กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

20/3/2568 • โดย Homeday
โรคไวรัสทิลาเปียเลค (Tilapia Lake Virus : TiLV ) หรือที่รู้จักกันในชื่อโรคตายเดือน เป็นหนึ่งในสาเหตุการตายที่สำคัญของลูกปลานิลและปลาทับทิมในช่วงอายุ 1 เดือนแรก ซึ่งหากติดเชื้อ TiLV จะทำให้มีอัตราการตายสูงสุดถึง 80%ปัจจุบันการแพร่ระบาดของเชื้อดังกล่าวพบได้ในประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลและปลาทับทิม ขณะเดียวกันก็ยังไม่มี “วัคซีนเฉพาะ” สำหรับควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ทีมวิจัยนำโดย “รศ.ดร.ศศิมนัส อุณจักร์” ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมวัคซีนและชีวภัณฑ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงพัฒนา “วัคซีน TiLV” ขึ้น เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันในปลาทับทิม โดยวัคซีน TiLV ที่พัฒนาขึ้นเป็นวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ ที่ผลิตโดยใช้ชิ้นส่วนของไวรัส TiLV ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ โดยใช้เทคนิคทางด้านรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอ รศ.ดร.ศศิมนัส อธิบายว่า โรคตายเดือนที่มาจากติดเชื้อไวรัส TiLV จะเกิดกับปลาเล็กในช่วงแรกหลังจากออกจากโรงเพาะเลี้ยง ซึ่งมีการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทำให้เกิดความเครียดและตายในช่วง 1 เดือนแรกเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุการตายหลัก ๆ มาจากการติดเชื้อไวรัส TiLV ซึ่งทีมวิจัยได้มีการวิเคราะห์พันธุกรรมไวรัสแล้ว พบว่ามีความคล้ายคลึงกับเชื้อที่เกิดขึ้นในประเทศอิสราเอล จึงออกแบบในการพัฒนาวัคซีนชนิดรีคอมบิแนนท์ขึ้น โดยใช้ชิ้นส่วนที่มีความจำเพาะในหลาย ๆ สายพันธุ์วัคซีนดังกล่าวผ่านการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระดับห้องปฏิบัติการแล้ว [...]

27/5/2568 • โดย Homeday
การปลูกมะละกอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความต้องการในตลาดสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมะละกอสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น1 การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและการดูแลอย่างถูกต้องจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยต้นมะละกอสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือนหลังจากปลูก1 และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ปี หากมีการดูแลที่เหมาะสม สายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง การเลือกพันธุ์มะละกอที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปลูกที่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทยมีสายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แขกดำ ซึ่งมีจุดกำเนิดที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มะละกอแขกดำ ถือเป็นต้นแบบของสายพันธุ์มะละกอไทย มีลักษณะเด่นคือต้นเตี้ย แข็งแรง สูงประมาณ 2-4 เมตร มีใบหนากว่าพันธุ์อื่น ดอกติดเร็ว ให้ผลไว ผลมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม เมื่อสุกเนื้อจะมีสีแดงเข้มและมีรสหวาน ขณะที่ผลดิบจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อหนาประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการบริโภคทั้งแบบสุกและดิบ จากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แขกดำ ได้เกิดสายพันธุ์ย่อยที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านต่างๆ เช่น แขกดำท่าพระ ที่เป็นผลผสมระหว่างแขกดำกับฟอริดา โทเลอแรนต์ มีความทนทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวนดี ติดผลเร็ว ผลหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ผลดิบเนื้อกรอบ ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม [...]

29/5/2568 • โดย Homeday
ดาวเรืองได้กลายเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยสีเหลืองทองอร่ามที่สะท้อนถึงความเจริญรุ่งเรือง ความสว่างไสว และความก้าวหน้า ดอกไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคลตามความเชื่อของคนไทย นอกจากนี้ดาวเรืองยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ใช้ต้นทุนต่ำ และให้ผลผลิตสูง ทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาปลูกเป็นอาชีพหลักหรือเสริม ดาวเรืองมาจากไหนและเข้าสู่ไทยได้อย่างไร ดาวเรืองหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tagetes erecta L. มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโกและบริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา ในอดีตชาวแอซเท็กได้ใช้ดาวเรืองป่าทั้งในพิธีกรรม การรักษาโรค และการตกแต่ง โดยเรียกดอกไม้นี้ในภาษานาวาตลว่า “cempohualxochitl” ซึ่งแปลว่า “ดอกไม้ยี่สิบ” เนื่องจากชาวแอซเท็กมองเลข 20 เป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ การแพร่กระจายของดาวเรืองสู่ทวีปอื่นเริ่มขึ้นหลังจากการพิชิตของสเปนในศตวรรษที่ 16 เมื่อนักสำรวจสเปนนำดาวเรืองจากเม็กซิโกไปยังยุโรป ต่อมาดาวเรืองได้แพร่กระจายไปยังแอฟริกาเหนือ และจากนั้นจึงกลับสู่ยุโรปอีกครั้ง ทำให้เกิดการเรียกชื่อผิดๆ ว่า “African Marigold” แม้ว่าจะไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกา สำหรับประเทศไทย การนำดาวเรืองเข้ามาปลูกครั้งแรกมีหลักฐานชัดเจนเมื่อปี พ.ศ. 2510 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยใช้เมล็ดพันธุ์จากประเทศเนเธอร์แลนด์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริในการส่งเสริมให้มีการทดลองปลูกและขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ดาวเรืองจึงกลายเป็นดอกไม้ประจำพระองค์เนื่องจากสีเหลืองอร่ามที่สอดคล้องกับสีประจำวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ สายพันธุ์ดาวเรืองแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ดาวเรืองที่พบเห็นในปัจจุบันมี 5 สายพันธุ์หลัก แต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ดาวเรืองอเมริกัน [...]

19/5/2568 • โดย Homeday
ต้นหลิวเป็นพันธุ์ไม้ที่มีเสน่ห์และความงดงามเฉพาะตัว มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทั้งชนิดที่เป็นไม้ยืนต้นและไม้พุ่ม หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพต้นหลิวลู่ลมที่มีกิ่งก้านห้อยระย้าพลิ้วไหวไปตามแรงลม แต่ความจริงแล้ว ต้นหลิวมีหลากหลายสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับปลูกในภูมิอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะและความงดงามที่แตกต่างกัน พร้อมทั้งยังทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี เติบโตเร็ว และดูแลรักษาง่าย ทำไมต้นหลิวจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน? ต้นหลิวถือเป็นไม้มงคลที่หลายคนเชื่อว่าช่วยเสริมสิริมงคลให้กับบ้านเรือน นอกจากความเชื่อเรื่องความเป็นมงคลแล้ว ต้นหลิวยังมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นความทนทานต่อสภาพอากาศร้อน เติบโตเร็ว และมีความหลากหลายของสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความเหมาะสมของพื้นที่และความชอบส่วนบุคคล ต้นหลิวหลายสายพันธุ์สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินหลายประเภท ทั้งดินร่วน ดินเหนียว หรือดินทราย แต่โดยทั่วไปแล้วต้นหลิวจะชอบดินที่มีความชื้นและระบายน้ำได้ดี อีกทั้งยังชอบแสงแดดเต็มวันหรือแสงรำไร ทำให้สามารถปลูกได้หลากหลายพื้นที่ในบริเวณบ้าน หลิวลู่ลม: ความงดงามของไม้ยืนต้นที่พลิ้วไหว หลิวลู่ลมหรือ Weeping Willow (Salix babylonica L.) มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบที่มีความสูงประมาณ 10-20 เมตร มีเปลือกไม้สีน้ำตาล และกิ่งก้านสีเขียวที่ห้อยลู่ลงมาอย่างสวยงาม ใบของหลิวลู่ลมมีลักษณะเป็นรูปหอกยาวรี ปลายแหลม สีเขียวอ่อน การปลูกหลิวลู่ลมควรเลือกพื้นที่ที่กว้างพอสำหรับการเติบโตเต็มที่ของต้น และควรปลูกห่างจากตัวบ้านหรือท่อระบายน้ำ เนื่องจากรากของหลิวลู่ลมมีความแข็งแรงและสามารถขยายได้กว้าง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างได้ นอกจากนี้ การปลูกหลิวลู่ลมใกล้กับแหล่งน้ำหรือในบริเวณที่มีลมพัดผ่านบ่อยๆ จะช่วยให้กิ่งมีความพลิ้วไหวสวยงาม วิธีการปลูกและดูแลหลิวลู่ลมทำได้ไม่ยาก เริ่มจากการเตรียมหลุมปลูกให้มีขนาดกว้างประมาณ 2-3 เท่าของขนาดรากต้นไม้ ควรใช้ดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์และระบายน้ำได้ดี หมั่นรดน้ำให้ชุ่มโดยเฉพาะในช่วงแรกของการปลูก และใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอกเป็นระยะเพื่อเร่งการเจริญเติบโต [...]

28/5/2568 • โดย Homeday
ฟักทองเป็นหนึ่งในผักสวนครัวที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและความหลากหลายในการใช้ประโยชน์ การปลูกฟักทองเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผักปลอดสารพิษและประหยัดค่าใช้จ่าย การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมและการเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยให้การปลูกฟักทองประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ฟักทองมีต้นกำเนิดมาจากไหนและแพร่กระจายมาถึงไทยอย่างไร? ฟักทองมีถิ่นกำเนิดจากทวีปอเมริกากลางและอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในแถบเมกซิโกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา มีหลักฐานทางโบราณคดีแสดงให้เห็นว่ามีการปลูกฟักทองมานานกว่า 8,000 ปีแล้ว และบางแหล่งระบุว่าถึง 7,500-5,000 ปีก่อนคริสตกาล ฟักทองจัดอยู่ในตระกูลแตง (Cucurbitaceae) เช่นเดียวกับแตงกวา ฟักแฟง มะระ บวบ และแตงโม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cucurbita moschata Duchesne หรือ Cucurbita moschata Decne. ภายหลังฟักทองได้แพร่กระจายไปยังอเมริกาใต้ อเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียตามลำดับ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ในประเทศไทย ฟักทองมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาค ภาคกลางเรียกว่า ฟักทอง ภาคเหนือเรียกว่า ฟักเขียว มะฟักแก้ว ภาคใต้เรียกว่า น้ำเต้า ภาคอีสานเรียกว่า หมากฟักเหลือง หมากอี และในจังหวัดต่างๆ มีชื่อเรียกเฉพาะถิ่น เช่น หมักอื้อ หมากฟักเหลือง หมากปัก สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในไทยมีอะไรบ้าง? สายพันธุ์ฟักทองที่นิยมปลูกในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มหลักตามขนาดของผล [...]

28/9/2564 • โดย Homeday
หลายๆ คนอาจจะเคยเห็น หรือเคยปลูกต้นพลูด่างมากันแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ต้นพลูด่างมีหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีเอกลักษณ์ ลักษณะที่แตกต่างก

22/5/2568 • โดย Homeday
ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]

10/3/2568 • โดย Homeday
ปัญหาข้อสะโพกเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยในสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสุนัขและแมว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยง หากเจ้าของสังเกตเห็นอาการผิดปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี สาเหตุของปัญหาข้อสะโพก พันธุกรรม สายพันธุ์บางชนิดมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาข้อสะโพก เช่น: สุนัขพันธุ์ใหญ่ เช่น เยอรมันเชพเพิร์ด สุนัขพันธุ์เล็ก เช่น ปั๊ก ชิสุ แมวบางสายพันธุ์ อายุ เมื่อสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น โอกาสเกิดปัญหาข้อสะโพกจะเพิ่มสูงขึ้น น้ำหนัก น้ำหนักเกินเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ข้อสะโพกเสื่อมเร็ว อาการที่บ่งชี้ปัญหาข้อสะโพก สัญญาณเตือนเบื้องต้น เดินลำบาก ขาเซ ถอยหลังยากหรือขึ้นบันไดไม่ได้ มีเสียงดังจากข้อต่อเมื่อเคลื่อนไหว แสดงอาการปวดเมื่อถูกสัมผัสบริเวณสะโพก อาการรุนแรง ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ มีอาการปวดมาก ถอยหลังหรือเดินไม่ได้ การวินิจฉัยปัญหาข้อสะโพก การตรวจร่างกาย สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยละเอียด ประกอบด้วย: การตรวจสอบการเคลื่อนไหว การคลำบริเวณข้อสะโพก การประเมินระดับความเจ็บปวด การตรวจเพิ่มเติม เอกซเรย์ การสแกนด้วยเครื่อง MRI การตรวจเลือด วิธีการรักษา การรักษาแบบไม่ใช้ศัลยกรรม ยาบรรเทาปวด อาหารเสริมบำรุงข้อ การควบคุมน้ำหนัก กายภาพบำบัด การรักษาด้วยศัลยกรรม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก การซ่อมแซมข้อต่อ การตัดปลายกระดูก [...]

23/5/2568 • โดย Homeday
ช่วงนี้กระแสการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายฝรั่งกำลังฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกาย ช่วยลดน้ำหนัก ดีท็อกซ์ และมีแคลลอรี่ต่ำ แต่การซื้อขึ้นฉ่ายฝรั่งมากินทุกวันอาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายไม่น้อย และยังมีความกังวลเรื่องสารเคมีตั้งแต่ยาฆ่าแมลงที่อาจเจือปน1 การปลูกขึ้นฉ่ายฝรั่งไว้กินเองที่บ้านจึงเป็นทางเลือกที่ดี ที่จะช่วยให้เรามั่นใจในความปลอดภัยและประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก ขึ้นฉ่ายฝรั่งคืออะไร และแตกต่างจากขึ้นฉ่ายจีนอย่างไร ผักในตระกูลขึ้นฉ่ายมีอยู่ 2 สายพันธุ์หลัก คือ ขึ้นฉ่ายจีน และ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง โดยขึ้นฉ่ายฝรั่งหรือเซเลอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Apium graveolens L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี ลักษณะเด่นของขึ้นฉ่ายฝรั่งคือมีก้านใบขนาดใหญ่และสูงกว่า เมื่อโตเต็มที่ลำต้นจะสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร มีลำต้นสีขาวและใบสีเหลืองอมเขียว ดอกสีขาวออกเป็นช่อคล้ายซี่ร่ม ส่วนใหญ่นิยมทำไปใส่ในสลัด ซุป หรือนำไปทำน้ำผัก1 ในขณะที่ขึ้นฉ่ายจีนจะมีลำต้นหรือก้านใบที่เรียวเล็กกว่า ความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีเข้มและกลิ่นฉุนมากกว่า ไว้สำหรับทำกับข้าวประเภทผัด ยำ หรือแกงจืด ขึ้นฉ่ายฝรั่งจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการผักที่มีลำต้นหนาใหญ่ เหมาะสำหรับทำน้ำปั่นและใช้ในอาหารสไตล์ตะวันตก คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ ขึ้นฉ่ายฝรั่งเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยในน้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานเพียง 67 กิโลแคลลอรี่ มีน้ำถึง 95 กรัม ทำให้เป็นผักที่มีแคลลอรี่ต่ำมาก [...]

22/5/2568 • โดย Homeday
เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชเขียวที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมาอย่างยาวนาน ด้วยความสวยงามของใบสีเขียวสดที่มีรูปทรงหลากหลาย ทำให้เฟิร์นเป็นที่นิยมในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากความสวยงามแล้ว เฟิร์นยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เฟิร์นคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร? เฟิร์นเป็นพืชชั้นต่ำที่มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบลำต้นตั้งตรง ทอดตัวไปกับพื้นดิน และแบบเหง้าใต้ดิน ลำต้นทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและอาหาร เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอกหรือเมล็ด แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้ด้วยสปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เล็กๆ ที่อยู่บริเวณใต้ใบ เฟิร์นมีประมาณ 20,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มชื้น ภูเขาสูง พื้นที่เปิดโล่ง ในน้ำ บนหิน หรือแม้แต่บนต้นไม้อื่น ในระบบนิเวศ เฟิร์นหลายชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ในแง่ของโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ เฟิร์นประกอบด้วยลำต้น (มักเป็นเหง้าใต้ดิน) ใบ และราก บางชนิดอาจมีลำต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการปลูกเฟิร์นในบ้านมีอะไรบ้าง? การปลูกเฟิร์นไว้ในบ้านมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม ดังนี้: ช่วยฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟอกอากาศ สามารถขจัดสารพิษในอากาศได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไตรคลอโรเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ซักแห้ง ไซลีนในสีและกาว และโทลูอีนที่พบในทินเนอร์และน้ำมันเบนซิน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฟิร์นสามารถลดมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ [...]

26/4/2566 • โดย Homeday
เคยสงสัยกันไหมคะว่าแคนตาลูปต่างจากเมล่อนอย่างไร และแคนตาลูปนั้นมีเพียงหนึ่งสายพันธุ์ หรือมีหลายสายพันธุ์กันแน่ วันนี้ Homeday มีสาระน่ารู้เกี่ยวกับแคน

21/2/2568 • โดย Homeday
สุนัขหน้าสั้นเป็นที่นิยมเลี้ยงมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยรูปร่างกะทัดรัด นิสัยน่ารัก และการดูแลที่ไม่ยุ่งยากมากนัก แต่สิ่งที่เจ้าของควรตระหนักคือ สุนัขกลุ่มนี้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เฉพาะตัว เนื่องจากลักษณะทางกายภาพที่ถูกผสมพันธุ์มาให้มีจมูกและใบหน้าสั้น สาเหตุที่ทำให้สุนัขหน้าสั้นมีความเสี่ยงด้านสุขภาพ สุนัขหน้าสั้นหรือที่เรียกทางการแพทย์ว่ากลุ่ม Brachycephalic breeds มีลักษณะโครงสร้างกะโหลกและใบหน้าที่แตกต่างจากสุนัขทั่วไป โดยมีกะโหลกส่วนหน้าสั้นกว่าปกติ ทำให้อวัยวะต่างๆ ในช่องปากและจมูกถูกอัดแน่นในพื้นที่จำกัด ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ สายพันธุ์ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ ปั๊ก บูลด็อก ชิสุ เปอร์เซีย (แมว) ปักกิ่ง บอสตัน เทอร์เรียร์ โรคและความเสี่ยงที่พบบ่อยในสุนัขหน้าสั้น 1. กลุ่มอาการทางเดินหายใจในสุนัขหน้าสั้น (Brachycephalic Airway Syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินหายใจหลายส่วน ได้แก่: รูจมูกแคบ เพดานอ่อนยาวเกิน หลอดลมตีบ ถุงลมในช่องคอโป่งพอง อาการที่พบ: หายใจลำบาก มีเสียงดัง ทนความร้อนได้น้อย เหนื่อยง่าย นอนกรน อาจเป็นลมหมดสติเมื่อออกกำลังกายหนัก 2. ปัญหาดวงตา เนื่องจากเบ้าตาตื้นและโปน ทำให้พบปัญหาต่างๆ เช่น: ตาแห้ง แผลที่กระจกตา ตาอักเสบ เยื่อตาม้วนเข้า/ออก 3. [...]
