กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

25/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นหนี้อาจฟังดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่รู้หรือไม่ว่าหนี้ไม่ได้เลวร้ายเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วหนี้มีทั้งด้านที่ดีและไม่ดี การเข้าใจความแตกต่างระหว่างหนี้ดีและหนี้เสียจะช่วยให้เราวางแผนการเงินได้อย่างชาญฉลาด เพิ่มโอกาสในการสร้างความมั่งคั่ง และหลีกเลี่ยงกับดักทางการเงินที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินในอนาคต หนี้ดีคืออะไร? มีประเภทใดบ้าง? หนี้ดี หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วสามารถสร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต เป็นหนี้ที่เมื่อลงทุนแล้วมีโอกาสงอกเงย หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้กู้ในระยะยาว โดยทั่วไปหนี้ดีมักแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้ หนี้เพื่อการลงทุนและประกอบอาชีพ หนี้ประเภทนี้เป็นการกู้ยืมเพื่อนำเงินไปลงทุนหรือประกอบธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดเข้ามาในอนาคต เช่น การกู้เงินเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์สำหรับประกอบอาชีพ หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า หนี้เหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย พร้อมทั้งอาจมีกำไรเหลือเก็บอีกด้วย หนี้เพื่อการศึกษา การกู้ยืมเพื่อการศึกษาถือเป็นการลงทุนในตัวเอง เพราะการศึกษาจะช่วยพัฒนาความรู้และทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้ที่ดีในอนาคต การกู้ยืมเพื่อเรียนต่อในสาขาที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้งานที่มีรายได้สูงขึ้น ทำให้สามารถชำระหนี้คืนได้ในระยะเวลาอันสมควร หนี้เพื่อความมั่นคงในระยะยาว หนี้ประเภทนี้มักเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีมูลค่าและอาจเพิ่มค่าในระยะยาว เช่น สินเชื่อบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าตามเวลาที่ผ่านไป และอาจสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าหรือขายเมื่อราคาสูงขึ้นในอนาคต การผ่อนบ้านยังเป็นการบังคับออมและสร้างความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยในระยะยาว หนี้เสียคืออะไร? สาเหตุการเกิดหนี้เสียมีอะไรบ้าง? หนี้เสีย หมายถึง หนี้ที่เมื่อก่อขึ้นแล้วไม่สามารถสร้างรายได้หรือมูลค่าเพิ่มในอนาคต รวมถึงหนี้ที่ผู้กู้ไม่สามารถชำระคืนได้ตามกำหนด จนกลายเป็นหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน ซึ่งเรียกว่า NPL (Non-Performing Loan) หนี้เสียมีหลายรูปแบบและเกิดจากหลายสาเหตุ ดังนี้ ประเภทของหนี้เสีย [...]

4/9/2568 • โดย Homeday
วันที่ 3 กันยายน 2568 ในงาน OSK Speak Thai Fight “สู้ได้…หรือได้แค่สู้” จัดโดยสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยฯ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “มุมมองจากหน่วยงานภาครัฐ” โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจ AMC ในฐานะกลไกกลางแก้ไขปัญหาหนี้เสียของประเทศ ดร.รักษ์ กล่าวว่า BAM ทำหน้าที่เป็น “เสาหลัก” ในการบริหารจัดการหนี้เสีย ทั้งในระดับครัวเรือนและภาคธุรกิจ ผ่านการทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการเงิน เพื่อปลดล็อกภาระหนี้ที่กดทับเศรษฐกิจไทย โดยมีบทบาทสำคัญ 3 มิติ ได้แก่: ฟื้นสภาพคล่องสถาบันการเงินด้วยการเข้าซื้อและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA) ช่วยให้ธนาคารสามารถกลับมาปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ เยียวยาลูกหนี้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดย BAM มีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการชำระ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน [...]

