
2025/4/7 • 由 Homeday
การเลือกซื้อบ้านถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต ทำให้ผู้ซื้อต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้ง การคมนาคม สภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านโดยเฉพาะครอบครัวที่มีบุตรหลานมักให้ความสำคัญ คือ การเลือกซื้อบ้านที่ใกล้สถานศึกษาหรือโรงเรียน แม้หลายคนอาจมองเห็นข้อดีเบื้องต้นเช่นความสะดวกในการเดินทางไปโรงเรียน แต่ความจริงแล้ว การเลือกซื้อบ้านใกล้โรงเรียนนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ทั้งในด้านคุณภาพชีวิต การเติบโตของบุตรหลาน และยังรวมถึงมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงข้อดีที่มากกว่าที่คิดของการซื้อบ้านใกล้โรงเรียน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการของครอบครัว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลดความเครียดในชีวิตประจำวัน การซื้อบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนมอบประโยชน์ที่ชัดเจนในด้านการประหยัดเวลาเดินทางอย่างมีนัยสำคัญ ในสังคมเมืองที่การจราจรติดขัดเป็นปัญหาหลัก การมีบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาช่วยลดระยะเวลาการเดินทางไปโรงเรียนจากอาจใช้เวลาเป็นชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที สำหรับครอบครัวที่มีบุตรหลานในวัยเรียน การลดเวลาเดินทางไปโรงเรียนจะส่งผลดีในหลายมิติ เด็กๆ จะมีเวลาพักผ่อนเพียงพอมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่คับคั่ง ส่งผลให้มีคุณภาพการนอนที่ดีและมีความพร้อมในการเรียนรู้มากขึ้น ผู้ปกครองเองก็ไม่ต้องกังวลกับการเร่งรีบในช่วงเช้า ลดความเครียดจากการต้องเผื่อเวลาเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน ทำให้บรรยากาศในครอบครัวเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากการประหยัดเวลาแล้ว การมีบ้านใกล้โรงเรียนยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันรถ ค่าบำรุงรักษารถยนต์ที่ลดลงจากการใช้งานน้อยลง หรือค่าเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ หากสามารถเดินหรือปั่นจักรยานไปโรงเรียนได้ ยิ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและส่งเสริมการออกกำลังกายไปในตัว การลดระยะเวลาเดินทางยังส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวมีเวลาคุณภาพร่วมกันมากขึ้น ผู้ปกครองสามารถใช้เวลาที่ประหยัดได้จากการเดินทางมาทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว หรือมีเวลาพูดคุยรับประทานอาหารเช้าร่วมกันอย่างไม่เร่งรีบ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่โรงเรียน การอยู่ใกล้สถานศึกษาทำให้ผู้ปกครองสามารถเดินทางไปรับบุตรหลานได้อย่างรวดเร็ว ลดความกังวลและสามารถจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที เป็นความอุ่นใจที่มอบให้ทั้งเด็กและผู้ปกครอง สร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีและโอกาสพัฒนาทักษะทางสังคม การเลือกบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษาไม่เพียงแต่มอบความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และพัฒนาการทางสังคมของเด็กๆ อย่างมีนัยสำคัญ ย่านที่มีโรงเรียนตั้งอยู่มักเป็นชุมชนที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและมีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ทำให้เกิดบรรยากาศที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน เมื่อบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน เด็กๆ จะมีโอกาสร่วมกิจกรรมหลังเลิกเรียนได้มากขึ้น [...]

2026/1/21 • 由 Homeday
“เอกา โกลบอล” ประกาศยุทธศาสตร์รับมือความผันผวนเศรษฐกิจปี 69 เผยประเทศไทยยังเป็นผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารอาเซียนได้ เตรียมทุ่มงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตและจัดตั้งศูนย์ R&D ในประเทศไทย มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารพร้อมทาน และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดไทยและอินเดียที่คาดการณ์การเติบโตแบบก้าวกระโดด นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) แบรนด์คนไทยเบอร์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานในปี 2569 จะได้รับแรงขับจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปปัจจัยด้านการใส่ใจสุขภาพ การเติบโตของช่องทางออนไลน์ นวัตกรรมสินค้าและการผลิต แต่ก็ยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้า และการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยภายนอกมที่คาดไม่ถึง เช่น ภัยพิบัติ ที่มาในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกมุ่งไปที่ความยั่งยืนควบคู่กับประสิทธิภาพการถนอมอาหาร โดยเฉพาะในตลาดอาหารพร้อมทาน (Ready-to-Eat) และอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียม (Pet-Food) ซึ่งไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค เอกา โกลบอล [...]

2025/7/7 • 由 Homeday
บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ (SET: S) ตอกย้ำเทรนด์การเติบโตของอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรี ประกาศความสำเร็จในการปิดการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ ‘ศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส พัฒนาการ’ (SIRANINN Residences Pattanakarn) และ ‘เซนท์เทอร์ พัฒนาการ’ (SENTRE Pattanakarn) บนทำเลศักยภาพ รวมมูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงคุณภาพการออกแบบอย่างพิถีพิถันและการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดภายใต้แนวคิด ‘Craft to Last’ พร้อมเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จและพัฒนาโครงการระดับลักชูรีที่สามารถตอบโจทย์ ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง สิงห์ เอสเตท ประกาศปิดการขาย 2 โครงการ ที่ได้รับความสนใจและประสบความสำเร็จในช่วงเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ ‘ศิรนินทร์ เรสซิเดนเซส พัฒนาการ’ โครงการบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 28 ยูนิต และ ‘เซนท์เทอร์ พัฒนาการ’ โครงการพรีเมียมลักชูรีโฮมออฟฟิศสไตล์โมเดิร์น 3 ชั้นครึ่ง [...]

2026/3/4 • 由 Homeday
เอพี ไทยแลนด์ ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” เดินหน้าตามยุทธศาสตร์ CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING เปิดตัวคอนโดใหม่โปรเจกต์แรกของปี 2569 กับ “LIFE รัชดา-พระราม 9” มูลค่าโครงการ 3,600 ล้านบาท ภายใต้แนวคิดหลัก ‘AP CODE’ มาตรฐานการทำงานและการออกแบบที่เริ่มต้นจากความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้าง Living Quality ในทุกโหมดชีวิตการอยู่อาศัย LIFE รัชดา-พระราม 9 คอนโด Low-rise ใหม่ล่าสุดเพียงหนึ่งเดียวใจกลาง New CBD สร้างสมดุลระหว่างโหมด Active และ Pause เพื่อให้ทุกสเปซเป็นพื้นที่ชาร์จพลังใจ สู่ผลลัพธ์ของการใช้ชีวิตแบบ ‘Bloom in the Center of Lifestyle’ การเติบโตและเบ่งบานในแบบที่ดีที่สุดของตัวเอง มอบประสบการณ์ ‘ความสงบที่ซ่อนอยู่’ ด้วยความเป็นส่วนตัว สอดรับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการทั้งพื้นที่สงบให้ชีวิตเบาลง และความคล่องตัวด้วยทำเลใกล้ MRT พระราม [...]

2023/7/10 • 由 Homeday
“ดูแลมาตลอด 20 ปี เติบโตข้างกันตลอดไป” SC Asset เปิดแคมเปญฉลองครบรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด “Thriving Together” นำร่องเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาแอนิเมชันสุดสร้า

2025/4/4 • 由 Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมนับเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินลงทุน แต่หลายคนอาจประสบปัญหาเมื่อถึงเวลาต้องการขายต่อ เพราะไม่ได้พิจารณาถึงปัจจัยที่มีผลต่อสภาพคล่องในการขายต่อตั้งแต่แรก การเลือกรูปแบบห้องชุดที่ตรงกับความต้องการของตลาดจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ขายต่อได้ง่ายและรวดเร็ว บทความนี้จะแนะนำเทคนิคการเลือกแบบห้องชุดที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพื่อให้การลงทุนของคุณประสบความสำเร็จในระยะยาว ทำความเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อสภาพคล่องในการขายต่อ ก่อนจะเลือกซื้อห้องชุดเพื่อการลงทุน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อสภาพคล่องในการขายต่อ ซึ่งหมายถึงความสามารถในการเปลี่ยนทรัพย์สินให้เป็นเงินสดได้เร็วเพียงใด ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงทำเลที่ตั้ง ความต้องการของตลาด และคุณลักษณะเฉพาะของห้องชุดด้วย ทำเลที่ตั้งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ห้องชุดในทำเลใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มักมีสภาพคล่องสูงกว่า นอกจากนี้ การเติบโตของพื้นที่ก็มีผลต่อมูลค่าในอนาคต หากพื้นที่นั้นมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหรือมีการขยายตัวของธุรกิจ ความต้องการห้องชุดในบริเวณนั้นก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขนาดและประเภทของห้องชุดเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อสภาพคล่อง ห้องขนาดเล็กถึงกลาง (ประมาณ 25-50 ตารางเมตร) มักขายต่อได้ง่ายกว่า เพราะราคาไม่สูงมากและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ซื้อที่หลากหลาย ตั้งแต่คนโสด คู่แต่งงานใหม่ จนถึงผู้ที่ซื้อเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า การออกแบบและฟังก์ชันการใช้งานของห้องก็มีผลต่อความสะดวกในการขายต่อเช่นกัน ห้องที่มีการจัดวางพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ มีแสงธรรมชาติดี และมีฟังก์ชันครบถ้วนตามความจำเป็น มักเป็นที่ต้องการของตลาดมากกว่า แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก รูปแบบห้องชุดที่ตลาดต้องการสูง การเลือกรูปแบบห้องชุดที่ตรงกับความต้องการของตลาดเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ขายต่อได้ง่าย โดยรูปแบบห้องที่เป็นที่นิยมและมีสภาพคล่องสูงมีดังนี้ ห้องสตูดิโอและห้อง 1 ห้องนอน ห้องสตูดิโอและห้อง 1 ห้องนอนเป็นรูปแบบที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในตลาด ด้วยขนาดที่กะทัดรัด (ประมาณ 25-35 ตารางเมตร) และราคาที่จับต้องได้ ทำให้เป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ซื้อหลายกลุ่ม [...]

2026/1/28 • 由 Homeday
บมจ.ศุภาลัย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด Driven for Tomorrow ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวในกรอบจำกัด พร้อมเดินหน้าธุรกิจอย่างมั่นคง ควบคู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาโครงการในทำเลและรูปแบบที่สอดคล้องกับกำลังซื้อของตลาด ตั้งเป้ายอดขายรวมทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลียปี 2569 มูลค่า 45,000 ล้านบาท* พร้อมแผนเปิดโครงการใหม่ 28 โครงการ มูลค่า 35,000 ล้านบาท พร้อมลุยสุพรรณบุรีและเกาะสมุย เดินหน้าสร้างฐานรายได้ให้สมดุลมากขึ้นผ่านธุรกิจต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดอสังหาฯ ออสเตรเลียที่ปี 2568 เติบโตกว่า 370% พร้อมรุกธุรกิจคลังสินค้าให้เช่า ควบคู่ยกระดับองค์กรด้วย Data Driven และกรอบ Sustainability Driven มุ่งสู่ Carbon Neutrality ปี 2050 ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี 2569 เป็นปีที่มีทั้งสัญญาณบวกและความท้าทายพร้อมกัน ด้านหนึ่งเศรษฐกิจยังเติบโตได้ แม้ชะลอลง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำลง [...]

2025/10/23 • 由 Homeday
ในช่วงที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศไทยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง กำลังซื้อปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด เกิดภาะวะการระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงแตะระดับที่น่ากังวล ขณะที่ประเทศขาดทิศทางการเติบโตชัดเจน ส่งผลให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้าสู่ประเทศไทยน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน หนึ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่สะท้อนความเปราะบางได้อย่างชัดเจนที่สุด คือ ตลาดพื้นที่สำนักงานในกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังเผชิญกับสงครามแย่งผู้เช่าอย่างเข้มข้น ผู้เช่าส่วนใหญ่ยังเป็นบริษัทเดิมๆ ที่เพียงย้ายสำนักงานจากตึกหนึ่งไปอีกตึกหนึ่ง ไม่ใช่การเติบโตจากดีมานด์ใหม่ เนื่องจากบริษัทต่างๆ แทบไม่ขยายกิจการและจำนวนพนักงานก็ไม่เพิ่มขึ้น กลยุทธ์ที่ดึงดูดผู้เช่าจึงหนีไม่พ้น การเสนอเงื่อนไขค่าเช่าที่ถูกลงกว่าเดิม 20–30% ทำให้เกิด price war ที่รุนแรงกว่าที่เคยเป็นมา ผลกระทบจึงลุกลามเป็น โดมิโนเอฟเฟกต์ (Domino Effect) ต่อเนื่องไปทั้งตลาด ทั้งในเชิงออฟฟิศและรีเทล ท่ามกลางการแข่งขันที่เดือดขึ้นทุกขณะ หากไม่มีดีมานด์ใหม่เข้ามาเติมเต็ม ความเคลื่อนไหวนี้อาจกลายเป็นแรงกดดันครั้งใหญ่ต่อผู้ประกอบการอสังหาฯ ไทยในระยะกลางถึงยาว ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้เช่า ตลาดพื้นที่สำนักงานไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ใครปรับตัวได้เร็วและเสนอความคุ้มค่าได้มากกว่า คือผู้ที่อยู่รอดในสมรภูมิครั้งนี้ ขณะเดียวกัน อาคารสำนักงานเก่าเป็นจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนัก อัตราการเช่าลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่สามารถโน้มน้าวให้ผู้เช่าเดิมต่อสัญญาได้ ผู้เช่าจำนวนไม่น้อยเลือกย้ายไปสู่อาคารสำนักงานที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จ ซึ่งเหนือกว่าทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ทำเลที่ตั้ง และที่สำคัญที่สุดคือเงื่อนไขค่าเช่าที่ดึงดูดใจมากกว่า ส่งผลให้ผู้เช่าเหล่านี้มองว่าการย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ ไม่เพียงแค่คุ้มค่าทางการเงิน แต่ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ขององค์กรให้ทันสมัยและแข่งขันได้มากขึ้น ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่า แม้สถานการณ์การแข่งขันด้านราคาของตลาดออฟฟิศในเวลานี้จะถูกมองว่าเป็นแรงกดดันสำหรับผู้พัฒนาโครงการ แต่ในอีกมุมหนึ่ง [...]

2025/4/10 • 由 Homeday
ข้อพิจารณาด้านคุณภาพชีวิตกับระยะห่างจากสนามบิน การอยู่อาศัยใกล้สนามบินนำมาซึ่งประเด็นคุณภาพชีวิตหลายประการที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงคือมลภาวะทางเสียง เครื่องบินขึ้น-ลงสร้างเสียงรบกวนที่มีระดับความดังสูงถึง 80-100 เดซิเบล โดยเฉพาะบริเวณที่อยู่ใต้เส้นทางการบิน เสียงที่ดังเกิน 70 เดซิเบลอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทั้งความเครียด นอนไม่หลับ และปัญหาการได้ยินในระยะยาว นอกจากมลภาวะทางเสียง คุณภาพอากาศก็เป็นอีกประเด็นสำคัญ สนามบินปล่อยมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงอากาศยาน รวมถึงฝุ่นละอองจากการจราจรหนาแน่นบริเวณโดยรอบ การศึกษาพบว่าผู้อยู่อาศัยในรัศมี 5 กิโลเมตรจากสนามบินขนาดใหญ่มีความเสี่ยงต่อโรคระบบทางเดินหายใจสูงกว่าพื้นที่อื่น แต่ในทางกลับกัน การอยู่ห่างจากสนามบินมากเกินไปก็มีผลต่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยอาจต้องเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินมากขึ้น เสี่ยงต่อการพลาดเที่ยวบินในช่วงการจราจรหนาแน่น และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น การพิจารณาสมดุลระหว่างระยะห่างที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญด้านที่อยู่อาศัยแนะนำว่า ระยะห่างประมาณ 10-15 กิโลเมตรจากสนามบินเป็นจุดที่สมดุลระหว่างการได้รับผลกระทบจากมลภาวะและความสะดวกในการเข้าถึง โดยผู้ซื้อควรสำรวจพื้นที่ในช่วงเวลาต่างๆ เพื่อประเมินระดับเสียงและมลภาวะที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ ผลกระทบด้านมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน การอยู่ใกล้หรือไกลสนามบินส่งผลโดยตรงต่อราคาและศักยภาพการเติบโตของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไป บ้านที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากสนามบินมักมีราคาต่ำกว่าพื้นที่ใกล้เคียงที่มีลักษณะคล้ายกันแต่อยู่ห่างจากสนามบินมากกว่า ความแตกต่างด้านราคานี้อาจสูงถึง 15-20% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของผลกระทบด้านเสียงและมลภาวะ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าอสังหาริมทรัพย์ใกล้สนามบินจะไม่เป็นการลงทุนที่ดี เนื่องจากมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาประกอบ เช่น แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต การเติบโตของพื้นที่พาณิชยกรรมโดยรอบ และมาตรการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของสนามบิน ในมุมของการลงทุน พื้นที่ในรัศมี 5-10 กิโลเมตรจากสนามบินที่ไม่อยู่ใต้เส้นทางการบินโดยตรง มักมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยเฉพาะหากมีการวางแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนเชื่อมต่อกับสนามบิน ทำให้เกิดย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยใหม่ [...]

2025/9/2 • 由 Homeday
กรุงเทพฯ 2 กันยายน 2568 – อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับโลก เตรียมจัดสองงานใหญ่พร้อมกัน ได้แก่ งาน Food ingredients Asia (Fi Asia 2025) และ Vitafoods Asia 2025 ซึ่งเป็นเวทีระดับนานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสารสกัด โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อ “ปลดล็อค” ศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ใช้นวัตกรรมสร้างจุดแข็งสินค้าไทยคว้าโอกาสในตลาดโลก นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ – ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ เปิดเผยว่า การเติบโตของ Food Ingredient Industry ในไทย จะเกิดขึ้นได้จากการผสมผสานมาตรฐานและความปลอดภัยระดับสากล นวัตกรรมและงานวิจัยเชิงลึก การพัฒนาแบรนด์และการตลาดโลก ความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า สำคัญคือ ความร่วมมือระหว่างรัฐ – เอกชน – วิชาการ หากทำครบทุกด้าน เชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีโอกาสก้าวจาก “ครัวของโลก” (Kitchen [...]

2025/11/14 • 由 Homeday
ภูเก็ตกำลังเขียนเรื่องราวบทใหม่ จากจุดหมายของนักท่องเที่ยวและนักลงทุนรายย่อย สู่สมรภูมิการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมที่ร้อนแรงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย การหลั่งไหลของเงินทุนจากสถาบัน การเติบโตของโครงการแบรนด์เรสซิเดนซ์ และแนวโน้มการใช้ชีวิตที่ผสานระหว่าง ‘การอยู่อาศัย’ และ ‘การพักผ่อน’ กำลังพลิกโฉมภูเก็ตให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาค นักพัฒนาอสังหาฯ จากกรุงเทพฯ และต่างประเทศทุ่มเม็ดเงินมหาศาลปักหมุดลงทุนในภูเก็ต ล่าสุดมี พราว เรียลเอสเตท จากกรุงเทพฯ เจ้าของโครงการ The Residences at InterContinental Phuket Resort มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท, แคปสโตน แอสเซท ที่เตรียมเปิดตัว Peylaa Phuket, Autograph Collection Residences มูลค่าราว 3,900 ล้านบาท และ โบ๊ท พัฒนา จากภูเก็ต ที่เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่หลายแห่งต่อเนื่อง ในส่วนของนักลงทุนต่างชาติ นำโดย Amal Group of Companies เจ้าของโครงการ Gardens of Eden มูลค่าราว 11,300 [...]

2025/3/30 • 由 Homeday
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนและเจ้าของทรัพย์สินจำเป็นต้องเข้าใจถึงกลไกการประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อสามารถคาดการณ์และวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการวิเคราะห์ผลกระทบเบื้องต้น การประเมินผลกระทบจากโครงการภาครัฐต่ออสังหาริมทรัพย์ประกอบด้วยปัจจัยหลายมิติ นักลงทุนจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นระบบ โดยมีแนวทางการวิเคราะห์ที่สำคัญดังนี้ การวิเคราะห์ตำแหน่งที่ตั้งโครงการ ตำแหน่งที่ตั้งของโครงการโครงสร้างพื้นฐานเป็นปัจจัยแรกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ อาทิ ระยะห่างจากพื้นที่โครงการ ความเชื่อมโยงของระบบคมนาคม และศักยภาพการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ การวิเคราะห์เชิงพื้นที่จะช่วยประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงมูลค่าทรัพย์สินได้อย่างแม่นยำ การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจครอบคลุมถึงการศึกษาปัจจัยมหภาค อาทิ การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม การลงทุนภาคเอกชน และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ นักลงทุนควรติดตามรายงานการศึกษาผลกระทบจากหน่วยงานราชการและสถาบันวิจัยชั้นนำ เพื่อเข้าใจถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์ระบบสาธารณูปโภค โครงการภาครัฐที่พัฒนาระบบสาธารณูปโภคย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาระบบขนส่งมวลชน ถนน ระบบไฟฟ้า ประปา และโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สิน นักลงทุนควรติดตามแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างใกล้ชิด การประเมินผลกระทบด้านกฎระเบียบ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบผังเมือง การอนุญาตก่อสร้าง และนโยบายการใช้ประโยชน์ที่ดินมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนควรศึกษาและติดตามประกาศและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เครื่องมือและเทคนิคการประเมิน การใช้ข้อมูลเชิงสถิติ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ อาทิ กรมที่ดิน สำนักงานสถิติแห่งชาติ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างแม่นยำ เทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้ในการประเมินผลกระทบ ช่วยให้นักลงทุนสามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ข้อควรระวังในการประเมิน ความไม่แน่นอนของโครงการ โครงการภาครัฐมักประสบปัญหาความล่าช้าและการเปลี่ยนแปลงแผนงาน นักลงทุนควรมีความยืดหยุ่นและเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การกระจายความเสี่ยง การกระจายการลงทุนในพื้นที่และประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างกัน ช่วยลดความเสี่ยงจากผลกระทบของโครงการภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ [...]