พบ 111 บทความ

2025/4/2 • 由 Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

2025/2/5 • 由 Homeday
ห้องครัวถือเป็นหัวใจสำคัญของบ้าน เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานที่หล่อเลี้ยงสมาชิกในครอบครัว ตามหลักฮวงจุ้ย การจัดวางตู้เก็บของในห้องครัวจึงมีความสำคัญอย่างยิ

2025/3/24 • 由 Homeday
ห้องน้ำขนาดเล็กมักทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่เป็นสัดส่วน แต่ด้วยเทคนิคการออกแบบที่ชาญฉลาด คุณสามารถเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้ดูกว้างขวางและน่าใช้งานได้อย่างไม่น่าเชื่อ เลือกสีและแสงอย่างชาญฉลาด เทคนิคการใช้สีสร้างมิติ การเลือกสีที่เหมาะสมถือเป็นกลยุทธ์แรกในการทำให้ห้องน้ำดูกว้างขึ้น สีขาวและโทนสีอ่อนเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะขยายพื้นที่สายตา การทาสีผนังด้วยเฉดสีสว่างช่วยสะท้อนแสงและสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง เลือกใช้สีขาวบริสุทธิ์ หรือเทาอ่อน หรือสีพาสเทลอ่อนๆ เพื่อเพิ่มมิติให้กับห้องน้ำ การจัดแสงอย่างชาญฉลาด แสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญในการสร้างพื้นที่ให้ดูกว้าง ติดตั้งไฟเพดานแบบหรี่แสงได้ หรือใช้ไฟ LED ซ่อนตามขอบผนังเพื่อสร้างแสงอ้อมที่ทำให้ห้องดูกว้างขึ้น หากมีหน้าต่าง ควรเลือกม่านโปร่งแสงที่ยอมให้แสงธรรมชาติผ่านได้เต็มที่ จัดวางอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์อย่างชาญฉลาด การเลือกอุปกรณ์ประหยัดพื้นที่ เลือกสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ที่มีขนาดกะทัดรัด เช่น อ่างล้างหน้าแบบติดผนัง โถสุขภัณฑ์แบบติดผนัง หรือใช้อ่างล้างหน้าทรงมุมเพื่อประหยัดพื้นที่มุม เฟอร์นิเจอร์ควรมีความกะทัดรัดและทำหน้าที่ได้หลายอย่าง การติดตั้งชั้นวางของแบบลอยและมีระเบียบ ติดตั้งชั้นวางของแบบลอยเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของโดยไม่ทำให้ห้องดูอึดอัด เลือกชั้นวางที่มีความลึกน้อย และจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ใช้กล่องเก็บของทรงแนวตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่พื้น เลือกวัสดุและพื้นผิวอย่างชาญฉลาด กระเบื้องและวัสดุสะท้อนแสง เลือกกระเบื้องขนาดใหญ่และมีสีอ่อน เพื่อลดการตัดต่อและสร้างความรู้สึกกว้างขวาง กระเบื้องเงาหรือกระเบื้องมีประกายช่วยสะท้อนแสงและขยายพื้นที่สายตา หลีกเลี่ยงกระเบื้องลวดลายซับซ้อนที่ทำให้ห้องดูคับแคบ กระจกและผนังสะท้อนแสง ติดตั้งกระจกขนาดใหญ่หรือกระจกเต็มผนังเพื่อสร้างภาพลวงตาให้ห้องดูกว้างขึ้น กระจกสะท้อนแสงช่วยกระจายแสงและเพิ่มมิติให้กับพื้นที่ ควรวางกระจกในตำแหน่งที่สะท้อนแสงธรรมชาติหรือแสงประดิษฐ์ได้ดี เทคนิคการตกแต่งเพิ่มความรู้สึกกว้าง การใช้สีเดียวกันทั้งห้อง ใช้เฉดสีเดียวกันหรือใกล้เคียงกันตลอดทั้งห้อง เพื่อสร้างความต่อเนื่องและลดการตัดกันของสี การใช้เฉดสีเดียวกันช่วยลดสายตาและทำให้ห้องดูกว้างขึ้น การจัดวางของตกแต่งอย่างมีศิลปะ เลือกของตกแต่งน้อยชิ้นแต่มีคุณภาพ หลีกเลี่ยงการตกแต่งที่รกรุงรัง เน้นชิ้นงานที่มีความเรียบง่ายและทันสมัย อาจเลือกของตกแต่งที่มีความโปร่งใสหรือมีน้ำหนักเบาเพื่อไม่ให้ทับพื้นที่ สรุป การทำให้ห้องน้ำเล็กดูกว้างและน่าใช้งานไม่ใช่เรื่องยาก [...]

2025/3/18 • 由 Homeday
การทำงานที่บ้านได้กลายเป็นวิถีชีวิตหลักของคนยุคใหม่ พื้นที่ทำงานที่เหมาะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสุขในการทำงาน การออกแบบพื้นที่ทำงานที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มผลผลิต แต่ยังช่วยสร้างสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและการพักผ่อน 1. เลือกทำเลที่เหมาะสมภายในบ้าน การเลือกสถานที่ตั้งของพื้นที่ทำงานเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ควรเลือกบริเวณที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอ มีเสียงรบกวนน้อย และสามารถแยกออกจากพื้นที่พักผ่อนได้อย่างชัดเจน พื้นที่ใกล้หน้าต่างที่มีแสงธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นสมองและเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าในการทำงาน 2. การจัดวางโต๊ะทำงานอย่างเป็นระบบ โต๊ะทำงานถือเป็นหัวใจหลักของพื้นที่ทำงาน ควรเลือกโต๊ะที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่และลักษณะงาน ให้ความสำคัญกับความกว้างขวางเพียงพอสำหรับวางอุปกรณ์ทำงาน และมีพื้นที่ว่างสำหรับการวางเอกสารหรือคอมพิวเตอร์ 3. เก้าอี้ทำงานที่สนับสนุนสรีระ การเลือกเก้าอี้ที่ดีมีความสำคัญต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน ควรเลือกเก้าอี้ที่ปรับระดับได้ มีพนักพิงรองรับกระดูกสันหลัง และมีที่รองแขนเพื่อลดความเมื่อยล้าระหว่างการทำงาน 4. การจัดการระบบไฟและแสงสว่าง แสงสว่างมีอิทธิพลอย่างมากต่อประสิทธิภาพการทำงาน ควรมีทั้งแสงธรรมชาติและแสงไฟประดิษฐ์ที่ครอบคลุม โคมไฟตั้งโต๊ะที่ปรับระดับได้จะช่วยสร้างแสงสว่างเฉพาะจุดและลดความเมื่อยล้าของดวงตา 5. ระบบจัดเก็บอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ คลังเก็บอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพช่วยลดความยุ่งเหยิงและเพิ่มความเป็นระเบียบ ควรติดตั้งชั้นวางของ ลิ้นชัก หรือตู้เก็บของที่สามารถจัดระเบียบอุปกรณ์สำนักงานได้อย่างเป็นสัดส่วน 6. การควบคุมอุณหภูมิและการระบายอากาศ สภาพแวดล้อมที่สบายจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ควรเลือกพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี มีอุณหภูมิที่เหมาะสม และพิจารณาติดตั้งพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อสร้างความสบาย 7. การตกแต่งด้วยสีสันและองค์ประกอบทางจิตวิทยา สีสันมีผลต่อจิตใจและการทำงาน เลือกโทนสีที่ช่วยกระตุ้นสมองและความคิดสร้างสรรค์ เช่น สีเขียว สีฟ้า หรือสีเบจ ประดับด้วยงานศิลปะหรือของตกแต่งที่สร้างแรงบันดาลใจ 8. เทคโนโลยีและระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เสถียร เตรียมปลั๊กไฟและอุปกรณ์ชาร์จให้เพียงพอ พร้อมทั้งวางแผนสำรองกรณีสัญญาณขัดข้อง 9. [...]

2025/2/8 • 由 Homeday
การจัดวางเตียงและจัดห้องนอนสำหรับเด็กทารกนั้นเป็นเรื่องที่พ่อแม่มือใหม่หลายคนให้ความสำคัญ เพราะห้องนอนคือสถานที่ที่ลูกน้อยจะใช้เวลาพักผ่อนมากที่สุด กา

2025/1/21 • 由 Homeday
การออกกำลังกายที่บ้านกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า การจัดวางเครื่อ

2025/1/18 • 由 Homeday
การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านตามหลักฮวงจุ้ยนั้น มีความสำคัญต่อการสร้างพลังงานที่ดีและความเจริญรุ่งเรืองให้กับผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช

2025/1/16 • 由 Homeday
ห้องนั่งเล่นถือเป็นหัวใจสำคัญของบ้าน เป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตามหลักฮวงจุ้ยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต

2025/10/17 • 由 Homeday
ในโลกที่ความเร่งรีบกลายเป็นเรื่องปกติ การได้กลับมาพักในพื้นที่ที่โอบล้อมด้วยความสงบและดีไซน์ที่เข้าใจชีวิต อาจเป็นความสุขเรียบง่ายที่ใครหลายคนกำลังตามหาโครงการ “เวนิว ฟอร์ม บางนา – ศรีวารี” (Venue Form Bangna – Srivaree) จาก SC Asset จึงโดดเด่นในฐานะบ้านเดี่ยวที่ผสมผสานศิลปะของดีไซน์เหนือกาลเวลาเข้ากับนวัตกรรมการอยู่อาศัยยุคใหม่ได้ อย่างลงตัว “เวนิว ฟอร์ม บางนา – ศรีวารี” (Venue Form Bangna – Srivaree) บ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมแบรนด์ใหม่ จาก SC Asset เตรียมเปิดจองครั้งแรกในวันที่ 18-19 ตุลาคม 2568 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A New Form Of Life” (บ้านรูปแบบใหม่ที่สะท้อนชีวิต ในแบบที่ต้องการ) ที่มาพร้อมแนวคิดการออกแบบสไตล์ “Mid-Century Modern” ผสมผสานความคลาสสิกเหนือกาลเวลาเข้ากับฟังก์ชันร่วมสมัยอย่างพอดี ด้วยทุกเส้นสายของงานออกแบบสะท้อนถึงความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความเท่ และเปี่ยมไปด้วยรสนิยม ตั้งแต่รูปทรงเรขาคณิตที่เป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงการเลือกใช้โทนสีอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อก้าวเข้ามา พื้นที่ทุกส่วนได้รับ การจัดวางอย่างใส่ใจ [...]

2025/1/31 • 由 Homeday
การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านตามหลักฮวงจุ้ยนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมพลังงานที่ดีและความเจริญรุ่งเรืองของผู้อยู่อาศัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตู

2025/3/26 • 由 Homeday
การตกแต่งบ้านด้วยสีโอรสเป็นเทรนด์การออกแบบที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน สีโอรสมีเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างความอบอุ่นของสีส้มและความนุ่มนวลของสีชมพู ทำให้พื้นที่ภายในบ้านดูหรูหราและน่าอยู่อย่างน่าประทับใจ 1. การเลือกเฉดสีโอรสที่เหมาะสม การเลือกเฉดสีโอรสที่ถูกต้องเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการตกแต่งบ้าน เฉดสีที่อ่อนและนุ่มนวลจะช่วยสร้างบรรยากาศที่หรูหราและสงบสุข เช่น เฉดสีพีช ลาเวนเดอร์โอรส หรือสีพีชพาสเทล เลือกเฉดสีที่กลมกลืนกับแสงธรรมชาติในพื้นที่ พิจารณาขนาดและการวางตำแหน่งของห้อง ทดสอบสีตัวอย่างก่อนตัดสินใจระบายทั้งห้อง 2. การทาสีผนังด้วยเทคนิคพิเศษ การทาสีผนังไม่จำเป็นต้องเรียบเดียวเสมอไป เทคนิคการตกแต่งผนังแบบพิเศษจะช่วยเพิ่มมิติและความหรูหราให้กับห้อง เทคนิคไล่ระดับสี (Ombré) การใช้เทคนิคสตักโก้ การทาสีลายหินอ่อน การใช้เทปกาวสร้างลวดลายเรขาคณิต 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่เข้ากับสีโอรส การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่เข้ากับสีโอรสอย่างลงตัวจะช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์สีเทา ขาว หรือดำเพื่อตัดกับสีโอรส เพิ่มเสน่ห์ด้วยกรอบรูปสีทอง ใช้หมอนอิงและผ้าคลุมเตียงโทนสีโอรส เลือกพรมที่มีลวดลายประณีต 4. การจัดแสงให้เข้ากับสีโอรส แสงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มความงดงามให้กับสีโอรส เลือกโคมไฟที่มีเฉดสีอบอุ่น ใช้ไฟ LED แบบปรับแสงได้ วางตำแหน่งไฟให้เน้นจุดเด่นของห้อง ใช้เทียนหอมสีโอรสเพิ่มบรรยากาศ 5. การใช้สิ่งทอและวัสดุเพิ่มความหรูหรา สิ่งทอและวัสดุต่างๆ สามารถเพิ่มความหรูหราให้กับห้องได้โดยไม่ต้องลงทุนมาก ผ้าม่านสไตล์วินเทจ เบาะรองนั่งทำจากผ้ากำมะหยี พรมขนนุ่มโทนสีโอรส ผ้าคลุมเตียงซาตินเนื้อดี 6. การจัดวางพืชพรรณและดอกไม้ การนำธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่จะช่วยเพิ่มชีวิตชีวาและความสดชื่นให้กับสีโอรส เลือกกระถางพืชสีขาวหรือทอง จัดวางต้นไม้ขนาดเล็กบนชั้นวาง เลือกดอกไม้สีใกล้เคียงกับโอรส [...]

2025/3/20 • 由 Homeday
การทำงานจากบ้านได้กลายเป็นรูปแบบการทำงานที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น การเลือกบ้านที่เหมาะสมสำหรับการทำ Home Office จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ บทความนี้จะแนะนำแนวทางการเลือกซื้อบ้านที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่ทำงานที่เหมาะสม: หัวใจสำคัญของ Home Office การออกแบบพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมเป็นปัจจัยหลักในการสร้างประสิทธิภาพการทำงาน พื้นที่ Home Office ควรมีคุณสมบัติสำคัญดังนี้ ขนาดและความเป็นส่วนตัว พื้นที่ทำงานควรมีขนาดเพียงพอสำหรับการวางอุปกรณ์สำนักงาน และสามารถแยกออกจากพื้นที่พักผ่อนได้อย่างชัดเจน ควรเลือกบ้านที่มีห้องพิเศษหรือมุมที่สามารถจัดสรรเป็นพื้นที่ทำงานได้โดยเฉพาะ การมีพื้นที่ส่วนตัวช่วยลดสิ่งรบกวนและเพิ่มสมาธิในการทำงาน แสงสว่างและการระบายอากาศ แสงธรรมชาติมีความสำคัญต่อสุขภาพและประสิทธิภาพการทำงาน เลือกบ้านที่มีหน้าต่างขนาดใหญ่ หรือมีช่องแสงเพียงพอ การระบายอากาศที่ดีช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สดชื่นและกระปรี้กระเปร่า โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับ Home Office ระบบอินเทอร์เน็ตและการเชื่อมต่อ เทคโนโลยีการสื่อสารเป็นหัวใจหลักของการทำงานในปัจจุบัน การเลือกบ้านควรคำนึงถึงปัจจัยต่อไปนี้: ความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เสถียร จุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตครอบคลุมทั่วบ้าน ระบบไฟฟ้าที่รองรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชิ้น การออกแบบพื้นที่ทำงาน การจัดวางพื้นที่ทำงานที่เหมาะสมประกอบด้วย: โต๊ะทำงานที่มีขนาดเหมาะสม เก้าอี้ที่รองรับสรีระและถนอมสุขภาพ พื้นที่เก็บอุปกรณ์และเอกสาร การออกแบบที่ช่วยลดความเมื่อยล้าและเพิ่มความสะดวกสบาย การเลือกทำเลที่เหมาะสม สภาพแวดล้อมโดยรอบ การเลือกทำเลที่เหมาะสมสำหรับ Home Office ควรพิจารณา: ความเงียบสงบ ระยะทางจากสถานที่สำคัญ ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน ความปลอดภัยของชุมชน การเดินทางและการเชื่อมต่อ แม้จะทำงานที่บ้าน แต่การเดินทางก็ยังมีความสำคัญ ควรเลือกทำเลที่: ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ [...]