Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ทุเรียนปลูกอย่างไรให้ได้ผลผลิตดีและมีคุณภาพสูง?

Homeday
26 พฤษภาคม 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 26/5/2568

ทุเรียนปลูกอย่างไรให้ได้ผลผลิตดีและมีคุณภาพสูง?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การปลูกทุเรียนในประเทศไทยได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าสูงและได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้ การเข้าใจวิธีการปลูกทุเรียนที่ถูกต้องจะช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตทุเรียนที่มีคุณภาพดีและสร้างรายได้ที่มั่นคง ทุเรียนมีสายพันธุ์ที่หลากหลายและแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จ
Article Image

ทุเรียนคืออะไรและมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์อย่างไร

ทุเรียนมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Durio zibethinus Linn. จัดอยู่ในวงศ์ฝ้ายหรือวงศ์ชบา (Malvaceae) โดยเป็นผลไม้ขึ้นชื่อในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเกาะสุมาตรา ทุเรียนได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้เนื่องจากกลิ่นที่รุนแรงและหนามแข็งรอบตัว รวมถึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
ลำต้นของทุเรียนเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงตั้งแต่ 25-50 เมตร มีอายุมากกว่า 80 ปี เปลือกมีสีเทาเข้ม ผิวขรุขระ เป็นสะเก็ด ไม่มียาง เนื้อไม้ค่อนข้างอ่อน ส่วนกิ่งแตกเป็นมุมแหลมและยาว สามารถเป็นทรงพุ่มได้ 3 ทรง คือ ทรงพุ่มสี่เหลี่ยม ทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานกว้าง และทรงพุ่มกรวยคว่ำฐานแคบ
ใบทุเรียนจะขึ้นสลับตรงข้ามกระจายอยู่ทั่วกิ่ง มีลักษณะหนาแข็งและมีขอบเรียบ โดยในส่วนด้านบนของใบจะเป็นสีเขียว ส่วนด้านล่างเป็นสีน้ำตาล รูปทรงแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์1 ดอกทุเรียนเป็นดอกสมบูรณ์เพศ รูปทรงคล้ายระฆัง ออกดอกเป็นช่อ แต่ละช่อมีประมาณ 5-30 ดอก โดยจะแทงออกตามตาของกิ่ง มีกลีบเลี้ยง กลีบรอง และกลีบดอก
Article Image

สายพันธุ์ทุเรียนไหนเหมาะสมกับการปลูกเชิงพาณิชย์

สายพันธุ์ทุเรียนในประเทศไทยสามารถแบ่งออกตามลักษณะได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มกบ กลุ่มลวง กลุ่มก้านยาว กลุ่มกำปั่น กลุ่มทองย้อย และกลุ่มเบ็ดเตล็ด1 สายพันธุ์ทุเรียนที่นิยมปลูกในประเทศไทยมากที่สุดมีอยู่ 4 สายพันธุ์หลัก เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตราคาสูงและมีความต้องการในตลาด
ทุเรียนหมอนทองเป็นสายพันธุ์ที่ให้ราคาสูงกว่าสายพันธุ์อื่น ติดผลง่าย น้ำหนักดี เมล็ดลีบทำให้เนื้อละเอียดแห้ง ไม่เละ และมีเนื้อเยอะ สามารถเก็บไว้ได้นานหลังผลสุก ไม่ค่อยเป็นโรคไส้ซึม แต่ควรระวังโรครากเน่าและโคนเน่า ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 140-150 วัน ทุเรียนก้านยาวให้ราคาสูง ปลูกแล้วติดผลดี น้ำหนักดี แต่ให้ผลช้า เมื่อผลสุกจะเก็บได้ไม่นาน เปลือกหนา เนื้อน้อย เป็นโรคไส้ซึมง่าย ไม่ทนต่อโรครากเน่าและโคนเน่า
ทุเรียนชะนีมีเนื้อรสดี แห้ง สีสวย ทนต่อโรครากเน่าและโคนเน่า ต้นออกดอกง่ายแต่ติดผลยาก ไม่ทนต่อโรคใบติด เป็นโรคไส้ซึมง่าย ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 110-120 วัน1 ทุเรียนกระดุมให้ผลเร็ว เป็นสายพันธุ์ที่ออกดอกเร็ว ติดผลง่าย ขายได้ราคาดีในช่วงต้นฤดู ไม่มีปัญหาไส้ซึม แต่ไม่ทนต่อโรครากเน่าและโคนเน่า ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 90-100 วัน
นอกจากสายพันธุ์หลักทั้งสี่แล้ว ยังมีสายพันธุ์ทุเรียนพื้นบ้านที่หากินยากหลายชนิด เช่น ไอ้เม่น แดงรัศมี ทองย้อยฉัตร กบสุวรรณ และเม็ดในยายปราง ซึ่งมีลักษณะเฉพาะและรสชาติที่แตกต่างกัน สายพันธุ์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีแต่สวนทุเรียนที่อนุรักษ์พันธุ์ดั้งเดิมไว้และไม่ค่อยมีจำหน่ายกันทั่วไป
Article Image
ขอบคุณภาพจาก : สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การปลูกทุเรียนในกระถางทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

การปลูกทุเรียนในกระถางเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดหรือต้องการควบคุมการเจริญเติบโตของต้นทุเรียน วิธีนี้มีข้อดีหลายประการ เช่น สามารถควบคุมคุณภาพ รสชาติ และการเกิดโรคได้ง่ายกว่าการปลูกลงดิน ใช้พื้นที่น้อยกว่า ให้ผลผลิตเร็ว และสามารถใช้กับการปลูกผลไม้อื่นในกระถางได้ด้วย
ขั้นตอนแรกคือการเตรียมกิ่งพันธุ์ทุเรียนที่จะเป็นกิ่งตอน กิ่งเสียบยอด หรือกิ่งทาบ ที่มีใบแก่เท่านั้น และกิ่งมีอายุอย่างน้อย 1 ปี จากนั้นนำมาตัดถุงชำออกและเอาดินออกประมาณ 1 ใน 4 การเตรียมดินปลูกทำโดยการผสมดินดำหรือหน้าดิน 1 ส่วน แกลบดิน 2 ส่วน และมูลวัวหรือมูลควาย 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ลงในกระถางโดยเหลือไว้ประมาณ 3 นิ้ว
การปลูกต้นทุเรียนลงในกระถางควรทำโดยการปักไม้ผูกเชือกกับลำต้นกันโยก เสร็จแล้วให้รดน้ำทันที และนำวัสดุมาคลุมหน้าดินเพื่อรักษาความชื้น ได้แก่ หญ้าแห้ง ใบไม้แห้ง กาแฟบด หรือมูลสัตว์ แนะนำให้ปลูกต้นเย็น เพราะหากเป็นต้นเช้า ต้นไม้จะเหี่ยว ระยะแรกรดเฉพาะบริเวณโคนต้นในตอนเช้าอย่างสม่ำเสมอ ใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน ก็จะเริ่มแตกใบอ่อน
หากเป็นช่วงหน้าฝนหรือมีความชื้นสูงให้นำวัสดุคลุมหน้าดินออกเพื่อป้องกันโคนและรากเน่า การใส่ปุ๋ยบำรุงทุเรียนขึ้นอยู่กับช่วงของการเจริญเติบโต โดยเน้นดูที่ธาตุอาหารเป็นหลัก โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีแรก ใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยคอก ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี เมื่อเข้าสู่ช่วงแตกกิ่งใบให้เน้นไนโตรเจน เมื่อใกล้ช่วงออกดอกให้ลดไนโตรเจนลง แล้วมาเน้นปุ๋ยที่มีฟอสเฟตหรือโปแตสเซียมสูงแทน
Article Image

วิธีการปลูกทุเรียนลงดินและการเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม

การเลือกพื้นที่ปลูกทุเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูก พื้นที่ปลูกทุเรียนควรมีอุณหภูมิประมาณ 25-30 องศาเซลเซียส และความชื้นประมาณ 75-85% ดินที่ใช้ปลูกควรเลือกเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียวปนทราย ซึ่งต้องระบายน้ำได้ดี มีหน้าดินลึก และมีแหล่งน้ำเพียงพอ
การเตรียมการปลูกควรทำในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนหากสามารถจัดการระบบให้น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากยังดูแลเรื่องน้ำได้ไม่ดีพอ ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน การเตรียมพื้นที่เริ่มจากการปรับพื้นที่ให้ราบ ขุดตอ ขุดรากไม้เก่าออก เสร็จแล้วกำหนดระยะห่างระหว่างต้นให้ห่างกันด้านละ 9 เมตร จากนั้นวางแนวและปักไม้ตามระยะที่กำหนดแล้วขุดหลุมปลูกต่อ
การปลูกทุเรียนสามารถเลือกได้ 2 วิธี คือ วิธีขุดหลุมปลูกและวิธีปลูกแบบไม่ขุดหลุม สำหรับวิธีขุดหลุมปลูก หลังจากขุดหลุมและผสมปุ๋ยเรียบร้อย นำถุงต้นกล้าที่แข็งแรงมาตัดก้นถุงแล้ววางไว้กลางหลุม จากนั้นใช้มีดกรีดถุงพลาสติก แล้วนำถุงออก เสร็จแล้วกลบดินและปักไม้หลักลงข้างต้น พร้อมทั้งผูกเชือกยึดไว้กันลมพัดแล้วรดน้ำให้โชก พร้อมทั้งทำร่มเงาให้ต้นทุเรียน
วิธีปลูกแบบไม่ขุดหลุมทำโดยการโรยปุ๋ยรอบตำแหน่งที่จะปลูก จากนั้นนำต้นกล้ามาวาง โดยฉีกถุงพลาสติกออกให้หมด แล้วขุดดินข้างขึ้นมากลบ ระวังอย่ากลบสูงจนถึงรอยเสียบยอดหรือรอยทาบ จากนั้นรดน้ำพร้อมทำร่มเงาให้ต้นเหมือนกันกับวิธีปลูกแบบขุดหลุม การเพาะเมล็ดโดยตรงไม่นิยมใช้เนื่องจากจะทำให้ได้ผลที่มีลักษณะไม่คงที่ คนส่วนใหญ่มักจะนำวิธีการเพาะเมล็ดไปใช้ในการขยายพันธุ์เพื่อทำเป็นต้นตอจากนั้นเสียบยอดและทาบกิ่งแทน
Article Image

ประโยชน์ของทุเรียนต่อสุขภาพมีอะไรบ้าง

ทุเรียนอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายมากมาย ทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน รวมถึงยังมีแร่ธาตุหลายชนิด และมีสารจำพวกแคโรทีนอยด์ ฟลาโวนอยด์ โพลีฟีนอล และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก ตามตำรายาไทยระบุว่าเนื้อทุเรียนมีสรรพคุณทางยาดี ช่วยให้ความร้อนแก่ร่างกาย ช่วยแก้จุกเสียด ช่วยทำให้ฝีแห้ง ช่วยแก้โรคผิวหนัง ช่วยขับพยาธิไส้เดือน และช่วยบำรุงกำลัง
ทุเรียนมีประโยชน์ในการกระตุ้นการขับถ่ายเนื่องจากเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยใยอาหารสูง ซึ่งจะมีเส้นใยอาหารอยู่ประมาณ 3-5% แล้วแต่สายพันธุ์ สำหรับการแก้อาการท้องร่วง ตามตำรับยาไทยจะใช้รากทุเรียนเพื่อแก้อาการท้องร่วง รวมทั้งแก้ไข้ให้อาการดีขึ้น ทุเรียนมีเบต้าแคโรทีน โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์ชะนีไข่และพวงมณี จะให้เบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งสารอาหารชนิดนี้มีส่วนช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก และช่วยชะลอการเสื่อมของกระจกตาในกลุ่มผู้สูงอายุ
ในทุเรียนอุดมไปด้วยโฟเลต เป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคหลงลืมและโรคอัลไซเมอร์ ทุเรียนสายพันธุ์หมอนทองและก้านยาวมีฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระอยู่ 2 ชนิด คือ อนุมูอิสระไฮดรอกซิลและไนตริกออกไซด์ ซึ่งอนุมูลอิสระทั้งสองชนิดนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวหน้าแก่ก่อนวัย นอกจากเนื้อทุเรียนแล้ว เปลือก ราก และใบของทุเรียนก็ยังมีสรรพคุณทางยาดี เช่น เปลือกทุเรียนมีสรรพคุณช่วยรักษากลาก เกลื้อน ช่วยสมานแผล แก้น้ำเหลืองเสีย รักษาแผลพุพอง และแก้ฝี
Article Image

ปัญหาที่พบบ่อยในการปลูกทุเรียนและวิธีแก้ไข

ปัญหาหลักที่เกษตรกรมักพบในการปลูกทุเรียน คือ การติดผลที่ไม่ดี ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การเลือกสายพันธุ์ไม่เหมาะสม การดูแลในช่วงออกดอกไม่ถูกต้อง หรือสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย การแก้ไขปัญหานี้ต้องเริ่มจากการเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และสภาพอากาศ เช่น ทุเรียนกระดุมที่ติดผลง่ายและออกดอกเร็ว หรือทุเรียนหมอนทองที่ติดผลง่ายและทนต่อโรคไส้ซึม
โรคราก่าและโคนเน่าเป็นปัญหาที่พบบ่อยในหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะทุเรียนก้านยาวและกระดุมที่ไม่ทนต่อโรคนี้ การป้องกันทำได้โดยการระบายน้ำให้ดี หลีกเลี่ยงการให้น้ำมากเกินไป และการใช้วัสดุคลุมหน้าดินที่เหมาะสม ในช่วงหน้าฝนหรือมีความชื้นสูงควรนำวัสดุคลุมหน้าดินออกเพื่อป้องกันความชื้นสะสม การเลือกใช้ทุเรียนชะนีที่ทนต่อโรครากเน่าและโคนเน่าก็เป็นทางเลือกหนึ่ง
โรคไส้ซึมเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบในหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะทุเรียนก้านยาวและชะนี ส่วนทุเรียนหมอนทองและกระดุมไม่ค่อยมีปัญหานี้ การป้องกันโรคไส้ซึมต้องดูแลเรื่องการให้น้ำที่เหมาะสม การระบายน้ำที่ดี และการใช้ปุ๋ยที่สมดุล โรคใบติดและโรคใบไหม้สามารถป้องกันได้โดยการดูแลความชื้นให้เหมาะสม การตัดแต่งกิ่งให้มีการระบายอากาศที่ดี และการฉีดพ่นสารป้องกันโรคเมื่อจำเป็น

สรุป

การปลูกทุเรียนให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความรู้และการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ การเตรียมพื้นที่ วิธีการปลูก การดูแลรักษา และการป้องกันโรคแมลง การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และวัตถุประสงค์ในการปลูกเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกเชิงพาณิชย์หรือการปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน การดูแลอย่างต่อเนื่องและการป้องกันปัญหาต่างๆ จะช่วยให้ได้ทุเรียนที่มีคุณภาพดีและปริมาณผลผลิตที่น่าพอใจ ทุเรียนไม่เพียงแต่เป็นผลไม้ที่อร่อยเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย การปลูกทุเรียนจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทั้งในแง่เศรษฐกิจและสุขภาพ
#ปลูกทุเรียน #สายพันธุ์ทุเรียน #ดูแลทุเรียน #ประโยชน์ทุเรียน #โรคทุเรียน #วิธีปลูกทุเรียน #ทุเรียนในกระถาง #เกษตรทุเรียน #ผลไม้ไทย #ราชาแห่งผลไม้
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ประโยชน์ทุเรียน
#โรคทุเรียน
#เกษตรทุเรียน
#สายพันธุ์ทุเรียน
#ราชาแห่งผลไม้
#ปลูกทุเรียน
#วิธีปลูกทุเรียน
#ผลไม้ไทย
#ต้นไม้และสวน
#ดูแลทุเรียน
#สาระ
#ทุเรียนในกระถาง

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
อยากรู้ไหม? ทุเรียน 9 สายพันธุ์ยอดนิยมของไทย มีอะไรบ้างและจะเลือกยังไงให้อร่อยกำลังดี?
ทั่วไป

อยากรู้ไหม? ทุเรียน 9 สายพันธุ์ยอดนิยมของไทย มีอะไรบ้างและจะเลือกยังไงให้อร่อยกำลังดี?

ทุเรียนได้รับการยกย่องให้เป็นราชาแห่งผลไม้ ด้วยรสชาติหวานมัน และกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในประเทศไทยมีการปลูกทุเรียนมากกว่า 600 สายพันธุ์ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์อย่างไร และอะไรคือเคล็ดลับในการเลือกทุเรียนให้ได้ลูกที่สุกกำลังดี? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจสายพันธุ์ทุเรียนยอดนิยมของไทย พร้อมเคล็ดลับการเลือกให้ได้ผลที่อร่อยถูกใจ ทุเรียนไทยถูกแบ่งเป็นกี่กลุ่ม และแต่ละกลุ่มแตกต่างกันอย่างไร? จากการรวบรวมข้อมูลของศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร สามารถแบ่งทุเรียนที่ปลูกในเมืองไทยออกเป็น 6 กลุ่มใหญ่ตามลักษณะทรงของผล ได้แก่ กลุ่มกบ – มีทรงผลกลม มีทั้งแบบทรงรี ทรงกลม และแป้น หนามโค้งงอ มี 46 สายพันธุ์ เช่น กบตาดำ กบทองคำ กบชายน้ำ กบพิกุล กลุ่มลวง – มีทรงผล 2 แบบ คือ ทรงกระบอกและทรงรี หนามเว้า มี 12 สายพันธุ์ เช่น ชะนี ชะนีก้านยาว รวงทอง สายหยุด กลุ่มก้านยาว – มีทรงผลกลม รูปไข่กลับ หนามนูน [...]

2 นาที
มะยงชิดมีกี่สายพันธุ์ และปลูกอย่างไรให้ออกผลดก?
ทั่วไป

มะยงชิดมีกี่สายพันธุ์ และปลูกอย่างไรให้ออกผลดก?

มะยงชิดเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบในช่วงหน้าร้อน ด้วยรสชาติหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอม และเนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำ ทำให้มะยงชิดเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาสูง เกษตรกรหลายรายจึงหันมาให้ความสนใจปลูกมะยงชิดเพื่อสร้างรายได้ บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับมะยงชิดอย่างละเอียด ทั้งประวัติความเป็นมา สายพันธุ์ยอดนิยม วิธีการปลูกและดูแลให้ออกผลดก เพื่อให้คุณสามารถปลูกมะยงชิดไว้รับประทานเองหรือปลูกเพื่อการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มะยงชิดคืออะไร? ทำความรู้จักกับผลไม้มงคลรสชาติเยี่ยม มะยงชิด (Marian Plum) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Bouea oppositifolia (Roxb.) เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ในวงศ์ Anacardiaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะม่วง มะปราง และมะกอก ต้นมะยงชิดสามารถสูงได้ถึง 10-30 เมตร มีลำต้นสีน้ำตาลแก่ แตกกิ่งก้านเป็นทรงพุ่ม ใบมีลักษณะเป็นรูปขอบขนาน (oblong) มีสีเขียวอ่อนปนน้ำตาลเมื่อยังอ่อน และเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มเมื่อแก่ ความยาวประมาณ 10-12 เซนติเมตร กว้าง 3-5 เซนติเมตร ผิวใบเป็นมัน ดอกมะยงชิดมีสีขาว ขนาดเล็กประมาณ 0.5 เซนติเมตร คล้ายกับดอกมะปราง ออกเป็นช่อที่ซอกใบ ส่วนผลมีลักษณะกลมยาวรีคล้ายไข่เป็ด เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ในแต่ละผลจะมีเมล็ดเพียง 1 เมล็ด โดยเนื้อในของเมล็ดมีสีม่วง [...]

2 นาที
มะละกอปลูกยังไงให้โตเร็วออกผลดก พร้อมเคล็ดลับเลือกพันธุ์และดูแลที่คุณควรรู้
ทั่วไป

มะละกอปลูกยังไงให้โตเร็วออกผลดก พร้อมเคล็ดลับเลือกพันธุ์และดูแลที่คุณควรรู้

การปลูกมะละกอเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรไทย เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีความต้องการในตลาดสูงและสามารถให้ผลตอบแทนที่ดี โดยมะละกอสามารถนำมาบริโภคได้ทั้งผลดิบและผลสุก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และยังมีการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้น1 การเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมและการดูแลอย่างถูกต้องจะส่งผลให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี โดยต้นมะละกอสามารถเริ่มเก็บเกี่ยวได้ภายใน 5-6 เดือนหลังจากปลูก1 และสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องได้ประมาณ 2 ปี หากมีการดูแลที่เหมาะสม สายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง การเลือกพันธุ์มะละกอที่เหมาะสมเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการปลูกที่ประสบความสำเร็จ ในประเทศไทยมีสายพันธุ์มะละกอที่นิยมปลูกหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีลักษณะเฉพาะและความเหมาะสมที่แตกต่างกันไป โดยพันธุ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ แขกดำ ซึ่งมีจุดกำเนิดที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ มะละกอแขกดำ ถือเป็นต้นแบบของสายพันธุ์มะละกอไทย มีลักษณะเด่นคือต้นเตี้ย แข็งแรง สูงประมาณ 2-4 เมตร มีใบหนากว่าพันธุ์อื่น ดอกติดเร็ว ให้ผลไว ผลมีน้ำหนักประมาณ 1.7 กิโลกรัม เมื่อสุกเนื้อจะมีสีแดงเข้มและมีรสหวาน ขณะที่ผลดิบจะมีเปลือกสีเขียวเข้ม เนื้อหนาประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการบริโภคทั้งแบบสุกและดิบ จากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์แขกดำ ได้เกิดสายพันธุ์ย่อยที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านต่างๆ เช่น แขกดำท่าพระ ที่เป็นผลผสมระหว่างแขกดำกับฟอริดา โทเลอแรนต์ มีความทนทานต่อโรคใบด่างจุดวงแหวนดี ติดผลเร็ว ผลหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม ผลดิบเนื้อกรอบ ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม [...]

3 นาที
ไฮโดรโปนิกส์คืออะไร และทำไมถึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักการปลูกผัก?
ทั่วไป

ไฮโดรโปนิกส์คืออะไร และทำไมถึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนรักการปลูกผัก?

การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิธีการเพาะปลูกที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการผักสะอาดและปลอดภัยสำหรับการบริโภค การปลูกผักแบบนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่และใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังสามารถควบคุมคุณภาพของผลผลิตได้อย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่อาศัยในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ที่ไม่มีดินเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกแบบดั้งเดิม ไฮโดรโปนิกส์คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไร? ไฮโดรโปนิกส์หรือการปลูกพืชไร้ดิน คือ วิธีการปลูกผักโดยไม่ใช้ดิน แต่ใช้น้ำที่ผสมกับสารละลายธาตุอาหารพืชแทน คำว่า “ไฮโดรโปนิกส์” มาจากภาษากรีก โดย “ไฮโดร” หมายถึงน้ำ และ “โปโนส” หมายถึงการทำงาน รวมกันแล้วมีความหมายว่า “การทำงานที่เกี่ยวกับน้ำ” หลักการทำงานของระบบไฮโดรโปนิกส์นั้นอาศัยการให้รากพืชสัมผัสกับสารละลายธาตุอาหารโดยตรง เมื่อรากสัมผัสกับสารละลายนี้ พืชจะสามารถดูดซึมธาตุอาหารและน้ำได้ทันที ทำให้พืชไม่ต้องใช้พลังงานในการค้นหาอาหารในดินเหมือนการปลูกแบบดั้งเดิม พลังงานที่ประหยัดได้จึงสามารถนำไปใช้ในการเจริญเติบโตของส่วนต่างๆ ของพืชได้อย่างเต็มที่ ความปลอดภัยในการบริโภคผักไฮโดรโปนิกส์นั้นไม่ต่างจากผักที่ปลูกในดิน เนื่องจากพืชจะดูดซึมธาตุอาหารในรูปของแร่ธาตุที่ละลายในน้ำ ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในดินธรรมชาติ แม้ว่าจะใช้สารเคมีในการเตรียมสารละลายอาหาร แต่เมื่อพืชดูดซึมแล้ว สารเหล่านี้จะถูกเปลี่ยนเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภค ระบบไฮโดรโปนิกส์มีกี่แบบ และแต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานอย่างไร? ระบบไฮโดรโปนิกส์สามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการให้น้ำและการจัดการสารละลายอาหาร การเลือกใช้ระบบแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับประเภทพืชที่ปลูก งบประมาณ และพื้นที่ที่มีอยู่ ระบบ NFT (Nutrient Film Technique) ระบบ NFT เป็นการปลูกผักโดยให้สารละลายอาหารไหลเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ หนาประมาณ 1-3 มิลลิเมตร ผ่านรากพืชอย่างต่อเนื่อง สารละลายจะไหลหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ทำให้มีการใช้น้ำอย่างประหยัด ระบบนี้เป็นที่นิยมมากในประเทศไทยเนื่องจากให้ผลผลิตที่ดีและสามารถควบคุมการให้สารอาหารได้อย่างแม่นยำ [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent