให้เลือกหลากหลาย แต่ละชนิดมีเอกลักษณ์และความสวยงามเฉพาะตัว
การปลูกเฟิร์นในบ้านไม่เพียงช่วยเพิ่มความสวยงามให้กับพื้นที่ แต่ยังมีส่วนช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศ ลดความเครียด และสร้างบรรยากาศที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ทำให้เฟิร์นเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปลูกต้นไม้ในบ้าน
#สาระ #เฟิร์น #ต้นไม้ใบสวย #พืชฟอกอากาศ #ไม้ประดับในบ้าน #เฟิร์นบอสตัน #เฟิร์นข้าหลวง #สมุนไพร #สุขภาพ #ต้นไม้ตกแต่งบ้าน #ธรรมชาติในบ้าน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#เฟิร์นข้าหลวง
#ธรรมชาติในบ้าน
#สมุนไพร
#เฟิร์นบอสตัน
#ต้นไม้ใบสวย
#สุขภาพ
#ไม้ประดับในบ้าน
#ต้นไม้และสวน
#พืชฟอกอากาศ
#ต้นไม้ตกแต่งบ้าน
#สาระ
#เฟิร์น

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
พืชอะไรบ้างที่ช่วยฟอกอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์? ดูดซับสารพิษได้จริงหรือไม่?
ทั่วไป

พืชอะไรบ้างที่ช่วยฟอกอากาศในบ้านให้บริสุทธิ์? ดูดซับสารพิษได้จริงหรือไม่?

ในยุคที่มลภาวะทางอากาศกลายเป็นปัญหาสำคัญ ไม่เพียงแต่ภายนอกอาคารเท่านั้น แต่ภายในบ้านของเราเองก็มีมลพิษสะสมอยู่มากมาย ทั้งจากเฟอร์นิเจอร์ สีทาบ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และสารเคมีต่างๆ ที่ระเหยปะปนในอากาศที่เราหายใจ การปลูกต้นไม้ในบ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสวยงามแล้ว ยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศและดูดซับสารพิษได้อีกด้วย มาดูกันว่ามีพืชชนิดใดบ้างที่ช่วยทำให้อากาศในบ้านของเราบริสุทธิ์ขึ้นได้ พืชฟอกอากาศทำงานได้อย่างไร? พืชมีกระบวนการทางธรรมชาติที่เรียกว่า “ไฟโตรีมีดิเอชัน” (Phytoremediation) ซึ่งเป็นกระบวนการที่พืชใช้ในการกำจัดสารพิษออกจากสิ่งแวดล้อม พืชสามารถฟอกอากาศได้ผ่านหลายวิธี ได้แก่ การดูดซับ การเจือจาง การตกตะกอน และการกรอง นอกจากนี้ พืชยังมีกระบวนการสังเคราะห์แสงที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศสดชื่นขึ้น การศึกษาที่มีชื่อเสียงโดยองค์การนาซ่าในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ได้ค้นพบว่าพืชหลายชนิดสามารถดูดซับสารพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ใช่เพียงแค่ใบเท่านั้นที่ทำหน้าที่นี้ แต่ทั้งระบบของพืช ทั้งราก ดิน และจุลินทรีย์ในดินปลูก ล้วนมีส่วนช่วยในการย่อยสลายสารมลพิษ 10 พืชที่ช่วยดูดซับสารพิษและฟอกอากาศในบ้าน 1. แววมยุรา (Wishbone Flower) แววมยุรา หรือเทอราเนีย (Torenia fournieri) เป็นไม้ล้มลุกที่มีดอกสวยงามหลากสี เช่น แดง ชมพู และม่วง นอกจากความสวยงามแล้ว แววมยุรายังมีคุณสมบัติในการรักษาความชุ่มชื้นในอากาศและช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ ได้ดี การดูแลก็ไม่ยาก เพียงปลูกในดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี [...]

2 นาที
7 สรรพคุณมหัศจรรย์ของดอกเดซี่ที่คุณอาจไม่เคยรู้
ทั่วไป

7 สรรพคุณมหัศจรรย์ของดอกเดซี่ที่คุณอาจไม่เคยรู้

ดอกเดซี่เป็นดอกไม้ที่สวยงามและน่าสนใจมากกว่าที่คุณคิด ด้วยความงดงามและคุณสมบัติที่น่าอัศจรรย์ ดอกเดซี่ได้รับความสนใจจากนักพฤกษศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปค้นพบเรื่องราวและสรรพคุณที่น่าทึ่งของดอกเดซี่ที่อาจทำให้คุณมองเห็นดอกไม้เล็กๆ นี้แตกต่างออกไป 1. คุณสมบัติทางยาและการรักษา ดอกเดซี่ไม่ใช่เพียงแค่ดอกไม้สวยๆ ที่ปรากฏตามทุ่งหญ้า แต่ยังมีประโยชน์ทางการแพทย์ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง การแพทย์ทางเลือกได้ค้นพบคุณสมบัติทางยาของดอกเดซี่มานาน การบรรเทาอาการทางเดินหายใจ ดอกเดซี่มีสารประกอบที่ช่วยบรรเทาอาการไอ หอบ และภูมิแพ้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ สารสกัดจากดอกและใบช่วยลดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ การบำบัดแผลสด น้ำคั้นจากดอกเดซี่สามารถช่วยฆ่าเชื้อและเร่งการหายของแผลสดได้ โดยเฉพาะแผลถลอกตามผิวหนัง 2. คุณค่าทางโภชนาการที่น่าเหลือเชื่อ แหล่งวิตามินและแร่ธาตุ ดอกเดซี่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ และแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด ซึ่งช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและบำรุงร่างกาย การบริโภคดอกเดซี่ สามารถนำดอกเดซี่มาทำเป็นชา สลัด หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนประกอบในอาหารเพื่อสุขภาพได้ 3. ประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร การช่วยระบบย่อยอาหาร สารสกัดจากดอกเดซี่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด จุกเสียด และช่วยขับถ่ายได้ดี การบรรเทาอาการปวดท้อง มีคุณสมบัติในการลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร 4. คุณสมบัติในการดูแลผิวพรรณ การบำรุงผิว ดอกเดซี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย และทำให้ผิวดูกระจ่างใส การรักษาปัญหาผิวหนัง ใช้สกัดจากดอกเดซี่ช่วยรักษาผื่นคัน แผลเป็น และปัญหาผิวหนังบางชนิดได้ 5. ประโยชน์ต่อระบบประสาท การลดความเครียด สารสกัดจากดอกเดซี่มีคุณสมบัติในการผ่อนคลายประสาท [...]

