Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ทำไมต้องเลือกดอกไม้เหล่านี้มาปลูกบนระเบียงบ้าน?

Homeday
20 มิถุนายน 2568
2 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 20/6/2568

ทำไมต้องเลือกดอกไม้เหล่านี้มาปลูกบนระเบียงบ้าน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
การปลูกดอกไม้บนระเบียงในปัจจุบันกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด โดยเฉพาะคนที่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือบ้านแถวที่ต้องการเพิ่มสีสันและความสดชื่นให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกดอกไม้ที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การจัดสวนเล็กๆ บนระเบียงประสบความสำเร็จ
Article Image

ดอกไม้ยอดนิยมสำหรับระเบียงบ้าน

กุหลาบ – ราชินีแห่งดอกไม้สำหรับคนรักความหอมหวาน

กุหลาบถือเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการปลูกบนระเบียง เนื่องจากเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัดและสามารถเจริญเติบโตได้ดีในกระถาง สำหรับระเบียงแนะนำให้เลือกกุหลาบหนูหรือกุหลาบขนาดเล็กที่ขึ้นเป็นพุ่มความสูงไม่เกิน 1 ฟุต เพราะจะไม่แย่งพื้นที่และง่ายต่อการดูแล
การปลูกกุหลาบในกระถางต้องใช้ดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี โดยผสมดินใบไก่ป่า ปุ๋ยคอก และกาบมะพร้าวสับในอัตราส่วน 1:1:2 ต้องรดน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนควรรดวันละ 2 ครั้ง และหมั่นใส่ปุ๋ยเดือนละครั้งเพื่อบำรุงการออกดอก

มะลิ – ความหอมที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย

มะลิเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการปลูกบนระเบียง เพราะมีทั้งแบบไม้พุ่มและไม้เถาที่สามารถปรับให้เข้ากับพื้นที่ได้ ชนิดที่นิยมปลูกได้แก่ มะลิซ้อน มะลิวัลย์ และมะลิฉัตร ซึ่งล้วนให้กลิ่นหอมนุ่มนวลตลอดทั้งปี
การดูแลมะลิค่อนข้างง่าย เพียงแค่ปลูกในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี รดน้ำทุก 3-5 วัน และใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 5-6 ครั้งต่อปี ที่สำคัญคือต้องหมั่นตัดแต่งให้เป็นพุ่มโปร่งเพื่อป้องกันโรคและแมลงรบกวน

แพงพวย – ดอกไม้หลากสีที่เติบโตรวดเร็ว

แพงพวยเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กที่มีความสูงประมาณ 40-120 เซนติเมตร ทำให้เหมาะสำหรับการปลูกในกระถางบนระเบียงอย่างยิ่ง ข้อดีของแพงพวยคือสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีและมีดอกหลากสีให้เลือก ตั้งแต่สีเหลือง แดง ชมพู ไปจนถึงสีขาว
การเพาะปลูกแพงพวยทำได้ง่ายด้วยการเพาะเมล็ด โดยลำต้นจะงอกภายใน 5-7 วัน แพงพวยเป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพอากาศและดินทุกประเภท แต่จะเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในดินร่วนปนทรายและบริเวณที่มีแสงแดดปานกลางถึงจัด

พิทูเนีย – ดอกไม้สีสันสดใสที่ดูแลง่าย

พิทูเนียเป็นต้นไม้ทรงพุ่มเตี้ยความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ออกดอกตลอดปีในหลายสี เช่น ขาว เหลือง ชมพู และม่วง ข้อดีของพิทูเนียคือสามารถช่วยไล่แมลงได้ จึงเหมาะสำหรับการปลูกบนระเบียงที่อาจมีปัญหาเรื่องแมลงรบกวน
การปลูกพิทูเนียใช้วิธีเพาะเมล็ดในดินทรายหรือขุยมะพร้าวผสมทรายในอัตราส่วน 1:1 ต้องดูแลให้อยู่ในที่ที่มีแสงมาก รดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ และหมั่นฉีดยากันเชื้อราสัปดาห์ละครั้งเพื่อป้องกันโรค
Article Image

ดอกไม้สำหรับมุมร่มบนระเบียง

ไฮเดรนเยีย – ความงามแห่งช่อดอกขนาดใหญ่

ไฮเดรนเยียเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับระเบียงที่มีแสงแดดไม่เต็มวัน เพราะชอบแสงร่มรำไรมากกว่าแสงแดดจัด ดอกไฮเดรนเยียออกเป็นช่อขนาดใหญ่และมีสีที่เปลี่ยนแปลงได้ตามค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน
การปลูกไฮเดรนเยียต้องใช้ดินร่วนปนทรายที่มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำได้ดี และมีค่า pH ในระดับกลาง ต้องรดน้ำบ่อยๆ เพราะเป็นพืชที่ต้องการความชื้นสูง และหมั่นใส่ปุ๋ยชีวภาพทุก 15 วัน

เทียนฝรั่ง – ดอกไม้น่ารักสำหรับมุมร่ม

เทียนฝรั่งเป็นพรรณไม้ล้มลุกความสูงประมาณ 15-45 เซนติเมตร ที่ชอบอยู่ในที่ร่มมีแสงแดดรำไรมากกว่าแสงแดดเต็มวัน มีทั้งแบบดอกชั้นเดียวและดอกซ้อนให้เลือกตามความชอบ14
การปลูกเทียนฝรั่งใช้เวลาประมาณ 70 วันจึงจะออกดอก ควรปลูกในดินร่วนซุยที่ระบายน้ำได้ดี ข้อควรระวังคือต้องป้องกันแมลงด้วงเต่าแดงที่อาจมาทำลายใบและดอก
Article Image

ดอกไม้เลื้อยสำหรับตกแต่งระเบียง

บานเย็น – ดอกไม้หอมที่โตง่าย

บานเย็นเป็นไม้พุ่มเนื้ออ่อนที่มีเหง้าหรือหัวอยู่ใต้ดิน ความสูงประมาณ 1-1.5 เมตร ดอกบานเย็นออกเป็นช่อมีกลิ่นหอมและมีหลายสีให้เลือก เช่น ขาว เหลือง ชมพู และบานเย็น
การปลูกบานเย็นทำได้ด้วยการเพาะเมล็ดในดินร่วน ชอบความชื้นและน้ำปานกลาง เป็นพืชที่ปลูกง่ายและเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเพราะไม่ต้องการการดูแลที่ซับซ้อน

มอร์นิ่งกลอรี่ – ไม้เถาดอกสวยเพื่อสร้างร่มเงา

มอร์นิ่งกลอรี่หรือผักบุ้งฝรั่งเป็นไม้เลื้อยเถาเล็กที่สามารถสูงได้ถึง 3-5 เมตร ดอกมีลักษณะเป็นทรงกรวยคล้ายแตรและมีสีหลากหลาย เช่น สีม่วง น้ำเงิน ขาว แดง และชมพู
การปลูกมอร์นิ่งกลอรี่ต้องจัดให้มีที่เกาะ เช่น รั้วโปร่งหรือตาข่าย เพราะไม่สามารถเลื้อยเกาะกำแพงทึบได้ ชอบดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี และต้องการแสงแดดเต็มวัน
Article Image

เคล็ดลับการดูแลดอกไม้บนระเบียง

การเตรียมดินและกระถาง

การเลือกกระถางที่เหมาะสมมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ ควรเลือกกระถางที่มีรูระบายน้ำและขนาดที่เหมาะสมกับต้นไม้ สำหรับดินปลูกควรเป็นดินที่มีสารอาหารครบถ้วนและระบายน้ำได้ดี
สูตรดินทั่วไปสำหรับดอกไม้ส่วนใหญ่คือดินร่วน ขุยมะพร้าว และปุ๋ยคอกในอัตราส่วน 2:1:1 ควรเปลี่ยนดินทุกปีหรือเมื่อต้นไม้เติบโตเต็มกระถางเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ

การรดน้ำและการให้ปุ๋ย

ต้นไม้บนระเบียงมักต้องการน้ำมากกว่าที่ปลูกลงดินเพราะแห้งเร็วกว่า ควรตรวจสอบความชื้นของดินโดยเอานิ้วจิ้มลงไปในดิน หากรู้สึกแห้งก็ควรรดน้ำ
เวลาที่เหมาะสมในการรดน้ำคือช่วงเช้าตรู่หรือเย็นเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำ สำหรับการใส่ปุ๋ย ควรใช้ปุ๋ยที่ปล่อยช้าหรือปุ๋ยอินทรีย์ตามคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์

การจัดการแสงแดดและอากาศถ่ายเท

แต่ละชนิดของดอกไม้มีความต้องการแสงที่แตกต่างกัน ควรสังเกตรูปแบบแสงแดดที่ระเบียงและเลือกต้นไม้ให้เหมาะสม หมุนกระถางเป็นครั้งคราวเพื่อให้ได้รับแสงอย่างสม่ำเสมอ
หากระเบียงมีแสงแดดจัดเกินไป ควรใช้ที่บังแดดหรือผ้าม่านเพื่อปกป้องต้นไม้ที่บอบบางการจัดให้มีอากาศถ่ายเทที่ดียังช่วยป้องกันโรคและแมลงได้

ประโยชน์ของการปลูกดอกไม้บนระเบียง

การปลูกดอกไม้บนระเบียงไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามให้กับที่อยู่อาศัย แต่ยังมีประโยชน์มากมาย ต้นไม้ช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้นตามธรรมชาติ และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
นอกจากนี้การจัดสวนยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และสร้างความสุขจากการได้ดูแลสิ่งมีชีวิต สำหรับผู้ที่มีพื้นที่จำกัด การใช้ประโยชน์จากระเบียงเป็นการสร้างมุมธรรมชาติที่ช่วยเชื่อมโยงเราเข้ากับธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย

สรุป

การเลือกดอกไม้ที่เหมาะสมสำหรับปลูกบนระเบียงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น แสงแดด ความชื้น และพื้นที่ที่มีอยู่ ดอกไม้แต่ละชนิดมีข้อดีและวิธีการดูแลที่แตกต่างกัน ทั้งกุหลาบที่ให้ความหอมหวาน มะลิที่หอมนุ่มนวล แพงพวยที่มีสีสันสดใส หรือไฮเดรนเยียที่เหมาะกับมุมร่ม
สิ่งสำคัญคือการเลือกพืชที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของระเบียงและการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เมื่อทำได้แล้ว ระเบียงเล็กๆ ก็จะกลายเป็นสวนสวยที่เต็มไปด้วยสีสันและความสุขที่ยั่งยืน
#สาระ #ดอกไม้ปลูกในกระถาง #จัดสวนบนระเบียง #ดอกไม้ทนแดด #ปลูกต้นไม้ในคอนโด #สวนเล็กๆในบ้าน #การดูแลไม้ดอก #ระเบียงสวยงาม #ต้นไม้ประดับ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ระเบียงสวยงาม
#สวนเล็กๆในบ้าน
#ดอกไม้ทนแดด
#ปลูกต้นไม้ในคอนโด
#จัดสวนบนระเบียง
#ต้นไม้ประดับ
#ต้นไม้และสวน
#การดูแลไม้ดอก
#สาระ
#ดอกไม้ปลูกในกระถาง

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ทั่วไป
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
แคคตัสมีความลับอะไรบ้างที่คนรักต้นไม้ควรรู้?
ทั่วไป

แคคตัสมีความลับอะไรบ้างที่คนรักต้นไม้ควรรู้?

แคคตัสหรือกระบองเพชรได้กลายเป็นต้นไม้ยอดนิยมที่ครองใจคนรักต้นไม้ทั่วโลก ด้วยรูปทรงที่น่ารักและการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก แต่เบื้องหลังความน่ารักนั้นยังซ่อนความลับมากมายที่อาจทำให้คุณต้องประหลาดใจ จากการปรับตัวอันชาญฉลาดในการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ไปจนถึงการใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่คาดไม่ถึง ความลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณเข้าใจและดูแลแคคตัสได้ดียิ่งขึ้น ความลับแรกที่หลายคนอาจไม่รู้คือที่มาของคำว่า “แคคตัส” นั้นมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ คำว่า Cactus มาจากภาษากรีกว่า “คักโตส” (Kaktos) ซึ่งชาวกรีกโบราณใช้เรียกพืชที่มีหนามแหลม โดยเฉพาะหัวอาร์ติโช้กของสเปน แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วพืชทั้งสองชนิดจะเป็นคนละสายพันธุ์และแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีแหล่งข้อมูลจากพจนานุกรมนิรุกติศาสตร์ที่ระบุว่า Cactus อาจมาจากคำภาษาละตินว่า “Cardoon” ที่หมายถึงพืชป่าลักษณะคล้ายอาร์ติโช้ก จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1769 เมื่อคาโรลุส ลินเนียส นักพฤกษศาสตร์ชาวสวีเดน ได้นำคำว่า Cactus มาใช้เรียกต้นกระบองเพชรอเมริกันที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน และในภาษาอังกฤษ รูปพหูพจน์ของแคคตัสคือ Cacti แคคตัสปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดในทะเลทราย? ทะเลทรายเป็นแหล่งกำเนิดดั้งเดิมของแคคตัส ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งและมีน้ำฝนน้อย เพื่อความอยู่รอด แคคตัสจึงพัฒนาระบบรากตื้นที่มีความลึกเพียง 1.3 เซนติเมตรเท่านั้น ระบบรากแบบนี้ช่วยให้แคคตัสสามารถดูดซับน้ำได้อย่างรวดเร็วในปริมาณมากที่สุดเมื่อมีฝนตก จากนั้นจะเก็บน้ำไว้ในลำต้นที่อวบน้ำเพื่อใช้ในยามขาดแคลน การปรับตัวของแคคตัสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ระบบราก แต่ยังรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างต่างๆ เพื่อการอยู่รอด เช่น การสร้างชั้นเหมือนไขปกคลุมผิวลำต้น การมีปากใบจำนวนน้อย และรูปทรงกลมที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำ นอกจากนี้ยังมีเนื้อเยื่อพิเศษในลำต้นที่มีลักษณะเหมือนฟองน้ำสำหรับเก็บน้ำ ทำไมแคคตัสถึงเปิดปากใบเฉพาะกลางคืน? หนึ่งในความลับที่น่าทึ่งของแคคตัสคือการที่พวกมันเปิดปากใบเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากพืชส่วนใหญ่ที่เปิดปากใบตอนกลางวันเพื่อสังเคราะห์แสง ปกติแล้วการเปิดปากใบในเวลากลางวันจะทำให้เกิดการคายน้ำในปริมาณมาก ซึ่งเป็นปัญหาสำหรับพืชที่อาศัยในสภาพแวดล้อมแห้งแล้ง [...]

1 นาที
กระบองเพชรควรปลูกอย่างไร? ให้เติบโตดีและออกดอกสวยงาม
ทั่วไป

กระบองเพชรควรปลูกอย่างไร? ให้เติบโตดีและออกดอกสวยงาม

กระบองเพชรหรือแคคตัสเป็นพืชอวบน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงที่น่ารักและการดูแลที่ไม่ซับซ้อน ทำให้หลายคนหันมาสนใจปลูกกระบองเพชรเป็นการประดับบ้านหรือสำนักงาน การปลูกกระบองเพชรให้เติบโตแข็งแรงและออกดอกสวยงามนั้นต้องอาศัยความรู้และเทคนิคที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ วิธีการปลูก การดูแลรักษา ไปจนถึงการจัดการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ที่มาและความเชื่อเกี่ยวกับกระบองเพชร กระบองเพชรมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Mila sp. หรือเรียกกันทั่วไปว่า แคคตัส (Cactus) เป็นพืชที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปถึงยุค Tertiary ในอดีตกระบองเพชรมีลักษณะไม่ต่างจากต้นไม้ทั่วไป แต่เมื่อสภาพอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง ทำให้ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด โดยเปลี่ยนรูปทรงของลำต้นให้มีขนาดเล็กและสูงเรียว สามารถเก็บน้ำได้มาก เปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำและป้องกันสัตว์ และหยั่งรากตื้นเพื่อให้จับน้ำในอากาศได้ง่าย กระบองเพชรส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ ก่อนขยายไปยังแอฟริกาและทั่วโลก ในประเทศไทยเรียกกระบองเพชรด้วยชื่ออื่นว่า โบตั๋น หรือ ท้าวพันตา มีความเชื่อแต่โบราณว่าการปลูกต้นกระบองเพชรทิศตะวันตกจะนำโชคลาภมาให้ โดยเฉพาะผู้ที่สามารถปลูกกระบองเพชรให้ออกดอกสวยงามได้ นอกจากนี้ยังช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ป้องกันภัยอันตราย และเป็นที่เกรงกลัวของศัตรูอีกด้วย ในกลุ่มคนรักแคคตัสจะรู้กันว่า การปลูกแคคตัสควรปลูกในวันเสาร์ทางด้านทิศตะวันตก ด้วยมีความเชื่อแต่โบราณว่า การปลูกไม้เพื่อให้เป็นคุณนั้นให้ปลูกในวันเสาร์ ความเชื่อนี้ทำให้หลายคนถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความเชื่อบางประการที่ว่า แคคตัสไม่เหมาะกับคนโสด เพราะจะทำให้ไม่สมหวังในเรื่องความรัก ลักษณะและสายพันธุ์ของกระบองเพชร กระบองเพชรเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงตั้งแต่ 30 เซนติเมตรขึ้นไป ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำจากสารคลอโรฟิลล์ซึ่งใช้สังเคราะห์แสงแทนใบ มีทั้งทรงกลมเตี้ยและกระบอกสูง ขึ้นต้นเดี่ยวและแตกเป็นกอ หนามของกระบองเพชรมีทั้งแบบหนามแข็ง ปลายตรงหรืองุ้ม และแบบเส้นอ่อนคล้ายขนสัตว์ โดยสีของหนามขึ้นอยู่กับสายพันธุ์หรืออาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ [...]

2 นาที
อะโวคาโดปลูกเองที่บ้านได้จริงหรือ? คู่มือสมบูรณ์สำหรับมือใหม่
ทั่วไป

อะโวคาโดปลูกเองที่บ้านได้จริงหรือ? คู่มือสมบูรณ์สำหรับมือใหม่

การปลูกอะโวคาโดที่บ้านเป็นเรื่องที่หลายคนสนใจ เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูง และสามารถนำมาใช้ในการทำอาหารได้หลากหลาย แม้ว่าจะมีความท้าทายในการปลูกและต้องใช้เวลานานในการรอผลผลิต แต่ด้วยเทคนิคที่ถูกต้องและการดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถปลูกอะโวคาโดจากเมล็ดได้สำเร็จ โดยมีทั้งวิธีการปลูกในดินและในน้ำ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและขั้นตอนที่แตกต่างกัน อะโวคาโดคืออะไรและมีลักษณะอย่างไร? อะโวคาโดมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Persea Americana เป็นต้นไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก1 ลักษณะของต้นอะโวคาโดเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบ สูงได้ถึง 18 เมตร ลำต้นมีสีน้ำตาล ใบเป็นใบเดี่ยวรูปรี มีสีเขียวสด มีขนนุ่มสั้นปกคลุมทั่วใบ ดอกออกสีเขียวอมเหลือง ขนาดเล็กและออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ผลอะโวคาโดมีลักษณะเป็นรูปไข่ ทรงคล้ายสาลี่ มีสีเขียวสวย มีทั้งแบบผลกลมและผลรี มีทั้งเปลือกบางและเปลือกหนา มีทั้งผิวขรุขระและผิวเรียบขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เมื่อสุกจะมีรสชาติมันคล้ายเนย ด้านในมีเนื้อสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองเข้ม เนื้อละเอียด เพราะมีส่วนประกอบเป็นน้ำมัน 30% และโปรตีนสูงอีกด้วย ในประเทศไทยมีการปลูกอะโวคาโดมานานกว่า 80 ปี นำเข้ามาโดยมิชชันนารีชาวอเมริกัน ปลูกครั้งแรกในจังหวัดน่าน ปัจจุบันอะโวคาโดได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเนื่องจากประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลากหลาย สายพันธุ์อะโวคาโดไหนที่เหมาะสำหรับการปลูกในประเทศไทย? ลักษณะของพันธุ์อะโวคาโดที่ดีควรจะมีคุณภาพเนื้อที่ดี มีเปอร์เซ็นต์ไขมันสูง เนื้อแน่นและนิ่ม แต่ไม่เละ ไม่มีเสี้ยน ไม่เป็นน้ำตาลง่ายเมื่อผ่า และไม่มีกลิ่นฉุน เมื่อผลแก่ก็อยู่บนต้นได้นานไม่ร่วงง่าย และมีผลเปลือกหนา ผลขนาดไม่ใหญ่เกินไป สายพันธุ์ยอดนิยมที่แนะนำ สายพันธุ์ปีเตอร์สัน มีผลกลม [...]

2 นาที
จัดสวนรอบบ้านด้วยต้นไม้ฟอร์มสวย ทำเองได้อย่างไรให้สวยเหมือนมืออาชีพ?
ทั่วไป

จัดสวนรอบบ้านด้วยต้นไม้ฟอร์มสวย ทำเองได้อย่างไรให้สวยเหมือนมืออาชีพ?

การจัดสวนรอบบ้านด้วยตัวเอง เป็นงานที่หลายคนฝันว่าอยากทำให้สำเร็จ แต่มักคิดว่าเป็นเรื่องยากเกินไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นสวนสวยด้วยต้นไม้ฟอร์มสวยนั้น ไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากมีความรู้และวางแผนที่ถูกต้อง เริ่มต้นจัดสวนอย่างถูกวิธี การสำรวจพื้นที่และวางแผน ก่อนเริ่มจัดสวน ขั้นตอนแรกคือการสำรวจพื้นที่ให้ละเอียด โดยต้องพิจารณาขนาดพื้นที่ ทิศทางแสงแดด และสภาพดินเดิม การวัดขนาดพื้นที่จะช่วยให้เราวางแผนการตกแต่งสวนและเลือกสไตล์ได้อย่างเหมาะสม ตำแหน่งที่จะจัดสวนควรตรวจเช็คให้ดีว่ามีแสงแดดส่องถึงมากหรือน้อย เพื่อจะได้เลือกพันธุ์ไม้ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมมากที่สุด 4 การออกแบบสวนควรร่างแบบลงบนกระดาษหรือในคอมพิวเตอร์ก่อน เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าจะใช้ต้นไม้และของตกแต่งสวนแบบไหน จำนวนเท่าไหร่  การเตรียมดินและปรับสภาพพื้นที่ หากพื้นที่มีหญ้ารกหรือดินที่ไม่เหมาะสม ควรนำดินเก่าออกไปบ้าง โดยไม่จำเป็นต้องรื้อดินออกทั้งสวน สำหรับการปลูกไม้พุ่มหรือไม้คลุมดิน ให้ขุดดินออกลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร ส่วนไม้ยืนต้นให้ขุดหลุมปลูกลึกกว่าความสูงของตุ้มดินอีกราว 30 เซนติเมตร การฟื้นฟูดินโดยใส่อินทรียวัตถุเป็นวิธีที่ง่ายและเห็นผลดีที่สุด  แหล่งที่มาของอินทรียวัตถุ ได้แก่ เศษซากพืช เช่น ใบไม้ กิ่งไม้ เศษหญ้า  รวมทั้งปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และวัสดุจากธรรมชาติอื่นๆ เช่น แกลบ ฟางข้าว เปลือกถั่ว กาบมะพร้าวสับ  ต้นไม้ฟอร์มสวยยอดนิยมสำหรับจัดสวน ไทรใบสัก – ต้นไม้ฟอกอากาศสุดฮิต ไทรใบสัก (Fiddle Fig) [...]

2 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
คอร์สฮวงจุ้ย
Homeday AgentHomeday Agent