Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ปลูกผักบุ้งในพื้นที่เล็กได้จริงหรือ ทำอย่างไรให้ปลูกสำเร็จในทุกสภาพแวดล้อม

Homeday
3 มิถุนายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 3/6/2568

ปลูกผักบุ้งในพื้นที่เล็กได้จริงหรือ ทำอย่างไรให้ปลูกสำเร็จในทุกสภาพแวดล้อม

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การปลูกผักบุ้งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากผักบุ้งเป็นผักที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย และสามารถปลูกได้ง่ายแม้ในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน บนระเบียงคอนโด หรือในสวนหลังบ้านขนาดเล็ก ผักบุ้งยังเป็นผักที่โตเร็ว ให้ผลผลิตตลอดปี และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผักสดสะอาดไว้บริโภคในครัวเรือน ซึ่งการปลูกผักบุ้งสามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การใช้ดินธรรมดา ระบบไฮโดรโปนิกส์ ไปจนถึงการปักชำ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและเทคนิคเฉพาะที่แตกต่างกันออกไป
Article Image

ทำไมต้องเลือกปลูกผักบุ้ง และมีประโยชน์อะไรบ้าง

ผักบุ้งเป็นผักใบเขียวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก โดยใน 100 กรัมของผักบุ้งจะให้พลังงานเพียง 19-22 กิโลแคลอรี แต่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ผักบุ้งมีวิตามินซีสูง วิตามินเอ แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และไฟเบอร์ในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพในหลายด้าน
ประโยชน์ที่โดดเด่นของผักบุ้งคือ ช่วยบำรุงสายตาด้วยสารลูทีน ป้องกันโรคตาต่างๆ และเพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัย ทำให้ผิวพรรณสดใส และป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ผักบุ้งยังช่วยควบคุมความดันโลหิต ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง รวมถึงช่วยในการย่อยอาหารด้วยไฟเบอร์ที่มีมาก
ส่วนประโยชน์ที่หลายคนอาจไม่รู้คือ รากผักบุ้งสามารถใช้แก้โรคหอบหืด บรรเทาอาการไอเรื้อรัง และช่วยลดอาการตกขาวในสตรี ส่วนดอกของผักบุ้งไทยต้นขาวสามารถใช้เป็นยาแก้กลากเกลื้อนได้ และต้นสดสามารถใช้รักษาแผลไฟไหม้และลดการอักเสบได้อีกด้วย
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : OrganicBoy

จะเลือกวิธีปลูกผักบุ้งแบบไหนดี สำหรับพื้นที่ต่างๆ

การปลูกผักบุ้งมีวิธีการหลากหลายที่เหมาะกับสภาพพื้นที่และความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะตัว

วิธีปลูกในดินแบบดั้งเดิม

วิธีปลูกในดินเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น1 โดยใช้ต้นผักบุ้งสดที่ตัดรากมาแช่น้ำประมาณ 2½-3 นิ้ว ทิ้งไว้ 4-5 วัน เพื่อรอให้รากงอก จากนั้นนำปุ๋ยหมักและปุ๋ยมูลไส้เดือนผสมกับกาบมะพร้าวใส่ในกระถาง ขุดหลุมตรงกลางแล้วนำต้นผักบุ้งลงปลูก วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ในสวนหรือต้องการปลูกในปริมาณมาก

วิธีปลูกด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์

สำหรับผู้ที่ต้องการความสะอาดและควบคุมคุณภาพได้ดี ระบบไฮโดรโปนิกส์เป็นทางเลือกที่ดี โดยใช้เม็ดดินเผาแทนดิน และใช้น้ำปุ๋ยเฉพาะสำหรับระบบนี้ ข้อดีคือไม่มีดินเลอะเทอะ ควบคุมสารอาหารได้แม่นยำ และลดปัญหาโรคแมลงได้มาก แต่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยและใช้น้ำปุ๋ยพิเศษ

วิธีปลูกในตะกร้าแบบน้ำนิ่ง

วิธีนี้เป็นการผสมผสานระหว่างระบบไฮโดรโปนิกส์และการปลูกแบบดั้งเดิม ใช้ตะกร้าโปร่งใส่กาบมะพร้าวสับ วางซ้อนกับกระบะใส่น้ำ วิธีนี้ดูแลง่าย ประหยัดเวลา และให้ผลผลิตดี เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานและไม่มีเวลาดูแลมาก
Article Image

เริ่มปลูกผักบุ้งอย่างไร ตั้งแต่เตรียมพันธุ์จนได้ผลผลิต

การเตรียมพันธุ์และเมล็ด

การปลูกผักบุ้งสามารถเริ่มต้นได้ 2 วิธี คือ การใช้เมล็ดและการปักชำ สำหรับการใช้เมล็ด ต้องนำเมล็ดไปแช่น้ำอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส ทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นห่อเมล็ดด้วยผ้าขาวชุบน้ำ ใส่ในกล่องปิดฝาทิ้งไว้อีก 1 คืน เพื่อให้เมล็ดแตกหน่อ
สำหรับการปักชำ สามารถนำต้นผักบุ้งสดที่ซื้อมาจากตลาดที่ยังมีรากติดอยู่มาใช้ได้ โดยไม่ต้องทิ้งส่วนรากเมื่อทำอาหาร แต่เก็บไว้นำมาแช่รากในน้ำ 1 คืน แล้วนำไปปักชำในดินหรือกระถาง

การเตรียมดินและภาชนะปลูก

การเตรียมดินที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ ควรใช้ดินผสมใบไผ่ป่าหมัก ปุ๋ยมูลไส้เดือน และกาบมะพร้าวสับ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน หากปลูกในแปลงใหญ่ ควรไถดินให้ลึก 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว้ 1-2 อาทิตย์ และปรับค่า pH ให้อยู่ระหว่าง 5-7
สำหรับการปลูกในภาชนะ สามารถใช้กระถางขนาด 6 นิ้วขึ้นไป ขวดน้ำที่ตัดแล้ว หรือตะกร้าพลาสติก สิ่งสำคัญคือต้องมีรูระบายน้ำ หรือหากใช้ระบบไฮโดรโปนิกส์ก็ต้องมีระบบควบคุมระดับน้ำที่ดี

ขั้นตอนการปลูกและการดูแลเบื้องต้น

เมื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว การปลูกมีขั้นตอนที่แตกต่างกันตามวิธีที่เลือก หากใช้วิธีหว่านเมล็ด ให้โรยเมล็ดให้กระจายทั่ว อย่าให้ติดกันจนเกินไป และใส่ผ้าหรือฝาปิดไว้ในช่วงแรก 2-3 วัน เพื่อไม่ให้แสงแดดจ้าเกินไป หากใช้วิธีปักชำ ให้ปักต้นลงในดินหรือขุดหลุมลึกพอประมาณ แล้วถมดินกลบ
การรดน้ำเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะผักบุ้งเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น อย่าปล่อยให้ดินแห้งหรือขาดน้ำ เพราะจะทำให้การเจริญเติบโตหยุดชะงัก และต้นจะแข็งกระด้าง ไม่น่ารับประทาน
Article Image

การดูแลผักบุ้งอย่างไรให้โตดี และเก็บเกี่ยวได้นาน

การให้น้ำและสารอาหาร

ผักบุ้งต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ควรให้น้ำขังแฉะ สำหรับการปลูกในกระถาง ควรมีจานรองก้นกระถางเพื่อกักเก็บน้ำไว้1 ส่วนระบบไฮโดรโปนิกส์ต้องเปลี่ยนน้ำปุ๋ยเป็นระยะ โดยช่วงแรก 5 วันใช้น้ำปุ๋ยค่า EC=1.6 หลังจากนั้นเพิ่มเป็น EC=2.0-2.2
การให้ปุ๋ยสำหรับการปลูกในดิน ควรใช้ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ในช่วงอายุ 7-14 วัน และควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยมูลไส้เดือนเป็นฐาน ส่วนการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ต้องใช้น้ำปุ๋ยเฉพาะที่มีสารอาหารครบถ้วน

การป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืช

แม้ว่าผักบุ้งจะเป็นพืชที่ค่อนข้างทนทาน แต่ก็อาจพบปัญหาบางอย่าง เช่น อาการใบหงิกงอจากเพลี้ย ซึ่งสามารถกำจัดได้ด้วยน้ำหมักใบยาสูบ โดยใช้ใบยาสูบ 10 กิโลกรัม ใส่ในถังน้ำ 200 ลิตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำไปฉีดพ่นทุก 5-7 วัน
โรคราสนิมขาวก็เป็นปัญหาที่พบได้ โดยจะมีอาการเป็นจุดสีเหลืองซีดด้านบนใบ วิธีป้องกันคือหมั่นรดน้ำให้มากขึ้น และใช้น้ำปูนใสฉีดพ่น โดยผสมปูน 1 ช้อนแกงกับน้ำสะอาด 20 ลิตร รอให้ตกตะกอนแล้วเอาเฉพาะน้ำใสไปฉีดพ่น

เทคนิคการเก็บเกี่ยวและการตัดแต่ง

ผักบุ้งสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 14-25 วัน ขึ้นอยู่กับวิธีการปลูกและขนาดที่ต้องการ สำหรับผักส่งออกจะตัดอายุ 18-22 วัน ส่วนผักขายตลาดทั่วไปจะรอให้อายุ 25 วัน
เทคนิคการตัดที่ถูกต้องคือ ตัดเหนือโคนต้นประมาณ 1.5-2 นิ้ว ให้เหลือตาเล็กๆ ไว้หน่อย วิธีนี้จะทำให้สามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งจากต้นเดียว ก่อนการตัดควรล้างปุ๋ยตกค้างออกด้วยการใช้น้ำสะอาด 3-5 วัน และหมั่นเด็ดใบที่เหี่ยวส่วนล่างออกเพื่อกระตุ้นให้เกิดใบใหม่
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : ไทยรัฐออนไลน์

ปลูกผักบุ้งในพื้นที่จำกัดได้หรือไม่ เช่น คอนโด ระเบียง

การปลูกผักบุ้งในพื้นที่จำกัดเป็นไปได้อย่างแน่นอน และได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่คนเมืองที่อาศัยในคอนโดมิเนียม ด้วยขนาดของผักบุ้งที่ไม่ใหญ่มาก และความต้องการพื้นที่ไม่มาก จึงเหมาะสำหรับการปลูกบนระเบียงหรือในที่แคบ

เทคนิคการปลูกในขวดและภาชนะเล็ก

การใช้ขวดน้ำที่ตัดแล้วเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม โดยตัดขวดแล้วเอาปากขวดที่เจาะรูคว่ำลงในขวด วิธีนี้สร้างระบบรดน้ำอัตโนมัติแบบง่ายๆ ที่ทำให้รากผักสามารถดูดน้ำได้เองเมื่อต้องการ ผักโขมและผักบุ้งที่ปลูกด้วยวิธีนี้สามารถทิ้งไว้ไม่รดน้ำเกือบ 5 วัน แต่ยังรอดได้
การใช้ถุงแขวนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยประหยัดพื้นที่ โดยใช้ขวดมาร้อยกันเป็นแนวตั้ง ทำให้สามารถปลูกได้หลายต้นในพื้นที่เดียวกัน วิธีนี้เหมาะสำหรับระเบียงที่มีพื้นที่จำกัดมาก

การจัดการแสงแดดและการระบายอากาศ

ผักบุ้งต้องการแสงแดดบ้าง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแสงแดดแรงตลอดทั้งวัน การปลูกในที่กึ่งแดดกึ่งร่มก็ให้ผลดี ซึ่งเหมาะกับสภาพของระเบียงคอนโดทั่วไป หากแสงแดดน้อยเกินไป อาจต้องใช้ไฟ LED เสริมในบางกรณี
การระบายอากาศก็สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ปิด ควรมีการไหลเวียนของอากาศเพื่อป้องกันความชื้นสะสมที่อาจเป็นสาเหตุของโรคราได้

การแก้ปัญหาพื้นที่และการจัดเก็บ

สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดมาก การปลูกแบบแนวตั้งเป็นทางเลือกที่ดี สามารถใช้ชั้นวาง หรือแขวนภาชนะปลูกเป็นชั้นๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่ปลูกได้มากขึ้น การใช้วัสดุรีไซเคิลเช่น ขวดพลาสติก กล่องโฟม หรือภาชนะต่างๆ ที่ไม่ใช้แล้ว ก็สามารถช่วยลดต้นทุนและใช้ประโยชน์จากของเก่าได้ด้วย

สรุป

การปลูกผักบุ้งเป็นกิจกรรมที่คุ้มค่าและเหมาะสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะมีพื้นที่มากหรือน้อย ด้วยประโยชน์ทางสุขภาพที่หลากหลาย ทั้งการบำรุงสายตา ป้องกันโรค และให้สารอาหารจำเป็น รวมถึงความง่ายในการปลูกและดูแล ทำให้ผักบุ้งเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปลูกผักไว้กินเอง วิธีการปลูกที่หลากหลาย ตั้งแต่การใช้ดินธรรมดา ระบบไฮโดรโปนิกส์ การปักชำ หรือการปลูกในภาชนะรีไซเคิล ทำให้ทุกคนสามารถเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมและงบประมาณของตนเองได้ ที่สำคัญคือการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอและการดูแลอย่างต่อเนื่อง ภายในเวลาเพียง 2-3 สัปดาห์ก็จะได้ผักบุ้งสดใหม่มาบริโภคแล้ว
#สาระ #ปลูกผักบุ้ง #ผักปลอดภัย #ปลูกผักในคอนโด #ไฮโดรโปนิกส์ #ผักใบเขียว #ปลูกผักเอง #ผักออร์แกนิก #การเกษตรในเมือง #ปลูกผักระเบียง #ประโยชน์ผักบุ้ง
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#การเกษตรในเมือง
#ผักออร์แกนิก
#ผักใบเขียว
#ผักปลอดภัย
#ปลูกผักในคอนโด
#ปลูกผักเอง
#ประโยชน์ผักบุ้ง
#ไฮโดรโปนิกส์
#ต้นไม้และสวน
#ปลูกผักระเบียง
#ปลูกผักบุ้ง
#สาระ

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ทำไมควรเริ่มปลูกผักสวนครัวไว้กินเองและจะทำอย่างไรให้ได้ผล?
ทั่วไป

ทำไมควรเริ่มปลูกผักสวนครัวไว้กินเองและจะทำอย่างไรให้ได้ผล?

การปลูกผักสวนครัวไว้กินเองกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากให้ประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพ การประหยัดค่าใช้จ่าย และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ การมีผักสวนครัวเป็นของตัวเองทำให้เรามั่นใจได้ว่าผักที่กินนั้นปลอดจากสารเคมีอันตราย สดใหม่ และสามารถเก็บมาปรุงอาหารได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาการซื้อผักจากตลาด ซึ่งในช่วงเวลาวิกฤตหรือเมื่อราคาผักแพงก็สามารถพึ่งพาตนเองได้ ประโยชน์ที่ได้จากการปลูกผักสวนครัวเอง การปลูกผักสวนครัวไว้กินเองนำมาซึ่งประโยชน์หลากหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ ประโยชน์สำคัญที่เห็นได้ชัดคือการได้รับผักที่สดใหม่และปลอดสารพิษ เนื่องจากเราสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้น ผักที่ปลูกเองมักจะมีรสชาติที่ดีกว่าผักที่ซื้อจากตลาด เพราะสามารถเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสมและนำมาบริโภคทันที ด้านเศรษฐกิจ การปลูกผักเองช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาผักมีความผันผวน การลงทุนเริ่มแรกอาจจะสูงเล็กน้อย แต่เมื่อคิดในระยะยาวจะคุ้มค่ามาก เพราะผักหลายชนิดสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งจากการปลูกครั้งเดียว นอกจากนี้ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด การปลูกผักเองยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การระบาดของโรค หรือสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน เราจะมีอาหารสำรองที่ปลอดภัยและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระดับหนึ่ง ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เพราะช่วยลดการขนส่งผัก ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ และส่งเสริมการใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ การเตรียมพื้นที่และสร้างแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกผักสวนครัว ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมควรเป็นบริเวณที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ มีการระบายน้ำที่ดี และสะดวกต่อการดูแลรักษา หากมีพื้นที่จำกัด การปลูกในกระถางหรือการทำแปลงยกสูงก็เป็นทางเลือกที่ดี วิธีการทำแปลงผักแบบปูพลาสติกเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยป้องกันวัชพืชและทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้น ส่วนประกอบในการปรุงดินสำหรับแปลงผักประกอบด้วย แกลบดำ 2 ส่วน แกลบ 1 ส่วน ดินร่วน 2 ส่วน และปุ๋ยหมัก [...]

2 นาที
ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ
ทั่วไป

ปลูกผักคะน้าในบ้านอย่างไร? คู่มือเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ปลูกผักสวนครัวสู่ความสำเร็จ

การปลูกผักคะน้าไว้รับประทานเองที่บ้านกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในหมู่คนรักสุขภาพและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวปลอดสารพิษ คะน้าเป็นผักที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตได้ตลอดปี ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผัก นอกจากจะได้ผักสดใหม่ปราศจากสารเคมีแล้ว คะน้ายังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย การศึกษาวิธีการปลูกและดูแลคะน้าอย่างถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปลูกผักสวนครัวที่บ้าน ผักคะน้าคืออะไรและทำไมถึงนิยมปลูกในบ้าน? ผักคะน้า หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra เป็นผักใบเขียวในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) ที่มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย1 คะน้าเป็นผักที่รับประทานได้ทั้งใบและก้าน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า ความนิยมของการปลูกคะน้าในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นการผัด ยำ หรือใส่ในข้าวผัด คะน้าได้รับความนิยมในการปลูกที่บ้านเพราะเป็นพืชที่เติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะดินร่วนปนทราย และดินเหนียวปนดินร่วน1 ความสามารถในการปรับตัวที่ดีของคะน้าทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นกระถางหรือแปลงเล็กๆ ในบ้าน นอกจากนี้คะน้ายังเป็นผักที่ปลูกได้ตลอดปี แม้จะมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกคะน้าคือระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็ว โดยสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45-55 วันหลังปลูก ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเมื่อเทียบกับผักชนิดอื่น การที่คะน้าให้ผลผลิตเร็วนี้ทำให้ผู้ปลูกได้รับความพึงพอใจและแรงบันดาลใจในการปลูกผักอย่างต่อเนื่อง ความง่ายในการดูแลและผลตอบแทนที่รวดเร็วจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คะน้าเป็นตัวเลือกแรกสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักสวนครัวที่บ้าน สายพันธุ์คะน้าแบบไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในบ้าน? สายพันธุ์คะน้าที่นิยมปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นคะน้าจีนที่ได้รับการนำเข้าเมล็ดพันธุ์มาปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย1 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 พันธุ์หลักที่แต่ละพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานและสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกคะน้าให้ประสบความสำเร็จ พันธุ์ใบกลมเป็นสายพันธุ์ที่มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย1 ข้อดีของพันธุ์นี้คือความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศได้ดี ทำให้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกหรือพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมไม่ค่อยเอื้ออำนวย ตัวอย่างสายพันธุ์ที่นิยมได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 [...]

3 นาที
การปลูกผักสวนครัวในน้ำสำหรับมือใหม่สามารถทำได้หรือไม่?
ทั่วไป

การปลูกผักสวนครัวในน้ำสำหรับมือใหม่สามารถทำได้หรือไม่?

การปลูกผักในน้ำหรือที่เรียกว่าการเพาะปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์เป็นวิธีการทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสวนครัวไว้บริโภคในครัวเรือน การปลูกผักแบบนี้ไม่ต้องใช้ดินแต่ใช้น้ำเป็นตัวกลางในการส่งสารอาหารไปยังรากพืช ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ทำไมถึงควรเลือกปลูกผักในน้ำ? การปลูกผักในน้ำมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมมากขึ้น การปลูกแบบนี้ช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 90% เมื่อเทียบกับการปลูกในดิน เนื่องจากสารอาหารถูกส่งตรงไปยังรากพืช ลดการสูญเสียจากการระเหยและการไหลบ่า นอกจากนี้ยังช่วยให้พืชเจริญเติบโตเร็วกว่าและให้ผลผลิตสูงกว่าการปลูกในดินทั่วไป ข้อดีอื่นๆ ที่สำคัญคือการควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องวัชพืชหรือโรคพืชที่มาจากดิน และสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีแม้ในช่วงฤดูหนาว การปลูกในน้ำยังช่วยให้ผักที่ได้มีความปลอดภัยมากกว่า เนื่องจากไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชหรือปุ่ยเคมีในปริมาณมาก ผักชนิดใดบ้างที่เหมาะสมกับการปลูกในน้ำ? ผักใบเขียวและสมุนไพร ผักใบเขียวเป็นพืชที่เหมาะสมที่สุดกับการปลูกในน้ำ ได้แก่ ผักกาด ผักบุ้ง และผักชี ซึ่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ผักชีสามารถปลูกได้โดยการตัดลำต้นส่วนล่างที่มีรากติดอยู่ แล้วนำไปแช่ในน้ำและวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดปานกลาง สำหรับสมุนไพร เช่น สะระแหน่ ต้นหอม และผักชีฝรั่ง สามารถปลูกได้ง่ายโดยการนำยอดอ่อนมาแช่ในน้ำ หลังจากนั้นไม่กี่วันรากก็จะงอกออกมา สะระแหน่เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณดีและควรมีติดไว้ในทุกบ้าน ผักหัวและผักรากน้ำ แครอตสามารถปลูกในน้ำได้ แต่ผลที่ได้จะเป็นใบสีเขียวที่ใช้ปรุงอาหารได้ ไม่ใช่หัวแครอต โดยการนำหัวแครอตส่วนบนที่ตัดออกมาแช่ในน้ำตื้นและตั้งให้โดนแสงแดด กะหล่ำปลีก็สามารถปลูกได้โดยการนำฐานรากที่เหลือจากการปรุงอาหารมาแช่ในน้ำตื้น ผักอื่นๆ ที่น่าสนใจ ผักฉ่อยซึ่งเป็นผักสัญชาติจีนที่มีรสชาติขมอมเผ็ดร้อนเล็กน้อย สามารถปลูกได้โดยการนำต้นติดรากไปแช่ในน้ำ ภายใน 1-2 วันจะมีใบอ่อนงอกขึ้นมา ตะไคร้ซึ่งมีสรรพคุณมากมายก็สามารถปลูกในน้ำได้โดยการตัดต้นส่วนล่างมาประมาณ 2-3 นิ้วแล้วแช่ในน้ำครึ่งเดียว   วิธีการปลูกผักในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมอุปกรณ์ การปลูกผักในน้ำไม่ต้องใช้อุปกรณ์ซับซ้อน [...]

1 นาที
จะปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้านให้เติบโตดีและใช้ประโยชน์ได้อย่างไร?
ทั่วไป

จะปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้านให้เติบโตดีและใช้ประโยชน์ได้อย่างไร?

การปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้านเป็นวิธีการที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์หลากหลาย ทั้งในการประกอบอาหาร การรักษาสุขภาพ และการไล่แมลง การปลูกตะไคร้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่ยังเป็นการสร้างพื้นที่เขียวให้กับบ้านและสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอวิธีการปลูกตะไคร้ในกระถางอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเตรียมต้นพันธุ์ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและการใช้ประโยชน์ ทำไมต้องเลือกปลูกตะไคร้ในกระถางที่บ้าน? การปลูกตะไคร้ในกระถางมีข้อดีมากมายที่ทำให้ผู้คนหันมาสนใจมากขึ้น1 เนื่องจากในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาสนใจทำการเกษตรกันมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่บ้านในเมืองหลวงที่ยอมแบ่งพื้นที่เอาไว้ปลูกผักสวนครัวเพื่อนำไปใช้และลดค่าใช้จ่าย การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกลงดิน โดยเฉพาะในเรื่องของการระบายน้ำและการป้องกันศัตรูพืช ตะไคร้เป็นพืชสมุนไพรที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Cymbopogon citrates เป็นพืชล้มลุกในตระกูลหญ้า มีถิ่นกำเนิดจากแถบอินโดนีเซีย พม่า ศรีลังกา และไทย1 ลักษณะเด่นของตะไคร้คือการขึ้นเป็นกอและมีเหง้าอยู่ชั้นใต้ดิน ลำต้นเป็นรูปทรงกระบอกผิวเกลี้ยง เจริญเติบโตได้ประมาณ 1 เมตร มีใบเดี่ยวสีเขียวอ่อนลักษณะเรียวยาวปลายแหลม การขยายพันธุ์ทำได้ด้วยการแยกกอออกมาปลูกใหม่1 ทำให้เป็นพืชที่เหมาะสำหรับการปลูกในครัวเรือนเป็นอย่างมาก ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสุขภาพ การปลูกตะไคร้ที่บ้านนอกจากจะได้ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางการแพทย์ที่หลากหลาย1 ตะไคร้มีสรรพคุณที่ช่วยรักษาไข้หวัด ขับเสมหะ ขับลม แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะ ลดความดันโลหิต ลดคอเลสเตอรอล ต้านเชื้อรา ต้านการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สเปรย์กันยุง สบู่ แชมพู ยาทาแก้ปวดเมื่อย และเครื่องสำอาง ซึ่งสามารถสร้างรายได้เสริมได้อีกด้วย การเลือกพันธุ์และเตรียมต้นพันธุ์ตะไคร้ ก่อนเริ่มปลูกตะไคร้ [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent