กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
รวมบทความเกี่ยวกับปลูกผักกินเอง จำนวน 8 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
การปลูกผักสลัดที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการรับประทานผักปลอดสารพิษและสดใหม่ แม้จะมีพื้นที่จำกัดหรือไม่ถนัดในการใช้อุปกรณ์การเกษตรแบบดั้งเดิม เช่น จอบหรือเสียม ก็สามารถปลูกผักสลัดได้ง่ายๆ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม บทความนี้จะแนะนำวิธีการปลูกผักสลัดที่บ้านแบบง่ายๆ ทั้งระบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกในดิน เพื่อให้คุณได้ผักสลัดออร์แกนิกสดใหม่ไว้รับประทานเองที่บ้าน ขอบคุณภาพจาก : EY – Gardening วิธีปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟม การปลูกผักสลัดแบบไฮโดรโปนิกส์ในกล่องโฟมเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือไม่ต้องการยุ่งยากกับการเตรียมดิน กล่องโฟมที่ใช้แล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ที่ต้องใช้ กล่องโฟมพร้อมฝาปิด (สามารถขอจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่มักทิ้งกล่องเหล่านี้) มีดคัตเตอร์หรือเลื่อยบางๆ สำหรับตัดรูบนฝากล่องโฟม ถุงพลาสติกสีดำขนาดใหญ่ กระถางสำหรับปลูกผักไฮโดรโปนิกส์หรือกระถางที่มีรูระบายน้ำดี สารละลายธาตุอาหารสำหรับไฮโดรโปนิกส์ (ปุ๋ย A และ B) วัสดุปลูกไฮโดรโปนิกส์ เช่น เพอร์ไลท์หรือเวอร์มิคูไลท์ เมล็ดผักสลัด ขั้นตอนการทำ เตรียมกล่องโฟมโดยล้างให้สะอาด ถ้ามีแกนโฟมอยู่ข้างในให้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดออกให้หมด ตัดรูบนฝากล่องโฟมตามขนาดของกระถาง โดยใช้ก้นกระถางเป็นแนวในการตัด ควรตัดรูให้เล็กกว่าขนาดกระถางเล็กน้อยเพื่อให้กระถางพอดีกับรู ผสมสารละลายธาตุอาหาร A และ B ตามสัดส่วนที่แนะนำบนฉลาก โดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 5 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร เพาะเมล็ดผักสลัดในฟองน้ำหรือวัสดุปลูกที่เตรียมไว้ รอให้งอกประมาณ 2-3 วัน [...]
การปลูกผักไม้เลื้อยในบ้านเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนรักสวนที่ต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผักไม้เลื้อยไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่สามารถนำมารับประทานได้ แต่ยังช่วยสร้างร่มเงาและความสวยงามให้กับบ้านอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจประโยชน์ของผักไม้เลื้อยและแนะนำชนิดที่เหมาะสำหรับปลูกในบ้านของคุณ ทำไมควรปลูกผักไม้เลื้อยในบ้าน? ประหยัดพื้นที่ได้มากกว่า การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยให้คุณใช้พื้นที่ในแนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แทนที่จะปลูกพืชในแนวราบซึ่งต้องใช้พื้นที่มาก คุณสามารถปลูกผักไม้เลื้อยให้เติบโตขึ้นไปตามค้างหรือโครงสร้างที่จัดเตรียมไว้ วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮาส์ หรือบ้านในเมืองที่มีพื้นที่สวนน้อย ให้ร่มเงาและลดความร้อน ผักไม้เลื้อยสามารถช่วยสร้างร่มเงาให้กับบ้านและลดอุณหภูมิโดยรอบได้ เมื่อปลูกให้เลื้อยขึ้นตามซุ้มหรือระแนง ใบของพืชจะช่วยกรองแสงแดดและลดความร้อนที่เข้าสู่บ้าน นี่เป็นประโยชน์อย่างมากในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย ช่วยประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย ปรับปรุงคุณภาพอากาศ ผักไม้เลื้อยช่วยดูดซับมลพิษและปล่อยออกซิเจนออกมา ทำให้อากาศรอบบ้านสะอาดขึ้น พืชเหล่านี้สามารถกรองฝุ่นละอองและสารพิษต่างๆ ในอากาศ ช่วยให้สภาพแวดล้อมในบ้านดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ ทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่มากขึ้น เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยช่วยดึงดูดแมลงที่เป็นประโยชน์ เช่น ผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงช่วยผสมเกสรอื่นๆ สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บ้านของคุณ และส่งเสริมระบบนิเวศที่สมดุล แมลงเหล่านี้ยังช่วยในการควบคุมศัตรูพืชโดยธรรมชาติอีกด้วย ประโยชน์ต่อสุขภาพ การปลูกผักไม้เลื้อยไว้รับประทานเองที่บ้านช่วยให้คุณได้รับผักที่สดใหม่ ปลอดสารพิษ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง การทำสวนยังช่วยลดความเครียด เพิ่มความสุข และส่งเสริมการออกกำลังกายเบาๆ ได้อีกด้วย การได้สัมผัสกับธรรมชาติผ่านการทำสวนมีผลดีต่อสุขภาพจิตใจอย่างมาก 10 ผักไม้เลื้อยที่ควรปลูกในบ้าน 1. ตำลึง: ผักใบเขียวคุณค่าสูง ตำลึงเป็นไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายและเติบโตเร็ว มีลักษณะลำต้นเป็นเถาเลื้อยมีมือเกาะ ใบคล้ายรูปหัวใจ [...]
ประโยชน์ของการทำแปลงผักอิฐบล็อกในบ้าน การปลูกผักสวนครัวที่บ้านกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นและผู้คนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักไว้รับประทานเองที่บ้าน เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และประหยัดงบประมาณ4 นอกจากนี้ยังช่วยให้มีผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานทุกวัน ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าผักที่ซื้อจากตลาด การทำแปลงผักอิฐบล็อกมีข้อดีหลายประการ ได้แก่: ช่วยเพิ่มหน้าดินให้ลึกขึ้นและป้องกันการไหลของปุ๋ย มีความแข็งแรงทนทาน สามารถใช้งานได้นานถึง 3-5 ปีขึ้นไป ช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าชอนไชเข้ามาในแปลงผัก สร้างความเป็นระเบียบและสวยงามให้กับพื้นที่ วัสดุและงบประมาณในการทำแปลงผักอิฐบล็อก การทำแปลงผักด้วยอิฐบล็อกไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง จากตัวอย่างการทำแปลงผักขนาด 4×1.5 เมตร จำนวน 6 แปลง ใช้งบประมาณเพียง 1,164 บาท4 โดยมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายดังนี้: อิฐบล็อก 144 ก้อน ราคาก้อนละ 6 บาท รวม 864 บาท4 ก้อนหินสำหรับโรยรอบๆ แปลง 300 บาท4 สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด สามารถเลือกใช้อิฐประสานซึ่งมีราคาถูกกว่า โดยแปลงขนาด 40 ซม. x 272 ซม. สูง 20 ซม. ใช้งบประมาณเพียง [...]
แตงกวาเป็นผักสวนครัวยอดนิยมที่หลายคนชอบรับประทานและนำมาตกแต่งจานอาหาร แม้อยู่ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ห้องเล็กๆ ก็สามารถปลูกแตงกวาในกระถางได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีปลูกแตงกวาในกระถางแบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่ให้ได้ผลผลิตดี ติดผลดก สามารถเก็บกินได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก เพียงรู้เทคนิคและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง คุณก็จะได้แตงกวาสดๆ ปลอดสารพิษไว้รับประทานเองที่บ้าน ทำไมแตงกวาถึงเหมาะกับการปลูกในกระถาง? แตงกวาเป็นพืชที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วและให้ผลผลิตไว เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เริ่มต้นปลูกผัก โดยใช้เวลาเพียง 32-35 วันหลังหยอดเมล็ดก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว แม้แตงกวาจะเป็นพืชเถาเลื้อย แต่ก็สามารถจัดการให้เติบโตในพื้นที่จำกัดได้โดยการทำค้างหรือซุ้มให้เลื้อย ข้อดีอีกประการของการปลูกแตงกวาในกระถางคือ คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า สามารถเคลื่อนย้ายกระถางไปยังจุดที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ และปรับเปลี่ยนดินและปุ๋ยได้ง่าย นอกจากนี้ แตงกวาที่ปลูกเองยังปลอดภัยจากสารเคมี ให้ความสดใหม่ และมีรสชาติดีกว่าที่ซื้อจากตลาด แตงกวาเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศอบอุ่น ไม่ร้อนและไม่เย็นชื้นจนเกินไป ชอบแสงแดดและต้องการแสงอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง การจัดวางกระถางในตำแหน่งที่ได้รับแสงอย่างเพียงพอจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกแตงกวาให้ประสบความสำเร็จ อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการปลูกแตงกวาในกระถางมีอะไรบ้าง? ก่อนเริ่มปลูกแตงกวาในกระถาง คุณควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ซึ่งประกอบด้วย: เมล็ดพันธุ์แตงกวา – ควรเลือกเมล็ดที่มีคุณภาพดี แข็งแรง และสมบูรณ์ เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน ควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของคุณ เช่น แตงกวาพันธุ์มัมมี่ที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง ดินร่วนปนทราย – ดินที่เหมาะกับการปลูกแตงกวาควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และผ่านการตากแดดมาแล้ว ค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 5.5-6.8 ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก [...]
การปลูกผักชีในกระถางกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสวนและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวสดใหม่ไว้ปรุงอาหาร เนื่องจากผักชีเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ การปลูกในกระถางนั้นไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้การดูแลและเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผักชีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใน 100 กรัม มีพลังงานเพียง 23 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำไมต้องเลือกปลูกผักชีในกระถาง? การปลูกผักชีในกระถางมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมของคนรักการทำสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกในแปลงดิน เนื่องจากสามารถย้ายกระถางไปมาได้ตามความเหมาะสมของแสงแดดและอากาศ นอกจากนี้ การปลูกผักชีในกระถางยังช่วยป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชได้ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของดินและการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผักชีเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี ซึ่งเมื่อปลูกในกระถางจะสามารถจัดเตรียมสภาพดินให้เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การเก็บเกี่ยวก็เป็นอีกข้อดีหนึ่งของการปลูกในกระถาง เนื่องจากสามารถวางกระถางไว้ใกล้ครัวหรือในตำแหน่งที่สะดวกต่อการหยิบมาใช้ประกอบอาหาร ทำให้ได้ผักชีสดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้ เลือกอุปกรณ์และเตรียมดินปลูกอย่างไร? การเตรียมอุปกรณ์และดินปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักชี สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ผักชีที่มีคุณภาพ กระถางที่มีรูระบายน้ำ ดินร่วน ปุ๋ยคอก ทรายหรือขี้เถ้า และฟางข้าวหรือหญ้าแห้งสำหรับคลุมดิน การเลือกกระถางควรเลือกชนิดที่มีความลึกอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้รากผักชีมีพื้นที่เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และต้องมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้รากเน่าได้ สำหรับการเตรียมดินปลูก สามารถใช้สูตรดินที่ประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน [...]
ในยุคที่ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักสดที่วางจำหน่ายตามตลาดกลายเป็นประเด็นที่น่าวิตกสำหรับผู้บริโภค การหันมาปลูกผักไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้บริโภค การปลูกผักในกระถางไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังสามารถควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผักที่เรากินได้อย่างมั่นใจ แม้ว่าจะมีพื้นที่จำกัดในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ก็สามารถปลูกผักหลากหลายชนิดไว้กินเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการที่เรียบง่าย การดูแลที่ไม่ซับซ้อน และได้ผลผลิตที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ปัญหาสารเคมีตกค้างในผักที่ควรรู้ กรมอนามัยได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับสถานการณ์สารเคมีตกค้างในผักสดที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยพบว่าผักสด 10 ชนิดที่มีการบริโภคกันอย่างแพร่หลายมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในระดับสูง ผักเหล่านี้ได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี การได้รับสารเคมีเหล่านี้ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นหัวใจวาย นอกจากผลกระทบในระยะสั้นแล้ว การได้รับสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ แต่สะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานยังเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในระยะยาวอีกด้วย ปัญหานี้ทำให้ผู้บริโภคที่ต้องการรับประทานผักเพื่อสุขภาพต้องเผชิญกับความกังวลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นการหันมาปลูกผักไว้กินเองจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการมีผักปลอดสารพิษ การปลูกผักเองยังช่วยให้เราสามารถเลือกใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปุ๋ยธรรมชาติ การใช้น้ำหมักชีวภาพในการบำรุงพืช หรือการใช้สมุนไพรธรรมชาติในการป้องกันแมลงศัตรูพืช วิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคแล้ว ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศในสวนเล็ก ๆ ของเราอีกด้วย วิธีปลูกผักใบเขียวในกระถาง การปลูกกวางตุ้งในกระถาง กวางตุ้งเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายที่มีความชื้นสูง การเตรียมดินเริ่มจากการพรวนดินให้พร้อม กำจัดวัชพืชให้หมด แล้วผสมปุ๋ยคอกลงไป จากนั้นหย่อนเมล็ดลงในกระถางเพาะกล้า รดน้ำและใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม [...]
โหระพาเป็นหนึ่งในผักสวนครัวยอดนิยมที่ควรมีไว้ในทุกบ้าน เนื่องจากใช้ปรุงอาหารไทยได้หลากหลาย มีกลิ่นหอม และยังอุดมไปด้วยสรรพคุณทางยาสมุนไพร การปลูกโหระพาให้ประสบความสำเร็จต้องเข้าใจเทคนิคการปลูกที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะกล้า ไปจนถึงการป้องกันโรคและแมลงศัตรู บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกโหระพาแบบครบครันที่จะช่วยให้คุณได้โหระพาที่สด อร่อย และปลอดภัย โหระพาคืออะไร และมีลักษณะพิเศษอย่างไร? โหระพามีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum basilicum L. จัดอยู่ในวงศ์ Labiatae เป็นวงศ์เดียวกับกะเพราและแมงลัก มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกาและเอเชีย ชื่อภาษาอังกฤษคือ Basil, Sweet Basil และ Thai Basil ซึ่งคำว่า Basil มาจากภาษากรีก Basileus แปลว่า ราชา หรือ ผู้นำของประชาชน ในภาษาไทยยังมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ห่อกวยซวย ห่อวอซุ และอิ่มคิมขาว โหระพาเป็นพืชล้มลุกอายุสั้น สูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร ลำต้นมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก แตกกิ่งก้านเป็นสีม่วงอมแดงพร้อมขนอ่อนๆ ใบมีรูปไข่ สีเขียวเข้ม กว้างประมาณ 3-4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร [...]
ผักตระกูลกะหล่ำเป็นกลุ่มพืชที่มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อร่างกาย อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันโรคร้ายหลายชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ผักตระกูลนี้มีมากกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายคลึงกัน คือมีลำต้นเป็นแกนกลางและแตกกิ่งกับช่อดอกตรงยอดลำต้น ที่สำคัญคือนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ผักกลุ่มนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก บทความนี้จะแนะนำให้คุณรู้จักผักตระกูลกะหล่ำที่มีประโยชน์ พร้อมวิธีการปลูกไว้รับประทานเองที่บ้านเพื่อสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน ประโยชน์ทางสุขภาพของผักตระกูลกะหล่ำที่อาจคุณไม่เคยรู้ ผักตระกูลกะหล่ำหรือ Cruciferous Vegetable อยู่ในวงศ์ Brassica มีสารอาหารสำคัญมากมายที่มอบประโยชน์ให้ร่างกายอย่างน่าทึ่ง ดังนี้ กลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) เป็นสารสำคัญที่มีคุณสมบัติป้องกันโรคมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานพืชตระกูลกะหล่ำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สามารถลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 66% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีสารชัลโฟราเฟน อินโดล-3-คาร์บินอล และสารไอโซไธโอไซยาเนต ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นสารก่อมะเร็ง และดักจับสารก่อมะเร็งรวมถึงอนุมูลอิสระที่จะทำลายเซลล์ปกติ ไฟเบอร์ (Fiber) ที่พบในผักกลุ่มนี้ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย วิตามินซี (Vitamin C) ที่อุดมในผักตระกูลกะหล่ำช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เร่งการสมานแผล บำรุงสายตาและผิวพรรณ เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และยังช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้อีกด้วย ผักตระกูลกะหล่ำยังมีวิตามินเค [...]