29/10/2567 • โดย Homeday
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน การบริหารจัดการหนี้ และการส่งเสริมความยั่งยืนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 หวังยกระดับการเรียนร

12/12/2568 • โดย Homeday
BAM เปิด “ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์ BAM Remedy Center (BRC)” หวังขยายโอกาสให้ลูกค้า-ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการไกล่เกลี่ย การฟื้นฟู และช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อย่างเท่าเทียมโดยไม่จำกัด มูลหนี้ เผยตลอดระยะเวลา 26 ปี BAM ให้โอกาสลูกหนี้กว่า 164,486 ราย รวมภาระหนี้ 508,790 ล้านบาท ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เปิดโอกาสให้ลูกหนี้เจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างเป็นธรรม ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา BAM ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลักของระบบการเงินไทย ในบทบาท “แก้มลิง” ที่ช่วยรองรับและบริหารจัดการหนี้เสียให้สถาบันการเงินของประเทศ ด้วยการรับซื้อรับโอนหนี้อย่างมืออาชีพ ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ทุกกลุ่มเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อย่างเป็นธรรม เพื่อให้สามารถนำทรัพย์สินซึ่งเป็น ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน หรือกิจการ กลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน ทั้งนี้ การจัดตั้ง ศูนย์เยียวยาสมานฉันท์ BAM Remedy Center [...]

11/9/2568 • โดย Homeday
วันที่ 3 กันยายน 2568 ในงาน OSK Speak Thai Fight “สู้ได้…หรือได้แค่สู้” จัดโดยสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยฯ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมเวทีเสวนาในหัวข้อ “มุมมองจากหน่วยงานภาครัฐ” โดยชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของธุรกิจ AMC ในฐานะกลไกกลางแก้ไขปัญหาหนี้เสียของประเทศ ดร.รักษ์ กล่าวว่า BAM ทำหน้าที่เป็น “เสาหลัก” ในการบริหารจัดการหนี้เสีย ทั้งในระดับครัวเรือนและภาคธุรกิจ ผ่านการทำงานร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการเงิน เพื่อปลดล็อกภาระหนี้ที่กดทับเศรษฐกิจไทย โดยมีบทบาทสำคัญ 3 มิติ ได้แก่: ฟื้นสภาพคล่องสถาบันการเงินด้วยการเข้าซื้อและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL/NPA) ช่วยให้ธนาคารสามารถกลับมาปล่อยสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้น ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ เยียวยาลูกหนี้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดย BAM มีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาการชำระ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้กลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน [...]

6/3/2568 • โดย Homeday
สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ จำกัด (สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์) และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง” นับเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในภาคตะวันตกแห่งแรกที่เครดิตบูโรได้มีบทบาทสำคัญที่ให้การสนับสนุนการบริหารจัดการหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ฯ โดยเครดิตบูโรจะช่วยจำกัดการขอสินเชื่อ พร้อมทั้งส่งเสริมการปรับพฤติกรรมทางการเงินของสมาชิกให้สามารถจัดการหนี้สินของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างความรู้วินัยด้านการเงินให้กับข้าราชการครู และให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ฯ ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน โดยการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเสริมแกร่งความรู้ทางการเงินให้แก่ข้าราชการครู ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมให้คำปรึกษาและแนะนำโครงการดังกล่าว นายพัฒชัย วิเศษสมบัติ ประธานคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า “ตามที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ ได้จัดให้มีโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกที่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเดิมที่ทางสหกรณ์ฯ ได้จัดไว้ให้แล้วนั้น เนื่องจากติดเงื่อนไขเงินเหลือหัก ณ ที่จ่ายไม่ถึง 30% และมีเงินงวดเหลือน้อย การช่วยเหลือสมาชิกกลุ่มเปราะบางกลุ่มนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้มีโอกาสถ่ายโอนหนี้จากสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่มีดอกเบี้ยเงินกู้สูงมารวมไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ ที่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รวมไว้ให้สมาชิกเพียงร้อยละ 4.50 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม สมาชิกกลุ่มนี้ต้องรักษาวินัยทางการเงินอย่างจริงจัง โดยไม่ไปก่อหนี้ผูกพันกับสถาบันการเงินอื่นอีก ในการนี้ เครดิตบูโรมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนข้อมูลเครดิตของสมาชิกกลุ่มดังกล่าวให้กับสถาบันการเงินอื่นๆ ได้พิจารณาการปล่อยสินเชื่อให้กับสมาชิกกลุ่มนี้ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ การร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้สมาชิกกลุ่มเปราะบางของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ได้มีโอกาสบริหารจัดการหนี้ของตนเองให้อยู่ในวงเงินที่เหมาะสมตามสถานการณ์ที่สมาชิกกลุ่มนี้ได้ผ่านความยากลำบากสู่การมีสถานะทางการเงินที่มีความคล่องตัวยิ่งขึ้นสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตต่อไป” นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร เปิดเผยว่า “ความร่วมมือโครงการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์กลุ่มเปราะบาง มีเป้าหมายในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ฯ และส่งเสริมการปรับพฤติกรรมทางการเงินอย่างยั่งยืน [...]

27/6/2568 • โดย Homeday
BAM สยายปีกต่อยอดธุรกิจ จับมือ “กลุ่ม ไซมิส” ผู้ประกอบการอสังหาฯ ชั้นนำของเมืองไทย และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจร่วมกัน ทั้งทางด้าน NPL และ NPA เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินต่อยอดความสำเร็จในกลยุทธ์หลักของ BAM ในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ วันนี้ (27 มิ.ย. 68) บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (BAM) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) (SA) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ไซมิส แอนด์ เวลธ์ จำกัด (SWAM) เพื่อร่วมมือทางธุรกิจในด้านบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า การร่วมมือกับกลุ่ม [...]

26/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่การผ่อนบ้านมักกินระยะเวลายาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เสียดอกเบี้ยมหาศาล บทความนี้จะมาแนะนำวิธีผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนด เพื่อประหยัดดอกเบี้ยและสร้างอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งคำแนะนำในการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน เพื่อให้คุณสามารถบริหารจัดการหนี้บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เป็นภาระมากเกินไป ทำไมการผ่อนบ้านให้หมดเร็วจึงสำคัญต่อสุขภาพทางการเงิน? การผ่อนบ้านให้หมดเร็วกว่ากำหนดนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพทางการเงินในระยะยาว เนื่องจากสามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ยจำนวนมหาศาลที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาเงินกู้ ยิ่งผ่อนนานเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งเสียดอกเบี้ยมากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากคุณกู้เงิน 3 ล้านบาท ผ่อน 30 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4% ต่อปี คุณจะต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมกว่า 2.1 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา แต่หากคุณสามารถผ่อนให้หมดใน 15 ปี ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะลดลงเหลือเพียง 1 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ การปลดภาระหนี้บ้านเร็วขึ้นยังช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น ทำให้สามารถนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนหรือเก็บออมเพื่ออนาคตได้ อีกทั้งยังช่วยลดความเครียดจากการมีหนี้สินระยะยาว และเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน อัตราดอกเบี้ยอาจปรับตัวสูงขึ้นได้ตลอดเวลา การมีภาระหนี้น้อยลงจึงช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินได้อย่างมาก การวางแผนการเงินเพื่อปิดหนี้บ้านเร็วขึ้นจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้คุณมีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วกว่าที่คิด และจะทำให้คุณมีเงินเหลือเพื่อทำตามเป้าหมายทางการเงินอื่นๆ ในอนาคต เช่น การเกษียณอายุ การศึกษาของบุตร หรือการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน? ก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินสถานะทางการเงินของตัวเองอย่างรอบคอบ คุณควรเริ่มจากการสำรวจรายรับรายจ่ายให้ชัดเจน ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% [...]

26/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) ได้มีการจัดพิธีเปิดโครงการ “มหกรรมการเรียนรู้เรื่องการเงินกับ ตังค์โต Know-how ประจำปี 2568” ภายใต้แคมเปญ “ลดหนี้ มีตังค์ ธุรกิจโต” (Less Debt, More Wealth, Business Health) ในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ตลาดสดท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา พร้อมทั้งมีการจัดพิธีมอบรางวัล “The Best Market Owner” แก่นายกมลสันต์ ศรีวิราช เจ้าของตลาดสดท่าวังทอง โดยมีนายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยนางธนวรณัฏฐ์ สียา หัวหน้ากลุ่มทะเบียนธุรกิจและอำนวยความสะดวกทางการค้า นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ ให้เกียรติมอบใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ประกอบการต้นแบบที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ผู้ค้าในตลาดและสร้างผลประโยชน์ให้กับชุมชน โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารไทยเครดิต กับผู้ประกอบการตลาดชุมชน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและเสริมสร้างศักยภาพทางการเงิน การวางแผนการเงิน ส่งเสริมการออม และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการหนี้สินแก่ผู้ค้าในตลาด เพื่อนำไปปรับใช้สร้างความมั่นคงทางการเงินให้ยั่งยืน ธนาคารหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการคัดเลือกตลาดสดท่าวังทองสู่การเป็นต้นแบบตลาดของภาคเหนือในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการในตลาดอื่นๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนต่อไป อีกทั้ง ภายในงานได้มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ค้าในตลาด ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่ [...]

10/4/2568 • โดย Homeday
การตัดสินใจซื้อคอนโดเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในชีวิตของหลายคน แต่หลายครั้งที่ผู้ซื้อมักจะให้ความสำคัญกับปัจจัยที่เห็นได้ชัด เช่น ทำเลที่ตั้ง ราคา หรือสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้อง โดยอาจมองข้ามรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว หนึ่งในนั้นคือเรื่องของที่จอดรถ ปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้ามแต่กลับส่งผลกระทบอย่างมากต่อการอยู่อาศัยจริง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าทำไมที่จอดรถถึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อคอนโด ความสำคัญของที่จอดรถในโครงการคอนโด ที่จอดรถในโครงการคอนโดไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับจอดยานพาหนะเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการบริหารจัดการของโครงการและความเอาใจใส่ต่อผู้อยู่อาศัย ในปัจจุบันที่รถยนต์กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเดินทาง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ระบบขนส่งสาธารณะอาจยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การมีที่จอดรถที่เพียงพอและได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งจำเป็น โครงการคอนโดที่มีการจัดสรรที่จอดรถอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยได้รับความสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่จอดรถเมื่อกลับบ้านดึก หรือเสียเวลาวนหาที่จอดในช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ การจัดการที่จอดรถที่ดียังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างผู้อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัญหาที่พบบ่อยในโครงการที่มีที่จอดรถไม่เพียงพอ มาตรฐานของที่จอดรถในโครงการคอนโดยังส่งผลต่อมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว คอนโดที่มีที่จอดรถเพียงพอและจัดการได้ดีมักจะรักษามูลค่าได้ดีกว่า และมีโอกาสเพิ่มมูลค่าในอนาคตมากกว่าโครงการที่ประสบปัญหาเรื่องที่จอดรถ ดังนั้น การลงทุนในคอนโดที่มีการจัดการที่จอดรถอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นการลงทุนที่ฉลาดในระยะยาว อีกประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ การนำพื้นที่จอดรถไปใช้ประโยชน์อื่น เช่น โครงการบางแห่งอาจแปลงพื้นที่จอดรถเป็นพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์ หรือพื้นที่ส่วนกลางเพิ่มเติมในภายหลัง ซึ่งส่งผลให้ที่จอดรถไม่เพียงพอและกระทบต่อผู้อยู่อาศัย ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบแผนการใช้พื้นที่ของโครงการในอนาคตด้วย ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับที่จอดรถก่อนซื้อคอนโด อัตราส่วนที่จอดรถต่อยูนิต อัตราส่วนของที่จอดรถต่อจำนวนยูนิตเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ซื้อควรพิจารณา ตามกฎหมายควบคุมอาคารของไทย โครงการคอนโดมิเนียมจะต้องมีที่จอดรถขั้นต่ำตามข้อกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1 คันต่อ 1-2 ยูนิต ขึ้นอยู่กับขนาดของห้องและพื้นที่ใช้สอย แต่ในความเป็นจริง อัตราส่วนนี้อาจไม่เพียงพอสำหรับความต้องการของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบันที่หลายครอบครัวมีรถมากกว่าหนึ่งคัน โครงการที่มีอัตราส่วนที่จอดรถสูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำ เช่น 1 คันต่อ 1 ยูนิต หรือมากกว่านั้น จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยมีโอกาสได้ที่จอดรถที่เพียงพอ [...]

8/2/2568 • โดย Homeday
การจัดการห้องเก็บของถือเป็นเรื่องสำคัญในหลักฮวงจุ้ย เพราะห้องเก็บของเปรียบเสมือนคลังทรัพย์ของบ้าน การเลือกและจัดวางประตูที่ถูกต้องจึงมีผลต่อการไหลเวีย

24/3/2568 • โดย Homeday
การขอสินเชื่อครั้งแรกอาจทำให้หลายคนรู้สึกกังวล ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี หรือทำอย่างไรให้ผ่านการอนุมัติ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับวิธีขอสินเชื่อให้ผ่านสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยกู้มาก่อน พร้อมเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับการอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น 5 วิธีขอสินเชื่อให้ผ่านสำหรับมือใหม่ สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการกู้เงินมาก่อน การเตรียมตัวให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญ วิธีขอสินเชื่อให้ผ่านที่จะแนะนำต่อไปนี้ จะช่วยให้มือใหม่หัดกู้เข้าใจหลักการพื้นฐานและเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติสินเชื่อได้มากขึ้น ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง 1. เลือกสินเชื่อให้เหมาะสม การเลือกวิธีขอสินเชื่อให้ผ่านควรเริ่มจากการเลือกประเภทสินเชื่อที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง สินเชื่อแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ควรศึกษาและเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายๆ สถาบันการเงินก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้สินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของคุณมากที่สุด 2. จ่ายหนี้ให้ตรงเวลา หนึ่งในวิธีขอสินเชื่อให้ผ่านที่สำคัญที่สุดคือการสร้างประวัติเครดิตที่ดี โดยการจ่ายหนี้ที่มีอยู่ให้ตรงเวลา ไม่ว่าจะเป็นค่าบัตรเครดิต ค่าผ่อนรถ หรือหนี้อื่นๆ การชำระหนี้ตรงเวลาจะถูกบันทึกในประวัติเครดิตของคุณ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สถาบันการเงินใช้ประเมินความน่าเชื่อถือของผู้กู้ 3. ประเมินความสามารถการผ่อนของตัวเอง ก่อนยื่นขอสินเชื่อ คุณควรประเมินความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเองให้ชัดเจน นี่เป็นวิธีขอสินเชื่อให้ผ่านที่มือใหม่มักมองข้าม ลองคำนวณรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน เพื่อดูว่าคุณมีเงินเหลือพอที่จะผ่อนชำระได้หรือไม่ การเลือกวงเงินและระยะเวลาผ่อนที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณผ่านการอนุมัติง่ายขึ้น 4. อย่าเป็นหนี้เกินตัว วิธีขอสินเชื่อให้ผ่านที่หลายคนมองข้ามคือการไม่เป็นหนี้เกินตัว สถาบันการเงินจะพิจารณาอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ หากคุณมีภาระหนี้สูงเกินไป โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อก็จะลดลง ดังนั้น ควรจัดการหนี้เดิมให้ดีก่อนที่จะขอสินเชื่อใหม่ 5. เตรียมเอกสารให้ครบ วิธีขอสินเชื่อให้ผ่านขั้นสุดท้ายที่สำคัญมากคือการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียม [...]
