
20/5/2568 • โดย Homeday
ต้นโฮย่าเป็นไม้เลื้อยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาปลูกประดับบ้านเรือน ด้วยความโดดเด่นของใบที่มีรูปทรงสวยงามหลากหลาย และดอกที่มีกลิ่นหอมละมุน โฮย่ามีมากกว่า 500 สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรูปร่างใบ สีสัน และลักษณะดอก บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับต้นโฮย่า วิธีการปลูกและดูแลอย่างถูกต้อง รวมถึงแนะนำสายพันธุ์ยอดนิยมที่น่าสนใจสำหรับนำมาปลูกในบ้าน โฮย่าคืออะไร? รู้จักไม้เลื้อยสุดน่ารักที่ปลูกง่ายแต่มีความหมายดี โฮย่า (Hoya) เป็นพืชในตระกูล Apocynaceae มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย เป็นไม้เลื้อยเมืองร้อนที่มีลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้อง บริเวณรอบข้อจะมียางสีขาว ใบมีความหนาอวบน้ำคล้ายพืชอวบน้ำ มีความหลากหลายทั้งรูปทรงและสีสัน บางชนิดเป็นใบรูปหัวใจ บางชนิดเป็นใบเกลียว หรือมีลักษณะใบด่างหลากสี ดอกของโฮย่ามีลักษณะเด่นคือ ออกเป็นช่อกลม แต่ละดอกจะมีรูปร่างคล้ายดาว 5 แฉก เมื่อดอกบาน กลีบดอกจะพลิกกลับไปด้านหลัง และมีกลิ่นหอมโดยเฉพาะในยามค่ำคืน ที่สำคัญ โฮย่ามีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถออกดอกที่ช่อดอกเดิมได้หลายครั้ง จึงไม่ควรตัดก้านดอกเมื่อดอกโรยไป โฮย่าเป็นต้นไม้ที่มีความหมายดี ในหลายวัฒนธรรมเชื่อว่า การปลูกโฮย่าจะช่วยเสริมดวงความรัก สร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้าง และช่วยให้การงานก้าวหน้า โดยเฉพาะโฮย่าหัวใจที่มีใบเป็นรูปหัวใจน่ารัก ยังถือเป็นสัญลักษณ์ของความรักและมิตรภาพ เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ วิธีปลูกและดูแลต้นโฮย่าให้เจริญเติบโตสมบูรณ์ การเลือกพื้นที่และแสงแดด โฮย่าชอบแสงสว่างแบบกรองแสง ควรวางในบริเวณที่มีแสงแดดอ่อนในช่วงเช้า ไม่ควรโดนแสงแดดจัดในช่วงเที่ยงวัน เพราะจะทำให้ใบไหม้ได้ ตำแหน่งที่เหมาะสมคือ บริเวณใกล้หน้าต่างทิศตะวันออก ที่ได้รับแสงแดดอ่อนในช่วงเช้า [...]

11/6/2568 • โดย Homeday
ดอกไม้สีชมพูเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความรักแบบมิตรภาพ ความรักระหว่างคู่รัก และการแสดงความขอบคุณ โดยมีความแตกต่างจากดอกไม้สีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ความรักแบบหนุ่มสาวและความโรแมนติก การเลือกปลูกดอกไม้สีชมพูในสวนจึงไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสวยงาม แต่ยังนำพาความหมายอันดีงามมาสู่พื้นที่อีกด้วย ปัจจุบันมีดอกไม้สีชมพูหลากหลายชนิดที่สามารถปลูกและเติบโตได้ดีในสภาพอากาศของประเทศไทย ทั้งที่เป็นพืชพื้นเมืองและพืชต่างถิ่นที่ได้รับการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในเขตร้อน ความหมายและสัญลักษณ์ของดอกไม้สีชมพู ดอกไม้สีชมพูในวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลกมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่อ่อนโยนและความเมตตา โดยเฉพาะดอกไม้สีชมพูอ่อนจะแสดงถึงความชื่นชมและความอ่อนโยน ในขณะที่สีชมพูเข้มจะเป็นสัญลักษณ์ของความขอบคุณและความชื่นชม ในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย ดอกไม้สีชมพูยังมีความหมายเชิงบวกเพิ่มเติม เช่น ความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และความอุดมสมบูรณ์ ความหมายของดอกไม้สีชมพูยังขึ้นอยู่กับชนิดของดอกไม้แต่ละประเภทด้วย เช่น กุหลาบสีชมพูหมายถึงความรักอันแสนหวานและความอ่อนโยน ดอกทิวลิปสีชมพูแสดงถึงความห่วงใยและปรารถนาดี เหมาะสำหรับให้เพื่อนหรือครอบครัว ส่วนดอกคาร์เนชั่นสีชมพูหมายถึงความรักที่สดใสและการสารภาพรัก ทำให้การเลือกดอกไม้สีชมพูแต่ละชนิดจึงควรพิจารณาความหมายที่ต้องการสื่อสารด้วย ดอกไม้สีชมพูที่ปลูกง่ายในประเทศไทย ชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกไม้สีชมพูสัญลักษณ์แห่งความรัก ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นไม้ขนาดกลางที่สูงได้ถึง 25 เมตร มีความหมายแทนความรักและความปรารถนาดี ต้นไม้ชนิดนี้มีลำต้นขนาดใหญ่ เปลือกเรียบสีน้ำตาลหรือเทา กิ่งแผ่กว้างเป็นชั้น ใบเป็นใบประกอบรูปนิ้วมือสีเขียวเข้ม ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน โดยจะทิ้งใบในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม การปลูกชมพูพันธุ์ทิพย์ทำได้ง่ายด้วยการเพาะเมล็ด เนื่องจากสามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะชอบดินที่ระบายน้ำและระบายอากาศได้ดีเป็นพิเศษ ควรปลูกบริเวณที่มีแสงแดดเต็มวัน โดยนำเมล็ดโรยในกระถางที่ใส่ทรายหรือขุยมะพร้าว รดน้ำให้ชุ่ม ใช้เวลาไม่นานก็จะมีต้นอ่อนงอกออกมา เมื่อลำต้นสูงได้ประมาณ 1 ฟุต ค่อยย้ายไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ ทิวลิปสีชมพู ดอกไม้แห่งความมั่นใจและความสุข ดอกทิวลิปสีชมพูมีความหมายแทนความมั่นใจ ความสุข [...]

21/5/2568 • โดย Homeday
การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย ทำไมการเลือกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจึงสำคัญ? การเลือกปลูกพืชให้เหมาะกับฤดูกาลเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการทำสวนครัว โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่มีความท้าทายเรื่องอุณหภูมิสูงและการระเหยของน้ำที่รวดเร็ว ผักที่เหมาะกับหน้าร้อนมักมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยให้ทนต่อความแห้งแล้งและแดดจัดได้ดี เช่น มีระบบรากลึก ใบหนา หรือมีขนปกคลุมเพื่อลดการระเหยของน้ำ การปลูกผักให้เหมาะกับฤดูกาลจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดี ใช้ทรัพยากรน้อย ลดการเกิดโรคและแมลงรบกวน และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผักที่ไม่เหมาะกับฤดูกาลจะเครียด อ่อนแอ และมักจะได้ผลผลิตน้อยหรือไม่ได้ผลผลิตเลย ผักชนิดใดทนร้อนและปลูกง่ายในหน้าร้อน? 1. ผักบุ้ง – ผักกินง่ายที่ปลูกง่ายยิ่งกว่า ผักบุ้งจีนเป็นผักที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วแม้ในสภาพอากาศร้อน ลำต้นกลมเป็นปล้อง มีความกลวงภายใน ใบและยอดจะแตกออกตามข้อพร้อมรากด้วย ก้านใบมีลักษณะคล้ายหัวลูกศรหรือรูปหัวใจ ดอกมีสีขาว สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ดและการปักชำราก ผักบุ้งเติบโตได้ดีในดินร่วนปนทรายและชอบดินชุ่มชื้นแต่ไม่แฉะ สามารถปลูกในน้ำหรือแม้แต่ในฟองน้ำก็ได้ ต้องการแสงแดดเต็มวันและควรรดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อดินแห้ง สำหรับการปลูกในช่วงหน้าร้อนอาจต้องรดน้ำบ่อยขึ้นเป็นวันละ 3-4 ครั้ง เช้า สาย บ่าย และเย็น เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของดิน [...]

19/6/2568 • โดย Homeday
ไฮยาซินธ์เป็นไม้หัวที่มีถิ่นกำเนิดจากแถบตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปจนถึงอิหร่านและเติร์กเมนิสถาน ดอกไฮยาซินธ์มีลักษณะเด่นคือออกดอกเป็นช่อแน่น มีกลิ่นหอมหวาน และมีสีสันหลากหลาย ตั้งแต่สีขาว ครีม เหลือง ชมพู ฟ้า ไปจนถึงสีม่วงเข้ม ปัจจุบันไฮยาซินธ์ถูกจัดเป็นวงศ์อิสระของตัวเองชื่อ Hyacinthaceae และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hyacinthus Orientalis ทำไมควรปลูกไฮยาซินธ์ในบ้าน ไฮยาซินธ์เป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกในบ้านเพราะมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ดึงดูดใจ ดอกไฮยาซินธ์มีกลิ่นหอมอ่อนและสีสันที่หลากหลาย ช่วยผ่อนคลายจิตใจ ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการเครียด และช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น นอกจากนี้ ไฮยาซินธ์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ ความรัก และความกล้าหาญ ความหมายของสีดอกไฮยาซินธ์แต่ละสี แต่ละสีของดอกไฮยาซินธ์มีความหมายที่แตกต่างกันไป สีม่วงแทนการขอโทษและความเสียใจ สีฟ้าแทนความซื่อสัตย์และความจริงใจ สีแดงแทนความหลงใหล สีเหลืองแทนความอิจฉาริษา และสีขาวแทนความรักอันบริสุทธิ์และการขอพรต่อพระเจ้า สีชมพูแทนความสนุกสนาน ในขณะที่สีม่วงเข้มแทนความลึกลับและความเศร้าโศก วิธีการปลูกไฮยาซินธ์ในน้ำแบบง่ายๆ การเตรียมหัวไฮยาซินธ์ ขั้นตอนแรกในการปลูกไฮยาซินธ์คือการเตรียมหัวพันธุ์ ควรเลือกหัวที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรง ไม่มีรอยเน่าเสีย หัวที่ใหญ่กว่าจะให้ดอกที่สวยงามและมีจำนวนกลีบมากกว่า โดยหัวขนาด 16-17 หรือ 18-19 เซนติเมตรจะเหมาะสำหรับการปลูกมากที่สุด ขั้นตอนการแช่ตู้เย็น การแช่หัวไฮยาซินธ์ในตู้เย็นเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกดอก ให้นำหัวไฮยาซินธ์ใส่ในถุงกระดาษสีน้ำตาลแล้วเก็บในช่องเก็บผักของตู้เย็นเป็นเวลา 6-14 สัปดาห์ที่อุณหภูมิ 40-45 องศาฟาเรนไฮต์ ต้องระวังไม่ให้เก็บหัวไฮยาซินธ์ไว้ใกล้กับผลไม้ที่สุกแล้ว [...]

19/5/2568 • โดย Homeday
ต้นพุดเป็นไม้ดอกที่มีความสวยงาม กลิ่นหอม และยังเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกในบ้านเรือนไทย ด้วยความที่เป็นไม้ที่ชอบแสงแดดจัด ทนความร้อนได้ดี และออกดอกตลอดทั้งปี จึงเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเป็นไม้ที่ดูแลง่าย ปลูกได้ทั้งในกระถางและลงดิน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดสวนสวยในพื้นที่จำกัด หรือต้องการไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมประดับบ้าน บทความนี้จะพาไปรู้จักสายพันธุ์ต้นพุดที่น่าปลูก พร้อมเคล็ดลับการดูแลให้เติบโตแข็งแรงและออกดอกสวยงาม ต้นพุดคืออะไร? มีกี่สายพันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย? ต้นพุด (Gardenia) มีชื่อวิทยาศาสตร์หลักคือ Gardenia jasminoides เป็นพืชในวงศ์ Rubiaceae มีมากกว่า 200 ชนิดทั่วโลก มีต้นกำเนิดในเอเชีย แอฟริกา และออสเตรเลีย ลักษณะทั่วไปเป็นไม้พุ่มสูงประมาณ 1-2 เมตร ใบมีสีเขียวเข้ม มันวาว และมีดอกสีขาวที่มีกลิ่นหอม ในประเทศไทยมีการปลูกต้นพุดหลากหลายสายพันธุ์ โดยคนไทยนิยมปลูกเป็นไม้มงคล เพราะชื่อ “พุด” หรือ “พุฒ” หมายถึง ความแข็งแรง ความสมบูรณ์ และความเจริญเติบโต ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ปลูกมีความเจริญมั่นคงในชีวิต การปลูกต้นพุดไม่ยากอย่างที่คิด เพราะเป็นไม้ที่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดี ชอบดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำดี ต้องการแสงแดดปานกลางถึงมาก และไม่ต้องการน้ำมากนัก รดน้ำเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ ทำให้เหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้มากนัก [...]

3/9/2564 • โดย Homeday
เคยสงสัยกันไหมคะว่า ทำไมต้นไม้สวยงามหลายสายพันธุ์ ถึงปลูกอยู่แค่บนพื้นดิน หรือในกระถางที่มีดิน บางครั้งเราอาจรู้สึกว่า การใช้ดินปลูกต้นไม้ก็สร้างความป

9/10/2563 • โดย Homeday
กระแสสุดฮิตตลอดกาล ไม่มีแผ่ว ต้องยกให้กับเทรนด์ปลูกต้นไม้ในบ้านนั่นเองค่าเอ๊า แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ปลูกต้นไม้ในบ้านได้จริงๆหรอ จะเป็นอันตรายไห

14/5/2564 • โดย Homeday
ต้นพลูด่าง เป็นไม้เลื้อยที่ใครหลายๆ คนรู้จัก หรือเคยได้ยินชื่อกันใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นพืชปลูกง่าย สามารถปลูกเป็นไม้ประดับภายในอาคาร เพื่อใช้เป็นการประดับต

5/6/2568 • โดย Homeday
แตงกวาเป็นผักสวนครัวยอดนิยมที่หลายคนชอบรับประทานและนำมาตกแต่งจานอาหาร แม้อยู่ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ห้องเล็กๆ ก็สามารถปลูกแตงกวาในกระถางได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีปลูกแตงกวาในกระถางแบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่ให้ได้ผลผลิตดี ติดผลดก สามารถเก็บกินได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก เพียงรู้เทคนิคและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง คุณก็จะได้แตงกวาสดๆ ปลอดสารพิษไว้รับประทานเองที่บ้าน ทำไมแตงกวาถึงเหมาะกับการปลูกในกระถาง? แตงกวาเป็นพืชที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วและให้ผลผลิตไว เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เริ่มต้นปลูกผัก โดยใช้เวลาเพียง 32-35 วันหลังหยอดเมล็ดก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว แม้แตงกวาจะเป็นพืชเถาเลื้อย แต่ก็สามารถจัดการให้เติบโตในพื้นที่จำกัดได้โดยการทำค้างหรือซุ้มให้เลื้อย ข้อดีอีกประการของการปลูกแตงกวาในกระถางคือ คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า สามารถเคลื่อนย้ายกระถางไปยังจุดที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ และปรับเปลี่ยนดินและปุ๋ยได้ง่าย นอกจากนี้ แตงกวาที่ปลูกเองยังปลอดภัยจากสารเคมี ให้ความสดใหม่ และมีรสชาติดีกว่าที่ซื้อจากตลาด แตงกวาเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศอบอุ่น ไม่ร้อนและไม่เย็นชื้นจนเกินไป ชอบแสงแดดและต้องการแสงอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง การจัดวางกระถางในตำแหน่งที่ได้รับแสงอย่างเพียงพอจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกแตงกวาให้ประสบความสำเร็จ อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการปลูกแตงกวาในกระถางมีอะไรบ้าง? ก่อนเริ่มปลูกแตงกวาในกระถาง คุณควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ซึ่งประกอบด้วย: เมล็ดพันธุ์แตงกวา – ควรเลือกเมล็ดที่มีคุณภาพดี แข็งแรง และสมบูรณ์ เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน ควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของคุณ เช่น แตงกวาพันธุ์มัมมี่ที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง ดินร่วนปนทราย – ดินที่เหมาะกับการปลูกแตงกวาควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และผ่านการตากแดดมาแล้ว ค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 5.5-6.8 ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก [...]

17/5/2568 • โดย Homeday
คุณกำลังมองหาต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านแต่กังวลว่าปลูกแล้วจะดูแลยาก? ไม้เลื้อยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากเพิ่มสีสันให้กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกในกระถางแขวน วางบนชั้น หรือปล่อยให้เลื้อยตามผนัง บทความนี้จะรวบรวมพันธุ์ไม้เลื้อยที่เหมาะกับการปลูกในบ้าน เติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ของคุณ พร้อมเคล็ดลับการดูแลให้เติบโตสวยงาม ทำไมไม้เลื้อยจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการปลูกในบ้าน? ไม้เลื้อยมอบประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ไม้เลื้อยหลายชนิดสามารถเติบโตได้ดีในที่ร่มหรือมีแสงน้อย ทำให้เหมาะกับการปลูกภายในบ้าน นอกจากนี้ยังช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชุ่มชื้น และสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย การเลือกไม้เลื้อยที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านจะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของธรรมชาติแม้อยู่ในพื้นที่จำกัด ไม้เลื้อยยังมีรูปแบบการเจริญเติบโตที่น่าสนใจ บางชนิดมีใบด่าง บางชนิดมีรูปทรงใบที่โดดเด่น หรือบางชนิดมีดอกสวยงาม ทำให้สามารถเลือกได้ตามความชอบและการตกแต่งภายในบ้าน ไม้เลื้อยชนิดไหนปลูกในบ้านได้ดีและดูแลง่าย? พลูด่าง – นักอยู่รอดตัวจริงสำหรับมือใหม่ พลูด่าง (Pothos) เป็นหนึ่งในไม้เลื้อยปลูกในร่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากปลูกง่ายและดูแลไม่ยาก มีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก เช่น พลูด่างทอง พลูราชินีหินอ่อน พลูงาช้าง และพลูฉลุ แต่ละพันธุ์มีลักษณะใบที่แตกต่างกันไป ทั้งแบบใบขนาดใหญ่ ใบด่าง และใบฉลุ พลูด่างสามารถเติบโตได้ดีทั้งในบริเวณที่มีแสงน้อยหรือพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องผ่าน เช่น ริมหน้าต่าง การดูแลง่ายเพียงรดน้ำเมื่อดินแห้ง ข้อควรระวังคือไม่ควรปลูกในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองหากสัตว์เลี้ยงกัดกินเข้าไป ไทรเลื้อย – สร้างบรรยากาศสีเขียวในทุกมุมบ้าน ไทรเลื้อย (Ficus Repens) เป็นไม้เลื้อยที่มักถูกนำไปปลูกไว้บริเวณกำแพงบ้านด้านนอก แต่สามารถนำมาปลูกในกระถางเล็กๆ ภายในบ้านได้เช่นกัน [...]

10/4/2569 • โดย Homeday Aum
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดโอกาสให้ลูกหนี้รายย่อยบุคคลธรรมดา ที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ประเภทบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล...