Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ไฮยาซินธ์ปลูกง่ายใครๆ ก็ทำได้ ใส่น้ำแช่เย็นก็ออกดอกสวยหอม

Homeday
19 มิถุนายน 2568
1 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 19/6/2568

ไฮยาซินธ์ปลูกง่ายใครๆ ก็ทำได้ ใส่น้ำแช่เย็นก็ออกดอกสวยหอม

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ไฮยาซินธ์เป็นไม้หัวที่มีถิ่นกำเนิดจากแถบตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปจนถึงอิหร่านและเติร์กเมนิสถาน ดอกไฮยาซินธ์มีลักษณะเด่นคือออกดอกเป็นช่อแน่น มีกลิ่นหอมหวาน และมีสีสันหลากหลาย ตั้งแต่สีขาว ครีม เหลือง ชมพู ฟ้า ไปจนถึงสีม่วงเข้ม ปัจจุบันไฮยาซินธ์ถูกจัดเป็นวงศ์อิสระของตัวเองชื่อ Hyacinthaceae และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hyacinthus Orientalis
Article Image

ทำไมควรปลูกไฮยาซินธ์ในบ้าน

ไฮยาซินธ์เป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกในบ้านเพราะมีคุณสมบัติหลายอย่างที่ดึงดูดใจ ดอกไฮยาซินธ์มีกลิ่นหอมอ่อนและสีสันที่หลากหลาย ช่วยผ่อนคลายจิตใจ ปรับสมดุลฮอร์โมน ลดอาการเครียด และช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น นอกจากนี้ ไฮยาซินธ์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่ ความรัก และความกล้าหาญ
Article Image

ความหมายของสีดอกไฮยาซินธ์แต่ละสี

แต่ละสีของดอกไฮยาซินธ์มีความหมายที่แตกต่างกันไป สีม่วงแทนการขอโทษและความเสียใจ สีฟ้าแทนความซื่อสัตย์และความจริงใจ สีแดงแทนความหลงใหล สีเหลืองแทนความอิจฉาริษา และสีขาวแทนความรักอันบริสุทธิ์และการขอพรต่อพระเจ้า สีชมพูแทนความสนุกสนาน ในขณะที่สีม่วงเข้มแทนความลึกลับและความเศร้าโศก
Article Image

วิธีการปลูกไฮยาซินธ์ในน้ำแบบง่ายๆ

การเตรียมหัวไฮยาซินธ์

ขั้นตอนแรกในการปลูกไฮยาซินธ์คือการเตรียมหัวพันธุ์ ควรเลือกหัวที่มีขนาดใหญ่และแข็งแรง ไม่มีรอยเน่าเสีย หัวที่ใหญ่กว่าจะให้ดอกที่สวยงามและมีจำนวนกลีบมากกว่า โดยหัวขนาด 16-17 หรือ 18-19 เซนติเมตรจะเหมาะสำหรับการปลูกมากที่สุด

ขั้นตอนการแช่ตู้เย็น

การแช่หัวไฮยาซินธ์ในตู้เย็นเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกดอก ให้นำหัวไฮยาซินธ์ใส่ในถุงกระดาษสีน้ำตาลแล้วเก็บในช่องเก็บผักของตู้เย็นเป็นเวลา 6-14 สัปดาห์ที่อุณหภูมิ 40-45 องศาฟาเรนไฮต์ ต้องระวังไม่ให้เก็บหัวไฮยาซินธ์ไว้ใกล้กับผลไม้ที่สุกแล้ว เพราะก๊าซเอทิลีนที่ปล่อยออกมาจะทำลายตาดอกภายในหัว

วิธีการปลูกในน้ำ

หลังจากแช่ตู้เย็นแล้ว ให้นำหัวไฮยาซินธ์มาปลูกในน้ำ ใช้แก้วหรือขวดแก้วที่มีคอแคบ เติมน้ำสะอาดให้ระดับน้ำสูงเกือบถึงหัว โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1 เซนติเมตร สำคัญคือให้หัวไฮยาซินธ์อยู่เหนือน้ำเล็กน้อย ไม่ให้จมน้ำ ในช่วงแรกให้วางไว้ในที่มืดและเย็นประมาณ 6 สัปดาห์ เพื่อให้รากเจริญเติบโต
Article Image

การดูแลไฮยาซินธ์ระหว่างปลูก

การเปลี่ยนน้ำ

ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นประจำ2 หากพบว่าน้ำเริ่มเปลี่ยนสีเป็นเหลืองหรือมีกลิ่นเหม็น ให้รีบเปลี่ยนน้ำใหม่ทันที ในช่วงปกติควรเปลี่ยนน้ำทุก 1-2 สัปดาห์ อาจใช้น้ำประปาธรรมดาหรือน้ำปุ๋ยเจือจางได้

การย้ายออกจากตู้เย็น

เมื่อยอดเขียวงอกขึ้นมาประมาณ 2-5 เซนติเมตรจึงนำออกจากตู้เย็นได้ ให้ย้ายไปวางในที่ที่มีแสงสว่างแต่ไม่ร้อนจัด ค่อยๆ หมุนภาชนะเป็นประจำเพื่อให้ก้านดอกเจริญเติบโตตรง ในระยะนี้ดอกจะค่อยๆ บานออกมาสวยงาม
Article Image

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

รากไม่งอกหรือเจริญเติบโตช้า

หากพบว่ารากไม่งอกหรือเจริญเติบโตช้า ให้ตรวจสอบว่าระดับน้ำเหมาะสมหรือไม่2 ต้องมั่นใจว่าหัวไฮยาซินธ์อยู่เหนือน้ำเล็กน้อย และน้ำต้องสะอาดใส อีกสาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะหัวไม่ได้รับการแช่เย็นเพียงพอ

การเก็บรักษาหัวหลังดอกโรย

หลังจากดอกไฮยาซินธ์โรยแล้ว สามารถเลี้ยงต่อเพื่อให้หัวแข็งแรงขึ้น ให้ปล่อยใบเหี่ยวเองตามธรรมชาติ เพราะใบจะสะสมพลังงานสำหรับการออกดอกในครั้งต่อไป เมื่อใบเหี่ยวหมดแล้วจึงเก็บหัวไว้ในที่แห้ง เย็น และมืด สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 4 เดือน

ข้อดีของการปลูกไฮยาซินธ์ในน้ำ

การปลูกไฮยาซินธ์ในน้ำมีข้อดีหลายประการ ไม่ต้องยุ่งยากกับดิน ไม่มีความสกปรก ดูแลง่าย และสามารถมองเห็นการเจริญเติบโตของรากได้ชัดเจน นอกจากนี้ยังสามารถจัดเรียงเป็นของตั้งโต๊ะหรือของประดับในบ้านได้สวยงาม วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการทดลองปลูกไฮยาซินธ์เป็นครั้งแรก

ข้อควรระวังในการปลูกไฮยาซินธ์

เมื่อจับหัวไฮยาซินธ์ควรสวมถุงมือ เพราะผิวหนังบางคนอาจแพ้หรือระคายเคืองได้ ในประเทศไทยไม่ควรปลูกไฮยาซินธ์กลางแจ้ง เพราะอากาศร้อนเกินไป ควรปลูกในที่ร่มหรือในอาคารที่มีการควบคุมอุณหภูมิ หลีกเลี่ยงการปลูกในที่ที่แสงแดดจัดหรือมีอุณหภูมิสูง

สรุป

การปลูกไฮยาซินธ์ในน้ำเป็นวิธีที่ง่ายและน่าสนใจสำหรับคนรักดอกไม้ ด้วยขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อน เพียงแช่หัวในตู้เย็น จากนั้นปลูกในน้ำและดูแลอย่างเหมาะสม ก็จะได้ดอกไฮยาซินธ์ที่สวยงามและหอมหวาน วิธีนี้ยังช่วยให้เราสามารถเพลิดเพลินไปกับกลิ่นหอมและสีสันของดอกไฮยาซินธ์ได้ตลอดปี โดยไม่ต้องรอฤดูหนาว
#สาระ #ไฮยาซินธ์ #ปลูกดอกไม้ #ปลูกในน้ำ #ดอกไม้หอม #ตู้เย็น #ไม้หัว #ดอกไม้ในบ้าน #การปลูกง่าย #ดอกไม้ความหมายดี #การดูแลต้นไม้
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ปลูกในน้ำ
#ดอกไม้ในบ้าน
#การปลูกง่าย
#ไม้หัว
#ดอกไม้ความหมายดี
#ไฮยาซินธ์
#การดูแลต้นไม้
#ต้นไม้และสวน
#ดอกไม้หอม
#ตู้เย็น
#สาระ
#ปลูกดอกไม้

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ดอกไม้สีชมพูมีความหมายอย่างไร และชนิดไหนปลูกง่ายที่สุด?ดอกไม้สีชมพูมีความหมายอย่างไร และชนิดไหนปลูกง่ายที่สุด?
ทั่วไป

ดอกไม้สีชมพูมีความหมายอย่างไร และชนิดไหนปลูกง่ายที่สุด?ดอกไม้สีชมพูมีความหมายอย่างไร และชนิดไหนปลูกง่ายที่สุด?

ดอกไม้สีชมพูเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ความรักแบบมิตรภาพ ความรักระหว่างคู่รัก และการแสดงความขอบคุณ โดยมีความแตกต่างจากดอกไม้สีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ความรักแบบหนุ่มสาวและความโรแมนติก การเลือกปลูกดอกไม้สีชมพูในสวนจึงไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสวยงาม แต่ยังนำพาความหมายอันดีงามมาสู่พื้นที่อีกด้วย ปัจจุบันมีดอกไม้สีชมพูหลากหลายชนิดที่สามารถปลูกและเติบโตได้ดีในสภาพอากาศของประเทศไทย ทั้งที่เป็นพืชพื้นเมืองและพืชต่างถิ่นที่ได้รับการดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในเขตร้อน ความหมายและสัญลักษณ์ของดอกไม้สีชมพู ดอกไม้สีชมพูในวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลกมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่อ่อนโยนและความเมตตา โดยเฉพาะดอกไม้สีชมพูอ่อนจะแสดงถึงความชื่นชมและความอ่อนโยน ในขณะที่สีชมพูเข้มจะเป็นสัญลักษณ์ของความขอบคุณและความชื่นชม ในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเชีย ดอกไม้สีชมพูยังมีความหมายเชิงบวกเพิ่มเติม เช่น ความเจริญรุ่งเรือง ความโชคดี และความอุดมสมบูรณ์ ความหมายของดอกไม้สีชมพูยังขึ้นอยู่กับชนิดของดอกไม้แต่ละประเภทด้วย เช่น กุหลาบสีชมพูหมายถึงความรักอันแสนหวานและความอ่อนโยน ดอกทิวลิปสีชมพูแสดงถึงความห่วงใยและปรารถนาดี เหมาะสำหรับให้เพื่อนหรือครอบครัว ส่วนดอกคาร์เนชั่นสีชมพูหมายถึงความรักที่สดใสและการสารภาพรัก ทำให้การเลือกดอกไม้สีชมพูแต่ละชนิดจึงควรพิจารณาความหมายที่ต้องการสื่อสารด้วย ดอกไม้สีชมพูที่ปลูกง่ายในประเทศไทย ชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกไม้สีชมพูสัญลักษณ์แห่งความรัก ชมพูพันธุ์ทิพย์เป็นไม้ขนาดกลางที่สูงได้ถึง 25 เมตร มีความหมายแทนความรักและความปรารถนาดี ต้นไม้ชนิดนี้มีลำต้นขนาดใหญ่ เปลือกเรียบสีน้ำตาลหรือเทา กิ่งแผ่กว้างเป็นชั้น ใบเป็นใบประกอบรูปนิ้วมือสีเขียวเข้ม ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน โดยจะทิ้งใบในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม การปลูกชมพูพันธุ์ทิพย์ทำได้ง่ายด้วยการเพาะเมล็ด เนื่องจากสามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะชอบดินที่ระบายน้ำและระบายอากาศได้ดีเป็นพิเศษ ควรปลูกบริเวณที่มีแสงแดดเต็มวัน โดยนำเมล็ดโรยในกระถางที่ใส่ทรายหรือขุยมะพร้าว รดน้ำให้ชุ่ม ใช้เวลาไม่นานก็จะมีต้นอ่อนงอกออกมา เมื่อลำต้นสูงได้ประมาณ 1 ฟุต ค่อยย้ายไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ ทิวลิปสีชมพู ดอกไม้แห่งความมั่นใจและความสุข ดอกทิวลิปสีชมพูมีความหมายแทนความมั่นใจ ความสุข [...]

2 นาที
ไม้หัวประเภทดอกมีอะไรบ้าง และปลูกดูแลอย่างไรให้เบ่งบานสวยงาม?
ทั่วไป

ไม้หัวประเภทดอกมีอะไรบ้าง และปลูกดูแลอย่างไรให้เบ่งบานสวยงาม?

ไม้หัวประเภทดอกเป็นพืชประดับที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยความสามารถในการเก็บสะสมอาหารในหัวใต้ดิน ทำให้สามารถปลูกและดูแลได้ง่าย พร้อมดอกไม้ที่มีสีสันสดใสและกลิ่นหอม ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดสวนและตกแต่งพื้นที่ ไม้หัวคืออะไรและมีกี่ประเภท ไม้หัวหมายถึงพืชที่มีอวัยวะสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีลักษณะกลมหรือเกือบกลม เพื่อช่วยให้พืชผ่านพ้นสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยได้ พืชเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ทรูบัลบ์ (True bulbs) ที่มีลำต้นใต้ดินโผล่พ้นดินเล็กน้อย มีรากงอกขึ้นมา คอร์ม (Corm) เป็นลำต้นใต้ดินตั้งตรง มองเห็นข้อปล้องชัดเจน มีดอกไม้งอกด้านบน ทูเบอร์ (Tuber) มีลักษณะอวบสั้น ไม่มีใบเกล็ดหุ้ม มีตาบุ่มลงไป และไรโซม (Rhizome) ที่เป็นลำต้นใต้ดินเรียกว่าแง่งหรือเหง้า มีข้อและปล้องสั้น หุ้มด้วยใบเกล็ดสีน้ำตาล การจำแนกประเภทของไม้หัวนี้มีความสำคัญต่อการปลูกและดูแล เนื่องจากแต่ละประเภทมีลักษณะและความต้องการที่แตกต่างกัน ความเข้าใจในโครงสร้างของไม้หัวจะช่วยให้การปลูกและขยายพันธุ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการเลือกวิธีการขยายพันธุ์ที่เหมาะสม ไม้หัวประเภทดอกยอดนิยมและวิธีการปลูก ซ่อนกลิ่น ดอกไม้หอมกลางคืน ซ่อนกลิ่น (Polianthes Tuberosa) เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหอม ใบเดี่ยวเรียวยาวปลายแหลม ดอกสีขาวออกเป็นช่อเดี่ยวแทงขึ้นกลางกอ มีกลิ่นหอมโดยเฉพาะกลางคืน การปลูกซ่อนกลิ่นต้องใช้ดินร่วนระบายน้ำดี ต้องการแดดเต็มวัน และความชื้นสูงแต่ไม่ชอบน้ำขัง ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัว และควรปลูกในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม สำหรับการดูแล ควรรดน้ำสม่ำเสมอแต่ปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ [...]

2 นาที
ต้นเข็มปลูกยังไงให้ดกสวย? เคล็ดลับการดูแลและเลือกพันธุ์ที่ต้องรู้
ทั่วไป

ต้นเข็มปลูกยังไงให้ดกสวย? เคล็ดลับการดูแลและเลือกพันธุ์ที่ต้องรู้

ต้นเข็มเป็นไม้ดอกยอดนิยมที่มีความหมายดีเก่าแก่และใช้ประกอบพิธีไหว้ครูมาอย่างยาวนาน ด้วยดอกที่มีสีสันสดใสและรูปทรงแหลมเฉียบ ทำให้เป็นสัญลักษณ์ของความเฉียบแหลมทางปัญญา การปลูกต้นเข็มให้เจริญเติบโตดีและออกดอกอย่างสม่ำเสมอต้องอาศัยเทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การเตรียมดิน ไปจนถึงการให้ปุ๋ยและการตัดแต่ง ซึ่งล้วนมีผลต่อ ต้นเข็มคืออะไร และมีต้นกำเนิดมาจากไหน? ต้นเข็มมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ixora chinensis Lamk. หรือ Ixora spp. เป็นไม้พุ่มในวงศ์ Rubiaceae ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของทวีปเอเชีย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า นอกจากนี้ยังพบในภูมิภาคเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลเทศ และปากีสถาน ในประเทศไทย ต้นเข็มสามารถพบได้ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมักเจริญเติบโตตามธรรมชาติในป่าราบหรือตามป่าเบญจพรรณ ลักษณะเด่นของต้นเข็มคือการเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง มีความสูงประมาณ 1-5 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ลำต้นมีลักษณะทรงกระบอก ผิวเรียบ สีน้ำตาล ส่วนกิ่งยอดจะมีสีเขียวและแตกกิ่งตรงขึ้นด้านบน ใบของต้นเข็มเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ มีลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปรี ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบค่อนข้างหนาและแข็งเปราะ มีสีเขียวสด [...]

2 นาที
ทำไมฟิโลเดนดรอนถึงเป็นไม้ประดับที่ปลูกง่ายและสวยงามที่สุดสำหรับบ้านของคุณ?
ทั่วไป

ทำไมฟิโลเดนดรอนถึงเป็นไม้ประดับที่ปลูกง่ายและสวยงามที่สุดสำหรับบ้านของคุณ?

ฟิโลเดนดรอนได้กลายเป็นหนึ่งในไม้ประดับภายในบ้านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยใบทรงหัวใจที่สวยงาม การดูแลที่ง่ายดาย และความหลากหลายของสายพันธุ์ที่น่าประทับใจ ต้นไม้สกุลนี้มีมากกว่า 480 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งในร่มและกลางแจ้ง ความเป็นเอกลักษณ์ของฟิโลเดนดรอนไม่เพียงแค่อยู่ที่ความสวยงาม แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพและการสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านอีกด้วย วิธีเลือกฟิโลเดนดรอนสายพันธุ์ไหนที่เหมาะกับบ้านคุณ? การเลือกฟิโลเดนดรอนสำหรับบ้านนั้นควรพิจารณาปัจจัยหลายประการ โดยสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นได้แก่ ฟิโลเดนดรอนใบหัวใจ (Heartleaf Philodendron) ซึ่งสามารถปรับตัวกับแสงน้อยได้ดีและดูแลง่าย สำหรับผู้ที่ต้องการความโดดเด่น ฟิโลเดนดรอนบราซิล (Brasil Philodendron) จะเป็นตัวเลือกที่ดีด้วยลายใบสีเขียวอมเหลืองที่สะดุดตา สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ฟิโลเดนดรอนเบอร์กิน (Philodendron Birkin) เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดและใบที่มีลายเส้นสีครีมบนพื้นเขียวเข้ม ในขณะที่ผู้ที่ต้องการความหรูหราอาจเลือกฟิโลเดンดรอนพิงค์ปริ้นเซส (Pink Princess) ที่มีใบสีเขียวเข้มผสมกับสีชมพูสวยงาม เคล็ดลับการดูแลฟิโลเดนดรอนให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ การจัดแสงและตำแหน่งที่เหมาะสม ฟิโลเดนดรอนต้องการแสงสว่างแบบอ้อมที่ไม่โดนแดดโดยตรง โดยสามารถวางไว้ใกล้หน้าต่างที่หันไปทิศตะวันออกหรือตะวันตก แสงที่น้อยเกินไปจะทำให้ใบมีขนาดเล็กลงและก้านยาวออก ในขณะที่แสงแรงเกินไปจะทำให้ใบเหลืองและไหม้ได้ การรดน้ำที่ถูกต้อง การรดน้ำที่เหมาะสมคือการรอให้ดินแห้งลึกประมาณ 1-2 นิ้วก่อนรดน้ำครั้งต่อไป การรดน้ำมากเกินไปเป็นสาเหตุหลักของการตายของฟิโลเดนดรอน เนื่องจากจะทำให้รากเน่าได้ ในช่วงฤดูหนาวควรลดการรดน้ำลงเนื่องจากการเจริญเติบโตจะช้าลง ดินและการปลูก ฟิโลเดนดรอนต้องการดินที่ระบายน้ำได้ดีและมีอินทรียวัตถุ โดยสามารถผสมดินเองได้จากดินปลูกกระถาง กาบมะพร้าว และเพอร์ไลต์ในอัตราส่วน 1:1:1 การเปลี่ยนดินทุก 2 ปีจะช่วยป้องกันการสะสมของเกลือแร่และสารเคมีในดิน ประโยชน์ที่น่าประหลาดใจของฟิโลเดนดรอนที่มีต่อสุขภาพ [...]

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
ฟังบ้าน
Homeday AgentHomeday Agent