KAVE playground

อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโดแต่ละทำเลต่างกันอย่างไร?

การลงทุนในคอนโดมิเนียมเพื่อปล่อยเช่าเป็นหนึ่งในวิธีการสร้างรายได้ที่ได้รับความนิยมในตลาดอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากการลงทุนนั้นมีความแตกต่างกันไปตามทำเลที่ตั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าและความต้องการในตลาด บทความนี้จะอธิบายถึงความแตกต่างของอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโดในแต่ละทำเล เพื่อให้ผู้ที่สนใจลงทุนได้เข้าใจและนำไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนในแต่ละทำเล

ทำเลที่ตั้งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโด โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องหลายประการที่ควรพิจารณา

  • ระบบขนส่งสาธารณะและการเดินทาง: ทำเลที่มีความสะดวกในการเดินทาง เช่น อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน หรือเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อกับพื้นที่สำคัญของเมือง มักจะมีความต้องการสูงและสามารถเรียกค่าเช่าได้ในอัตราที่สูงกว่า ทำเลในเขตกรุงเทพชั้นในที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้า มักจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าทำเลที่อยู่ไกลออกไปและไม่มีระบบขนส่งมวลชนรองรับ
  • สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ: ทำเลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงพยาบาล สถานศึกษา และร้านอาหาร จะดึงดูดผู้เช่าได้มากกว่า และสามารถรักษาระดับค่าเช่าให้มั่นคงได้ในระยะยาว
  • กลุ่มเป้าหมายผู้เช่า: แต่ละทำเลมีกลุ่มผู้เช่าเป้าหมายที่แตกต่างกัน เช่น ย่านธุรกิจอาจเน้นกลุ่มคนทำงาน ย่านสถานศึกษาเน้นกลุ่มนักศึกษา หรือย่านนักท่องเที่ยวเน้นการเช่าระยะสั้น ซึ่งแต่ละกลุ่มมีความสามารถในการจ่ายค่าเช่าและความต้องการที่แตกต่างกัน
  • แนวโน้มการพัฒนาในอนาคต: พื้นที่ที่มีโครงการพัฒนาในอนาคต เช่น การขยายเส้นทางรถไฟฟ้า การสร้างศูนย์การค้าใหม่ หรือโครงการภาครัฐอื่นๆ มักจะมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าและอัตราค่าเช่าในระยะยาว

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเข้าพักอาศัย (Occupancy Rate) และระดับค่าเช่าที่สามารถเรียกเก็บได้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน นักลงทุนจึงควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกทำเลในการลงทุน

เปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนในทำเลต่างๆ

อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามทำเลที่ตั้ง โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มทำเลหลักๆ ได้ดังนี้

ทำเลศูนย์กลางธุรกิจ (CBD)

ทำเลใจกลางเมืองและย่านธุรกิจ เช่น สีลม สาทร อโศก ถนนวิทยุ และสุขุมวิทตอนต้น เป็นทำเลที่มีความต้องการสูงจากกลุ่มผู้เช่าที่เป็นนักธุรกิจ ชาวต่างชาติ และผู้มีรายได้สูง อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าในทำเลเหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 3-5% ต่อปี

ข้อดีของการลงทุนในทำเลนี้คือ มีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสปล่อยเช่าได้ง่าย และมีแนวโน้มที่ราคาคอนโดจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว แต่ข้อเสียคือ ราคาซื้อคอนโดในทำเลนี้มักจะสูงมาก ทำให้เงินลงทุนเริ่มต้นสูงตามไปด้วย และอัตราผลตอบแทนเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์อาจต่ำกว่าทำเลอื่น

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในแง่ของจำนวนเงินค่าเช่าที่ได้รับต่อเดือน ทำเลเหล่านี้ยังคงให้ผลตอบแทนที่สูงในเชิงมูลค่า แม้ว่าจะต่ำในเชิงเปอร์เซ็นต์ก็ตาม

ทำเลรอบศูนย์กลางธุรกิจ

ทำเลที่อยู่รอบนอกศูนย์กลางธุรกิจ แต่ยังอยู่ในเขตเมืองชั้นใน เช่น พญาไท รัชดาภิเษก ลาดพร้าว พระราม 9 เป็นทำเลที่ให้อัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4-6% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าทำเลใจกลางเมืองเล็กน้อย

ทำเลเหล่านี้ยังมีความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางธุรกิจ มีระบบขนส่งมวลชนรองรับ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน แต่ราคาคอนโดต่ำกว่าทำเลใจกลางเมือง ทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนในเชิงเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่า

กลุ่มผู้เช่าในทำเลนี้มักเป็นคนทำงานที่ต้องการความสะดวกในการเดินทางไปทำงานในเขตธุรกิจ แต่มีงบประมาณจำกัด รวมถึงนักศึกษาในมหาวิทยาลัยที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง

ทำเลชานเมือง

ทำเลชานเมือง เช่น บางนา รามอินทรา มีนบุรี บางใหญ่ และบางบัวทอง เป็นทำเลที่มีอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยสูงกว่าทำเลอื่นๆ อยู่ที่ประมาณ 5-7% ต่อปี เนื่องจากราคาคอนโดในทำเลเหล่านี้ต่ำกว่ามาก แม้ว่าอัตราค่าเช่าจะต่ำกว่าด้วยก็ตาม

ข้อดีของการลงทุนในทำเลชานเมืองคือ เงินลงทุนเริ่มต้นที่ต่ำกว่า ทำให้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีงบประมาณจำกัด อีกทั้งยังมีโอกาสได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าในเชิงเปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือ อาจมีความเสี่ยงในเรื่องของอัตราการเข้าพักที่ต่ำกว่า เนื่องจากมีความต้องการน้อยกว่าทำเลใจกลางเมือง และมูลค่าของคอนโดในทำเลเหล่านี้อาจเพิ่มขึ้นช้ากว่าทำเลอื่นๆ

กลยุทธ์การเพิ่มผลตอบแทนตามลักษณะทำเล

นอกจากการเลือกทำเลที่เหมาะสมแล้ว ยังมีกลยุทธ์อื่นๆ ที่นักลงทุนสามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโดในแต่ละทำเล ดังนี้

  • การตกแต่งและปรับปรุงห้องให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละทำเล: ในทำเลศูนย์กลางธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักธุรกิจและชาวต่างชาติ การตกแต่งห้องให้มีความหรูหรา ทันสมัย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จะช่วยเพิ่มค่าเช่าได้ ในขณะที่ทำเลที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา อาจเน้นการตกแต่งที่เรียบง่าย ใช้งานได้จริง และมีพื้นที่ใช้สอยที่คุ้มค่า

การเลือกเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละทำเล จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของห้องเช่าและทำให้สามารถเรียกค่าเช่าได้สูงขึ้น นอกจากนี้ การบำรุงรักษาห้องให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยรักษาระดับค่าเช่าและดึงดูดผู้เช่าที่มีคุณภาพ

  • การปรับกลยุทธ์การปล่อยเช่าตามทำเล: แต่ละทำเลมีลักษณะความต้องการที่แตกต่างกัน ในทำเลที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือใกล้สถานที่จัดงานสำคัญ อาจปรับเป็นการปล่อยเช่าระยะสั้นแบบรายวันหรือรายสัปดาห์ ซึ่งสามารถเรียกค่าเช่าได้สูงกว่าการปล่อยเช่าระยะยาว ในขณะที่ทำเลที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนทำงานประจำหรือครอบครัว อาจเน้นการปล่อยเช่าระยะยาวเพื่อให้มีรายได้ที่มั่นคงและลดภาระในการหาผู้เช่าใหม่

การเลือกช่องทางการตลาดให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละทำเลก็มีความสำคัญ เช่น การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการปล่อยเช่าระยะสั้นในทำเลท่องเที่ยว หรือการใช้เอเจนซี่อสังหาริมทรัพย์ที่มีฐานลูกค้าเป็นชาวต่างชาติสำหรับทำเลในเขตธุรกิจ

  • การติดตามและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของแต่ละทำเล: แต่ละทำเลมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาโครงการใหม่ๆ และความต้องการของตลาด นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จจะต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์การลงทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

การลงทุนซื้อคอนโดในทำเลที่กำลังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น การขยายเส้นทางรถไฟฟ้า หรือการสร้างศูนย์การค้าขนาดใหญ่ อาจเป็นโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นในอนาคต เนื่องจากค่าเช่าและมูลค่าคอนโดในพื้นที่นั้นมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาของพื้นที่

นอกจากนี้ การติดตามอุปทานของคอนโดในแต่ละทำเลก็มีความสำคัญ ในทำเลที่มีการสร้างคอนโดใหม่เป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้เกิดการแข่งขันสูงในตลาดการปล่อยเช่า ทำให้อัตราค่าเช่าและอัตราการเข้าพักลดลง นักลงทุนจึงควรพิจารณาทั้งอุปสงค์และอุปทานในแต่ละทำเลอย่างรอบคอบ

สรุป

อัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าคอนโดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามทำเลที่ตั้ง โดยทั่วไป ทำเลศูนย์กลางธุรกิจจะให้ผลตอบแทนในเชิงเปอร์เซ็นต์ที่ต่ำกว่า (3-5%) แต่มีความมั่นคงสูงและมีแนวโน้มที่มูลค่าจะเพิ่มขึ้นในระยะยาว ในขณะที่ทำเลชานเมืองจะให้ผลตอบแทนในเชิงเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่า (5-7%) แต่อาจมีความเสี่ยงมากกว่าในแง่ของอัตราการเข้าพักและการเพิ่มขึ้นของมูลค่า

การเลือกทำเลในการลงทุนจึงขึ้นอยู่กับเป้าหมายการลงทุน งบประมาณ และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ การปรับใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละทำเล ทั้งในแง่ของการตกแต่งห้อง การปล่อยเช่า และการติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนและลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้

สำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาลงทุนในคอนโดเพื่อปล่อยเช่า ควรศึกษาข้อมูลเชิงลึกของแต่ละทำเลอย่างละเอียด ทั้งในแง่ของราคาซื้อ-ขายปัจจุบัน อัตราค่าเช่าในตลาด แนวโน้มการพัฒนาในอนาคต และกลุ่มเป้าหมายผู้เช่าในพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้สามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง

#สาระ #อสังหาริมทรัพย์ #Mehome #มีบ้านต้องมีโฮม #ลงทุนอสังหา #คอนโดให้เช่า #ผลตอบแทนอสังหา #ทำเลคอนโด #ทำเลทอง #RealEstate

อ่านเพิ่ม
Sidebar
The Palm (copy)
รีวิวโครงการ
รีวิว เคฟ เพลย์กราวด์ ลาดพร้าว-บดินทรเดชา (Kave Playground Ladprao-Bodindecha) คอนโดใหม่ Fully Furnished ติดบดินทรเดชาฯ ส่วนกลางจัดเต็ม 60 รายการ และโซน Pet-Friendly แยกตึก
Sponsor
รีวิว ศุภาลัย เลค วิลล์ จันทบุรี (Supalai Lake Ville Chanthaburi) บ้านหรูสไตล์ Tropical Modern ใจกลางธรรมชาติริมทะเลสาบกว่า 10 ไร่ พร้อมฟังก์ชันครบครัน รองรับชีวิตระดับพรีเมียมในทำเลศักยภาพที่ดีที่สุดของจันทบุรี
Sponsor
รีวิว ศุภาลัย ริเวอร์ วิลล์ ระยอง (Supalai River Ville Rayong) บ้านเดี่ยวหรู สไตล์ Modern Tropical Series ฟีลดีติดริมแม่น้ำ ทำเลคุณภาพใจกลางเมืองระยอง
Sponsor
รีวิว ศุภาลัย เบลล่า พระราม 2-วงแหวน ครบครันทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ดีไซน์ใหม่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ในโซนพระราม 2-สมุทรสาคร
Sponsor
รีวิว ศุภาลัย วิลล์ ปิ่นเกล้า-ศาลายา บ้าน Design ใหม่ พื้นที่ใหญ่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ทุก Lifestyle เป็นส่วนตัวเพียง 66 แปลง ส่วนกลางครบครัน บนทำเลที่โดดเด่น โซนปิ่นเกล้า-ศาลายา
Sponsor
Loading..