กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
ผลการค้นหาสำหรับ "เงินเก็บ" พบทั้งหมด 9 บทความ

15/8/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่การเป็นแฟนด้อมและ “การติ่ง” ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความหลงใหลอีก แต่กลายเเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่งของคน Gen Z ที่ทั้งจริงจังและใช้เงินไม่แพ้งานอดิเรกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออัลบั้มหลายเวอร์ชันเพื่อล่าการ์ดสุ่ม จองบัตรคอนเสิร์ตราคาหลักพันหลักหมื่น ไปจนถึงการบินตามศิลปินไปต่างประเทศ หรือลงทุนทำโปรเจ็กต์ป้ายวันเกิดทั่วกรุงเทพฯ หลายคนรักศิลปินจนพร้อมควักเงินโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ต้องใช้ชีวิตสิ้นเดือนแบบเครียดๆ หรือหนักกว่านั้นคือมีหนี้จากการ “เปย์แบบไม่วางแผน” แต่ความรักที่ดีควรสร้างความสุข ไม่ใช่ความเครียดทางการเงิน และแน่นอนว่าการเป็นติ่งสามารถอยู่ร่วมกับการบริหารเงินอย่างยั่งยืนได้ หากรู้จักวางแผนอย่างชาญฉลาดรู้จักตัวเองก่อนว่าเป็นติ่งแบบไหนไม่ใช่ติ่งทุกคนจะเปย์เหมือนกัน บางคนเป็นสายบินตามไอดอลข้ามประเทศ บางคนเลือกซัพพอร์ตแบบเงียบๆ ค่อยๆ ซื้อทีละชิ้น ในขณะที่บางคนเน้นทำโปรเจ็กต์หรือซื้ออัลบั้มเพื่อเข้าแฟนไซน์ วัยรุ่น Gen Z จำนวนไม่น้อยยอมจ่ายหนักเพียงเพื่อได้คุยกับศิลปิน 1 นาที ซึ่งถ้าไม่มีการวางแผนการเงินให้ดี อาจกลายเป็นภาระในระยะยาวปัญหาใหญ่ของติ่งสายเปย์หลายคนพบว่าเงินเดือนหมดตั้งแต่ต้นเดือน ไม่มีเงินเก็บ และบางคนถึงขั้นใช้บัตรเครดิตกดเงินสดหรือกู้ยืมมาซื้อบัตรคอนเสิร์ต ยิ่งถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย หรือต้องย้ายที่อยู่กะทันหัน ปัญหาทางการเงินจะยิ่งทวีคูณ ดังนั้น ทางรอดของติ่งยุคใหม่คือ “เปย์อย่างมีสติ” และ “แยกอารมณ์ออกจากแผนการเงิน”บริหารเงินแบบติ่งฉลาด ทำอย่างไร?เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการจัดลำดับความสำคัญของชีวิตก่อน ใช้สูตรการแบ่งเงินแบบ 50/30/20 หรือ 60/20/20 คือ1. 50–60% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ที่อยู่อาศัย [...]

18/7/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่ความรวดเร็วคือความเคยชินโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับบริบททางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของอาชีพในโลกยุค AI หรืออิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคแบบทันทีทันใด จากรายงานของ Bank of America ในปี 2024 ระบุว่า Gen Z มียอดใช้จ่ายเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับยอดเงินออมเฉลี่ย ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารการเงินที่ต้องเผชิญกับแรงจูงใจจากทั้งเหตุผลและอารมณ์อยู่ตลอดเวลา เคทีซีจึงได้รวบรวม 5 วิธีการบริหารเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ ให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการในปัจจุบันและเป้าหมายในอนาคตได้อย่างสมดุล กำหนดงบประมาณอย่างมีขอบเขต แม้การใช้เงินเพื่อเยียวยาความรู้สึกในวันที่เหนื่อยล้าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การปล่อยให้การใช้จ่ายถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์โดยไม่มีการวางแผนอาจนำไปสู่ปัญหาการเงินในระยะยาว การตั้งวงเงินสำหรับค่าใช้จ่ายหมวดตามใจที่ชัดเจน จะช่วยควบคุมการตัดสินใจไม่ให้ส่งผลต่อภาพรวมทางการเงินได้ เช่น กำหนดว่าในแต่ละเดือนจะใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง อาหารนอกบ้าน หรือไลฟ์สไตล์ไม่เกิน 10–15% ของรายได้ นอกจากนี้ ควรแยกบัญชีเงินใช้กับเงินเก็บออกจากกันเพื่อป้องกันการใช้เกินแผนโดยไม่รู้ตัว ใช้เครื่องมือให้เห็นภาพรวมการใช้จ่าย การบริหารเงินอย่างมีเหตุผล เริ่มต้นจากการรู้จักตัวเองผ่านพฤติกรรมการใช้จ่ายจริง การมีตัวช่วยที่ทำให้ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลค่าใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ เช่น อาหาร ท่องเที่ยว หรือผ่อนสินค้า จะทำให้ทราบว่าตนเองใช้อะไรมากเกินไปและวางแผนล่วงหน้าได้อย่างมีระบบ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งเป้าหมายทางการเงินหรือเตือนเมื่อใช้จ่ายเกินงบ ทำให้ควบคุมอารมณ์ขณะตัดสินใจได้ดีขึ้น ใช้สิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตไม่ได้ก่อให้เกิดภาระเสมอไปหากใช้อย่างเข้าใจและมีวินัย การใช้สิทธิประโยชน์ เช่น สะสมคะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนจากร้านค้าที่ร่วมรายการ ถือเป็นการได้เพิ่มจากการใช้จ่ายที่ต้องจ่ายอยู่แล้ว นอกจากนี้บัตรเครดิตยังมีแผนการผ่อนชำระ [...]

25/4/2568 • โดย Homeday
การออมเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้คงที่ในแต่ละเดือน การออมเงินคือการเก็บสะสมเงินเพื่อเป้าหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเกษียณอายุ การซื้อสินทรัพย์ เช่น รถยนต์ ที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม การเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว หรือการเก็บเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉิน เช่น การตกงาน อุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วย ในปัจจุบันคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงานให้ความสำคัญกับการออมเงินมากขึ้น เพราะตระหนักถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บทความนี้จะแนะนำวิธีการออมเงินที่มีประสิทธิภาพสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปี 2025 ทำไมการออมเงินจึงสำคัญสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน? การออมเงินมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบัน เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน การมีเงินออมช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน ทำให้มีเงินสำรองในยามฉุกเฉิน และช่วยให้สามารถวางแผนอนาคตได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ การออมเงินยังช่วยลดความเครียดทางการเงิน และเพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว มนุษย์เงินเดือนที่มีการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสในการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม และมีอิสรภาพทางการเงินมากขึ้นในอนาคต ข้อมูลจากการสำรวจพบว่า มนุษย์เงินเดือนที่มีการวางแผนการออมเงินที่ดีจะมีโอกาสเกษียณอายุได้เร็วกว่าและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าหลังเกษียณ การออมเงินจึงไม่ใช่เพียงการเก็บเงินไว้ใช้ในอนาคต แต่ยังเป็นการลงทุนในคุณภาพชีวิตของตนเองในระยะยาวอีกด้วย เทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ในการออมเงิน เก็บก่อนใช้ – หลักการสำคัญที่ช่วยให้ออมเงินได้อย่างมีวินัย วิธีการออมเงินแบบ “เก็บก่อนใช้” เป็นหนึ่งในเทคนิคพื้นฐานที่มนุษย์เงินเดือนควรนำมาใช้ หลักการคือ การหักเงินออมทันทีที่ได้รับเงินเดือน ไม่ใช่รอให้เหลือจึงค่อยเก็บ การหักเงินออมก่อนเป็นการบังคับตัวเองให้ใช้จ่ายเท่าที่เหลือ ซึ่งช่วยสร้างวินัยในการออมเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน แนะนำให้เริ่มออมเงินประมาณ 10% ของเงินเดือน เช่น หากได้รับเงินเดือน 15,000 [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]