1 นาที
ทำไมเฟิร์นชายผ้าสีดาถึงเป็นไม้ประดับยอดนิยมและต้องดูแลอย่างไร?
ทั่วไป

ทำไมเฟิร์นชายผ้าสีดาถึงเป็นไม้ประดับยอดนิยมและต้องดูแลอย่างไร?

เฟิร์นชายผ้าสีดาหรือ Platycerium เป็นพืชประดับที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรูปทรงใบที่คล้ายเขากวางหรือชายผ้าที่ห้อยลงมา ทำให้กลายเป็นไม้ประดับที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่คนรักต้นไม้ ด้วยลักษณะการเจริญเติบโตแบบอิงอาศัยที่แตกต่างจากพืชทั่วไป การดูแลที่ต้องการความชำนาญเฉพาะ และความงามที่เป็นธรรมชาติ ทำให้เฟิร์นชายผ้าสีดาเป็นมากกว่าไม้ประดับธรรมดา แต่เป็นศิลปะชิ้นหนึ่งที่มีชีวิตสำหรับการตกแต่งบ้าน เฟิร์นชายผ้าสีดาคืออะไรและมีกี่ชนิด เฟิร์นชายผ้าสีดาเป็นเฟิร์นในสกุล c ของวงศ์ Polypodiaceae ซึ่งปัจจุบันมีการค้นพบแล้วประมาณ 18 ชนิดทั่วโลก ชื่อสากลของเฟิร์นชนิดนี้คือ Staghorn Fern หรือ Elkhorn Fern เนื่องจากรูปทรงของใบที่คล้ายเขากวาง พื้นที่การกระจายพันธุ์ส่วนมากอยู่ในเขตร้อนชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา ในประเทศไทยพบเฟิร์นชายผ้าสีดาหลายชนิด เช่น P. holttumii, P. wallichii, P. coronarium และ P. ridleyi โดย Platycerium bifurcatum เป็นชนิดที่นิยมปลูกเลี้ยงในบ้านมากที่สุดเนื่องจากดูแลง่ายกว่าชนิดอื่น ส่วน Platycerium ridleyi และ Platycerium madagascariense เป็นชนิดที่หายากและได้รับความนิยมสูงในหมู่นักสะสม ลักษณะเฉพาะที่ทำให้เฟิร์นชายผ้าสีดาโดดเด่น เฟิร์นชายผ้าสีดามีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากพืชอื่น คือมีใบ 2 แบบที่มีหน้าที่แตกต่างกัน [...]

1 นาที
ทำไมฟักทองจึงเป็นพืชผักสวนครัวที่น่าสนใจสำหรับการปลูกเอง?
ทั่วไป

ทำไมฟักทองจึงเป็นพืชผักสวนครัวที่น่าสนใจสำหรับการปลูกเอง?

ฟักทองเป็นหนึ่งในผักสวนครัวที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ การปลูกฟักทองเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษและประหยัดค่าใช้จ่าย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมและการเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้การปลูกฟักทองประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ฟักทองมีต้นกำเนิดมาจากไหนและแพร่กระจายมาถึงไทยอย่างไร? ฟักทองมีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกากลางและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในแถบเมกซิโกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา มีหลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่ามีการปลูกฟักทองมานานกว่า 8,000 ปีแล้ว และบางแหล่งระบุว่าถึง 7,500-5,000 ปีก่อนคริสตกาล ฟักทองจัดอยู่ในตระกูลแตง (Cucurbitaceae) เช่นเดียวกับแตงกวา ฟักแฟง มะระ บวบ และแตงโม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cucurbita moschata Duchesne หรือ Cucurbita moschata Decne. ภายหลังฟักทองได้แพร่กระจายไปยังอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียตามลำดับ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ในประเทศไทย ฟักทองมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ภาคกลางเรียกว่า ฟักทอง ภาคเหนือเรียกว่า ฟักเขียว มะฟักแก้ว ภาคใต้เรียกว่า น้ำเต้า ภาคอีสานเรียกว่า หมากฟักเหลือง หมากอี และในจังหวัดต่างๆ มีชื่อเรียกเฉพาะถิ่น เช่น หมักอื้อ หมากฟักเหลือง หมากปัก สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในไทยมีอะไรบ้าง? สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามขนาดของผล [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent