พบ 87 บทความ

29/4/2568 • โดย Homeday
การพบเจองูในบ้านเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนตกใจและรู้สึกไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ยิ่งในช่วงฤดูฝนหรือพื้นที่ใกล้แหล่งธรรมชาติ โอกาสที่งูจะเข้ามาในบ้านก็ยิ่งมีมากขึ้น บทความนี้จะแนะนำวิธีป้องกันและไล่งูออกจากบ้านที่ได้ผลจริง พร้อมเคล็ดลับที่ช่วยให้บ้านของคุณปลอดภัยจากงูและสัตว์ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ทำไมงูถึงเข้ามาในบ้าน? สาเหตุที่ควรทราบ งูเข้ามาในบ้านไม่ใช่เพราะต้องการมาทำร้ายผู้อยู่อาศัย แต่มีสาเหตุหลักๆ จากธรรมชาติและสภาพแวดล้อมของบ้านเอง การเข้าใจสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีแหล่งอาหารเป็นสาเหตุหลักที่ดึงดูดงูเข้ามาในบ้าน งูกินสัตว์ตัวเล็กอย่างหนู กบ เขียด และแมลงต่างๆ หากบริเวณบ้านมีสัตว์เหล่านี้ชุกชุม ก็เท่ากับว่าคุณกำลังดึงดูดงูให้มาเยือน นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมบริเวณรอบบ้านที่รกทึบ มีพงหญ้า พุ่มไม้รก หรือกองเศษวัสดุ ก็เป็นที่หลบซ่อนอันเหมาะสมสำหรับงู บ้านที่มีมุมอับหรือช่องว่างต่างๆ ก็เป็นที่ชื่นชอบของงู เพราะเป็นพื้นที่ปลอดภัย มีอุณหภูมิคงที่ และเหมาะแก่การวางไข่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่งูมักแสวงหาที่เย็นเพื่อหลบร้อน หรือในฤดูฝนที่งูต้องหนีน้ำขึ้นมาบนพื้นที่สูง งูยังสามารถเข้ามาในบ้านได้โดยไม่ตั้งใจ ในบางครั้งอาจเป็นเพียงการผ่านทางหรือเดินทางหาอาหาร แต่แล้วกลับเข้ามาติดอยู่ในบ้านและหาทางออกไม่ได้ ทำให้กลายเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญในบ้านของคุณ งูเข้าบ้านได้ทางไหนบ้าง? ช่องทางและวิธีสกัดกั้น งูมีความสามารถในการเลื้อยเข้าช่องเล็กๆ ได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้สามารถเข้าบ้านได้จากหลายช่องทาง คุณควรรู้ช่องทางเหล่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้งูเข้ามาได้ ชักโครกเป็นช่องทางเข้าบ้านที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง งูสามารถเลื้อยผ่านระบบท่อและโผล่ขึ้นมาจากชักโครกได้ โดยเฉพาะในกรณีที่ระบบท่อเชื่อมต่อกับภายนอกไม่มีการปิดกั้นที่ดี หรือฝาบ่อพักสิ่งปฏิกูลเสียหาย การติดตั้งอุปกรณ์กันงูสำหรับชักโครกหรือฝากันกลับจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ ประตูและหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้เป็นช่องทางหลักที่งูเข้ามาในบ้านได้ง่ายที่สุด หลายบ้านมักเปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศ โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน ควรติดตั้งมุ้งลวดที่มีตาข่ายถี่พอที่จะกันงูได้ หรือใช้ประตูมุ้งจีบที่ปิดได้สนิท ช่องโหว่รอบบ้านเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่งูสามารถเลื้อยเข้ามาได้ บ้านที่สร้างมานานมักมีรอยร้าวตามกำแพง รูที่หลังคา [...]

16/8/2564 • โดย Homeday
สำหรับครอบครัวที่อยู่อาศัยร่วมกันหลายๆ คนในบ้าน แล้วพบว่ามีสมาชิกติดเชื้อโควิด-19 จะทำอย่างไรกันดี วันนี้แอดมินจะมาแนะนำ 6 วิธีการอยู่ร่วมบ้าน กับผู้ท

28/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

3/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกผักบุ้งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากผักบุ้งเป็นผักที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย และสามารถปลูกได้ง่ายแม้ในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน บนระเบียงคอนโด หรือในสวนหลังบ้านขนาดเล็ก ผักบุ้งยังเป็นผักที่โตเร็ว ให้ผลผลิตตลอดปี และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดไว้บริโภคในครัวเรือน ซึ่งการปลูกผักบุ้งสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การใช้ดินธรรมดา ระบบไฮโดรโปนิกส์ ไปจนถึงการปักชำ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและเทคนิคเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป ทำไมต้องเลือกปลูกผักบุ้ง และมีประโยชน์อะไรบ้าง ผักบุ้งเป็นผักใบเขียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยใน 100 กรัมของผักบุ้งจะให้พลังงานเพียง 19-22 กิโลแคลอรี แต่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ผักบุ้งมีวิตามินซีสูง วิตามินเอ แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และไฟเบอร์ในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพในหลายด้าน ประโยชน์ที่โดดเด่นของผักบุ้งคือ ช่วยบำรุงสายตาด้วยสารลูทีน ป้องกันโรคตาต่างๆ และเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย ทำให้ผิวพรรณสดใส และป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ผักบุ้งยังช่วยควบคุมความดันโลหิต ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง รวมถึงช่วยในการย่อยอาหารด้วยไฟเบอร์ที่มีมาก ส่วนประโยชน์ที่หลายคนอาจไม่รู้คือ รากผักบุ้งสามารถใช้แก้โรคหอบหืด บรรเทาอาการไอเรื้อรัง และช่วยลดอาการตกขาวในสตรี ส่วนดอกของผักบุ้งไทยต้นขาวสามารถใช้เป็นยาแก้กลากเกลื้อนได้ และต้นสดสามารถใช้รักษาแผลไฟไหม้และลดการอักเสบได้อีกด้วย ขอบคุณภาพจาก : OrganicBoy จะเลือกวิธีปลูกผักบุ้งแบบไหนดี สำหรับพื้นที่ต่างๆ การปลูกผักบุ้งมีวิธีการหลากหลายที่เหมาะกับสภาพพื้นที่และความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะตัว วิธีปลูกในดินแบบดั้งเดิม [...]

19/3/2568 • โดย Homeday
การออกแบบบ้านที่ปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกครอบครัว การตระหนักถึงพื้นที่เสี่ยงและวิธีป้องกันอุบัติเหตุจะช่วยสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับทุกคนในบ้าน 1. บริเวณห้องน้ำ: แหล่งอันตรายที่มักถูกมองข้าม พื้นลื่นและการลื่นล้ม ห้องน้ำเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากพื้นที่มักเปียกชื้นและลื่น วิธีแก้ปัญหา: ติดตั้งพรมกันลื่นที่มีความหนาและมีความหยาบผิว เพิ่มราวจับตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยพยุงตัว ใช้สติกเกอร์กันลื่นติดตามพื้นและขอบอ่างอาบน้ำ การป้องกันอุบัติเหตุสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ ติดตั้งฝาปิดชักโครก วางอุปกรณ์ไฟฟ้าห่างจากแหล่งน้ำ ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ 2. ครัว: พื้นที่อันตรายจากอุปกรณ์และความร้อน ความเสี่ยงจากอุปกรณ์ไฟฟ้า ครัวเป็นพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากหลายและมีความร้อนสูง วิธีป้องกัน: จัดวางสายไฟให้เป็นระเบียบ ตรวจสอบสภาพปลั๊กและสายไฟอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร การป้องกันอุบัติเหตุจากของมีคม เก็บมีดและอุปกรณ์มีคมให้พ้นมือเด็ก ใช้ที่ครอบเตาแก๊สเพื่อป้องกันเด็ก จัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ห่างจากแหล่งน้ำ 3. บันได: จุดเสี่ยงหลักของการหกล้ม การออกแบบบันไดที่ปลอดภัย บันไดเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการหกล้มโดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก วิธีแก้ปัญหา: ติดตั้งราวจับทั้งสองข้าง ใช้เทปกันลื่นติดบันได ตรวจสอบสภาพบันไดและซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด เพิ่มแสงสว่างบริเวณบันได การป้องกันเด็ก ติดตั้งประตูกั้นบันได เก็บสิ่งของที่อาจทำให้สะดุดออกจากบริเวณบันได 4. ระเบียงและพื้นที่สูง: ความเสี่ยงจากการตก การเสริมความปลอดภัยบริเวณระเบียง ตรวจสอบความแข็งแรงของราวกันตก ติดตั้งตาข่ายนิรภัยสำหรับเด็ก ตรวจสอบสภาพพื้นระเบียงอย่างสม่ำเสมอ การป้องกันอุบัติเหตุ ห้ามวางเก้าอี้หรือสิ่งของใกล้ราวกันตก สอนเด็กให้ระมัดระวังเมื่ออยู่ในพื้นที่สูง 5. พื้นที่เก็บของ: [...]

18/11/2565 • โดย Homeday
ขนาดของบ้านเท่าไหร่ ที่เหมาะกับจำนวนคนในบ้าน? เมื่อได้จำนวนสมาชิกสำหรับครอบครัวใหญ่มาแล้ว ก็ต้องมาดูกันค่ะ ว่าบ้านทาวน์โฮมนั้น จะสามารถรองรับสมาชิกทั้งหมดได้หรือเปล่า โดยในเรื่องของขนาดบ้านนั้น ขึ

10/10/2565 • โดย Homeday
9. มุมมืด คือที่ชอบที่ชอบของผี พลังงานแสง เป็นพลังงานที่ผีและเหล่าวิญญาณ (ส่วนใหญ่) ไม่สามารถสู้ได้ ดังนั้น เราไม่ควรปิดม่านทึบแสงทั้งบ้าน จนทั้งบ้านมืดสนิท และไม่ควรปล่อยให้ห้องใดห

28/3/2568 • โดย Homeday
การออกแบบบ้านสไตล์มินิมอลญี่ปุ่นได้กลายเป็นแนวโน้มการตกแต่งที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยแนวคิดที่เน้นความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งาน และความสงบสุข การออกแบบนี้ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพและสร้างความผ่อนคลาย 1. การจัดสรรพื้นที่อย่างชาญฉลาด การออกแบบบ้านสไตล์มินิมอลญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่อย่างสูงสุด แต่ละตารางเมตรถูกคำนวณและออกแบบมาเพื่อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พื้นที่เก็บของถูกซ่อนอย่างเป็นระเบียบ ทำให้บ้านดูกว้างขวางและโล่งสบาย ระบบการจัดเก็บแบบญี่ปุ่นช่วยลดความยุ่งเหยิงและสร้างพื้นที่ใช้สอยที่คล่องตัว 2. ความเรียบง่ายทางสุนทรียศาสตร์ ความงามของบ้านสไตล์นี้อยู่ที่ความเรียบง่าย สีขาว เทา และน้ำตาลอ่อนเป็นโทนสีหลัก การตกแต่งมุ่งเน้นความเรียบง่าย ปราศจากความวุ่นวาย ทำให้พื้นที่ดูสงบและผ่อนคลาย วัสดุธรรมชาติเช่นไม้และหิน ถูกนำมาใช้อย่างประณีต สร้างบรรยากาศที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ 3. การควบคุมแสงธรรมชาติ การออกแบบที่คำนึงถึงแสงธรรมชาติเป็นหัวใจสำคัญ หน้าต่างขนาดใหญ่และบานกระจกช่วยให้แสงธรรมชาติส่องผ่านเข้ามาในบ้าน สร้างพื้นที่สว่างสดใส ลดการใช้แสงไฟประดิษฐ์ และช่วยประหยัดพลังงาน การวางตำแหน่งหน้าต่างอย่างแม่นยำช่วยควบคุมอุณหภูมิและแสงสว่างภายในบ้าน 4. ระบบฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะ เฟอร์นิเจอร์และพื้นที่ใช้สอยถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย เตียงนอนที่สามารถเก็บของได้ โต๊ะทำงานแบบพับเก็บ และชั้นวางของแบบอเนกประสงค์ ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการ ความยืดหยุ่นนี้เป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบบ้านสไตล์มินิมอลญี่ปุ่น 5. การสร้างพื้นที่พักผ่อนทางจิตใจ พื้นที่ภายในบ้านถูกออกแบบเพื่อสร้างความสงบทางจิตใจ การตกแต่งที่เรียบง่าย ปราศจากสิ่งรบกวน ช่วยลดความเครียดและสร้างพื้นที่พักผ่อนที่แท้จริง มุมพักผ่อนเล็กๆ บริเวณหน้าต่าง หรือพื้นที่นั่งสมาธิ ช่วยสร้างความสมดุลให้กับชีวิตคนเมือง 6. การประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การออกแบบบ้านสไตล์นี้คำนึงถึงความยั่งยืน วัสดุธรรมชาติ การใช้แสงและลมอย่างมีประสิทธิภาพ [...]

24/3/2568 • โดย Homeday
เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที จับมือแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ จัดมหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าไอทีสุดยิ่งใหญ่ “Power Buy Mega Expo” เปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งไร้ขีดจำกัด พบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สินค้าไอที และแกดเจ็ตสุดล้ำ พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดถึง 80% ทุกสาขาทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 16 เมษายน 2568 พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นสุดคุ้ม ได้แก่• ลดแล้วลดอีก! รับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข• ผ่อนสบาย 0% นานสูงสุด 48 เดือน เริ่มต้นเพียง 350 บาทต่อเดือน• รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 40,000 บาท เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ• เครื่องเสียงแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Sony, JBL, Marshall, Bose เป็นต้น ลดสูงสุด 30% พร้อมรับส่วนลดเพิ่มอีก 5% [...]

13/3/2568 • โดย Homeday
สัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกที่สำคัญของครอบครัว และพวกเขามีความรู้สึกที่ซับซ้อนเช่นเดียวกับมนุษย์ เมื่อมีสมาชิกใหม่เข้ามาในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นทารก คู่สมรสใหม่ หรือแขกที่พักอาศัยระยะยาว สัตว์เลี้ยงมักจะแสดงอาการเครียดและความไม่มั่นคงทางอารมณ์ สาเหตุของความเครียดในสัตว์เลี้ยง การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ส่วนตัว สัตว์เลี้ยงมีความผูกพันอย่างมากกับพื้นที่อาศัยของตน การมีสมาชิกใหม่เข้ามาในบ้านถือเป็นการรุกล้ำอาณาเขตโดยตรง พวกเขาจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ส่วนตัวและความเป็นส่วนตัวทันที เสียงใหม่ กลิ่นใหม่ และการเคลื่อนไหวที่แตกต่างส่งผลกระทบต่อความรู้สึกความปลอดภัยของพวกเขา การลดทอนความสนใจ สัตว์เลี้ยงที่เคยได้รับความสนใจอย่างเต็มที่จากเจ้าของ เมื่อมีสมาชิกใหม่เข้ามาจะรู้สึกถูกละเลยและสูญเสียพื้นที่ทางอารมณ์ ระยะเวลาที่เจ้าของใช้กับพวกเขาลดลง ทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงและกังวล ปฏิสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลง การมีสมาชิกใหม่ย่อมส่งผลต่อรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันของครอบครัว เวลาในการเลี้ยงดู การเดินเล่น และกิจกรรมต่างๆ ที่สัตว์เลี้ยงเคยชินจะเปลี่ยนแปลงไป อาการแสดงออกของความเครียด อาการทางร่างกาย การเบื่ออาหาร น้ำหนักที่เปลี่ยนแปลง การนอนมากหรือน้อยกว่าปกติ อาการทางระบบย่อยอาหารผิดปกติ อาการทางพฤติกรรม ก้าวร้าวหรือหงุดหงิด ถอยหนีหรือซ่อนตัว เห่าหรือส่งเสียงร้องผิดปกติ ทำความสกปรกในบ้าน แสดงพฤติกรรมถดถอย เช่น การเลียขน การกัดวัตถุ วิธีจัดการกับความเครียดของสัตว์เลี้ยง การสร้างพื้นที่ปลอดภัย จัดเตรียมพื้นที่ส่วนตัวให้สัตว์เลี้ยง เช่น มุมพัก กรง หรือเตียงที่เป็นสัดส่วน เพื่อให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยและมีที่พักผ่อน การคงความสม่ำเสมอ พยายามรักษาตารางกิจกรรมและเวลาประจำของสัตว์เลี้ยงให้เหมือนเดิมมากที่สุด เช่น เวลาให้อาหาร เดินเล่น และเล่นด้วย [...]

5/3/2567 • โดย Homeday
คว้า 2 รางวัล Gold Award จากการออกแบบที่สร้างประสบการณ์เต็มพิกัดเพื่อไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกวาดรางวัลรวม 75 รางวัลครบทั้ง 9 สาขาการออกแบบ ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงประสบการณ์ผู้ใช้ ทั้งจากทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อื่นๆโซล, เกาหลีใต้ (5 มีนาคม 2567) – ซัมซุงได้รับรางวัลรวมทั้

2/7/2568 • โดย Homeday
เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เขย่าตลาดค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าย่านรามอินทรา เปิดตัว โฉมใหม่สาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ ภายใต้คอนเซปต์ “ศูนย์รวมเทคโนโลยีเพื่อชีวิต” ชูจุดขายยกระดับประสบการณ์การช้อปของลูกค้า และโซลูชันครบวงจร รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมขยายฐานกลุ่มเป้าหมายครอบครัว คนวัยทำงาน และคนรุ่นใหม่ในย่านรามอินทรา-มีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง นายสุวิณ โกษีอำนวย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “การปรับโฉมสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ในครั้งนี้ ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้า บริการที่สะดวกสบาย และการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างมีคุณภาพ โดยย่านรามอินทรา-มีนบุรี เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยและชุมชนเมืองที่มีการขยายตัวสูง อีกทั้งยังมีฐานลูกค้าที่มีศักยภาพในกลุ่มครอบครัว และคนรุ่นใหม่ ขณะที่ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์เองก็มีฐานลูกค้า เหนียวแน่น และทราฟฟิกดีอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ช่วยต่อยอดการเติบโตทางธุรกิจของเพาเวอร์บายได้อย่างมีนัยสำคัญ” สำหรับพื้นที่ภายในร้านได้รับการรีดีไซน์ใหม่ทั้งหมด โดยยึดแนวคิด Smart, Simple, and Seamless เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงสินค้าและเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น พื้นที่กว้างขวางเพิ่มความสะดวกสบายในการช้อปมากขึ้น พร้อมเชื่อมต่อแต่ละโซนได้อย่างไร้รอยต่อ ครบครันทุกหมวดสินค้า อาทิ กลุ่มสมาร์ตโฮม เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สมาร์ตแกดเจ็ต และเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน มีพนักงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำแบบ Personalized Experience พิเศษ! [...]