พบ 95 บทความ

2025/3/15 • 由 Homeday
ความแตกต่างระหว่างห้อง Studio และ 1 Bedroom ที่คุณควรรู้ การเลือกพื้นที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาที่พักอาศัยแรก ห้อง Studio และ 1 Bedroom เป็นสองตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งในแง่ของพื้นที่ใช้สอย การออกแบบ และราคา พื้นที่ใช้สอยและการวางผัง ห้อง Studio เป็นห้องพักขนาดกะทัดรัดที่รวมพื้นที่นอน พื้นที่นั่งเล่น และพื้นที่ทำครัวไว้ในพื้นที่เดียวกัน ลักษณะเด่นของห้อง Studio คือการออกแบบแบบเปิดโล่ง ไม่มีผนังกั้นระหว่างพื้นที่ต่างๆ ทำให้ดูกว้างขวางและใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า พื้นที่ใช้สอยโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 25-35 ตารางเมตร ซึ่งเหมาะสำหรับคนโสด นักศึกษา หรือคนทำงานที่ต้องการที่พักอาศัยแบบเรียบง่าย ในทางตรงกันข้าม ห้อง 1 Bedroom จะมีการแบ่งพื้นที่อย่างชัดเจน มีห้องนอนแยกออกมาเป็นสัดส่วน พร้อมกับพื้นที่นั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำที่แยกออกจากกัน ขนาดพื้นที่ใช้สอยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 35-50 ตารางเมตร ซึ่งให้ความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายมากกว่าห้อง Studio การตกแต่งและการใช้งาน การตกแต่งห้อง Studio ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการวางแผนการใช้พื้นที่อย่างเป็นระบบ เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ควรเป็นแบบอเนกประสงค์ เช่น เตียงพับได้ [...]

2024/12/19 • 由 Homeday
Alexander & James เนรมิตพื้นที่รวม 100 ตรม. ในโซนห้าง Home Fashion เฟอร์นิเจอร์สโตร์ Chic Republic สาขาภูเก็ต จัดเต็มชุดโซฟารุ่นใหม่และรุ่นคลาสสิค กว่า 15 รุ่น ให้ผู้ที่ชื่นชอบโซฟาสไตล์อังกฤษได้สัมผัสและทดลองนั่งแล้ววันนี้จากความสำเร็จของ Alexander & James แฟล็กชิปโชว์รูมในย่านเอกมัย ส่งตรงถ

2025/3/28 • 由 Homeday
การออกแบบและจัดสรรพื้นที่ในบ้านชั้นครึ่งให้มีประสิทธิภาพเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจในการใช้งานพื้นที่อย่างชาญฉลาด บทความนี้จะเปิดเผย 7 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณสามารถดึงศักยภาพสูงสุดจากพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง เพื่อให้ทุกตารางเมตรมีคุณค่าและใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด 1. การวางแผนผังพื้นที่แบบฟังก์ชันนัล การออกแบบผังพื้นที่ที่ชาญฉลาดเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการการใช้งานจริง แบ่งพื้นที่ตามฟังก์ชันการใช้งานหลัก โดยคำนึงถึงการไหลของการใช้ชีวิตและความสะดวกสบาย การแบ่งโซนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แยกพื้นที่ส่วนสาธารณะและส่วนตัวอย่างชัดเจน ออกแบบการเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ให้มีความต่อเนื่อง สร้างพื้นที่อเนกประสงค์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ 2. การใช้เฟอร์นิเจอร์แบบอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์ที่มีความสามารถหลายฟังก์ชันเป็นกุญแจสำคัญในการประหยัดพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง เทคนิคการเลือกเฟอร์นิเจอร์ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีช่องเก็บของในตัว ใช้เตียงที่มีลิ้นชักด้านล่าง เลือกโต๊ะทำงานแบบพับเก็บได้ 3. การออกแบบการจัดเก็บแนวตั้ง การใช้ประโยชน์จากพื้นที่แนวตั้งช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยไม่ต้องขยายพื้นที่ใช้สอย กลยุทธ์การจัดเก็บแนวตั้ง ติดตั้งชั้นวางของสูงถึงเพดาน ใช้ราวแขวนหรือตะขอเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีความสูงเต็มผนัง 4. การสร้างพื้นที่กึ่งแบ่งสัดส่วน การใช้เทคนิคการแบ่งพื้นที่แบบนุ่มนวลช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการใช้งาน เทคนิคการแบ่งพื้นที่ ใช้บานพับหรือม่านกั้นพื้นที่ เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ทำหน้าที่แบ่งพื้นที่ ออกแบบพื้นที่โล่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ 5. การเลือกสีและแสงที่เหมาะสม สีและแสงมีบทบาทสำคัญในการสร้างความรู้สึกกว้างขวางให้กับพื้นที่บ้านชั้นครึ่ง กลยุทธ์การใช้สีและแสง เลือกใช้โทนสีอ่อนและสว่าง เพิ่มแสงธรรมชาติด้วยหน้าต่างขนาดใหญ่ ใช้กระจกสะท้อนแสงเพื่อขยายพื้นที่ 6. การออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ พื้นที่อเนกประสงค์ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานบ้านชั้นครึ่ง เทคนิคการสร้างพื้นที่อเนกประสงค์ ออกแบบมุมทำงานในห้องนอน สร้างพื้นที่รับประทานอาหารที่สามารถใช้งานหลายอย่าง เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายง่าย 7. การจัดระเบียบและการดูแลรักษา การจัดระเบียบอย่างต่อเนื่องช่วยรักษาประสิทธิภาพการใช้งานพื้นที่ แนวทางการจัดระเบียบ กำจัดสิ่งของที่ไม่จำเป็นอย่างสม่ำเสมอ จัดหมวดหมู่สิ่งของอย่างเป็นระบบ [...]

2025/3/28 • 由 Homeday
การออกแบบบ้านชั้นเดียวในงบประมาณที่จำกัดไม่ได้หมายความว่าจะต้องดูธรรมดาหรือไร้สไตล์ ด้วยเทคนิคการออกแบบที่ชาญฉลาดและความคิดสร้างสรรค์ คุณสามารถสร้างบ้านชั้นเดียวที่ดูหรูหราและมีเสน่ห์ราวกับบ้านหลายล้านได้ 1. การเลือกวัสดุที่ชาญฉลาด การเลือกวัสดุที่มีคุณภาพแต่ไม่แพงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างบ้านหรู วัสดุทางเลือกที่น่าสนใจ ได้แก่: กระเบื้องลายหินอ่อนที่มีราคาประหยัด แต่ให้ลุคหรูหรา ไม้เทียมที่มีคุณภาพสูง ทนทานและดูดีเหมือนไม้แท้ สีทาภายนอกและภายในที่มีคุณภาพสูง ให้ความรู้สึกเรียบหรู 2. การออกแบบพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาด การวางแผนพื้นที่ใช้สอยอย่างชาญฉลาดสามารถเพิ่มความรู้สึกหรูหราให้กับบ้านได้: การออกแบบพื้นที่เปิดโล่ง (Open Plan) ที่เชื่อมต่อระหว่างห้องนั่งเล่น ครัว และพื้นที่รับประทานอาหาร การใช้แสงธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการวางตำแหน่งหน้าต่างอย่างเหมาะสม การสร้างมุมพักผ่อนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 3. การเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งสามารถยกระดับความรู้สึกหรูหราของบ้านได้: เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เรียบง่ายแต่ทันสมัย การใช้กระจกและวัสดุสะท้อนแสงเพื่อสร้างมิติให้กับพื้นที่ การเลือกของตกแต่งที่มีความโดดเด่นเพียง 2-3 ชิ้น แทนการตกแต่งรกรุงรัง 4. การใช้สีและแสงอย่างสร้างสรรค์ สีและแสงมีบทบาทสำคัญในการสร้างบรรยากาศหรูหรา: เลือกโทนสีกลางๆ เช่น เทา ขาว หรือเบจ ที่ให้ความรู้สึกสงบและหรูหรา การใช้ไฟส่องเน้นจุดเด่นในบ้าน การติดตั้งไฟ LED ที่สามารถปรับเปลี่ยนบรรยากาศได้ 5. การจัดภูมิทัศน์รอบบ้าน พื้นที่ภายนอกมีความสำคัญไม่แพ้ภายใน: การออกแบบสวนขนาดเล็กที่กระชับและเป็นระเบียบ การใช้วัสดุธรรมชาติในการตกแต่งภายนอก เช่น หิน [...]

2023/11/29 • 由 Homeday
บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet Family Residences) มุ่งมั่นพัฒนาประสบการณ์อยู่อาศัยกับสัตว์เลี้ยงอย่างดีที่สุด ใส่ใจในทุกองค์ประกอบเพื่อความสุขที่เท่าเทียมทั้งคนและสัตว์เลี้ยง ล่าสุดร่วมมือกับ “โมเดอร์นฟ

2025/3/24 • 由 Homeday
เอสบี ดีไซน์สแควร์ เปิดตัวเฟอร์นิเจอร์คอลเลกชันใหม่ VENTO & EASYFIT เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดออกแบบด้วยแนวคิด “Slim Design, Maximize Space” ทำให้เฟอร์นิเจอร์มีโครงสร้างบางเบาเพียง 12 มิลลิเมตร แต่ยังคงความแข็งแรง รองรับน้ำหนักและการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดวางได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามต้องการ เพิ่มความยืดหยุ่นให้พื้นที่อยู่อาศัยและคงความสวยงามของบ้าน เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นของคอลเลกชัน VENTO & EASYFIT ออกแบบอย่างไร้รอยต่อและไร้รูเจาะช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ดูสะอาดตา ให้สัมผัสความรู้สึกที่ปราณีต เรียบหรู และโมเดิร์น ผลิตจากไม้ MDF มาตรฐาน E1 ซึ่งปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดการปล่อยสารฟอร์มาลดีไฮด์และไม่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ ผิวเคลือบคุณภาพสูง PVC และ Foil ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ทนต่อความชื้น และทำความสะอาดง่าย อีกทั้งยังใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ VENTO & EASYFIT เฟอร์นิเจอร์ยุคใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Gen Z ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และผู้ที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดดเด่นด้วยนวัตกรรม “Slide & Click” [...]

2025/4/15 • 由 Homeday
ปัญหาบ้านร้อนอบอ้าวเป็นปัญหาที่พบบ่อยในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดทั้งปีและมีแนวโน้มร้อนขึ้นเรื่อยๆ หลายครอบครัวเลือกแก้ปัญหาด้วยการติดเครื่องปรับอากาศเพิ่ม หรือเปิดใช้งานเป็นเวลานานขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าพุ่งสูงตามไปด้วย ความจริงแล้วมีหลายวิธีที่สามารถช่วยลดอุณหภูมิภายในบ้านได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากเกินไป บทความนี้จะแนะนำสาเหตุที่ทำให้บ้านร้อนและวิธีการแก้ไขที่มีประสิทธิภาพเพื่อช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายยิ่งขึ้น สาเหตุหลักที่ทำให้บ้านร้อนอบอ้าว เมื่อต้องการแก้ปัญหาบ้านร้อน เราควรเข้าใจก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้บ้านของเรามีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อเรื่องนี้ 1. ขาดพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน บ้านจำนวนมากพยายามใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จนมองข้ามความสำคัญของพื้นที่สีเขียว หลายครอบครัวเปลี่ยนสนามหญ้าเป็นลานคอนกรีต หรือไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ทำให้ช่วงหน้าร้อนไม่มีพื้นที่ร่มรื่นภายในบริเวณบ้าน ส่งผลให้แสงแดดส่องกระทบตัวบ้านโดยตรง ทำให้บ้านสะสมความร้อนได้มากขึ้น 2. การวางผังบ้านไม่เหมาะสมกับทิศทาง สาเหตุสำคัญของบ้านร้อนอีกประการคือการวางตำแหน่งห้องในบ้านไม่สอดคล้องกับทิศทาง โดยเฉพาะห้องที่ใช้งานบ่อย เช่น ห้องนั่งเล่น หรือห้องนอน อยู่ในทิศที่รับแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่ายทางทิศใต้และทิศตะวันตก นอกจากนี้ การไม่มีกันสาดหรือระแนงกันความร้อน รวมถึงการไม่เปิดหน้าต่างหรือประตูให้ลมถ่ายเท ก็เป็นสาเหตุให้เกิดความร้อนสะสมภายในบ้านได้ 3. การต่อเติมบ้านโดยไม่คำนึงถึงการระบายอากาศ การปรับปรุงหรือต่อเติมบ้านที่ไม่ได้คำนึงถึงหลักการออกแบบที่ถูกต้อง อาจทำให้บ้านร้อนยิ่งขึ้น เช่น การสร้างรั้วสูงทึบที่ปิดกั้นการไหลเวียนของลม หรือการต่อเติมส่วนต่างๆ ของบ้านโดยไม่เว้นช่องว่างให้แสงและลมผ่านเข้าออก ทำให้บ้านอับทึบและสะสมความร้อนได้ง่าย 4. การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ไม่เหมาะสม เฟอร์นิเจอร์มีส่วนสำคัญต่อการระบายอากาศภายในบ้าน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เกินไป หรือจัดวางในตำแหน่งที่กีดขวางการไหลเวียนของอากาศ จะทำให้บ้านอบอ้าวและระบายความร้อนได้ไม่ดี ควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะกับขนาดห้องและไม่กีดขวางทางลมผ่าน 5. การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดความร้อนมากเกินไป บ้านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ปล่อยความร้อนสูงอย่างเตาอบ เตาไมโครเวฟ หรือคอมพิวเตอร์ จะทำให้อุณหภูมิในบ้านสูงขึ้น นอกจากนี้ การไม่มีเครื่องดูดควันหรือพัดลมระบายอากาศในห้องครัว [...]

