Logo
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们
发布房源
发布房源
Homeday
买房租房楼盘项目热门地段文章资讯使用指南联系我们收藏夹
HOMEDAY Logo

泰国排名第一的一站式房地产平台。轻松找到您的梦想家园、优质公寓或进行房产投资。

DBD Registered

主菜单

  • 首页
  • 买房
  • 租房
  • 新楼盘
  • 热门地段
  • 房产文章
  • 使用指南
  • 联系我们

房产类型

  • 公寓
  • 独栋别墅
  • 联排别墅
  • 土地

联系我们

  • 电话090-916-9993每天 9:00 - 18:00
  • Email[email protected]
  • 办公室159/229 Moo 6, Lampho, Bang Bua Thong
    暖武里府 11110,泰国

热门搜索

素坤逸公寓轻轨公寓邦纳别墅便宜联排别墅考艾土地拉差达出租公寓暖武里二手房新公寓评测房屋贷款土地估价投资房产免费发布房产

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. 版权所有。

条款与条件隐私政策Sitemap
Add LINE Sticky

จัดบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว? 5 จุดสำคัญที่มักมองข้าม

Homeday
2 เมษายน 2568
2 分钟阅读
分享:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 2/4/2568

จัดบ้านอย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว? 5 จุดสำคัญที่มักมองข้าม

相关文章

推荐项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
新项目

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

11,990,000 泰铢起
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
现房项目

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

25,900,000 泰铢起
มหกรรมบ้านและคอนโด
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Image

1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย

การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น

เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ

การจัดวางของหนักในระดับต่ำ

ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ

การจัดเตรียงทางหนีไฟ

จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
Article Image

2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง

บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว การตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างอาคารอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในบ้านเก่าหรืออาคารที่มีอายุมากกว่า 20 ปี

การตรวจสอบรอยแตกร้าว

ควรหมั่นสังเกตรอยแตกร้าวบนผนัง เสา คาน หรือฐานราก โดยเฉพาะรอยแตกร้าวในแนวทแยงหรือรอยแตกที่มีความกว้างมากกว่า 3 มิลลิเมตร ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงปัญหาโครงสร้าง หากพบรอยแตกร้าวที่น่าสงสัย ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความเสียหายและดำเนินการซ่อมแซมก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจนเป็นอันตราย

การเสริมความแข็งแรงจุดเชื่อมต่อ

จุดเชื่อมต่อระหว่างโครงสร้างมักเป็นจุดอ่อนที่เสียหายได้ง่ายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น จุดเชื่อมระหว่างเสากับคาน หรือผนังกับหลังคา การเสริมความแข็งแรงด้วยแผ่นเหล็กยึด (Steel Plate) หรือการติดตั้งอุปกรณ์รับแรงแผ่นดินไหว (Seismic Retrofit) จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับโครงสร้างบ้าน สำหรับบ้านไม้ ควรตรวจสอบสภาพของไม้ว่ามีการผุกร่อนหรือถูกปลวกทำลายหรือไม่ เพราะอาจทำให้โครงสร้างอ่อนแอลง

การตรวจสอบระบบไฟฟ้าและประปา

ระบบไฟฟ้าและประปาที่ชำรุดอาจก่อให้เกิดอันตรายซ้ำซ้อนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดเพลิงไหม้ หรือท่อแตกเกิดน้ำรั่วซึม ควรติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟอัตโนมัติ (Automatic Circuit Breaker) และวาล์วปิดแก๊สอัตโนมัติ (Automatic Gas Shutoff Valve) ซึ่งจะตัดระบบทันทีเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน นอกจากนี้ ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไฟฟ้าและประปาทุก 2-3 ปี เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องที่อาจเป็นอันตราย
Article Image

3. การจัดเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินและแผนอพยพ

เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การเตรียมพร้อมด้วยอุปกรณ์ฉุกเฉินและแผนอพยพที่ชัดเจนจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายได้อย่างมาก เพราะการช่วยเหลือจากภายนอกอาจไม่สามารถเข้าถึงได้ในทันที

การจัดชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน

ควรจัดเตรียมชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน (Emergency Kit) ไว้ในบ้าน โดยเก็บในที่ที่เข้าถึงได้ง่ายและทุกคนในบ้านทราบตำแหน่ง ชุดอุปกรณ์นี้ควรประกอบด้วย:
• น้ำดื่มสะอาด (อย่างน้อย 3 ลิตรต่อคนต่อวัน สำหรับ 3 วัน) • อาหารแห้งที่ไม่ต้องปรุงหรือแช่เย็น • ไฟฉายพร้อมถ่านสำรอง • วิทยุแบบใช้ถ่านหรือชาร์จด้วยมือหมุน • ยาสามัญประจำบ้านและยาประจำตัว • เงินสดจำนวนหนึ่ง (เพราะเครื่อง ATM อาจใช้งานไม่ได้) • เอกสารสำคัญฉบับสำเนา (บัตรประชาชน, พาสปอร์ต, โฉนดที่ดิน) • ชุดปฐมพยาบาลพื้นฐาน • นกหวีดสำหรับขอความช่วยเหลือ • ผ้าห่มฉุกเฉินแบบพกพา

การซ้อมแผนอพยพ

ทุกครอบครัวควรมีการวางแผนและซ้อมอพยพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้ทุกคนรู้บทบาทและหน้าที่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน แผนอพยพควรระบุรายละเอียดดังนี้:
1. จุดนัดพบปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกบ้าน 2. เส้นทางอพยพหลักและสำรอง 3. วิธีการติดต่อสื่อสารระหว่างสมาชิกในครอบครัว 4. บุคคลที่ควรติดต่อเมื่อต้องการความช่วยเหลือ
การซ้อมแผนควรให้ทุกคนได้ลองปฏิบัติจริง รวมถึงการฝึกหลบใต้โต๊ะที่แข็งแรง การปิดระบบแก๊สและไฟฟ้า และการออกจากบ้านอย่างปลอดภัย การซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เกิดความคุ้นเคยและลดความตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุจริง

การจัดทำแผนที่จุดปิดระบบสาธารณูปโภค

ทุกคนในบ้านควรรู้ตำแหน่งของวาล์วปิดแก๊ส วาล์วปิดน้ำประปา และสวิตช์ตัดไฟฟ้าหลัก พร้อมทั้งวิธีการปิดอย่างถูกต้อง ควรติดป้ายหรือทำเครื่องหมายไว้ให้เห็นชัดเจน และจัดทำแผนที่ไว้ในจุดที่ทุกคนมองเห็นได้ง่าย เช่น บนตู้เย็นหรือบอร์ดประกาศในบ้าน นอกจากนี้ ควรเตรียมเครื่องมือสำหรับปิดระบบไว้ในที่ที่หยิบใช้ได้สะดวก เช่น ประแจสำหรับปิดวาล์วแก๊ส
Article Image

4. การป้องกันอันตรายจากเศษแก้วและวัสดุแตกหัก

เศษแก้วและวัสดุแตกหักเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะเมื่อต้องอพยพออกจากอาคารในสภาพแวดล้อมที่มืดหรือมีฝุ่นควัน

การป้องกันกระจกแตก

กระจกหน้าต่างและประตูเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่อาจแตกและเป็นอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ควรติดฟิล์มนิรภัย (Safety Film) บนกระจกเพื่อป้องกันการแตกกระจาย หรือเปลี่ยนเป็นกระจกนิรภัยแบบเทมเปอร์ (Tempered Glass) หรือกระจกลามิเนต (Laminated Glass) ซึ่งเมื่อแตกแล้วจะไม่เกิดเศษแหลมคม สำหรับกระจกขนาดใหญ่ เช่น กระจกประตูบานเลื่อน ควรติดสติกเกอร์หรือเทปสะท้อนแสงเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนแม้ในที่มืด ลดความเสี่ยงที่คนจะวิ่งชนในขณะอพยพ

การป้องกันของตกหล่น

ของตกแต่งบ้านประเภทแก้ว เซรามิก หรือวัสดุแตกหักง่าย ควรยึดติดกับชั้นวางด้วยกาวแวกซ์ชนิดลอกออกได้ (Museum Wax) หรือแผ่นเจลกันลื่น โดยเฉพาะของตกแต่งที่มีคุณค่าทางจิตใจหรือมีมูลค่าสูง สำหรับรูปภาพหรือกรอบรูปที่แขวนผนัง ควรใช้ตะขอแบบปิด (Closed Hook) และยึดด้านล่างของกรอบรูปให้ชิดผนังด้วยแถบตีนตุ๊กแก เพื่อป้องกันการแกว่งและตกลงมา

