
22/4/2568 • โดย Homeday
การผ่อนบ้านจนครบถ้วนหรือชำระหนี้จนหมดเป็นความสำเร็จที่น่ายินดี แต่หลายคนอาจไม่ทราบว่ายังมีขั้นตอนสำคัญตามมาคือการ “ไถ่ถอนจำนอง” ซึ่งเป็นกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้กรรมสิทธิ์ในบ้านกลับมาเป็นของเราอย่างสมบูรณ์ บทความนี้จะอธิบายทุกขั้นตอนการไถ่ถอนจำนอง เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไถ่ถอนจำนองคืออะไร? ทำไมต้องดำเนินการ? ไถ่ถอนจำนองคือกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ได้ผ่อนชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว จึงต้องดำเนินการไถ่ถอนเพื่อให้การจำนองสิ้นสุดลงตามกฎหมาย เมื่อเราทำสัญญากู้ซื้อบ้าน ทางธนาคารจะให้เราจดทะเบียนจำนองเพื่อเป็นหลักประกัน โดยเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะจดบันทึกไว้ด้านหลังโฉนดในส่วนของสารบัญจดทะเบียนว่าใครเป็นผู้จำนอง และใครเป็นผู้รับจำนอง เมื่อเราผ่อนหมดแล้ว จำเป็นต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่กรมที่ดิน เพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิและระบุว่าไม่มีการจำนองหรือปลอดจำนองแล้ว มีวิธีไถ่ถอนจำนองกี่แบบ? ต่างกันอย่างไร? การไถ่ถอนจำนองสามารถทำได้ 2 วิธี โดยแต่ละวิธีมีรายละเอียดแตกต่างกัน: วิธีที่ 1: ผู้จำนองและผู้รับจำนองไปดำเนินการพร้อมกัน วิธีนี้คือการที่ทั้งผู้จำนอง (เจ้าของบ้าน) และผู้รับจำนอง (ธนาคาร) ไปที่สำนักงานที่ดินพร้อมกัน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง ซึ่งจะเป็นการยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในการไถ่ถอนจำนอง เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จะทำการจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองในที่ดินแปลงนั้น วิธีที่ 2: ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนไปดำเนินการเพียงฝ่ายเดียว อีกวิธีหนึ่งคือ ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียวสามารถไปที่สำนักงานที่ดิน โดยนำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนองฉบับผู้รับจำนอง ระบุว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว และมีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว ไปยื่นขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างสำหรับการไถ่ถอนจำนอง? เพื่อให้การไถ่ถอนจำนองเป็นไปอย่างราบรื่น คุณจำเป็นต้องเตรียมเอกสารสำคัญต่างๆ ให้ครบถ้วน ดังนี้: หลักฐานสัญญาจำนองที่ทำเป็นหนังสือระหว่างผู้จำนองและผู้รับจำนอง ที่มีการสลักหลังสัญญาให้ไถ่ถอนจำนองได้ เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ชำระสินไถ่เรียบร้อยแล้ว [...]

30/6/2565 • โดย Homeday
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเป็นแบบไหน โดยทั่วไปแล้วอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อสำหรับการกู้ซื้อบ้าน จะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ทางธนาคารกำหนด ซึ่งจะคงที่ในระยะเวลาช่วง 1-3 ปี หรือที่เรียกว่า อัตราดอกเ

17/4/2568 • โดย Homeday
ภาระผ่อนบ้านเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักที่คนส่วนใหญ่ต้องแบกรับยาวนานถึง 20-30 ปี ส่งผลให้เงินส่วนใหญ่ถูกนำไปชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น หลายคนจึงมองหาวิธีปลดภาระหนี้นี้ให้เร็วขึ้น นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้อย่างมหาศาลแล้ว ยังทำให้มีอิสรภาพทางการเงินเร็วขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเทคนิคการผ่อนบ้านให้หมดเร็ว วิธีคำนวณระยะเวลาในการผ่อน รวมถึงเรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำสินเชื่อบ้าน เพื่อวางแผนการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มผ่อนบ้าน การซื้อบ้านด้วยเงินสดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับทุกคน การผ่อนบ้านจึงเป็นทางเลือกที่นิยมมากกว่า แต่ก่อนตัดสินใจกู้เงินซื้อบ้าน มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ควรพิจารณาเพื่อให้การผ่อนชำระเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ การประเมินสถานะทางการเงิน การประเมินสถานะทางการเงินเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากก่อนตัดสินใจผ่อนบ้าน คุณควรสำรวจรายรับรายจ่ายอย่างละเอียด เพราะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการชำระหนี้ ตามหลักการวางแผนการเงินที่ดี ภาระหนี้ทั้งหมดไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ นั่นหมายความว่า หากคุณมีรายได้สุทธิ 50,000 บาทต่อเดือน ภาระหนี้ทั้งหมดที่รวมทั้งการผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือหนี้บัตรเครดิต ไม่ควรเกิน 20,000 บาท นอกจากนี้ คุณยังต้องมีเงินออมสำหรับเป็นเงินดาวน์ และควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การตกงาน หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินทางการแพทย์ การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสม การเลือกบ้านที่มีราคาเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้เป็นส่วนสำคัญของการกู้ซื้อบ้าน สถาบันการเงินจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ก่อนอนุมัติวงเงิน โดยมีหลักการประเมินคร่าวๆ ดังนี้: กรณีไม่มีภาระหนี้: วงเงินกู้มักอยู่ที่ประมาณ 60 เท่าของรายได้ต่อเดือน เช่น หากมีรายได้ 45,000 [...]

28/3/2568 • โดย Homeday
การซื้อบ้านในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญกับระบบสินเชื่อที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นโยบายสินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2025 มีการปรับเปลี่ยนที่สำคัญซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงรายละเอียดสำคัญที่นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านมือใหม่ควรรับรู้ การเปลี่ยนแปลงหลักของสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2025 ในปี 2025 วงการอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สถาบันการเงินต่างปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด การเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยจึงมีความยืดหยุ่นและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ผู้ซื้อจำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงเกณฑ์และเงื่อนไขใหม่ๆ เพื่อวางแผนการซื้อบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น สถาบันการเงินได้ปรับเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน ไม่เพียงแต่รายได้และประวัติการเงิน แต่ยังรวมถึงความมั่นคงในอาชีพ เสถียรภาพทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว เกณฑ์ใหม่นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงให้กับทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ การประเมินความสามารถในการชำระหนี้จะพิจารณาจากอัตราส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio) อย่างเคร่งครัด โดยปกติแล้วสถาบันการเงินจะต้องการให้อัตราส่วนนี้ไม่เกิน 40-45% ซึ่งหมายความว่าค่าผ่อนชำระบ้านรวมหนี้อื่นๆ จะต้องไม่เกิน 40-45% ของรายได้รวมต่อเดือน นวัตกรรมทางการเงินสำหรับที่อยู่อาศัย ปี 2025 เห็นการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ต้องการซื้อบ้าน สินเชื่อแบบใหม่เริ่มมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อที่สามารถปรับอัตราดอกเบี้ยได้ตามสถานการณ์ส่วนบุคคล หรือสินเชื่อที่มีระยะเวลาผ่อนชำระที่ยาวขึ้น นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อกลุ่มคนทำงานอิสระและผู้ประกอบการ ซึ่งมีรูปแบบรายได้ที่ไม่คงที่ โดยพิจารณาจากประวัติการเงินและศักยภาพในการหารายได้ ไม่ได้ยึดติดกับรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว ปัจจัยที่ส่งผลต่อสินเชื่อที่อยู่อาศัย อัตราดอกเบี้ยและผลกระทบทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการกู้ซื้อบ้าน ในปี 2025 แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีความผันผวน ธนาคารกลางและสถาบันการเงินต่างปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง การเลือกระหว่างสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่หรือลอยตัวจึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ [...]

24/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นฟรีแลนซ์ให้อิสระในการทำงานและการใช้ชีวิต แต่เมื่อถึงเวลาต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง หลายคนกลับกังวลว่าการไม่มีรายได้ประจำแน่นอนจะเป็นอุปสรรคในการกู้ซื้อบ้าน ความจริงแล้ว อาชีพอิสระสามารถกู้บ้านได้ แต่ต้องเตรียมตัวและวางแผนให้รอบคอบมากกว่าพนักงานประจำทั่วไป บทความนี้จะแนะนำเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คนทำอาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นในปี 2025 เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมให้พร้อม การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อาชีพอิสระมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านมากขึ้น เอกสารสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อม ได้แก่: เอกสารพื้นฐาน สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้กู้ เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะซื้อ เช่น สัญญาจอง หรือสำเนาโฉนดที่ดิน เอกสารทางการเงิน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากหรือรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน [...]

22/8/2568 • โดย Homeday
“พฤกษา” เขย่าวงการอสังหาริมทรัพย์ให้คึกคัก เดินหน้าปลุกกำลังซื้อไตรมาส 3 จัดอีเวนต์ใหญ่แห่งปี “PRUKSA D-DAY SALE” ครั้งแรกและครั้งเดียว จัดเต็ม! โปรแรง! ของแถมแน่น! คุ้มที่สุดในรอบปี! คัดยูนิตพิเศษ บ้าน-คอนโด-ทาวน์โฮม บนทุกทำเลฮอต กว่า 100 โครงการ มาให้ลูกค้าได้เลือกสรรครบจบในที่เดียว ลดจัดหนักสูงสุด 40% รวมส่วนลดกว่า 400 ล้านบาท ปักหมุดรันวงการ! ซื้อบ้าน ลุ้นรับบ้านฟรี คอนโดฟรี! มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ลุ้นทองคำสูงสุด 2 แสนบาท และข้อเสนอสุดคุ้มเกินต้านอีกมากมาย จัดเต็ม 3 วันเท่านั้น 29–31 สิงหาคม 2568 ที่อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก อารีย์ “PRUKSA D-DAY SALE @ เพิร์ล แบงก์ค็อก” โอกาสที่ดีที่สุดของคนอยากมีบ้าน คอนโด และทาวน์โฮม กับข้อเสนอสุดเร้าใจที่จะทำให้ฝันของทุกคนเป็นจริง [...]

3/7/2567 • โดย Homeday
แสนสิริ แบรนด์อสังหาฯ อันดับหนึ่งของประเทศไทย จับมือ ไทยพาณิชย์ (SCB) หนึ่งในผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งผนึกกำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ซื้อบ้านกับโปรโมชั่นพิเศษ “หวานเลย ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี*” พร้อมส่วนลดสูงสุด 5 ล้านบาทเผยเป็นแคมเปญที่ดีที่สุดในปัจจุบัน มั่นใจแบร

10/4/2567 • โดย Homeday
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แนวราบ แนวสูง ได้รับ ISO รายแรกของไทย เปิดตัว 2 โครงการ พลิกโฉม แบบบ้าน รูปลักษณ์ใหม่บ้านแฝดสไตล์ เหมือนได้บ้านเดี่ยว และ ทาวน์โฮมโฉมใหม่ เจาะตลาดผู้ซื้อบ้าน 2 โซน ชูทำเลเหมาะกับการเลือกเป็นที่อยู่อาศัย ทั้ง 2 ทำเลทอง ตอบรับเทรน

3/12/2568 • โดย Homeday
เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ‘Imagining Better Living’ ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปีเพื่อ Central Citizens คนสำคัญ ด้วยแคมเปญ “FESTI ‘WOW’ GIFT” ว้าวววว!! กับดีลแรงที่สุดแห่งปีพร้อมรับของขวัญสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีถึง 3 ต่อ เมื่อซื้อบ้าน ทาวน์โฮม คอนโดฯ ทั่วไทย ไม่ว่าจะเป็นต่อที่ 1) ลดว้าว! สูงสุด 7 ล้านบาท* 2) ช้อปว้าวฟรีสูงสุด 1 ล้านบาท* ที่ร้านค้าในเครือเซ็นทรัลทุกสาขา 3) รับคะแนนว้าว! ครั้งแรกรับคะแนน The1 x3* เมื่อช้อปที่ห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการในยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ โดยแคมเปญฯ ดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 30 ธ.ค. นี้ เซ็นทรัลพัฒนา เรซซิเด้นซ์ ตอกย้ำความสำเร็จด้านผู้นำการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมหัวเมืองเศรษฐกิจทั่วทุกภูมิภาค 51 โครงการ [...]

13/1/2566 • โดย Homeday
@homeday.co.th 'เช่าบ้าน' หรือ 'ซื้อบ้าน' ดีกว่ากัน? 🏘️🤔 #ซื้อบ้าน #เช่าบ้าน #ซื้อบ้านมือสอง #ซื้อบ้านครั้งแรก #บ้านเช่า #อยากมีบ้าน

14/7/2566 • โดย Homeday
เอ็น.ซี เฮ้าส์ซิ่ง จับมือ เมืองไทยประกันชีวิต จัดแคมเปญ “Living A Better Life” มอบสิทธิพิเศษแก่ผู้ซื้อบ้านทุกแบบ ครอบคลุม 10 โครงการ ด้วยความคุ้มครองส

24/4/2568 • โดย Homeday
หลายคนคงเคยประสบปัญหาการถูกปฏิเสธสินเชื่อเมื่อต้องการซื้อบ้าน โดยเฉพาะคนที่มีประวัติการเงินไม่ดีหรือติดแบล็กลิสต์ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้แก่ผู้ที่ฝันอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ความจริงแล้ว แม้คุณจะติดแบล็กลิสต์ก็ยังมีโอกาสซื้อบ้านได้ เพียงแต่ต้องรู้วิธีจัดการและแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง บทความนี้จะแนะนำ 5 วิธีที่จะช่วยให้คุณมีโอกาสกู้ซื้อบ้านได้แม้จะมีประวัติเครดิตที่ไม่ดี “ติดแบล็กลิสต์” หรือ “ติดเครดิตบูโร” คืออะไรกันแน่? การติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร เป็นสถานะทางการเงินที่บ่งบอกว่าคุณมีพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่น่าเชื่อถือ เช่น การผิดนัดชำระหนี้หลายครั้ง การไม่ชำระหนี้ตามกำหนด หรือมีการค้างชำระนานเกินไป ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกบันทึกไว้ในระบบของเครดิตบูโร หรือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เครดิตบูโรเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลบัญชีสินเชื่อและประวัติการชำระสินเชื่อของทุกคนจากสถาบันการเงินต่างๆ ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้เป็นระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยธนาคารจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อที่คุณยื่นขอ ข้อมูลที่เครดิตบูโรเก็บรวบรวมนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขบัตรประชาชน และข้อมูลสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติและประวัติการชำระสินเชื่อ เช่น ประวัติการกู้ซื้อบ้านหรือรถ จำนวนบัตรเครดิตที่ถืออยู่ และสถานะการผ่อนชำระของแต่ละบัญชี วิธีตรวจสอบสถานะเครดิตบูโรของตัวเอง ก่อนยื่นขอสินเชื่อบ้าน หากไม่มั่นใจว่าตัวเองมีเครดิตที่ดีพอสำหรับการยื่นกู้หรือติดแบล็กลิสต์อยู่หรือไม่ คุณสามารถตรวจสอบได้โดยง่ายผ่านช่องทางต่อไปนี้: ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งจะสามารถรับผลได้ภายใน 15 นาที เพียงนำบัตรประชาชนไปแสดงตน [...]