2024/9/9 • 由 Homeday
เอสเซ็นท์ วิลล์ ฉะเชิงเทรา (Escent Ville Chachoengsao) คอนโดติดโรบินสัน ฉะเชิงเทรา ผมปาล์ม Homeday พาชมโครงการ Escent Ville ฉะเชิงเทรา คอนโดใหม่พร้อมอยู่ แต่งครบ* จากเซ็นทรัลพัฒนา “ติดโรบินสันไลฟ์สไตล์ ฉะเชิงเทรา”คอนโดซื้อคุ้มกว่า ผ่อนเริ่ม 5,600*บาท./เดือน ราคาเริ่มต้น 1.45 ล้านบาท* (ก.ย.2567)โปรโมชันพิเศษสูงสุด 30,000.* บาทฟรี!! เฟอร์นิเจอร์ตามมาตรฐานโครงการ*ฟรี!! แอร์ ทุกยูนิต*

2025/8/6 • 由 Homeday
กรุงเทพฯ – ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการแต่งบ้านที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองมากขึ้น โดยเลือกสิ่งที่ทำให้ตัวเรามีความสุขอยู่กับปัจจุบัน แทนที่จะต้องวิ่งตามเทรนด์ไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะแนวคิดการสร้าง “Slow Living Space” ภายในบ้าน เพราะผู้คนต่างต้องการพื้นที่ปลอดภัยที่ให้เราได้หยุดพัก ชาร์จพลังสำหรับเช้าวันใหม่ ได้ใช้ทุกช่วงเวลาอย่างมีความหมาย เพราะในบางครั้งเราอาจมองข้ามสิ่งต่าง ๆ ไปในช่วงที่ชีวิตเร่งรีบ สิ่งเหล่านี้ คือแรงบันดาลใจพื้นฐานที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ นำมาตีความเพื่อสร้างสรรค์เฟอร์นิเจอร์คอลเลกชันไม้จริงกับ “AOMORI Series” (ซีรีส์อาโอโมริ) “AOMORI Series” เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงคอลเลกชันใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยการดีไซน์ของเส้นสายที่โค้งมนละมุนตา เผยลวดลายเนื้อไม้อย่างชัดเจน ภายใต้สีเอิร์ธโทนที่เรียบง่ายและรายละเอียดเฉพาะตัว เสมือนการดึงพลังจากธรรมชาติมาเติมเต็มบรรยากาศในบ้านที่สุขสงบ และอบอุ่น บอกเล่าถึงความรู้สึกและสัมผัสอันอ่อนโยนผ่านทุกฟังก์ชันการใช้งาน ราวกับการได้ตื่นขึ้นในตอนเช้าวันสบาย ๆ แบบ“Lazy Morning” ที่คุณสามารถใช้เวลานั่งคิด จิบเครื่องดื่มแก้วโปรด เพื่อเตรียมร่างกายและจิตใจให้พร้อม สำหรับเริ่มต้นวันใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง แรงบันดาลใจการดีไซน์รูปแบบ “JAPANDI” ของเฟอร์นิเจอร์ “AOMORI Series” อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ต้องการนำเสนอ “AOMORI” [...]

2025/4/2 • 由 Homeday
ภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ได้ การรู้จักวิธีป้องกันตัวและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและสูญเสียได้อย่างมาก บทความนี้จะแนะนำ 10 วิธีในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า การปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุ ไปจนถึงการฟื้นฟูหลังเกิดภัยพิบัติ 1. การเตรียมพร้อมที่อยู่อาศัยให้แข็งแรง การเตรียมบ้านเรือนให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการรับมือกับแผ่นดินไหว เริ่มต้นจากการตรวจสอบโครงสร้างของบ้านว่ามีความมั่นคงเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะบ้านเก่าหรืออาคารที่ก่อสร้างมานาน ควรปรึกษาวิศวกรโครงสร้างเพื่อประเมินความแข็งแรงและทำการเสริมความมั่นคงให้กับตัวอาคาร การติดตั้งระบบเสริมความมั่นคงให้กับบ้านมีหลายวิธี เช่น การเสริมเสาและคานให้แข็งแรง การติดตั้งระบบต้านแรงแผ่นดินไหว หรือการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่น ที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ดี นอกจากนี้ ยังควรตรวจสอบและซ่อมแซมรอยแตกร้าวของกำแพงหรือฐานรากอาคารอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรืออาคารสูง ควรสอบถามนิติบุคคลอาคารชุดถึงมาตรฐานการก่อสร้างและระบบป้องกันแผ่นดินไหวของอาคาร รวมถึงแผนอพยพในกรณีฉุกเฉิน การเลือกที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานการก่อสร้างตามหลักวิศวกรรมแผ่นดินไหวจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยพิบัติได้อย่างมาก 2. การจัดเตรียมพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัย เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของภายในบ้านอาจกลายเป็นอันตรายได้เมื่อเกิดแผ่นดินไหว การจัดการพื้นที่ภายในบ้านให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการยึดเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ หรือตู้หนังสือเข้ากับผนังอย่างมั่นคง เพื่อป้องกันไม่ให้ล้มทับเมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ควรจัดวางของหนักไว้บนชั้นล่างของชั้นวางของ และไม่วางสิ่งของที่แตกง่ายหรือมีน้ำหนักมากไว้เหนือเตียงนอนหรือโซฟา ติดตั้งอุปกรณ์ล็อคสำหรับตู้และลิ้นชักเพื่อป้องกันการเปิดออกระหว่างเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ยังควรใช้แผ่นกันลื่นหรือตีนตุ๊กแกรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหรือชั้นวาง การจัดเตรียมเส้นทางอพยพภายในบ้านให้โล่งและปราศจากสิ่งกีดขวางก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรกำหนดพื้นที่ปลอดภัยในแต่ละห้องสำหรับหลบภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรง หรือบริเวณมุมห้องที่ไม่มีสิ่งของหนักตั้งอยู่เหนือศีรษะ และให้สมาชิกในครอบครัวทุกคนทราบถึงตำแหน่งเหล่านี้ 3. การจัดเตรียมถุงยังชีพและแผนอพยพฉุกเฉิน การจัดเตรียมถุงยังชีพสำหรับภัยพิบัติแผ่นดินไหวเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกครัวเรือนควรมี ถุงยังชีพควรบรรจุของใช้ที่จำเป็นอย่างน้อยสำหรับ 3-7 วัน ได้แก่ [...]

2025/4/2 • 由 Homeday
แผ่นดินไหวเป็นภัยธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของที่อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายและการบาดเจ็บ แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหวรุนแรง แต่เรายังคงสามารถรับผลกระทบจากแผ่นดินไหวในประเทศเพื่อนบ้านได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดบ้านให้ปลอดภัยเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยเน้นที่ 5 จุดสำคัญที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้าน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของหนักในบ้านอย่างเหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันอันตรายเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เนื่องจากขณะเกิดแรงสั่นสะเทือน วัตถุหนักอาจล้มหรือเคลื่อนที่จนเป็นอันตรายต่อผู้อยู่อาศัย การยึดติดเฟอร์นิเจอร์กับผนังหรือพื้น เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้หนังสือ หรือชั้นวางของ ควรได้รับการยึดติดกับผนังหรือพื้นอย่างแน่นหนา สามารถใช้อุปกรณ์ยึดเฟอร์นิเจอร์ (Furniture Anchor) หรือสายรัดกันล้ม (Anti-tip Straps) ซึ่งมีจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ก่อสร้างทั่วไป การยึดติดจะช่วยป้องกันไม่ให้เฟอร์นิเจอร์ล้มทับผู้อยู่อาศัยขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในห้องนอนเด็กหรือห้องที่มีการใช้งานเป็นประจำ การจัดวางของหนักในระดับต่ำ ควรวางสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไว้ในชั้นล่างของชั้นวางของหรือตู้ เช่น หนังสือเล่มใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของสะสมที่มีน้ำหนัก ส่วนของเบาควรจัดเก็บไว้ในชั้นบน เพื่อลดความเสี่ยงที่ของหนักจะตกลงมาทำให้เกิดการบาดเจ็บ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนหัวเตียงหรือเหนือที่นั่งที่ใช้งานเป็นประจำ การจัดเตรียงทางหนีไฟ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้ไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ประตู หน้าต่าง หรือเส้นทางการอพยพ ควรมีเส้นทางอพยพอย่างน้อย 2 เส้นทางในแต่ละห้อง โดยไม่มีสิ่งกีดขวางที่อาจล้มขวางทางได้ขณะเกิดแผ่นดินไหว การจัดให้มีพื้นที่ว่างที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับหลบภัยเฉพาะหน้า เช่น ใต้โต๊ะที่แข็งแรงหรือใกล้เสาบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม 2. การตรวจสอบโครงสร้างอาคารและจุดเสี่ยง บ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรงย่อมปลอดภัยกว่าเมื่อเกิดแผ่นดินไหว [...]

2025/3/19 • 由 Homeday
การสูญหายของรีโมทแอร์เป็นปัญหาที่พบบ่อยในบ้านและสำนักงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายและการใช้งานเครื่องปรับอากาศ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุและวิธีป้องกันการสูญหายของรีโมทแอร์ ทำความเข้าใจปัญหาการหายของรีโมทแอร์ สาเหตุหลักของการสูญหาย พฤติกรรมการวางที่ไม่คงที่ การวางรีโมทแอร์แบบสุ่มและไม่มีที่วางประจำเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รีโมทหาย ผู้ใช้มักวางไว้ตามที่ต่างๆ โดยไม่ระมัดระวัง เช่น ระหว่างเบาะโซฟา ข้างเตียง หรือบนโต๊ะทำงาน ขนาดเล็กและง่ายต่อการสูญหาย รีโมทแอร์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมีสีเรียบๆ ทำให้เบลนดิ้งกับพื้นผิวต่างๆ ได้ง่าย ยิ่งในบ้านที่มีของเยอะหรือมีเด็กเล็ก โอกาสการสูญหายยิ่งสูง การเคลื่อนย้ายโดยไม่ตั้งใจ สมาชิกในบ้านหรือผู้ใช้งานมักจะเคลื่อนย้ายรีโมทโดยไม่รู้ตัว เช่น ขณะทำความสะอาด จัดเก็บของ หรือเปลี่ยนตำแหน่งการนั่ง วิธีป้องกันการสูญหายของรีโมทแอร์ การจัดการพื้นที่ จัดทำที่วางรีโมทประจำ กำหนดตำแหน่งเฉพาะสำหรับวางรีโมทแอร์ เช่น ที่วางข้างเครื่องปรับอากาศ หรือที่วางพิเศษบนโต๊ะ ควรเป็นพื้นที่ที่มองเห็นชัดเจนและเข้าถึงง่าย ใช้อุปกรณ์ช่วยจัดเก็บ เลือกที่วางรีโมทที่มีดีไซน์เหมาะสมกับการตกแต่งภายใน อาจเป็นกล่องเก็บเฉพาะ ที่วางติดผนัง หรือที่วางบนโต๊ะที่มีช่องใส่รีโมท เทคนิคการติดตามและป้องกัน ติดสติกเกอร์หรือป้ายชื่อ ติดสติกกเกอร์หรือป้ายชื่อที่มีชื่อครอบครัวหรือหมายเลขติดต่อบนรีโมท ช่วยให้สามารถติดตามคืนได้หากหาย ใช้อุปกรณ์ติดตามสัญญาณ นำเทคโนโลยี Bluetooth tracker มาช่วยในการค้นหา สามารถติดตั้งกับรีโมทเพื่อติดตามตำแหน่งได้ง่าย การแก้ปัญหาเมื่อรีโมทหาย วิธีค้นหารีโมท ตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียง ค้นหาบริเวณโซนที่นั่ง ใต้เฟอร์นิเจอร์ [...]