การเลือกใช้วัสดุปลอดภัย

ในห้องน้ำและห้องครัวซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่จะมีน้ำรั่วซึมเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ควรเลือกใช้วัสดุปูพื้นที่ไม่ลื่นเมื่อเปียก (Non-slip Flooring) และหลีกเลี่ยงการติดตั้งชั้นวางของกระจกหรือกระจกเงาขนาดใหญ่ที่อาจแตกและเป็นอันตราย สำหรับโคมไฟเพดานหรือพัดลมเพดาน ควรตรวจสอบความแข็งแรงของจุดยึดและอุปกรณ์แขวนอย่างสม่ำเสมอ พิจารณาติดตั้งระบบยึดเสริมหรือเปลี่ยนเป็นโคมไฟติดผนังแทนในพื้นที่ที่ใช้งานเป็นประจำ
Article Image

5. การเตรียมพร้อมด้านจิตใจและการให้ความรู้แก่สมาชิกในบ้าน

นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านกายภาพของบ้านแล้ว การเตรียมความพร้อมด้านจิตใจและให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัวก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะการตอบสนองที่ถูกต้องในช่วงเวลาวิกฤตสามารถช่วยชีวิตได้

การให้ความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหว

ทุกคนในบ้านควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแผ่นดินไหว เช่น สาเหตุการเกิด ระดับความรุนแรง และสัญญาณเตือนที่อาจเกิดขึ้นก่อนเกิดแผ่นดินไหว การศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น กรมทรัพยากรธรณี หรือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ควรทำความเข้าใจว่าแผ่นดินไหวอาจเกิดขึ้นเป็นชุด โดยอาจมี Aftershock หรือแผ่นดินไหวตามหลังจากการสั่นสะเทือนครั้งแรก ซึ่งอาจมีความรุนแรงไม่น้อยไปกว่าครั้งแรก

การฝึกทักษะการช่วยเหลือเบื้องต้น

สมาชิกในครอบครัวอย่างน้อย 1-2 คน ควรผ่านการอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในกรณีฉุกเฉิน ควรมีความรู้เกี่ยวกับการดับเพลิงเบื้องต้นและวิธีใช้ถังดับเพลิง รวมถึงการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ ควรมีการจดบันทึกและจัดเก็บข้อมูลทางการแพทย์ของสมาชิกในครอบครัว เช่น โรคประจำตัว การแพ้ยา และหมู่เลือด ไว้ในชุดอุปกรณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้ข้อมูลกับหน่วยกู้ภัยหรือบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

การเตรียมพร้อมด้านจิตใจ

การเตรียมความพร้อมด้านจิตใจเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีสติ ควรพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวโดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีรับมืออย่างเหมาะสม โดยไม่สร้างความหวาดกลัวจนเกินไป ควรฝึกการจัดการกับความเครียดและความกังวล เช่น การหายใจลึกๆ หรือเทคนิคผ่อนคลายอื่นๆ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพในภาวะวิกฤต สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้พิการ ควรมีแผนพิเศษในการดูแลและช่วยเหลือที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะ

สรุป

การจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหวไม่ใช่เพียงแค่การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และวัตถุในบ้านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร การเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน การป้องกันเศษแก้วและวัสดุแตกหัก รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจและให้ความรู้แก่สมาชิกในบ้าน ทั้งหมดนี้เป็นการดำเนินการเชิงป้องกันที่จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
การให้ความสำคัญกับ 5 จุดที่มักถูกมองข้าม ได้แก่ การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนัง การตรวจสอบจุดเชื่อมต่อโครงสร้าง การจัดทำแผนอพยพที่ชัดเจน การป้องกันกระจกแตก และการเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านและผู้อยู่อาศัยอย่างมีนัยสำคัญ
แม้เราจะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าแผ่นดินไหวจะเกิดขึ้นเมื่อไร แต่การเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และที่สำคัญที่สุดคือลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและการสูญเสียชีวิต การลงทุนเวลาและทรัพยากรเพื่อเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวจึงเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยของครอบครัวที่คุ้มค่าที่สุด
#แผ่นดินไหว #ความปลอดภัยในบ้าน #จัดบ้าน #อุปกรณ์ฉุกเฉิน #โครงสร้างบ้าน #แผนอพยพ #เฟอร์นิเจอร์ปลอดภัย #กระจกนิรภัย #ภัยพิบัติธรรมชาติ #การเตรียมพร้อม #สาระ #แต่งบ้าน
相关主题:
#แผนอพยพ
#อุปกรณ์ฉุกเฉิน
#แผ่นดินไหว
#กระจกนิรภัย
#เฟอร์นิเจอร์ปลอดภัย
#ความปลอดภัยในบ้าน
#ภัยพิบัติธรรมชาติ
#จัดบ้าน
#การเตรียมพร้อม
#แต่งบ้าน
#โครงสร้างบ้าน
#สาระ

喜欢这篇文章吗?分享它!

分享:FacebookXLINE

-

满分 5

评论与评分

(0 条评论)

暂无评论。成为第一个评论本文的人!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
新项目

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

1,990,000 泰铢起
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
现房项目

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

1,690,000 泰铢起
ทั่วไป
HOMEDAY
查看全部
7 วิธีเตรียมบ้านให้รับมือแผ่นดินไหว ปลอดภัยไว้ก่อนไม่ต้องตื่นตระหนก
ทั่วไป

7 วิธีเตรียมบ้านให้รับมือแผ่นดินไหว ปลอดภัยไว้ก่อนไม่ต้องตื่นตระหนก

แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้ สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ในประเทศไทยแม้จะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวรุนแรงเท่าบางประเทศ แต่ก็เคยเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายมาแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกครอบครัวควรตระหนักถึง บทความนี้จะแนะนำ 7 วิธีที่ช่วยให้บ้านของคุณและผู้อยู่อาศัยปลอดภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 1. การตรวจสอบโครงสร้างบ้านให้มั่นคงแข็งแรง การเตรียมบ้านให้พร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวเริ่มต้นที่โครงสร้างหลักของบ้าน โครงสร้างที่แข็งแรงคือด่านแรกในการปกป้องผู้อยู่อาศัยจากภัยแผ่นดินไหว สำหรับบ้านที่สร้างใหม่ ควรออกแบบและก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานการต้านทานแผ่นดินไหว (Seismic Design) ซึ่งจะทำให้โครงสร้างบ้านสามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี มาตรฐานดังกล่าวประกอบด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่น การเสริมเหล็กในจุดสำคัญ และการออกแบบให้น้ำหนักกระจายตัวอย่างสมดุล สำหรับบ้านที่มีอยู่แล้ว ควรตรวจสอบสภาพโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นเสา คาน และฐานราก หากพบรอยแตกร้าว การทรุดตัว หรือความผิดปกติใดๆ ควรรีบซ่อมแซมทันที การเสริมความแข็งแรงของโครงสร้างสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การติดตั้งค้ำยันเพิ่มเติม การเสริมกำแพงรับแรงเฉือน (Shear Wall) หรือการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมความแข็งแรงในจุดสำคัญ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับจุดต่อระหว่างโครงสร้างต่างๆ เช่น รอยต่อระหว่างเสากับคาน หรือผนังกับพื้น ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่มักเกิดความเสียหายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว การใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อที่แข็งแรงและยืดหยุ่น เช่น แผ่นเหล็กเสริมกำลัง หรือสลักเกลียวพิเศษ จะช่วยให้โครงสร้างสามารถเคลื่อนตัวและรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น 2. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า [...]

2 นาที
จัดพื้นที่ในบ้านอย่างไรให้เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์?
ทั่วไป

จัดพื้นที่ในบ้านอย่างไรให้เหมาะกับการเลี้ยงสัตว์?

การตัดสินใจเลี้ยงสัตว์เป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ การจัดพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทั้งเจ้าของและสัตว์เลี้ยงอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดพื้นที่ในบ้านให้เหมาะสมกับการเลี้ยงสัตว์ โดยคำนึงถึงความต้องการพื้นฐานของสัตว์เลี้ยงและการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข การเตรียมพื้นที่พื้นฐานสำหรับสัตว์เลี้ยง การจัดพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจความต้องการพื้นฐานของสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว สัตว์เลี้ยงต้องการพื้นที่สำหรับ: มุมพักผ่อน – เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สัตว์เลี้ยงรู้สึกปลอดภัยและสงบ พื้นที่ทานอาหารและน้ำ – ควรแยกจากพื้นที่พักผ่อนและห่างจากห้องน้ำ พื้นที่ขับถ่าย – สำหรับแมวต้องมีกระบะทราย สำหรับสุนัขต้องมีพื้นที่สำหรับแผ่นรองซับหรือทางออกสู่พื้นที่ภายนอก พื้นที่ออกกำลังกาย – มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นหรือกระโดดได้อย่างปลอดภัย การปรับพื้นผิวให้ปลอดภัย พื้นผิวในบ้านมีผลต่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของสัตว์เลี้ยง ควรพิจารณา: พื้นกระเบื้องหรือไม้ควรมีพื้นผิวที่ไม่ลื่น เพิ่มพรมหรือแผ่นรองในจุดที่สัตว์เลี้ยงชอบนอน หลีกเลี่ยงพื้นผิวที่ร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไป ติดตั้งตาข่ายกันตกสำหรับระเบียงหรือหน้าต่าง การจัดการพื้นที่เฉพาะสำหรับแมว แมวต้องการพื้นที่พิเศษที่แตกต่างจากสุนัข: ที่ข่วนเล็บ – ติดตั้งในจุดที่แมวชอบลับเล็บเพื่อป้องกันเฟอร์นิเจอร์ พื้นที่สูง – ชั้นวางหรือต้นไม้แมวสำหรับปีนป่าย มุมซ่อนตัว – กล่องหรือบ้านแมวสำหรับหลบพักผ่อน หน้าต่าง – จัดพื้นที่ให้แมวได้นั่งดูวิวนอกบ้าน การจัดการพื้นที่เฉพาะสำหรับสุนัข สุนัขมีความต้องการพื้นที่ที่แตกต่างจากแมว: พื้นที่นอน – เตียงสุนัขควรอยู่ในจุดที่อบอุ่นและไม่มีลมโกรก พื้นที่เล่น – บริเวณที่กว้างพอให้สุนัขวิ่งเล่นได้ พื้นที่ฝึก – สำหรับฝึกคำสั่งพื้นฐานและพฤติกรรม ประตูสุนัข – [...]

1 นาที
จะแต่งบ้านทาวน์โฮมอย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่มากขึ้น ด้วยงบประมาณที่เหมาะสม?
ทั่วไป

จะแต่งบ้านทาวน์โฮมอย่างไรให้ดูกว้างและน่าอยู่มากขึ้น ด้วยงบประมาณที่เหมาะสม?

ปัจจุบันบ้านทาวน์โฮมกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่ เนื่องจากตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทั้งเรื่องขนาดพื้นที่ที่เพียงพอ ราคาที่สมเหตุสมผล และทำเลที่ตั้งที่เดินทางสะดวก แต่หลายคนมักกังวลเรื่องพื้นที่ที่อาจจะดูคับแคบ บทความนี้จะมาแนะนำไอเดียการตกแต่งบ้านทาวน์โฮมให้ดูกว้างขวาง อบอุ่น และน่าอยู่มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง พร้อมเคล็ดลับและข้อควรรู้ที่ช่วยให้คุณสามารถใช้ชีวิตในบ้านทาวน์โฮมได้อย่างคุ้มค่าและมีความสุข ทาวน์โฮมคืออะไร? แตกต่างจากทาวน์เฮ้าส์อย่างไร? ทาวน์โฮมและทาวน์เฮ้าส์มีความคล้ายคลึงกันมาก จนหลายคนอาจสับสน แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันที่ควรทราบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อหรือตกแต่ง ทาวน์เฮ้าส์ คือ บ้านแถวหรือตึกแถวที่มีลักษณะเหมือนกัน ติดกันเป็นแถวตั้งแต่ 2 คูหาขึ้นไป มักสูงไม่เกิน 3 ชั้น โดยส่วนใหญ่จะเป็น 2 ชั้น มีกำแพงร่วมระหว่างบ้านแต่ไม่มีรั้วแบ่งอาณาเขตชัดเจน พื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัด เช่น อาจมี 2 ห้องน้ำ 3 ห้องนอน 1 ห้องครัว ส่วนทาวน์โฮม เป็นบ้านแถวที่พัฒนามาจากทาวน์เฮ้าส์ ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านเดี่ยวมากขึ้น มีดีไซน์ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ สูง 2-3 ชั้น มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีการแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน และมักจะมีรั้วรอบขอบชิดเพิ่มความเป็นส่วนตัว ความแตกต่างหลักๆ ระหว่างทาวน์โฮมกับทาวน์เฮ้าส์ สรุปได้ดังนี้: ด้านการออกแบบ: ทาวน์โฮมมักมีดีไซน์ที่ทันสมัยและสวยงามกว่า พื้นที่ใช้สอย: ทาวน์โฮมมีพื้นที่กว้างขวางกว่าทาวน์เฮ้าส์ [...]

2 นาที
การต่อเติมครัวหลังบ้านควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันปัญหาโครงสร้างและการทรุดตัว?
ทั่วไป

การต่อเติมครัวหลังบ้านควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันปัญหาโครงสร้างและการทรุดตัว?

การต่อเติมครัวหลังบ้านเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านหลายคนต้องการทำ โดยเฉพาะในบ้านทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ครัวภายในตัวบ้านจำกัด แต่การต่อเติมที่ไม่ถูกหลักวิศวกรรมอาจนำมาซึ่งปัญหาโครงสร้างและการทรุดตัวในระยะยาว ซึ่งแก้ไขได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง บทความนี้จะรวบรวมเทคนิคสำคัญและข้อควรรู้เกี่ยวกับการต่อเติมครัวหลังบ้านอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และยั่งยืน เพื่อให้ท่านได้ใช้ห้องครัวได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาโครงสร้างในอนาคต ทำไมครัวหลังบ้านมักประสบปัญหาการทรุดตัว? การทรุดตัวของครัวที่ต่อเติมด้านหลังบ้านเป็นปัญหาที่พบบ่อย สาเหตุหลักมาจากการก่อสร้างที่ไม่คำนึงถึงโครงสร้างและฐานรากที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับตัวบ้านหลัก ซึ่งมีการวางเสาเข็มที่ลึกถึงชั้นดินแข็ง ขณะที่ส่วนต่อเติมมักใช้เสาเข็มสั้นที่ลงลึกเพียง 3-6 เมตรเท่านั้น เมื่อเสาเข็มของส่วนต่อเติมไม่ได้ลงลึกถึงชั้นดินแข็งเช่นเดียวกับตัวบ้าน จึงทำให้การรับน้ำหนักและการทรุดตัวของโครงสร้างทั้งสองส่วนแตกต่างกัน ในพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นดินแข็งหรือดินดานมักอยู่ที่ระดับความลึกประมาณ 16-21 เมตร แต่เสาเข็มของส่วนต่อเติมมักวางอยู่บนชั้นดินอ่อน ซึ่งอาศัยแรงฝืดของดินเป็นหลัก ทำให้เมื่อดินมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีปัจจัยอื่นมากระทบ ส่วนต่อเติมจะทรุดตัวเร็วกว่าตัวบ้าน นอกจากนี้ หากโครงสร้างของส่วนต่อเติมเชื่อมติดกับตัวบ้านโดยไม่มีการแยกโครงสร้างอย่างถูกต้อง เมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน จะทำให้เกิดรอยร้าวและแยกตัวตามรอยต่อระหว่างส่วนต่อเติมกับตัวบ้าน บางกรณีรุนแรงถึงขั้นสามารถสอดแขนเข้าไปในรอยแยกได้ สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านในระยะยาว วิธีต่อเติมครัวอย่างไรให้โครงสร้างแข็งแรงและปลอดภัย? การต่อเติมครัวหลังบ้านให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาวควรคำนึงถึงหลักการสำคัญหลายประการ ประการแรกคือการแยกโครงสร้างของส่วนต่อเติมออกจากตัวบ้านหลัก วิธีนี้จะช่วยป้องกันปัญหาการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันซึ่งอาจทำให้ตัวบ้านหลักเกิดความเสียหาย การแยกโครงสร้างทำได้โดยการออกแบบให้ครัวหลังบ้านมีเสา คาน และฐานรากแยกจากตัวบ้านอย่างชัดเจน เมื่อมีการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน ส่วนต่อเติมและตัวบ้านจะเคลื่อนตัวอย่างอิสระ ไม่ดึงรั้งซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างบ้านหลัก ในส่วนของหลังคา ควรออกแบบให้หลังคาของส่วนต่อเติมแยกออกจากหลังคาของตัวบ้าน และติดตั้งแฟลชชิ่งกันน้ำบริเวณรอยต่อของหลังคา เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมเมื่อเกิดการทรุดตัวที่ไม่เท่ากัน หลังคาที่ต่อเชื่อมกับตัวบ้านอาจทำให้เกิดปัญหาเมื่อส่วนต่อเติมทรุดตัว เพราะจะดึงรั้งหลังคาบ้านลงมาด้วย อีกทั้งควรใช้วัสดุก่อสร้างที่มีน้ำหนักเบาเพื่อลดน้ำหนักที่กดทับลงบนฐานราก เช่น การใช้อิฐมวลเบาแทนอิฐมอญ หรือการเลือกใช้วัสดุตกแต่งที่มีน้ำหนักเบา เช่น สแตนเลสแทนหินอ่อนหรือหินแกรนิต [...]

1 นาที
查看全部
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent