Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky
Homeday TOP
Homeday FB
กำลังค้นหา:
คำค้น: นก
1234567...212223

บทความ

พบ 274 บทความ

เรียงตาม:
จัดสวนหน้าบ้านด้วยตัวเองใน 2 วันครึ่งได้จริงหรือ? เปลี่ยนที่ดินเปล่าเป็นมุมจิบกาแฟสุดชิล
ทั่วไป

จัดสวนหน้าบ้านด้วยตัวเองใน 2 วันครึ่งได้จริงหรือ? เปลี่ยนที่ดินเปล่าเป็นมุมจิบกาแฟสุดชิล

10/6/2568 • โดย Homeday

การเปลี่ยนพื้นที่ว่างหน้าบ้านให้กลายเป็นสวนสวยพร้อมมุมพักผ่อนไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หลายคนอาจคิดว่าการจัดสวนต้องใช้เวลานานและงบประมาณสูง แต่ความจริงแล้วด้วยการวางแผนที่ดีและการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม เราสามารถสร้างสวนหน้าบ้านที่สวยงามและใช้งานได้จริงภายในเวลาเพียง 2-3 วัน ตั้งแต่การเตรียมดิน การเลือกพรรณไม้ที่เหมาะสม การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ จนถึงการสร้างมุมนั่งเล่นที่ร่มรื่นสำหรับจิบกาแฟยามเย็น ขั้นตอนเตรียมพื้นที่และปรับดินก่อนจัดสวน การเริ่มต้นจัดสวนหน้าบ้านต้องเริ่มจากการเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสม ขั้นตอนแรกคือการกำจัดวัชพืชและปรับหน้าดินให้เรียบร้อย การสำรวจลักษณะดินเดิมเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากดินในแต่ละบริเวณมีความสมบูรณ์แตกต่างกัน ความเหมาะสมในการเลือกปลูกต้นไม้จึงต่างกันไปด้วย หากเป็นไปได้ควรส่งตัวอย่างดินไปทดสอบหาค่าความอุดมสมบูรณ์ ลักษณะโครงสร้างดิน และระดับความเป็นกรด-ด่าง การปรับปรุงดินเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม หากดินมีความเหนียวมาก ควรปรับปรุงดินด้วยการพรวนดินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความพรุน พร้อมเติมเศษอิฐและรงควัตถุ เพื่อให้เกิดความโปร่ง สำหรับการถมดินใหม่ นิยมใช้ดินลูกรังหรือดินเหนียว ซึ่งไม่เหมาะกับการเพาะปลูก ก่อนปลูกต้นไม้จึงต้องปรับสภาพดินให้เหมาะสมด้วยการผสมดินร่วน กาบมะพร้าวสับ ปุ๋ยคอกหรือทรายลงไป โดยปกติแล้วอาจจะผสมดินปลูกในอัตราส่วนดิน 1 ส่วน ปุ๋ยคอก 1 ส่วน และทราย 1/2 ส่วน การใส่ผ้าใบพลาสติกหรือตาข่ายก่อนถมดินเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยป้องกันวัชพืชขึ้นมาใหม่3 จากนั้นจึงนำอิฐบล็อคหรือตัวหนอนมากั้นแนวเขตของแปลงปลูก และใส่ทรายรับพื้นที่ให้เรียบก่อนเริ่มปลูกต้นไม้ ขั้นตอนเหล่านี้แม้จะใช้เวลาและแรงงาน แต่จะช่วยให้สวนที่เราสร้างขึ้นมีความคงทนและดูแลรักษาง่ายในระยะยาว เลือกต้นไม้ให้ร่มเงาเป็นองค์ประกอบหลัก การเลือกต้นไม้ให้ร่มเงาเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก ต้นไม้ที่นิยมใช้เป็นไม้ประธานในสวนหน้าบ้าน ได้แก่ ต้นล่ำซำ ต้นกันเกรา และต้นพุดสีดา ซึ่งต้นไม้เหล่านี้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมสำหรับการปลูกในพื้นที่หน้าบ้าน ต้นล่ำซำเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Diospyros [...]

ทำทางเดินในสวนเองได้จริงหรือ? งบไม่เกิน 10,000 บาทสร้างพื้นที่สวยใช้ได้จริง
ทั่วไป

ทำทางเดินในสวนเองได้จริงหรือ? งบไม่เกิน 10,000 บาทสร้างพื้นที่สวยใช้ได้จริง

6/6/2568 • โดย Homeday

การสร้างทางเดินในสวนด้วยตัวเองกลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมสำหรับเจ้าของบ้านที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและได้ผลงานที่ถูกใจ โดยเฉพาะเมื่อการจ้างช่างมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 30,000 บาทขึ้นไป แต่การทำเองสามารถลดต้นทุนลงเหลือเพียง 10,000 บาทเท่านั้น พร้อมทั้งได้ความภาคภูมิใจจากผลงานที่สร้างด้วยมือของตัวเอง การเลือกวัสดุที่เหมาะสมและการวางแผนที่ดีจะช่วยให้ได้ทางเดินที่สวยงาม ใช้งานได้จริง และทนทานต่อสภาพอากาศ เหตุใดจึงควรเลือกทำทางเดินสวนเองแทนการจ้างช่าง การจ้างช่างทำทางเดินในสวนมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง โดยราคามาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 1,500-1,800 บาทต่อตารางเมตร ยังไม่รวมค่าเดินทางและค่าขนส่งอีก 1,200-1,800 บาทต่อเที่ยว สำหรับพื้นที่ขนาด 20 ตารางเมตร ค่าใช้จ่ายรวมจะอยู่ที่ประมาณ 33,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับครอบครัวทั่วไป การทำเองจึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากสามารถลดต้นทุนลงเหลือเพียง 10,000 บาท ประหยัดได้ถึง 23,000 บาท นอกจากประโยชน์ด้านการประหยัดเงินแล้ว การทำทางเดินสวนเองยังให้ความยืดหยุ่นในการออกแบบตามความต้องการ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ตลอดเวลา และได้เรียนรู้ทักษะใหม่ที่สามารถนำไปใช้ในโครงการอื่นๆ ในอนาคต การทำงานด้วยตัวเองยังช่วยให้เข้าใจโครงสร้างและวิธีการบำรุงรักษาได้ดีขึ้น ทำให้สามารถซ่อมแซมหรือปรับปรุงเองได้ในภายหลัง วัสดุและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการสร้างทางเดิน การเลือกวัสดุที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการสร้างทางเดินสวน วัสดุหลักที่ต้องเตรียมประกอบด้วยแผ่นคอนกรีตหรือแผ่นปูทางเดิน ทรายหยาบสำหรับปรับพื้น และวัสดุกั้นขอบเพื่อกำหนดแนวเขต สำหรับแผ่นปูทางเดินสามารถเลือกได้หลากหลายขนาดและสี โดยขนาด 30x30x6 เซนติเมตรมีราคาประมาณ 20-30 บาทต่อแผ่น และขนาด 40x40x4 เซนติเมตรมีราคาประมาณ 23-33 [...]

ไม้หัวประเภทดอกมีอะไรบ้าง และปลูกดูแลอย่างไรให้เบ่งบานสวยงาม?
ทั่วไป

ไม้หัวประเภทดอกมีอะไรบ้าง และปลูกดูแลอย่างไรให้เบ่งบานสวยงาม?

6/6/2568 • โดย Homeday

ไม้หัวประเภทดอกเป็นพืชประดับที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ด้วยความสามารถในการเก็บสะสมอาหารในหัวใต้ดิน ทำให้สามารถปลูกและดูแลได้ง่าย พร้อมดอกไม้ที่มีสีสันสดใสและกลิ่นหอม ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับการจัดสวนและตกแต่งพื้นที่ ไม้หัวคืออะไรและมีกี่ประเภท ไม้หัวหมายถึงพืชที่มีอวัยวะสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน มีลักษณะกลมหรือเกือบกลม เพื่อช่วยให้พืชผ่านพ้นสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยได้ พืชเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ทรูบัลบ์ (True bulbs) ที่มีลำต้นใต้ดินโผล่พ้นดินเล็กน้อย มีรากงอกขึ้นมา คอร์ม (Corm) เป็นลำต้นใต้ดินตั้งตรง มองเห็นข้อปล้องชัดเจน มีดอกไม้งอกด้านบน ทูเบอร์ (Tuber) มีลักษณะอวบสั้น ไม่มีใบเกล็ดหุ้ม มีตาบุ่มลงไป และไรโซม (Rhizome) ที่เป็นลำต้นใต้ดินเรียกว่าแง่งหรือเหง้า มีข้อและปล้องสั้น หุ้มด้วยใบเกล็ดสีน้ำตาล การจำแนกประเภทของไม้หัวนี้มีความสำคัญต่อการปลูกและดูแล เนื่องจากแต่ละประเภทมีลักษณะและความต้องการที่แตกต่างกัน ความเข้าใจในโครงสร้างของไม้หัวจะช่วยให้การปลูกและขยายพันธุ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในการเลือกวิธีการขยายพันธุ์ที่เหมาะสม ไม้หัวประเภทดอกยอดนิยมและวิธีการปลูก ซ่อนกลิ่น ดอกไม้หอมกลางคืน ซ่อนกลิ่น (Polianthes Tuberosa) เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีหัวใต้ดินคล้ายหัวหอม ใบเดี่ยวเรียวยาวปลายแหลม ดอกสีขาวออกเป็นช่อเดี่ยวแทงขึ้นกลางกอ มีกลิ่นหอมโดยเฉพาะกลางคืน การปลูกซ่อนกลิ่นต้องใช้ดินร่วนระบายน้ำดี ต้องการแดดเต็มวัน และความชื้นสูงแต่ไม่ชอบน้ำขัง ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหัว และควรปลูกในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม สำหรับการดูแล ควรรดน้ำสม่ำเสมอแต่ปล่อยให้ดินแห้งระหว่างการรดน้ำ [...]

แตงกวาปลูกง่ายในพื้นที่จำกัดจริงหรือ? เทคนิคปลูกแตงกวาในกระถางสำหรับมือใหม่ที่ควรรู้
ทั่วไป

แตงกวาปลูกง่ายในพื้นที่จำกัดจริงหรือ? เทคนิคปลูกแตงกวาในกระถางสำหรับมือใหม่ที่ควรรู้

5/6/2568 • โดย Homeday

แตงกวาเป็นผักสวนครัวยอดนิยมที่หลายคนชอบรับประทานและนำมาตกแต่งจานอาหาร แม้อยู่ในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ห้องเล็กๆ ก็สามารถปลูกแตงกวาในกระถางได้ บทความนี้จะแนะนำวิธีปลูกแตงกวาในกระถางแบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่ให้ได้ผลผลิตดี ติดผลดก สามารถเก็บกินได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก เพียงรู้เทคนิคและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง คุณก็จะได้แตงกวาสดๆ ปลอดสารพิษไว้รับประทานเองที่บ้าน ทำไมแตงกวาถึงเหมาะกับการปลูกในกระถาง? แตงกวาเป็นพืชที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วและให้ผลผลิตไว เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่เริ่มต้นปลูกผัก โดยใช้เวลาเพียง 32-35 วันหลังหยอดเมล็ดก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว แม้แตงกวาจะเป็นพืชเถาเลื้อย แต่ก็สามารถจัดการให้เติบโตในพื้นที่จำกัดได้โดยการทำค้างหรือซุ้มให้เลื้อย ข้อดีอีกประการของการปลูกแตงกวาในกระถางคือ คุณสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า สามารถเคลื่อนย้ายกระถางไปยังจุดที่เหมาะสมตามสภาพอากาศ และปรับเปลี่ยนดินและปุ๋ยได้ง่าย นอกจากนี้ แตงกวาที่ปลูกเองยังปลอดภัยจากสารเคมี ให้ความสดใหม่ และมีรสชาติดีกว่าที่ซื้อจากตลาด แตงกวาเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีอากาศอบอุ่น ไม่ร้อนและไม่เย็นชื้นจนเกินไป ชอบแสงแดดและต้องการแสงอย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง การจัดวางกระถางในตำแหน่งที่ได้รับแสงอย่างเพียงพอจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการปลูกแตงกวาให้ประสบความสำเร็จ อุปกรณ์จำเป็นสำหรับการปลูกแตงกวาในกระถางมีอะไรบ้าง? ก่อนเริ่มปลูกแตงกวาในกระถาง คุณควรเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ซึ่งประกอบด้วย: เมล็ดพันธุ์แตงกวา – ควรเลือกเมล็ดที่มีคุณภาพดี แข็งแรง และสมบูรณ์ เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกัน ควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของคุณ เช่น แตงกวาพันธุ์มัมมี่ที่เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง ดินร่วนปนทราย – ดินที่เหมาะกับการปลูกแตงกวาควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และผ่านการตากแดดมาแล้ว ค่า pH ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 5.5-6.8 ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมัก [...]

คนเมืองจะปลูกผักกินเองได้อย่างไรเมื่อไม่มีพื้นที่มากพอ?
ทั่วไป

คนเมืองจะปลูกผักกินเองได้อย่างไรเมื่อไม่มีพื้นที่มากพอ?

5/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักสวนครัวสำหรับคนเมืองในยุคปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แม้จะมีพื้นที่จำกัดก็สามารถสร้างแหล่งอาหารสดสะอาดไว้บริโภคเองได้ การเลือกวิธีการปลูกที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของคนเมือง พร้อมเทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง จะช่วยให้ได้ผักปลอดสารเคมีและประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำไมคนเมืองถึงควรหันมาปลูกผักกินเอง? การปลูกผักสวนครัวของคนเมืองในปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความกังวลเรื่องสารเคมีตกค้างในผักที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด การมีผักสดปลอดภัยไว้บริโภคเองจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญสำหรับสุขภาพของครอบครัว ผักและสมุนไพรมีคุณค่าทางอาหารสูงและควรบริโภคให้ได้ทุกวัน แต่การเลือกซื้อผักที่ปลอดภัยและมีคุณภาพดีมักมีราคาสูง นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว การปลูกผักยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด และสร้างพื้นที่สีเขียวที่ร่มรื่นให้กับที่อยู่อาศัย การมีสวนผักเล็กๆ ในบ้านยังเป็นการสอนลูกหลานให้รู้จักต้นกำเนิดของอาหารและตระหนักถึงคุณค่าของธรรมชาติ กระถางต้นไม้เป็นพื้นฐานของการปลูกผักคนเมือง การใช้กระถางเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นปลูกผักในพื้นที่จำกัด โดยเพียงแค่มีพื้นที่หน้าระเบียงหรือริมหน้าต่างที่แสงแดดเข้าถึงได้ ก็สามารถปลูกสมุนไพรพื้นฐานเช่น กะเพรา โหระพา ใบโขม หรือผักชีลาวไว้ใช้ประกอบอาหารได้แล้ว การเลือกขนาดกระถางมีความสำคัญมาก สำหรับพืชใบเล็กๆ เช่น กะเพรา ควรใช้กระถางขนาด 6 นิ้วสำหรับระยะแรก แล้วย้ายไปกระถาง 12 นิ้วเมื่อต้นโตขึ้น ส่วนพืชที่มีรากลึกเช่น มะนาว ต้องใช้กระถางขนาดใหญ่ประมาณ 17 นิ้ว การวางตำแหน่งกระถางควรคำนึงถึงความสะดวกในการรดน้ำและเก็บเกี่ยวผลผลิต วัสดุของกระถางก็มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช กระถางดินเผาจะช่วยระบายอากาศได้ดีแต่น้ำระเหยเร็ว กระถางพลาสติกจะกักเก็บความชื้นได้นานแต่อาจร้อนเกินไปในแสงแดดจัด การเจาะรูระบายน้ำที่เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็น โดยควรมีรูขนาดอย่างน้อย 1/2 นิ้วสำหรับกระถางขนาดเล็กถึงกลาง การสร้างแปลงผักจากอิฐบล็อก ทนทานและประหยัด สำหรับผู้ที่มีพื้นที่มากกว่าระเบียงเล็กๆ การทำแปลงผักจากอิฐบล็อกเป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่า แปลงขนาด 4×1.5 เมตร [...]

การปลูกพริกในกระถางที่บ้านทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตดก?
ทั่วไป

การปลูกพริกในกระถางที่บ้านทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตดก?

4/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกพริกในกระถางเป็นกิจกรรมที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้ครอบครัวได้วัตถุดิบทำอาหารสดใหม่ใช้เอง พร้อมทั้งเป็นการผ่อนคลายจากความเครียด พริกมีสารแคปไซซินที่ให้ความเผ็ดและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเจริญอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน และมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง วิธีการปลูกพริกในกระถางนั้นไม่ซับซ้อน แต่ต้องมีเทคนิคและการดูแลที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี พันธุ์พริกไหนเหมาะสำหรับปลูกในกระถาง? พริกมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Capsicum spp. เป็นพืชในวงศ์ Solanaceae ตระกูลเดียวกับมันฝรั่งและมะเขือ1 ลักษณะของต้นพริกเป็นไม้ล้มลุกความสูงประมาณ 1-2.5 ฟุต มีลำต้นหลักเพียงต้นเดียวแต่จะแตกกิ่งออกไปเป็นพุ่มขนาดเล็ก ออกเป็นใบเดี่ยวทรงกลมรีและปลายแหลม ดอกสีขาว 1-3 ดอก ผลสีเขียวเมื่ออ่อน เมื่อโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม หรือแดงปนน้ำตาล สำหรับการปลูกในกระถาง พันธุ์ที่เหมาะสมได้แก่ พริกขี้หนูผลใหญ่ พริกขี้หนูผลเล็ก และพริกใหญ่ ระดับความเผ็ดของพริกแบ่งตามปริมาณสารแคปไซซินออกเป็น 3 ระดับ โดยใช้หน่วยเป็นสโควิลล์ (Scoville) พริกเผ็ดมากจะมีความเผ็ดอยู่ในช่วง 70,000-175,000 สโควิลล์ พริกเผ็ดกลางอยู่ในช่วง 35,000-70,000 สโควิลล์ และพริกเผ็ดน้อยหรือไม่เผ็ดอยู่ในช่วง 0-35,000 สโควิลล์ สำหรับผู้เริ่มต้นแนะนำให้เลือกพริกขี้หนูซึ่งเป็นพริกเผ็ดกลางที่นิยมนำมาทำอาหาร เนื่องจากดูแลง่ายและให้ผลผลิตดี พันธุ์พริกเหล่านี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในกระถางได้ดีและมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม อุปกรณ์และวัสดุที่จำเป็นสำหรับการปลูกมีอะไรบ้าง? การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญของการปลูกพริกให้สำเร็จ อุปกรณ์หลักที่ต้องเตรียมประกอบด้วย เมล็ดพริกหรือพริกขี้หนูสำหรับเก็บเมล็ด [...]

ปลูกมะกรูดในกระถางจากเมล็ดยังไงให้ได้ผลและดูแลง่าย?
ทั่วไป

ปลูกมะกรูดในกระถางจากเมล็ดยังไงให้ได้ผลและดูแลง่าย?

4/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกมะกรูดในกระถางเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการใบมะกรูดสดใช้ประกอบอาหาร มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรในตระกูลส้มที่มีใบหอมเฉพาะตัวและให้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งในด้านอาหาร สุขภาพ และความงาม การเรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ต้นมะกรูดที่แข็งแรงและให้ผลผลิตดีตลอดปี ขอบคุณภาพจาก : อาณาจักรต้นไม้ การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุปลูกมะกรูดจากเมล็ด การปลูกมะกรูดจากเมล็ดต้องเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ผลมะกรูดแก่หรือผลที่ร่วงธรรมชาติจะให้เมล็ดที่มีความสมบูรณ์สูงสุด อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วยมีดคม ช้อนสำหรับคว้านเมล็ด ถาดสำหรับผึ่งเมล็ด และแก้วพลาสติกสำหรับเพาะกล้า วัสดุปลูกที่สำคัญคือกระถางดินเผาซึ่งให้การระบายอากาศดีกว่ากระถางพลาสติก ดินปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ผสมกับปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม การเพิ่มกาบมะพร้าวสับลงในกระถางจะช่วยในการระบายน้ำและรักษาความชุ่มชื้น สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต สามารถเลือกใช้วัสดุปลูกแบบผสมที่ประกอบด้วยดินปลูกคุณภาพสูง 50% เพอร์ไลต์หรือทรายหยาบ 25% และปุ๋ยหมักหรือมูลสัตว์ 25% ขอบคุณภาพจาก : LadyNongDiary เทคนิคการเตรียมเมล็ดและการเพาะต้นกล้า การเตรียมเมล็ดมะกรูดต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เมล็ดเสียหาย เริ่มจากการฝานผลมะกรูดแก่ออกให้เนื้อในแยกจากกัน แล้วใช้ช้อนคว้านเมล็ดออกมาอย่างนุ่มนวล การล้างเมล็ดด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดเยื่อหุ้มที่เหนียวเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีขึ้น การผึ่งเมล็ดให้แห้งใต้แสงแดดเป็นเวลา 2-4 วันจะช่วยเตรียมเมล็ดให้พร้อมสำหรับการเพาะ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกคือปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน เมื่อพืชมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรง การใส่เมล็ดลงในดินที่เตรียมไว้ควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะเกินไป และวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงพอประมาณ วิธีการย้ายต้นกล้าและการปลูกในกระถางถาวร เมื่อต้นกล้ามะกรูดเริ่มออกใบ 3-4 ใบแล้ว จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการย้ายไปปลูกในถุงเพาะกล้า ในระยะนี้ต้นกล้าต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรักษาความชุ่มชื้นและการได้รับแสงแดดที่เพียงพอ การใช้ถุงดำสำหรับเพาะกล้าจะช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดีและต้นกล้าแข็งแรงจนสูงประมาณ 30 เซนติเมตร การย้ายต้นกล้าไปยังกระถางถาวรควรทำเมื่อต้นกล้ามีความแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ดินในกระถางควรเป็นดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยคอกในอัตราส่วนเท่าๆ กัน [...]

วิธีปลูกต้นหอมในกระถางง่ายๆ ทำอย่างไรให้โตเร็วและได้ผลดี?
ทั่วไป

วิธีปลูกต้นหอมในกระถางง่ายๆ ทำอย่างไรให้โตเร็วและได้ผลดี?

3/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกต้นหอมในกระถางเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่อยากมีผักสวนครัวใช้เองแต่มีพื้นที่จำกัด ต้นหอมเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตเร็ว และสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ทำให้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการผักสดใช้ประกอบอาหารอยู่เสมอ การปลูกในกระถางยังช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกลงดิน และสะดวกในการดูแลรักษา เตรียมอุปกรณ์และวัสดุที่จำเป็น การเริ่มต้นปลูกต้นหอมในกระถางต้องเตรียมอุปกรณ์พื้นฐานที่ไม่ซับซ้อน กระถางที่เหมาะสมควรมีขนาดกว้างพอสมควรและมีรูระบายน้ำที่ดี เพื่อป้องกันน้ำขังที่อาจทำให้รากเน่าได้1 ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนที่มีการระบายน้ำดี ไม่อุ้มน้ำมากเกินไป และมีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอ เปลือกถั่วลิสงเป็นอีกหนึ่งวัสดุที่มีประโยชน์มากในการปลูกต้นหอม เนื่องจากช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ร่วนซุยและช่วยรักษาความชื้นในดิน นอกจากนี้ยังสามารถใช้เศษเปลือกไข่แตกบดให้ละเอียดโรยหน้าดินเป็นปุ๋ยธรรมชาติได้ สำหรับพันธุ์ที่จะใช้ปลูก มีทั้งเมล็ดต้นหอมและรากต้นหอมที่เหลือจากการทำอาหารมาใช้ปักชำได้ การเตรียมดินเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องทำอย่างถูกต้อง ควรพรวนดินให้ร่วนและทุบเปลือกถั่วลิสงให้เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นผสมเปลือกถั่วลิสงกับดินและตักใส่กระถางโดยไม่ต้องกดดินให้แน่นจนเกินไป1 การปล่อยให้ดินมีความโปร่งพอสมควรจะช่วยให้รากสามารถเจริญเติบโตได้ดีและระบายอากาศได้เหมาะสม วิธีการปลูกต้นหอมด้วยวิธีต่างๆ การปลูกต้นหอมในกระถางสามารถทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีและระยะเวลาการเก็บเกี่ยวที่แตกต่างกัน วิธีแรกคือการปลูกจากรากต้นหอมที่เหลือจากการทำอาหาร โดยใช้มีดตัดต้นหอมเหนือราก 1.5-2 นิ้ว แล้วปักชำลงดิน โดยเว้นระยะห่างแต่ละต้น 2 นิ้ว พร้อมกับรดน้ำพอให้ชุ่ม1 วิธีนี้จะให้ผลเร็วที่สุด สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 30-32 วัน การปลูกด้วยเมล็ดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม เพียงโรยเมล็ดลงหน้าดินประมาณ 4-5 เมล็ดต่อกระถาง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นและรากของต้นหอมติดกันเกินไปเมื่อโตขึ้น1 แม้ว่าจะใช้เวลานานกว่าการปักชำราก แต่ต้นที่ได้จะแข็งแรงและสามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 45 วัน สำหรับผู้ที่ต้องการปลูกจากหัวพันธุ์ สามารถเลือกใช้หัวหอมแบ่งหรือหอมแดงมาปักชำได้ วิธีการเตรียมหัวพันธุ์มีหลายแบบ เช่น การตัดใบและรากทิ้งบางส่วน การตัดส่วนบนของหัวออก 1/3 [...]

อยากจัดสวนในพื้นที่จำกัดต้องทำอย่างไร? 10 ไอเดียสร้างสรรค์สำหรับบ้าน คอนโด และระเบียงเล็ก
ทั่วไป

อยากจัดสวนในพื้นที่จำกัดต้องทำอย่างไร? 10 ไอเดียสร้างสรรค์สำหรับบ้าน คอนโด และระเบียงเล็ก

3/6/2568 • โดย Homeday

การสร้างพื้นที่สีเขียวในบ้านไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่กว้างขวาง ด้วยไอเดียสร้างสรรค์และเทคนิคการจัดสวนแนวใหม่ เราสามารถเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้กลายเป็นสวนสวยที่ช่วยฟอกอากาศและเพิ่มความสดชื่นให้กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นระเบียงคอนโด ลานหน้าบ้าน หรือมุมเล็กๆ ภายในบ้าน ทุกพื้นที่สามารถเปลี่ยนเป็นสวนส่วนตัวได้ ไอเดียสวนแนวตั้งสำหรับพื้นที่จำกัด สวนแขวนติดผนังกำแพง การจัดสวนแนวตั้งเป็นวิธีการประหยัดพื้นที่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สามารถเริ่มต้นได้ง่ายด้วยการสร้างแผงไม้ติดผนัง แล้วนำต้นไม้ที่ปลูกในกระถางเจาะรูมาแขวนตามต้องการ สวนแนวตั้งไม่เพียงช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยลดมลพิษและความร้อนจากภายนอกที่เข้าสู่ตัวอาคาร ทำให้ผนังว่างเปล่าดูมีชีวิตชีวาและเป็นฉากหลังที่สวยงาม การเลือกพืชสำหรับสวนแนวตั้งควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ได้รับ หากเป็นบริเวณที่โดนแดดค่อนข้างมาก สามารถเลือกปลูกเปปเปอร์มินต์ ดาดตะกั่ว เฟิร์นข้าหลวง เตยด่าง สับปะรดสี เฟิร์นใบมะขาม ไผ่ฟิลิปปินส์ และเดฟเขียว ส่วนถ้าเป็นบริเวณที่แสงแดดน้อย ควรเลือกพืชที่ชอบแสงน้อย เช่น เฟิร์นหรือพลูด่าง สวนแขวนบนราวระเบียง สำหรับผู้ที่อยู่คอนโดหรือมีระเบียง การแขวนต้นไม้บนราวระเบียงเป็นทางเลือกที่ยอดเยียม วิธีนี้มีข้อดีกว่าการแขวนติดกำแพง เพราะไม่ต้องตอกตะปูและสามารถโยกย้ายได้ง่าย สามารถเลือกซื้ออุปกรณ์แขวนพร้อมกระถางที่มีหลากหลายรูปแบบ หรือเลือกซื้อแยกส่วนตามความต้องการ พันธุ์ไม้ที่เหมาะสำหรับสวนแขวนบนราวระเบียง ได้แก่ กลุ่มไม้ดอกประดับอย่างกล้วยไม้ เวอร์บีน่า หรือกลุ่มไม้ใบประดับที่มีกิ่งก้านห้อยย้อยลงมา เช่น สายป่านดวงใจ ริบบิ้นชาลี หรือต้นคุณนายตื่นสาย การดูแลสวนแขวนควรใช้ฟ็อกกี้ในการฉีดน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำหยดไปรบกวนผู้อยู่อาศัยห้องด้านล่าง การปรับแต่งพื้นที่ด้วยวัสดุธรรมชาติ การปูพรมหญ้าสร้างฟีลธรรมชาติ การปูพรมหญ้าสีเขียวในลานนั่งเล่น บนระเบียง หรือในห้องนั่งเล่น ช่วยให้รู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติตลอดเวลา และยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้บ้าน [...]

ทำไมควรเริ่มปลูกผักสวนครัวไว้กินเองและจะทำอย่างไรให้ได้ผล?
ทั่วไป

ทำไมควรเริ่มปลูกผักสวนครัวไว้กินเองและจะทำอย่างไรให้ได้ผล?

3/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักสวนครัวไว้กินเองกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากให้ประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพ การประหยัดค่าใช้จ่าย และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ การมีผักสวนครัวเป็นของตัวเองทำให้เรามั่นใจได้ว่าผักที่กินนั้นปลอดจากสารเคมีอันตราย สดใหม่ และสามารถเก็บมาปรุงอาหารได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาการซื้อผักจากตลาด ซึ่งในช่วงเวลาวิกฤตหรือเมื่อราคาผักแพงก็สามารถพึ่งพาตนเองได้ ประโยชน์ที่ได้จากการปลูกผักสวนครัวเอง การปลูกผักสวนครัวไว้กินเองนำมาซึ่งประโยชน์หลากหลายด้าน ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ ประโยชน์สำคัญที่เห็นได้ชัดคือการได้รับผักที่สดใหม่และปลอดสารพิษ เนื่องจากเราสามารถควบคุมกระบวนการปลูกตั้งแต่เริ่มต้น ผักที่ปลูกเองมักจะมีรสชาติที่ดีกว่าผักที่ซื้อจากตลาด เพราะสามารถเก็บเกี่ยวในช่วงเวลาที่เหมาะสมและนำมาบริโภคทันที ด้านเศรษฐกิจ การปลูกผักเองช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาผักมีความผันผวน การลงทุนเริ่มแรกอาจจะสูงเล็กน้อย แต่เมื่อคิดในระยะยาวจะคุ้มค่ามาก เพราะผักหลายชนิดสามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งจากการปลูกครั้งเดียว นอกจากนี้ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด การปลูกผักเองยังช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารในครัวเรือน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การระบาดของโรค หรือสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน เราจะมีอาหารสำรองที่ปลอดภัยและสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระดับหนึ่ง ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น เพราะช่วยลดการขนส่งผัก ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ และส่งเสริมการใช้วิธีการปลูกที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ การเตรียมพื้นที่และสร้างแปลงผัก การเตรียมพื้นที่เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญในการปลูกผักสวนครัว ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยหลายประการเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี การเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมควรเป็นบริเวณที่ได้รับแสงแดดเพียงพอ มีการระบายน้ำที่ดี และสะดวกต่อการดูแลรักษา หากมีพื้นที่จำกัด การปลูกในกระถางหรือการทำแปลงยกสูงก็เป็นทางเลือกที่ดี วิธีการทำแปลงผักแบบปูพลาสติกเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยม เนื่องจากช่วยป้องกันวัชพืชและทำให้การดูแลรักษาง่ายขึ้น ส่วนประกอบในการปรุงดินสำหรับแปลงผักประกอบด้วย แกลบดำ 2 ส่วน แกลบ 1 ส่วน ดินร่วน 2 ส่วน และปุ๋ยหมัก [...]

ปลูกชะอมอย่างไรให้งาม ขึ้นเร็ว และออกยอดตลอดปี?
ทั่วไป

ปลูกชะอมอย่างไรให้งาม ขึ้นเร็ว และออกยอดตลอดปี?

3/6/2568 • โดย Homeday

ชะอมเป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอมากถึง 10,066 IU การปลูกชะอมที่ถูกวิธีจะให้ผลผลิตที่ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วันและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถปลูกได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะที่ควรรู้ ขอบคุณภาพจาก : เกษตรสัญจร การเลือกวิธีปลูกชะอมที่เหมาะสม การปลูกชะอมสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของต้น ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว และความหนาแน่นของหนาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูกและสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ได้ต้นชะอมที่แข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด ต้นที่ได้จากเมล็ดจะมีหนามหนากว่าการปลูกด้วยวิธีอื่น และมีระบบรากที่แข็งแรงกว่า เมล็ดชะอมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 3 ปี และยังคงสามารถงอกได้2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 1 วันและ 1 คืน เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์1 เมล็ดที่ดีจะปริเปลือกออกเล็กน้อยหลังจากแช่น้ำ ส่วนเมล็ดที่ไม่ปริเปลือกแสดงว่าไม่สมบูรณ์ควรทิ้งไป หลังจากได้เมล็ดที่พร้อมปลูกแล้ว ให้นำไปปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก โดยฝังเมล็ดลงผิวดินไม่ต้องกลบจนมิด ใส่ประมาณ 2 เมล็ดต่อกระถาง [...]

วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?
ทั่วไป

วิธีปลูกผักชีในกระถางให้งอกงามและเก็บได้ทั้งปี?

1/6/2568 • โดย Homeday

การปลูกผักชีในกระถางกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสวนและผู้ที่ต้องการผักสวนครัวสดใหม่ไว้ปรุงอาหาร เนื่องจากผักชีเป็นพืชสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านการปรุงอาหารและสุขภาพ การปลูกในกระถางนั้นไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่ แต่ยังช่วยให้การดูแลและเก็บเกี่ยวทำได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าผักชีมีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยใน 100 กรัม มีพลังงานเพียง 23 แคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำไมต้องเลือกปลูกผักชีในกระถาง? การปลูกผักชีในกระถางมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เป็นที่นิยมของคนรักการทำสวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรืออาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม การปลูกในกระถางช่วยให้สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าการปลูกในแปลงดิน เนื่องจากสามารถย้ายกระถางไปมาได้ตามความเหมาะสมของแสงแดดและอากาศ นอกจากนี้ การปลูกผักชีในกระถางยังช่วยป้องกันศัตรูพืชและโรคพืชได้ดีกว่า เพราะสามารถควบคุมคุณภาพของดินและการระบายน้ำได้อย่างเหมาะสม ผักชีเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทรายและมีการระบายน้ำที่ดี ซึ่งเมื่อปลูกในกระถางจะสามารถจัดเตรียมสภาพดินให้เหมาะสมได้อย่างแม่นยำ การเก็บเกี่ยวก็เป็นอีกข้อดีหนึ่งของการปลูกในกระถาง เนื่องจากสามารถวางกระถางไว้ใกล้ครัวหรือในตำแหน่งที่สะดวกต่อการหยิบมาใช้ประกอบอาหาร ทำให้ได้ผักชีสดใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้ เลือกอุปกรณ์และเตรียมดินปลูกอย่างไร? การเตรียมอุปกรณ์และดินปลูกเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผักชี สำหรับอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ผักชีที่มีคุณภาพ กระถางที่มีรูระบายน้ำ ดินร่วน ปุ๋ยคอก ทรายหรือขี้เถ้า และฟางข้าวหรือหญ้าแห้งสำหรับคลุมดิน การเลือกกระถางควรเลือกชนิดที่มีความลึกอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้รากผักชีมีพื้นที่เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ และต้องมีรูระบายน้ำที่ดีเพื่อป้องกันน้ำขัง ซึ่งอาจทำให้รากเน่าได้ สำหรับการเตรียมดินปลูก สามารถใช้สูตรดินที่ประกอบด้วย ดิน 2 ส่วน แกลบดิบ 1 ส่วน และปุ๋ยคอก 1 ส่วน [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday FB