4/3/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนทำงานหลายคน แต่ด้วยราคาบ้านที่สำคัญที่สุดคือต้องศึกษาทำเลและโครงการให้ดีครับ ดูว่ามีแผนพัฒนาอะไรในอนาคต เพราะนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว บ้านยังเป็นการลงทุนระยะยาวด้วย และอีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการวางแผนรับมือกับดอกเบี้ยที่อาจปรับขึ้นในอนาคตครับ ควรประเมินความสามารถในการผ่อนในกรณีที่ดอกเบี้ยสูงขึ้น และวางแผนการเงินให้รองรับได้ ถ้าเตรียมตัวให้พร้อมตามนี้ การกู้ซื้อบ้านหลังแรกก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ แค่ต้องวางแผนให้ดีและมีวินัยทางการเงินูงขึ้นทุกปี ทำให้การซื้อบ้านด้วยเงินสดเป็นเรื่องยาก การกู้ซื้อบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากที่สุด แต่หลายคนอาจสงสัยว่าต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันว่าเราควรวางแผนอย่างไรให้ได้บ้านในฝัน เงินเก็บที่ต้องมีก่อนกู้ซื้อบ้าน การกู้ซื้อบ้านไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องมีเงินเก็บเลย เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนที่ต้องจ่ายด้วยเงินสด ดังนี้ เงินดาวน์ โดยทั่วไปธนาคารจะให้กู้ประมาณ 90-95% ของราคาบ้าน นั่นหมายความว่าเราต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 5-10% ของราคาบ้าน เช่น บ้านราคา 3 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ประมาณ 150,000-300,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคารและประวัติทางการเงินของผู้กู้ ค่าใช้จ่ายในการโอน ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจดจำนอง และภาษีต่างๆ โดยรวมแล้วประมาณ 2-3% ของราคาบ้าน ในกรณีบ้านราคา 3 ล้านบาท จะมีค่าใช้จ่ายในการโอนประมาณ 60,000-90,000 บาท เงินสำรองสำหรับตกแต่งบ้าน ควรมีเงินสำรองสำหรับค่าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 10-15% ของราคาบ้าน หรือประมาณ [...]

19/2/2568 • โดย Homeday
เมื่อความรักสุกงอมแล้วการวางแผนซื้อเรือนหอร่วมกันถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิตคู่ เนื่องจากการมีบ้านเป็นของตัวเองนอกจากจะสร้างความมั่นคงแล้วยังเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นสร้างครอบครัวอีกด้วย สอดคล้องกับข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุดของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย พบว่าผู้บริโภคเกือบ 1 ใน 3 (31%) ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับพ่อแม่และบุตรหลานเมื่อขยายครอบครัว รวมถึงการวางแผนระยะยาวสำหรับผู้ที่มีแผนแต่งงานสร้างครอบครัว ส่อง 4 ปัจจัยสำคัญที่คู่รักควรพิจารณาเมื่อซื้อเรือนหอ การซื้อบ้านใหม่เป็นเรือนหอถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่คู่รักต้องพิจารณาร่วมกันหลายด้าน เนื่องจากเป็นการสร้างภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวร่วมกัน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ชวนคู่รักมาสำรวจปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้านใหม่เป็นเรือนหอ เพื่อให้สามารถเลือกที่อยู่อาศัยได้ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสองฝ่ายมากที่สุด ดังนี้ 1. ตั้งงบประมาณให้เหมาะสมกับรายได้ สิ่งแรกที่คู่รักต้องทำคือการตั้งงบประมาณเรือนหอในฝันให้ชัดเจน โดยพิจารณาจากรายได้และค่าใช้จ่ายของทั้งสองคนรวมกัน เพื่อนำมาคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนหากต้องยื่นกู้สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร ขณะเดียวกันควรสร้างประวัติทางการเงินให้ดี หลีกเลี่ยงการมีประวัติค้างชำระซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้ นอกจากนี้ยังต้องมีเงินเก็บเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าตกแต่งบ้าน เป็นต้น ทั้งนี้ การกำหนดงบประมาณซื้อที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินจะช่วยให้คู่รักเลือกบ้านได้ตรงตามกำลังทรัพย์ และไม่สร้างภาระทางการเงินในอนาคต 2. เลือกทำเลให้ตอบโจทย์ ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ คู่รักทั้งสองฝ่ายควรเลือกทำเลเรือนหอให้สามารถเดินทางสะดวกทั้งในการไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ เช่น ใกล้สวนสาธารณะ ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง หากวางแผนมีบุตรในอนาคตก็ควรเลือกที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากสถานศึกษา หรือหากมีสัตว์เลี้ยงก็ควรพิจารณาโครงการบ้าน/คอนโดมิเนียมที่เลี้ยงสัตว์ได้ [...]

18/2/2568 • โดย Homeday
เมื่อความรักสุกงอมแล้วการวางแผนซื้อเรือนหอร่วมกันถือเป็นก้าวสำคัญของชีวิตคู่ เนื่องจากการมีบ้านเป็นของตัวเองนอกจากจะสร้างความมั่นคงแล้วยังเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นสร้างครอบครัวอีกด้วย สอดคล้องกับข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุดของดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย พบว่าผู้บริโภคเกือบ 1 ใน 3 (31%) ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับพ่อแม่และบุตรหลานเมื่อขยายครอบครัว รวมถึงการวางแผนระยะยาวสำหรับผู้ที่มีแผนแต่งงานสร้างครอบครัว ส่อง 4 ปัจจัยสำคัญที่คู่รักควรพิจารณาเมื่อซื้อเรือนหอ การซื้อบ้านใหม่เป็นเรือนหอถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่คู่รักต้องพิจารณาร่วมกันหลายด้าน เนื่องจากเป็นการสร้างภาระผูกพันทางการเงินระยะยาวร่วมกัน ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) ชวนคู่รักมาสำรวจปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อบ้านใหม่เป็นเรือนหอ เพื่อให้สามารถเลือกที่อยู่อาศัยได้ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งสองฝ่ายมากที่สุด ดังนี้ ตั้งงบประมาณให้เหมาะสมกับรายได้ สิ่งแรกที่คู่รักต้องทำคือการตั้งงบประมาณเรือนหอในฝันให้ชัดเจน โดยพิจารณาจากรายได้และค่าใช้จ่ายของทั้งสองคนรวมกัน เพื่อนำมาคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ต่อเดือนหากต้องยื่นกู้สินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากธนาคาร ขณะเดียวกันควรสร้างประวัติทางการเงินให้ดี หลีกเลี่ยงการมีประวัติค้างชำระซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้ นอกจากนี้ยังต้องมีเงินเก็บเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าตกแต่งบ้าน เป็นต้น ทั้งนี้ การกำหนดงบประมาณซื้อที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับความสามารถทางการเงินจะช่วยให้คู่รักเลือกบ้านได้ตรงตามกำลังทรัพย์ และไม่สร้างภาระทางการเงินในอนาคต เลือกทำเลให้ตอบโจทย์ ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ คู่รักทั้งสองฝ่ายควรเลือกทำเลเรือนหอให้สามารถเดินทางสะดวกทั้งในการไปทำงานหรือใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ เช่น ใกล้สวนสาธารณะ ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง หากวางแผนมีบุตรในอนาคตก็ควรเลือกที่อยู่อาศัยที่ไม่ไกลจากสถานศึกษา หรือหากมีสัตว์เลี้ยงก็ควรพิจารณาโครงการบ้าน/คอนโดมิเนียมที่เลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly) มีสิทธิประโยชน์หรือมีส่วนกลางที่อำนวยความสะดวกสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ [...]

15/4/2567 • โดย Homeday
จะดีแค่ไหนถ้าการซื้อบ้านสักหลังไม่ต้องรอให้พร้อม มีเงินเก็บเป็นก้อนค่อยซื้อแนวคิดการเปลี่ยนข้อจำกัดเป็นโอกาสของ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ในวันที่การซื้อบ้านทำได้ยากขึ้น แบงก์ปล่อยกู้เป็นไปอย่างเข้มงวด และดอกเบี้ยสูง พลิกมาเป็นบริการทางการเงินที่ครบวงจรรูปแบบใหม่ในชื่อ “LivNex เช่าออม

31/1/2564 • โดย Homeday
ใครๆก็อยากมีเงินเก็บเพื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉินกันใช่ไหมคะ ซึ่งในวันนี้แอดมินจะมาแชร์ไอเดียการออมเงินทั้ง 4 วิธี ! ตามมาดูกันเลยค่ะ1. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเ