กำลังโหลด...
กำลังโหลด...

4/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกพริกในกระถางเป็นกิจกรรมที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากช่วยให้ครอบครัวได้วัตถุดิบทำอาหารสดใหม่ใช้เอง พร้อมทั้งเป็นการผ่อนคลายจากความเครียด พริกมีสารแคปไซซินที่ให้ความเผ็ดและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเจริญอาหาร ลดคอเลสเตอรอล ป้องกันเส้นเลือดอุดตัน และมีฤทธิ์ต้านมะเร็ง วิธีการปลูกพริกในกระถางนั้นไม่ซับซ้อน แต่ต้องมีเทคนิคและการดูแลที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี พันธุ์พริกไหนเหมาะสำหรับปลูกในกระถาง? พริกมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Capsicum spp. เป็นพืชในวงศ์ Solanaceae ตระกูลเดียวกับมันฝรั่งและมะเขือ1 ลักษณะของต้นพริกเป็นไม้ล้มลุกความสูงประมาณ 1-2.5 ฟุต มีลำต้นหลักเพียงต้นเดียวแต่จะแตกกิ่งออกไปเป็นพุ่มขนาดเล็ก ออกเป็นใบเดี่ยวทรงกลมรีและปลายแหลม ดอกสีขาว 1-3 ดอก ผลสีเขียวเมื่ออ่อน เมื่อโตเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม หรือแดงปนน้ำตาล สำหรับการปลูกในกระถาง พันธุ์ที่เหมาะสมได้แก่ พริกขี้หนูผลใหญ่ พริกขี้หนูผลเล็ก และพริกใหญ่ ระดับความเผ็ดของพริกแบ่งตามปริมาณสารแคปไซซินออกเป็น 3 ระดับ โดยใช้หน่วยเป็นสโควิลล์ (Scoville) พริกเผ็ดมากจะมีความเผ็ดอยู่ในช่วง 70,000-175,000 สโควิลล์ พริกเผ็ดกลางอยู่ในช่วง 35,000-70,000 สโควิลล์ และพริกเผ็ดน้อยหรือไม่เผ็ดอยู่ในช่วง 0-35,000 สโควิลล์ สำหรับผู้เริ่มต้นแนะนำให้เลือกพริกขี้หนูซึ่งเป็นพริกเผ็ดกลางที่นิยมนำมาทำอาหาร เนื่องจากดูแลง่ายและให้ผลผลิตดี พันธุ์พริกเหล่านี้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในกระถางได้ดีและมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม อุปกรณ์และวัสดุที่จำเป็นสำหรับการปลูกมีอะไรบ้าง? การเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นพื้นฐานสำคัญของการปลูกพริกให้สำเร็จ อุปกรณ์หลักที่ต้องเตรียมประกอบด้วย เมล็ดพริกหรือพริกขี้หนูสำหรับเก็บเมล็ด [...]

18/6/2568 • โดย Homeday
พื้นที่ในการจัดสวนที่บ้านมีจำกัดไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไปสำหรับคนรักต้นไม้ เพราะการปลูกพืชแขวนจะช่วยให้เราใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเพิ่มความสวยงามและสีเขียวให้กับบ้าน พืชแขวนไม่เพียงแต่ประหยัดพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศและส่งผลดีต่อสุขภาพจิตใจอีกด้วย พืชแขวนคืออะไรและทำไมถึงได้รับความนิยม พืชแขวนหรือ Hanging Plants เป็นพืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตแบบห้อยลงมาหรือเลื้อยยาว เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางแขวนหรือตะกร้าแขวน ความนิยมของพืชแขวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสามารถใช้พื้นที่แนวตั้งได้อย่างคุ้มค่า ทำให้แม้บ้านที่มีพื้นที่จำกัดก็สามารถมีมุมสีเขียวได้ การปลูกพืชแขวนช่วยสร้างมิติให้กับพื้นที่ทำให้ห้องดูกว้างขวางและน่าอยู่มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศและฟอกอากาศภายในบ้านได้อีกด้วย ประโยชน์ของการปลูกพืชแขวนในบ้าน ประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ การปลูกพืชแขวนในบ้านมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะการช่วยลดความเครียดและปรับปรุงสภาพจิตใจ การศึกษาพบว่าการอยู่ร่วมกับพืชสีเขียวช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียดคอร์ติซอลได้อย่างมีนัยสำคัญ พืชแขวนยังช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อและสมาธิ ทำให้การทำงานหรือเรียนหนังสือมีประสิทธิภาพมากขึ้น สีเขียวของใบไม้ส่งผลดีต่อสุขภาพกายและใจ ช่วยให้มองโลกในแง่บวกและลดความดันโลหิตได้ การฟอกอากาศและปรับปรุงคุณภาพอากาศ พืชแขวนทำหน้าที่เป็นเครื่องฟอกอากาศตามธรรมชาติที่ช่วยกรองสารพิษและฝุ่นละอองต่างๆ การศึกษาพบว่าพืชชั้นนำเช่น โปโทสและแมงมุม สามารถลดมลพิษในอากาศภายในได้ถึง 50% พืชเหล่านี้ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ เบนซีน และไซลีน ที่มักพบในบ้านจากเฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง ใบของพืชแขวนยังทำหน้าที่ดักจับฝุ่นและสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ทำให้อากาศในบ้านสะอาดขึ้น วิธีการเลือกพืชแขวนที่เหมาะสม การพิจารณาแสงแดดและสภาพแวดล้อม การเลือกพืชแขวนควรพิจารณาปริมาณแสงแดดที่ตำแหน่งจะได้รับ พืชแขวนสำหรับที่แสงแดดจัดต้องการแสงแดดอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน ในขณะที่พืชสำหรับแสงแดดรำไรต้องการแสงแดดน้อยกว่า 4 ชั่วโมง สำหรับพื้นที่ในร่มหรือระเบียงที่แสงแดดจำกัด ควรเลือกพืชที่ทนแสงแดดรำไรได้ดี เช่น โปโทส หรือฟิโลเดนดรอน ส่วนพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวันเหมาะสำหรับพืชอวบน้ำและพืชดอกไม้ การเลือกกระถางและวัสดุปลูก ขนาดของกระถางมีความสำคัญมาก [...]

20/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกดอกไม้บนระเบียงในปัจจุบันกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือบ้านแถวที่ต้องการเพิ่มสีสันและความสดชื่นให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกดอกไม้ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดสวนเล็กๆ บนระเบียงประสบความสำเร็จ ดอกไม้ยอดนิยมสำหรับระเบียงบ้าน กุหลาบ – ราชินีแห่งดอกไม้สำหรับคนรักความหอมหวาน กุหลาบถือเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการปลูกบนระเบียง เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัดและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในกระถาง สำหรับระเบียงแนะนำให้เลือกกุหลาบหนูหรือกุหลาบขนาดเล็กที่ขึ้นเป็นพุ่มความสูงไม่เกิน 1 ฟุต เพราะจะไม่แย่งพื้นที่และง่ายต่อการดูแล การปลูกกุหลาบในกระถางต้องใช้ดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี โดยผสมดินใบไก่ป่า ปุ๋ยคอก และกาบมะพร้าวสับในอัตราส่วน 1:1:2 ต้องรดน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนควรรดวันละ 2 ครั้ง และหมั่นใส่ปุ๋ยเดือนละครั้งเพื่อบำรุงการออกดอก มะลิ – ความหอมที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย มะลิเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการปลูกบนระเบียง เพราะมีทั้งแบบไม้พุ่มและไม้เถาที่สามารถปรับให้เข้ากับพื้นที่ได้ ชนิดที่นิยมปลูกได้แก่ มะลิซ้อน มะลิวัลย์ และมะลิฉัตร ซึ่งล้วนให้กลิ่นหอมนุ่มนวลตลอดทั้งปี การดูแลมะลิค่อนข้างง่าย เพียงแค่ปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี รดน้ำทุก 3-5 วัน และใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 5-6 ครั้งต่อปี ที่สำคัญคือต้องหมั่นตัดแต่งให้เป็นพุ่มโปร่งเพื่อป้องกันโรคและแมลงรบกวน แพงพวย – ดอกไม้หลากสีที่เติบโตรวดเร็ว แพงพวยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางบนระเบียงอย่างยิ่ง ข้อดีของแพงพวยคือสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและมีดอกหลากสีให้เลือก ตั้งแต่สีเหลือง แดง ชมพู ไปจนถึงสีขาว [...]

17/5/2568 • โดย Homeday
คุณกำลังมองหาต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านแต่กังวลว่าปลูกแล้วจะดูแลยาก? ไม้เลื้อยเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่อยากเพิ่มสีสันให้กับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกในกระถางแขวน วางบนชั้น หรือปล่อยให้เลื้อยตามผนัง บทความนี้จะรวบรวมพันธุ์ไม้เลื้อยที่เหมาะกับการปลูกในบ้าน เติมชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ของคุณ พร้อมเคล็ดลับการดูแลให้เติบโตสวยงาม ทำไมไม้เลื้อยจึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการปลูกในบ้าน? ไม้เลื้อยมอบประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด ไม้เลื้อยหลายชนิดสามารถเติบโตได้ดีในที่ร่มหรือมีแสงน้อย ทำให้เหมาะกับการปลูกภายในบ้าน นอกจากนี้ยังช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชุ่มชื้น และสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย การเลือกไม้เลื้อยที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายในบ้านจะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับความสวยงามของธรรมชาติแม้อยู่ในพื้นที่จำกัด ไม้เลื้อยยังมีรูปแบบการเจริญเติบโตที่น่าสนใจ บางชนิดมีใบด่าง บางชนิดมีรูปทรงใบที่โดดเด่น หรือบางชนิดมีดอกสวยงาม ทำให้สามารถเลือกได้ตามความชอบและการตกแต่งภายในบ้าน ไม้เลื้อยชนิดไหนปลูกในบ้านได้ดีและดูแลง่าย? พลูด่าง – นักอยู่รอดตัวจริงสำหรับมือใหม่ พลูด่าง (Pothos) เป็นหนึ่งในไม้เลื้อยปลูกในร่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากปลูกง่ายและดูแลไม่ยาก มีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก เช่น พลูด่างทอง พลูราชินีหินอ่อน พลูงาช้าง และพลูฉลุ แต่ละพันธุ์มีลักษณะใบที่แตกต่างกันไป ทั้งแบบใบขนาดใหญ่ ใบด่าง และใบฉลุ พลูด่างสามารถเติบโตได้ดีทั้งในบริเวณที่มีแสงน้อยหรือพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องผ่าน เช่น ริมหน้าต่าง การดูแลง่ายเพียงรดน้ำเมื่อดินแห้ง ข้อควรระวังคือไม่ควรปลูกในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองหากสัตว์เลี้ยงกัดกินเข้าไป ไทรเลื้อย – สร้างบรรยากาศสีเขียวในทุกมุมบ้าน ไทรเลื้อย (Ficus Repens) เป็นไม้เลื้อยที่มักถูกนำไปปลูกไว้บริเวณกำแพงบ้านด้านนอก แต่สามารถนำมาปลูกในกระถางเล็กๆ ภายในบ้านได้เช่นกัน [...]

4/6/2568 • โดย Homeday
การปลูกมะกรูดในกระถางเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัดแต่ต้องการใบมะกรูดสดใช้ประกอบอาหาร มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรในตระกูลส้มที่มีใบหอมเฉพาะตัวและให้ประโยชน์หลากหลาย ทั้งในด้านอาหาร สุขภาพ และความงาม การเรียนรู้วิธีการปลูกและดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ต้นมะกรูดที่แข็งแรงและให้ผลผลิตดีตลอดปี ขอบคุณภาพจาก : อาณาจักรต้นไม้ การเตรียมอุปกรณ์และวัสดุปลูกมะกรูดจากเมล็ด การปลูกมะกรูดจากเมล็ดต้องเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน ผลมะกรูดแก่หรือผลที่ร่วงธรรมชาติจะให้เมล็ดที่มีความสมบูรณ์สูงสุด อุปกรณ์พื้นฐานประกอบด้วยมีดคม ช้อนสำหรับคว้านเมล็ด ถาดสำหรับผึ่งเมล็ด และแก้วพลาสติกสำหรับเพาะกล้า วัสดุปลูกที่สำคัญคือกระถางดินเผาซึ่งให้การระบายอากาศดีกว่ากระถางพลาสติก ดินปลูกควรเป็นดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ผสมกับปุ๋ยคอกหรือมูลสัตว์ในอัตราส่วนที่เหมาะสม การเพิ่มกาบมะพร้าวสับลงในกระถางจะช่วยในการระบายน้ำและรักษาความชุ่มชื้น สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโต สามารถเลือกใช้วัสดุปลูกแบบผสมที่ประกอบด้วยดินปลูกคุณภาพสูง 50% เพอร์ไลต์หรือทรายหยาบ 25% และปุ๋ยหมักหรือมูลสัตว์ 25% ขอบคุณภาพจาก : LadyNongDiary เทคนิคการเตรียมเมล็ดและการเพาะต้นกล้า การเตรียมเมล็ดมะกรูดต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เมล็ดเสียหาย เริ่มจากการฝานผลมะกรูดแก่ออกให้เนื้อในแยกจากกัน แล้วใช้ช้อนคว้านเมล็ดออกมาอย่างนุ่มนวล การล้างเมล็ดด้วยน้ำสะอาดเพื่อขจัดเยื่อหุ้มที่เหนียวเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้เมล็ดงอกได้ดีขึ้น การผึ่งเมล็ดให้แห้งใต้แสงแดดเป็นเวลา 2-4 วันจะช่วยเตรียมเมล็ดให้พร้อมสำหรับการเพาะ ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปลูกคือปลายฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน เมื่อพืชมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรง การใส่เมล็ดลงในดินที่เตรียมไว้ควรรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะเกินไป และวางไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องถึงพอประมาณ วิธีการย้ายต้นกล้าและการปลูกในกระถางถาวร เมื่อต้นกล้ามะกรูดเริ่มออกใบ 3-4 ใบแล้ว จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการย้ายไปปลูกในถุงเพาะกล้า ในระยะนี้ต้นกล้าต้องการการดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการรักษาความชุ่มชื้นและการได้รับแสงแดดที่เพียงพอ การใช้ถุงดำสำหรับเพาะกล้าจะช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดีและต้นกล้าแข็งแรงจนสูงประมาณ 30 เซนติเมตร การย้ายต้นกล้าไปยังกระถางถาวรควรทำเมื่อต้นกล้ามีความแข็งแรงสมบูรณ์แล้ว ดินในกระถางควรเป็นดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยคอกในอัตราส่วนเท่าๆ กัน [...]

18/5/2568 • โดย Homeday
ต้นไม้ใบสีแดงและเขียวไม่เพียงแต่เข้ากับเทศกาลแห่งความสุขอย่างวันคริสต์มาสเท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มสีสันให้กับบ้านได้ตลอดทั้งปี บทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 10 ชนิดของต้นไม้ใบสีแดงสีเขียวที่ปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก และเหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองไทย ขอบคุณภาพจาก : all_sell_thee พรมออสเตรเลียดูแลยากไหม? เคล็ดลับการปลูกต้นไม้สวยสไตล์โมเสก พรมออสเตรเลียหรือที่รู้จักกันในชื่อ Mosaic Plant หรือ Nerve Plant เป็นไม้คลุมดินขนาดเล็กที่มีความสูงเพียง 10-15 เซนติเมตร โดดเด่นด้วยลวดลายเส้นใบสีแดงสวยงามบนพื้นใบสีเขียว ต้นไม้ชนิดนี้ชอบความชื้นสูงและแสงสว่างแต่ไม่ต้องการแสงแดดโดยตรง เพราะอาจทำให้ใบไหม้ได้ การดูแลพรมออสเตรเลียนั้นต้องคอยรดน้ำเมื่อดินชั้นบนแห้ง โดยควรใช้น้ำกรอง น้ำฝน หรือน้ำต้มที่เย็นแล้วจะดีที่สุด หากปล่อยให้ต้นแห้งเกินไป ใบจะเหี่ยวลง แต่หลังจากรดน้ำอย่างทั่วถึง ใบก็จะกลับมาสดชื่นอีกครั้ง นอกจากนี้การพ่นละอองน้ำหรือวางในห้องน้ำที่มีความชื้นจะช่วยให้ต้นเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 18-26 องศาเซลเซียส ฤๅษีผสมเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับสภาพอากาศไทยจริงหรือ? ฤๅษีผสม หรือ Coleus เป็นไม้อวบน้ำที่มีความสูงประมาณ 40-80 เซนติเมตร มีใบสีแดงสวยงามขอบใบเป็นสีเขียว ลักษณะใบเป็นรูปไข่ปลายแหลม โคนมน และขอบใบหยัก ต้นฤๅษีผสมเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเมืองไทย การดูแลฤๅษีผสมนั้นต้องการแสงแดดจัดเพื่อให้สีของใบสวยสดมากขึ้น แต่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในที่มีแสงสว่างทั่วไปเช่นกัน ควรรดน้ำเป็นประจำเมื่อดินชั้นบนแห้ง และหมั่นเด็ดยอดเพื่อให้ต้นแตกพุ่มสวยงาม หากปลูกในกระถาง ควรใส่ปุ๋ยทุก 2 [...]

5/6/2565 • โดย Homeday
2. ลิ้นมังกร ต้นไม้ที่นิยมปลูกในกระถาง เป็นกอที่มีใบยาวปลายแหลม เหมือนลิ้น “ลิ้นมังกร” สีสวยเหมาะสำหรับประดับตามห้องต่าง ๆ และยังสามารถดูดสารพิษในอากาศ

16/3/2566 • โดย Homeday
ต้นดราแคนนา ไม้ประดับที่มีหลายสายพันธ์ุ “ต้นดราแคนนา” ใบมีสีสัน ขึ้นหลายชั้นในลำต้นเดียว เหมาะสำหรับปลูกในกระถาง สามารถฟอกอากาศและเติบโตอย่างสวยงาม ขอบคุณรูปภาพจา

20/6/2568 • โดย Homeday
ทำไมต้องปลูกผักในร่ม? ในปัจจุบัน หลายคนอาศัยอยู่ในพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือบ้านที่มีพื้นที่นอกอาคารน้อย ทำให้การปลูกผักกลางแจ้งเป็นเรื่องยาก แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะไม่สามารถปลูกผักสวนครัวไว้รับประทานเองได้ เพราะมีผักหลายชนิดที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในร่ม หรือในพื้นที่ที่มีแสงแดดน้อย การปลูกผักในร่มยังช่วยให้คุณมีผักสด ปลอดสารพิษไว้รับประทานเอง ประหยัดค่าใช้จ่าย และยังเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในบ้านอีกด้วย 7 ชนิดผักที่ปลูกในร่มได้ดี 1. ผักชี – เครื่องเทศหอมที่ปลูกง่าย ผักชีเป็นผักที่ชอบอยู่ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำและไม่ชอบแสงแดดจัดโดยตรง คุณสามารถวางกระถางผักชีไว้ใกล้หน้าต่างที่หันไปทางทิศตะวันออกหรือตะวันตก เพื่อให้ได้รับแสงแดดอ่อนๆ ผักชีเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีการระบายน้ำดี เช่น ดินร่วนหรือกาบมะพร้าว วิธีปลูกผักชีเริ่มจากการบดเมล็ดให้แตกเป็น 2 ซีก แล้วนำไปแช่น้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นผึ่งลมให้แห้งก่อนนำไปคลุกกับทรายหรือขี้เถ้า เมื่อเริ่มมีรากค่อยย้ายไปปลูกในกระถาง คลุมหน้าดินด้วยฟางหรือหญ้า รดน้ำให้ชุ่ม ใช้เวลาในการปลูกประมาณ 30-45 วัน จึงสามารถเก็บผักชีมารับประทานได้ 2. ต้นหอม – ผักที่ปลูกได้ตลอดปี ต้นหอมเป็นผักที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ขนาดของลำต้นและความกว้างของใบจะขึ้นอยู่กับการดูแลและวัสดุที่นำมาปลูก คุณสามารถวางกระถางต้นหอมไว้ใกล้หน้าต่างที่อยู่ทางทิศตะวันออกหรือตะวันตก โดยควรให้ได้รับแสงแดดบ้างอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงต่อวัน ต้นหอมเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความชื้นสูง นิยมเพาะด้วยการปักชำ โดยเริ่มจากตัดต้นหอมเหนือราก 1.5-2 [...]

18/6/2568 • โดย Homeday
ทำไมไทรเกาหลีจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทำรั้ว? ไทรเกาหลีมีลักษณะพุ่มแน่น ใบหนาทึบ ช่วยพรางสายตาจากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพการปลูกเป็นแนวต้นไม้รั้วช่วยปรับบรรยากาศให้บ้านดูเย็นสบายและสดชื่นขึ้นกว่าการใช้รั้วปูนหรือเหล็กแบบเดิมนอกจากนี้ ใบไทรเกาหลียังช่วยดักจับฝุ่นละออง PM2.5 และลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี ขั้นตอนเตรียมต้นและการสั่งซื้อต้นไทรเกาหลี เจ้าของบ้านสามารถเลือกระดับความสูงของต้นไทรได้ตั้งแต่ 1 ถึง 3.5 เมตร ตามความต้องการของพื้นที่ในการคำนวณจำนวนต้นให้เหมาะกับความยาวแนวรั้ว นิยมปลูกต้นละ 3–4 ต้นต่อความยาว 1 เมตร โดยต้นสูง 2.5 เมตร ใช้ประมาณ 3–4 ต้นต่อเมตรทางฟาร์มจะให้บริการจัดส่งและปลูกครบวงจร รวมค่าต้นไม้ ค่าแรงปลูก ดินปลูกที่เหมาะสม และค่าขนส่งให้เรียบร้อย ขั้นตอนปลูกและดูแลไทรเกาหลีให้แตกยอดแน่น ทีมงานจะตีเส้นแนวปลูกและขุดหลุมตรงตำแหน่งที่เหมาะสม โดยเว้นระยะห่างจากกำแพงบ้านประมาณ 30–50 เซนติเมตรก่อนปลูกให้รองก้นหลุมด้วยดินปลูกคุณภาพสูง เพื่อกระตุ้นการเจริญของรากและช่วยยึดต้นให้แข็งแรงหลังวางต้นลงในหลุม ต้องกลบดินเดิมและดินปลูกให้แน่น จากนั้นรดน้ำทันทีเพื่อให้ดินยึดรากและลดการเคลื่อนตัวของต้น ประโยชน์ของรั้วต้นไทรเกาหลีที่คุณอาจไม่รู้ การจัดแนวไทรเกาหลีรอบบ้านนอกจากจะสร้างความเป็นส่วนตัว ยังช่วยบังลม ลดฝุ่น และลดเสียงรบกวนได้ไทรเกาหลีเป็นไม้กลางแจ้งที่ทนทานต่อแดดและฝน ดูแลง่าย ไม่ต้องตัดแต่งบ่อยครั้ง แค่รดน้ำวันละครั้งก็เพียงพอสำหรับการเจริญเติบโตทั่วไปตามหลักโหราศาสตร์ไทย ไทรเกาหลีถือว่าเป็นไม้มงคล ช่วยเสริมความร่มเย็นและความเป็นสิริมงคลให้บ้าน ข้อควรระวังในการปลูกไทรเกาหลีทำรั้ว ระบบรากฝอยของไทรเกาหลีอาจแผ่ขยายและทำลายโครงสร้างกำแพงหรือท่อใต้ดินหากปลูกใกล้มากเกินไปควรติดตั้งบาริเออร์กั้นรากหรือปลูกในกระถางขนาดใหญ่เพื่อจำกัดการกระจายของรากไปยังโครงสร้างสำคัญการตัดแต่งกิ่งและรากควรทำอย่างสม่ำเสมอ (ทุก 8–10 ปี) เพื่อลดปัญหารากรุกล้ำและควบคุมรูปทรงให้สวยงาม สรุป ไทรเกาหลีเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับทำรั้วต้นไม้ [...]

3/4/2566 • โดย Homeday
9. เจอราเนียม ต้นไม้แขวนทนแดดที่ออกดอกเป็นช่อสวย มีหลากหลายสีให้เลือกปลูก “เจอราเนียม” เป็นพืชที่ชอบอากาศเย็นและน้ำมาก นิยมนำมาปลูกในกระถางและปล่อยให้ใบและดอกห้อยลง

3/6/2568 • โดย Homeday
ชะอมเป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ให้พลังงาน 57 กิโลแคลอรี่ต่อ 100 กรัม มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินเอมากถึง 10,066 IU การปลูกชะอมที่ถูกวิธีจะให้ผลผลิตที่ดี สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุก 3-4 วันและมีรายได้ต่อเนื่องตลอดปี เนื่องจากเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนนาน ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และต้องการการดูแลรักษาที่ไม่ซับซ้อน ทั้งยังสามารถปลูกได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะเมล็ด การปักชำ หรือการตอนกิ่ง ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียและเทคนิคเฉพาะที่ควรรู้ ขอบคุณภาพจาก : เกษตรสัญจร การเลือกวิธีปลูกชะอมที่เหมาะสม การปลูกชะอมสามารถทำได้หลายวิธี โดยแต่ละวิธีจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันทั้งในเรื่องของความแข็งแรงของต้น ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว และความหนาแน่นของหนาม การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการปลูกและสภาพพื้นที่ที่มีอยู่ การปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ การเพาะเมล็ดเป็นวิธีที่ได้ต้นชะอมที่แข็งแรงและทนทานต่อสภาพแวดล้อมมากที่สุด ต้นที่ได้จากเมล็ดจะมีหนามหนากว่าการปลูกด้วยวิธีอื่น และมีระบบรากที่แข็งแรงกว่า เมล็ดชะอมสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 3 ปี และยังคงสามารถงอกได้2 ขั้นตอนการเพาะเมล็ดเริ่มต้นด้วยการแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 1 วันและ 1 คืน เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สมบูรณ์1 เมล็ดที่ดีจะปริเปลือกออกเล็กน้อยหลังจากแช่น้ำ ส่วนเมล็ดที่ไม่ปริเปลือกแสดงว่าไม่สมบูรณ์ควรทิ้งไป หลังจากได้เมล็ดที่พร้อมปลูกแล้ว ให้นำไปปลูกในกระถางเพาะกล้าที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก โดยฝังเมล็ดลงผิวดินไม่ต้องกลบจนมิด ใส่ประมาณ 2 เมล็ดต่อกระถาง [...]