กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

3/12/2568 • โดย Homeday
เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘Imagining Better Living’ ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปีเพื่อ Central Citizens คนสำคัญ ด้วยแคมเปญ “FESTI ‘WOW’ GIFT” ว้าวววว!! กับดีลแรงที่สุดแห่งปีพร้อมรับของขวัญสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีถึง 3 ต่อ เมื่อซื้อบ้าน ทาวน์โฮม คอนโดฯ ทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นต่อที่ 1) ลดว้าว! สูงสุด 7 ล้านบาท* 2) ช้อปว้าวฟรีสูงสุด 1 ล้านบาท* ที่ร้านค้าในเครือเซ็นทรัลทุกสาขา 3) รับคะแนนว้าว! ครั้งแรกรับคะแนน The1 x3* เมื่อช้อปที่ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการในยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ โดยแคมเปญฯ ดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. นี้ เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ตอกย้ำความสำเร็จด้านผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมหัวเมืองเศรษฐกิจทั่วทุกภูมิภาค 51 โครงการ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

14/5/2568 • โดย Homeday
#Homeday ชวนเปิดประตูสู่ “ชีวิตสมบูรณ์แบบ” ที่เศรษฐสิริ พหลโยธิน‑สายไหม Modern Classic บ้านเดี่ยว 2 ชั้น ดีไซน์ Timeless สง่างามเหนือกาลเวลา พื้นที่ใช้สอย 188 ตร.ม. ฟังก์ชันเริ่ม 3-4 ห้องนอน 2-3 ที่จอดรถ เดินทางสะดวก ติดถนนสายไหม เชื่อมพหลโยธิน ดอนเมืองโทลล์เวย์‑ทางด่วนฉลองรัช ใกล้ BTS สายสีเขียว, รถไฟฟ้าสายสีแดง และสนามบินดอนเมือง สิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว ใกล้โรงเรียนสารสาสน์ , รพ.ภูมิพล, รพ.สินแพทย์ และรพ.ซีจีเอช พร้อมคอมมูนิตี้มอลล์‑คาเฟ่‑ซูเปอร์ฯ ครบทุกไลฟ์สไตล์ คลับเฮาส์หรูหราจัดเต็ม Lobby, Co‑Working Space, สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ แยกเด็ก‑ผู้ใหญ่, ฟิตเนส, สนามเด็กเล่น, Sansiri Backyard + ระบบ LIV‑24 Security Smart Innovation Living [...]

18/5/2569 • โดย Homeday
ข่าวการต่ออายุมาตรการ LTV ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ทำให้คนที่กำลังวางแผนซื้อบ้านในปี 2569 กลับมารู้สึกว่า “จังหวะนี้อาจเป็นโอกาส” อีกครั้ง เพราะการกู้ซื้อบ้านดูยืดหยุ่นขึ้น เงินก้อนแรกที่ต้องเตรียมอาจน้อยลง และบ้านที่เคยรู้สึกว่าไกลมืออาจขยับเข้ามาใกล้ขึ้น

8/2/2564 • โดย Homeday
การกู้ซื้อบ้านของมนุษย์เงินเดือนนั้น ค่อนข้างง่ายกว่าบุคคลที่ประกอบอาชีพทั่วไปค่ะ เนื่องจากมีรายได้ที่แน่นอน ทั้งในเชิงจำนวนและความสม่ำเสมอ แต่จะได้วง

27/8/2564 • โดย Homeday
ปัญหาที่สร้างความกังวลใจ เกี่ยวกับการขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านในอันดับต้นๆ ก็คือ การติดเครดิตบูโร ถ้าหากว่ามีการค้างชำระหนี้มาก่อน จะสามารถกู้ซื้อบ้านได้ไ

7/9/2566 • โดย Homeday
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) ร่วมรักษ์โลก จับมือ GSB กระตุ้นช่วยผู้ซื้อบ้าน ด้วยกระแสบอกรักษ์โลก อนุรักษ์พลังงาน GSB Green Home Loan ให้สิ

16/10/2566 • โดย Homeday
‘พฤกษา’ จัดหนัก จัดเต็ม อัดโปรโมชั่นแรงส่งท้ายปี กับแคมเปญ “โปรแร๊งส์…ทะลุโลก” มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้ม รับสิทธิ์ลุ้นเป็นเจ้าของรถยนต์ Tesla เมื่อโอนกรรมสิทธิ์ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนลดและของแถมมูลค่ารวมสูงสุดกว่า 2 ล้านบาท ผนึกธนาคารพันธมิตรจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเริ่ม 1.99% ต่อปี คงที่นาน 3 ปี หรือ ผ่อนต่

21/11/2566 • โดย Homeday
5 ประโยชน์จากมาตรการลดธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนองเพื่อง่ายต่อการอ่าน Homeday ขอสรุปประโยชน์จากมาตรการลดธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนองไว้ 5 ข้อด้วยกัน

6/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของสัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารทางกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นหลักฐานที่แสดงเจตนาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย สัญญานี้จะระบุเงื่อนไข ข้อตกลง และรายละเอียดต่างๆ ที่ทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตาม หากเกิดข้อพิพาทในอนาคต สัญญาจะซื้อจะขายจะเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาคดี การทำความเข้าใจและตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านครั้งแรก ควรให้ความสำคัญกับการอ่านและทำความเข้าใจทุกข้อความในสัญญา หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนลงนาม รายละเอียดที่ต้องตรวจสอบในสัญญา 1. ข้อมูลคู่สัญญาและรายละเอียดทรัพย์สิน ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประชาชน และที่อยู่ของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงรายละเอียดของทรัพย์สินที่ซื้อขาย เช่น เลขที่บ้าน เลขที่ดิน โฉนดที่ดิน พื้นที่ใช้สอย และขนาดที่ดิน ข้อมูลเหล่านี้ต้องตรงกับเอกสารสิทธิ์และความเป็นจริงทุกประการ การระบุรายละเอียดทรัพย์สินที่ชัดเจนจะช่วยป้องกันปัญหาการโต้แย้งในอนาคต โดยเฉพาะในกรณีที่มีการซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินหรือคอนโดมิเนียม ต้องระบุพื้นที่ส่วนกลาง สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินที่รวมอยู่ในการซื้อขายให้ครบถ้วน 2. ราคาซื้อขายและเงื่อนไขการชำระเงิน ตรวจสอบราคาซื้อขายที่ระบุในสัญญาให้ตรงกับที่ตกลงกันไว้ รวมถึงเงื่อนไขการชำระเงิน งวดการผ่อนชำระ จำนวนเงินในแต่ละงวด และกำหนดเวลาชำระเงิน ควรระบุวิธีการชำระเงินที่ชัดเจน เช่น การโอนเงินผ่านธนาคาร เช็ค หรือเงินสด นอกจากนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขการผิดนัดชำระเงิน บทปรับ และผลของการผิดสัญญา รวมถึงการคิดดอกเบี้ยในกรณีที่มีการผ่อนชำระ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต 3. กำหนดการโอนกรรมสิทธิ์ ตรวจสอบวันที่นัดโอนกรรมสิทธิ์ให้ชัดเจน รวมถึงเงื่อนไขการเลื่อนวันโอนกรรมสิทธิ์ หากมีเหตุจำเป็น [...]

20/3/2566 • โดย Homeday
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำอสังหาริมทรัพย์ ได้รับ ISO รายแรกของไทย จัดโปร ปังปัง สุด WOW พิเศษสุด ตรึงราคาบ้าน พร้อมจัดดีลพิ

23/4/2568 • โดย Homeday
ในยุคที่อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์กำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่หลายคนผันตัวออกมาเป็นนายตัวเอง เพื่อความยืดหยุ่นในการทำงานและความสมดุลในชีวิต แต่ความท้าทายสำคัญสำหรับชาวฟรีแลนซ์คือเรื่องความมั่นคงทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อต้องการทำธุรกรรมทางการเงินที่สำคัญอย่างการขอสินเชื่อบ้าน หลายคนเข้าใจผิดว่าอาชีพอิสระไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ แต่ความจริงแล้ว ฟรีแลนซ์ก็มีโอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อเช่นกัน เพียงแต่ต้องเตรียมตัวมากกว่าคนที่มีรายได้ประจำ สินเชื่อบ้านสำหรับฟรีแลนซ์ทำไมถึงได้ยาก? การขอสินเชื่อบ้านสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระมักมีความท้าทายมากกว่า เนื่องจากรายได้ที่ไม่แน่นอนและไม่มีเอกสารรับรองรายได้แบบสลิปเงินเดือน ธนาคารและสถาบันการเงินจะพิจารณาให้สินเชื่อก็ต่อเมื่อเห็นว่าผู้ขอกู้มีความสามารถในการชำระคืนเงินกู้ได้อย่างสม่ำเสมอ ในกรณีของฟรีแลนซ์ที่รายได้มีความผันผวน จึงต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือมากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้กู้ อาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ: ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Offline เน้นการบริการนอกสถานที่ เช่น นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ นักดนตรี ศิลปิน นักแสดง ไรเดอร์ส่งอาหาร ช่างภาพอิสระ พนักงานพาร์ทไทม์ เป็นต้น ฟรีแลนซ์ที่ทำงาน Online เน้นทำงานผ่านระบบออนไลน์ เช่น นักออกแบบกราฟิก นักเขียนบทความ ตัดต่อวิดีโอ พากย์เสียง แปลภาษา แอดมินดูแลระบบ บล็อกเกอร์ ผู้ขายสินค้าออนไลน์แบบไม่มีหน้าร้าน เป็นต้น เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมเมื่อขอสินเชื่อบ้าน การเตรียมเอกสารให้พร้อมและครบถ้วนเป็นกลยุทธ์แรกที่สำคัญมากสำหรับฟรีแลนซ์ เอกสารพื้นฐานที่จำเป็นประกอบด้วย: เอกสารส่วนบุคคล สำเนาบัตรประชาชนผู้กู้และคู่สมรส (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านผู้กู้และคู่สมรส ใบเปลี่ยนชื่อ/นามสกุล/ทะเบียนสมรส/ใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารทางการเงิน [...]