Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านปี 2568 มีกี่แบบ และควรเลือกแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด?

Homeday
22 เมษายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 22/4/2568

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านปี 2568 มีกี่แบบ และควรเลือกแบบไหนให้คุ้มค่าที่สุด?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การกู้ซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเลือกอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่เหมาะสม เพราะดอกเบี้ยคือต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน วิธีการคำนวณ อัปเดตอัตราดอกเบี้ยล่าสุดปี 2568 และเคล็ดลับการเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยที่คุ้มค่าที่สุด
Article Image

ประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านมีอะไรบ้าง?

สินเชื่อบ้านคือเงินกู้ที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินปล่อยให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรือที่ดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้

1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Loan)

อัตราดอกเบี้ยคงที่คือดอกเบี้ยที่กำหนดให้คงที่ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง อาจเป็น 3 ปี 5 ปี หรือตลอดอายุสัญญา ทำให้ผู้กู้ผ่อนชำระเท่ากันทุกเดือน สามารถวางแผนการเงินได้แน่นอน โดยสามารถแบ่งย่อยได้เป็น:
• ดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา – คงที่ตลอดระยะเวลาผ่อน เช่น ดอกเบี้ย 5% ตลอด 20 ปี • ดอกเบี้ยคงที่เฉพาะช่วงแรก – คงที่ในช่วง 1-5 ปีแรก แล้วปรับเป็นลอยตัว • ดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันได – คงที่เป็นช่วง เช่น ปีแรก 2.5%, ปีที่สอง 3.0% แล้วปรับเป็นลอยตัว
ข้อดีของอัตราดอกเบี้ยคงที่คือ ช่วยลดความเสี่ยงจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาด ทำให้สามารถวางแผนการเงินในระยะยาวได้อย่างแน่นอน เหมาะสำหรับผู้กู้ที่มีรายได้คงที่และต้องการความมั่นคงในการผ่อนชำระ

2. อัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate Loan)

อัตราดอกเบี้ยลอยตัวเป็นดอกเบี้ยที่ปรับเปลี่ยนตามสภาพเศรษฐกิจ โดยใช้อัตราอ้างอิงตลาดที่อาจปรับขึ้นหรือลงตามภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงิน มี 3 ประเภทหลัก:
• MLR (Minimum Loan Rate) – อัตราลอยตัวขั้นต่ำสำหรับลูกค้ารายใหญ่ เหมาะกับสินเชื่อธุรกิจ • MRR (Minimum Retail Rate) – สำหรับลูกค้ารายย่อย เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน • MOR (Minimum Overdraft Rate) – ใช้กับการเบิกเงินเกินบัญชีของลูกค้ารายใหญ่
ข้อดีของอัตราดอกเบี้ยลอยตัวคือ มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด แต่ข้อเสียคือ มีความเสี่ยงจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจทำให้ยอดผ่อนชำระสูงขึ้นได้

3. อัตราดอกเบี้ยปรับคงที่ใหม่ทุกรอบเวลา (Rollover Mortgage)

อัตราดอกเบี้ยประเภทนี้มีการกำหนดคงที่ในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ทุกๆ 5 ปี จะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยใหม่ การปรับนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการผันผวนระยะสั้นและทำให้มีความแน่นอนในการวางแผนการเงินในแต่ละช่วง
ข้อดีคือ มีความแน่นอนในแต่ละช่วงเวลาเหมือนอัตราดอกเบี้ยคงที่ แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนตามสภาวะตลาดในระยะยาวได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นแต่ยังคงต้องการความแน่นอนในระยะสั้น

4. อัตราดอกเบี้ยแบบผสม (Hybrid Rate Loan)

อัตราดอกเบี้ยแบบผสมคือการรวมดอกเบี้ยคงที่และลอยตัวเข้าด้วยกัน โดยมักกำหนดให้ช่วงแรกเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ (เช่น 3 ปีแรก) และหลังจากนั้นปรับเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ทำให้ช่วงแรกมีดอกเบี้ยต่ำและมั่นคง
ข้อดีคือ ได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วงแรกซึ่งมักมีอัตราต่ำกว่าตลาด ช่วยให้ภาระผ่อนชำระในช่วงแรกน้อยลง เหมาะสำหรับผู้ที่คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต
Article Image

วิธีคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านแบบง่ายๆ ทำได้อย่างไร?

การคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้กู้ควรทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถประเมินค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง โดยทั่วไปธนาคารจะใช้วิธีการคำนวณแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) คือการคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นที่เหลืออยู่จริง ไม่ใช่จากยอดเงินกู้เริ่มต้น
ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยรายเดือนแบบง่ายๆ:
1. สมมติเงินต้น 2,500,000 บาท 2. อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี 3. ผ่อนชำระเดือนละ 25,000 บาท
ดอกเบี้ยงวดที่ 1:(2,500,000 x 5% x 31) ÷ 365 = 10,616.44 บาท
เมื่อหักชำระออก 25,000 บาท จะเหลือเงินต้น:2,500,000 + 10,616.44 – 25,000 = 2,485,616.44 บาท
ดอกเบี้ยงวดถัดไปก็จะคำนวณจากเงินต้นคงเหลือใหม่นี้ และทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดอายุสัญญา
นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือคำนวณสินเชื่อบ้านออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้กู้สามารถประมาณการยอดผ่อนและดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายตลอดอายุสัญญาได้อย่างสะดวก ผู้กู้ควรใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อเปรียบเทียบทางเลือกต่างๆ ก่อนตัดสินใจ
Article Image

อัปเดตอัตราดอกเบี้ยบ้าน-คอนโดล่าสุดปี 2568 ของแต่ละธนาคาร

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านในปี 2568 มีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน โดยล่าสุดมีข่าวดีว่าธนาคารพาณิชย์หลายแห่งได้ลดอัตราดอกเบี้ย MRR (ลูกค้ารายย่อยชั้นดี) ลง 0.25% สำหรับลูกค้ากลุ่มเปราะบาง เป็นระยะเวลา 6 เดือน และคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้ง เพื่อลดภาระทางการเงินของประชาชน
ตารางเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ 3 ปีแรกของแต่ละธนาคาร (อัปเดต ณ เมษายน 2568):
Article Image
ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของแต่ละธนาคาร ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจกู้ยืม
Article Image

หลักเกณฑ์สำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณาอนุมัติสินเชื่อบ้าน

ธนาคารพิจารณาสินเชื่อบ้านจากปัจจัยหลายประการ ผู้กู้ควรทำความเข้าใจเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อ โดยหลักเกณฑ์สำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณามีดังนี้:

1. คุณสมบัติของผู้กู้

• อายุ: โดยทั่วไปต้องมีอายุระหว่าง 20-70 ปี โดยอายุรวมกับระยะเวลากู้ต้องไม่เกิน 65-70 ปี • รายได้: ต้องมีรายได้มั่นคง เพียงพอต่อการผ่อนชำระ โดยทั่วไปภาระผ่อนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ • ประวัติเครดิต: ต้องมีประวัติทางการเงินที่ดี ไม่มีประวัติผิดนัดชำระหนี้

2. ความสามารถในการผ่อนชำระ

• พิจารณาจากรายได้ รายจ่าย และภาระหนี้สินอื่นๆ • ความมั่นคงของอาชีพและรายได้ • อัตราส่วนการผ่อนชำระต่อรายได้ (Debt Service Ratio หรือ DSR) ไม่ควรเกิน 40-50%

3. หลักประกัน

• ธนาคารประเมินมูลค่าของหลักประกัน เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด เพื่อกำหนดวงเงินกู้ • มูลค่าหลักประกันต้องเพียงพอเมื่อเทียบกับวงเงินที่ขอกู้ (Loan to Value หรือ LTV) • ทำเลที่ตั้งและสภาพหลักประกันมีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อ
Article Image

เคล็ดลับเลือกสินเชื่อบ้าน-คอนโดให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ

การเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยได้อย่างมาก นี่คือเคล็ดลับที่ช่วยให้คุณได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุด:

1. เลือกสินเชื่อจากโครงการร่วมระหว่างธนาคารกับผู้พัฒนาโครงการ

โครงการที่ธนาคารร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มักมีดอกเบี้ยพิเศษที่ต่ำกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงปีแรกๆ ซึ่งสามารถช่วยลดภาระผ่อนชำระในช่วงเริ่มต้นได้มาก

2. เลือกธนาคารที่เป็นเจ้าของบ้าน NPA

ธนาคารที่มีทรัพย์สินรอการขาย (NPA) มักเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อทรัพย์สินเหล่านี้ ซึ่งอาจได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาดทั่วไป

3. เลือกสินเชื่อเพื่อบุคคลวิชาชีพพิเศษ

หลายธนาคารมีสินเชื่อพิเศษสำหรับวิชาชีพเฉพาะ เช่น แพทย์ วิศวกร ครู ข้าราชการ ซึ่งมักได้รับข้อเสนอดอกเบี้ยที่ดีกว่า

4. เลือกทำประกันคุ้มครองสินเชื่อ

การทำประกันคุ้มครองสินเชื่อสามารถช่วยลดอัตราดอกเบี้ยได้ โดยหลายธนาคารเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษหากผู้กู้ยินดีทำประกันด้วย

5. เลือกรูปแบบอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสม

พิจารณาเลือกประเภทดอกเบี้ยให้เหมาะกับแผนการเงินระยะยาว:
• หากคาดว่าจะถือครองบ้านระยะยาว อาจเลือกดอกเบี้ยคงที่เพื่อความแน่นอน • หากคาดว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาดจะลดลง อาจเลือกดอกเบี้ยลอยตัวเพื่อรับประโยชน์จากการลดลงของดอกเบี้ย • หากต้องการภาระผ่อนต่ำในช่วงแรก อาจเลือกดอกเบี้ยแบบผสมที่มีอัตราพิเศษในช่วงแรก
Article Image

เตรียมตัวอย่างไรก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้าน?

การเตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติและได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดี มีข้อแนะนำดังนี้:

1. เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมมีดังนี้:
• บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน • หลักฐานแสดงรายได้ เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองรายได้ • เอกสารการเงิน เช่น statement บัญชีธนาคาร 6 เดือนย้อนหลัง • เอกสารที่เกี่ยวกับหลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาจะซื้อจะขาย • เอกสารแสดงภาระหนี้สินอื่นๆ (ถ้ามี)

2. วางแผนทางการเงิน

• ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระอย่างรอบคอบ • วางแผนรายรับ-รายจ่ายล่วงหน้า รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น • เผื่อเงินสำรองไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน

3. ตรวจสอบและปรับปรุงเครดิต

• ตรวจสอบประวัติเครดิตจากเครดิตบูโร • ชำระหนี้เก่าให้หมดหรือลดภาระหนี้ลงก่อนยื่นขอสินเชื่อใหม่ • หลีกเลี่ยงการสมัครบัตรเครดิตหรือสินเชื่อใหม่ก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้าน

4. สำรวจโครงการบ้านและตรวจสอบอย่างละเอียด

• ตรวจสอบทำเลที่ตั้ง สภาพแวดล้อม และการเดินทาง • ตรวจสอบประวัติผู้พัฒนาโครงการ • ตรวจสอบสภาพบ้านอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจซื้อและก่อนโอน

สรุป

การเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ผู้กู้ควรทำความเข้าใจประเภทอัตราดอกเบี้ยทั้ง 4 รูปแบบ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยคงที่ อัตราดอกเบี้ยลอยตัว อัตราดอกเบี้ยปรับคงที่ใหม่ทุกรอบเวลา และอัตราดอกเบี้ยแบบผสม เพื่อเลือกประเภทที่เหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง
นอกจากนี้ ควรเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อจากหลายธนาคาร พิจารณาโปรโมชั่นและเงื่อนไขพิเศษต่างๆ ตรวจสอบค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกิดขึ้น และวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อ ทั้งด้านเอกสาร ประวัติเครดิต และความสามารถในการผ่อนชำระ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อและได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุด
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านปี 2568 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง เป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการและความสามารถทางการเงินในระยะยาว
#สาระ #การเงิน #สินเชื่อบ้าน #อัตราดอกเบี้ย #กู้ซื้อบ้าน #ดอกเบี้ยคงที่ #ดอกเบี้ยลอยตัว #การคำนวณดอกเบี้ย #สินเชื่อที่อยู่อาศัย #เคล็ดลับกู้บ้าน
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#การเงิน
#อัตราดอกเบี้ย
#เคล็ดลับกู้บ้าน
#กู้ซื้อบ้าน
#ดอกเบี้ยคงที่
#การคำนวณดอกเบี้ย
#Mehome
#ดอกเบี้ยลอยตัว
#มีบ้านต้องมีโฮม
#สาระ
#สินเชื่อบ้าน
#สินเชื่อที่อยู่อาศัย

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?
ทั่วไป

ดอกเบี้ยบ้านควรเลือกแบบไหน? ลอยตัวหรือคงที่ที่ใช่สำหรับคุณ?

เมื่อตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้านหรือคอนโด คำถามสำคัญที่หลายคนมักต้องเผชิญคือควรเลือกดอกเบี้ยแบบไหนระหว่างลอยตัวและคงที่ ซึ่งทั้งสองแบบมีลักษณะเฉพาะและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมกับสถานะทางการเงินและแผนการชำระเงินระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดอกเบี้ยทั้งสองประเภท เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย และให้คำแนะนำเพื่อช่วยให้คุณเลือกรูปแบบดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด ดอกเบี้ยลอยตัวคืออะไร และมีรูปแบบใดบ้าง? ดอกเบี้ยลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามดอกเบี้ยอ้างอิงของสถาบันการเงินในแต่ละช่วงเวลา โดยไม่คงที่ตลอดอายุสัญญา การคำนวณดอกเบี้ยลอยตัวอาศัยปัจจัยหลายประการ ได้แก่ นโยบายการบริหารของธนาคาร สภาพคล่องของธนาคาร สถานะทรัพย์สินและหนี้สิน อัตราเงินเฟ้อ และสภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น หลักการสำคัญของดอกเบี้ยลอยตัวคือการคำนวณจากเงินต้นคงเหลือที่แท้จริง โดยไม่ได้ระบุจำนวนเงินดอกเบี้ยเจาะจงว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ไปตลอดอายุสัญญา ดอกเบี้ยลอยตัวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามกลุ่มลูกค้าและวัตถุประสงค์ของการกู้ ได้แก่: ดอกเบี้ย MLR (Minimum Loan Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่มีเรทราคาเงินกู้ขั้นต่ำสุด สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีหรือผู้มีประวัติการชำระเงินตรงต่อเวลา เหมาะกับการกู้ที่มีระยะเวลาการชำระแน่นอนในระยะยาว ดอกเบี้ย MRR (Minimum Retail Rate) – คืออัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ใช้กับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อบ้านสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี มักมีเงื่อนไขการชำระที่ยืดหยุ่นกว่า MLR ดอกเบี้ย MOR (Minimum Overdraft Rate) – เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสำหรับเงินกู้เบิกเกินบัญชี มักเกี่ยวข้องกับลูกค้าธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหารเงินสดหมุนเวียน ธนาคารจะมีการพิจารณาอย่างเข้มงวดสำหรับอัตรานี้ การที่ดอกเบี้ยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานี้เองทำให้มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยผู้กู้อาจได้ประโยชน์เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง [...]

2 นาที
อัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 เป็นอย่างไร? เปรียบเทียบสินเชื่อบ้านแต่ละธนาคารที่คุณต้องรู้
ทั่วไป

อัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 เป็นอย่างไร? เปรียบเทียบสินเชื่อบ้านแต่ละธนาคารที่คุณต้องรู้

การตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการเลือกสินเชื่อที่ให้อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับความสามารถในการผ่อนชำระของเรา บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับอัตราดอกเบี้ยบ้านล่าสุดในปี 2568 พร้อมเปรียบเทียบสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ ตลอดจนเคล็ดลับเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเงินในการซื้อที่อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 แต่ละธนาคารแตกต่างกันอย่างไร? ในปี 2568 ธนาคารแต่ละแห่งมีการนำเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่แตกต่างกัน ทั้งในแง่ของอัตราดอกเบี้ย วงเงินกู้สูงสุด และระยะเวลาในการผ่อนชำระ ซึ่งผู้กู้จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ มาดูอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของแต่ละธนาคารกัน: ตารางเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยบ้านปี 2568 (อัปเดต 3 มีนาคม 2568) จากตารางจะเห็นว่า ธนาคารกรุงศรีอยุธยาเสนออัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำในช่วง 3 ปีแรกที่ต่ำที่สุดที่ 3.10% ขณะที่ธนาคารออมสินให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 110% และธนาคารอาคารสงเคราะห์กับธนาคารกรุงไทยให้ระยะเวลาผ่อนนานที่สุดถึง 40 ปี สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ อัตราดอกเบี้ยเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายของแต่ละธนาคาร รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น คุณสมบัติของผู้กู้ ระยะเวลากู้ยืม และประเภทของสินเชื่อ ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากธนาคารโดยตรงก่อนตัดสินใจ วิธีเลือกสินเชื่อบ้านให้ตรงกับความต้องการทำอย่างไร? การเลือกสินเชื่อบ้านที่เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการและสถานะทางการเงินของแต่ละบุคคล มาดูรายละเอียดสินเชื่อจากธนาคารต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ: ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธอส. มีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปี 2568 ที่เสนออัตราดอกเบี้ยคงที่ในปีแรกที่ 3.20% ต่อปี และปรับเป็น [...]

2 นาที
ทำไมธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อบ้าน? พร้อมเคล็ดลับยื่นกู้ให้ผ่านฉลุย
ทั่วไป

ทำไมธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อบ้าน? พร้อมเคล็ดลับยื่นกู้ให้ผ่านฉลุย

การมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริง การจะได้บ้านมาครอบครองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อต้องพึ่งพาสินเชื่อจากธนาคาร หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อการยื่นขอสินเชื่อไม่ผ่านการอนุมัติ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุหลักที่ทำให้ธนาคารปฏิเสธการให้สินเชื่อบ้าน พร้อมแนะนำวิธีการเตรียมตัวและเทคนิคสำคัญในการยื่นขอสินเชื่อให้ผ่านการพิจารณา ทำไมธนาคารถึงไม่อนุมัติสินเชื่อบ้านให้คุณ? การที่ธนาคารปฏิเสธการอนุมัติสินเชื่อบ้านนั้นมีสาเหตุหลายประการ การเข้าใจถึงสาเหตุเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมตัวและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ประวัติเครดิตมีปัญหาหรือคะแนนเครดิตต่ำเกินไป ประวัติเครดิตเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ธนาคารนำมาพิจารณาเมื่อคุณยื่นขอสินเชื่อ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (National Credit Bureau) จะเก็บข้อมูลและประวัติการชำระสินเชื่อของคุณไว้ทั้งหมด หากคุณมีประวัติการชำระเงินล่าช้าเกิน 30 วัน มีการค้างชำระหนี้ หรือมีภาระหนี้เกินตัว ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้และส่งผลต่อคะแนนเครดิตของคุณ คะแนนเครดิต (Credit Scoring) เป็นตัวเลขที่บ่งบอกถึงความน่าเชื่อถือทางการเงินของคุณ โดยมีการจัดระดับความเสี่ยงตั้งแต่ AA (ดีมาก) ถึง HH (แย่มาก) ซึ่งธนาคารจะใช้คะแนนนี้ประกอบการพิจารณาว่าคุณมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้มากน้อยเพียงใด หากคะแนนเครดิตของคุณไม่เพียงพอ โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อก็จะลดลงอย่างมาก รายได้ไม่แน่นอนหรือไม่เพียงพอ รายได้เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณา โดยเฉพาะความสม่ำเสมอและความเพียงพอของรายได้ คนที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์มักจะพบอุปสรรคในการขอสินเชื่อมากกว่าคนที่ทำงานประจำ เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนและยากต่อการพิสูจน์ นอกจากนี้ หากรายได้ของคุณเมื่อเทียบกับราคาบ้านที่ต้องการซื้อแล้วไม่เพียงพอ ธนาคารอาจปฏิเสธการให้สินเชื่อ โดยทั่วไปธนาคารมักกำหนดให้ค่าผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 30-40% ของรายได้ต่อเดือน หากคุณขอวงเงินสูงเกินกว่าที่รายได้จะรองรับได้ ธนาคารก็จะไม่อนุมัติ มีภาระหนี้สินมากเกินไป หากคุณมีภาระหนี้สินอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ [...]

2 นาที
จะยื่นกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 7 เทคนิคที่ทำให้คุณมีบ้านในฝันได้เร็วขึ้น
ทั่วไป

จะยื่นกู้ซื้อบ้านอย่างไรให้ผ่านฉลุย? 7 เทคนิคที่ทำให้คุณมีบ้านในฝันได้เร็วขึ้น

การมีบ้านสักหลังเป็นความฝันของคนส่วนใหญ่ แต่หลายคนต้องพบกับความผิดหวังเมื่อยื่นขอสินเชื่อบ้านแล้วถูกปฏิเสธ การยื่นกู้ซื้อบ้านให้ผ่านไม่ใช่เรื่องยากเกินไป หากคุณเตรียมตัวให้พร้อมและวางแผนอย่างรอบคอบ บทความนี้จะแนะนำ 7 เทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นกู้ซื้อบ้านของคุณผ่านฉลุย ทำให้คุณได้เป็นเจ้าของบ้านในฝันเร็วขึ้น เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ จะประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองได้อย่างไร? การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านของตนเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้คุณเลือกบ้านที่ราคาเหมาะสมกับกำลังทรัพย์ของคุณ โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้เป็นหลัก ซึ่งคุณสามารถคำนวณได้ดังนี้ กรณีไม่มีหนี้สินใดๆ: หากคุณไม่มีภาระหนี้เลย ความสามารถในการกู้จะคำนวณได้จากสูตร: รายได้ต่อเดือน x 60 = วงเงินกู้สูงสุดที่เป็นไปได้ เช่น หากคุณมีรายได้เดือนละ 30,000 บาท คุณอาจจะกู้ได้สูงสุดประมาณ 1,800,000 บาท กรณีมีหนี้สินอยู่แล้ว: หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ คุณต้องคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระดังนี้: รายได้ต่อเดือน x 30-40% = ความสามารถในการผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent