Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

Line
DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

บทความ

พบ 285 บทความ

เรียงตาม:
กำลังค้นหา:
คำค้น: สาระ
123...1213141516...222324
วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือนทำเป็นปุ๋ยออร์แกนิกได้อย่างไร? 9 สูตรง่ายๆ เพื่อการปลูกต้นไม้แบบไร้สารพิษ
ทั่วไป

วัสดุเหลือใช้ในครัวเรือนทำเป็นปุ๋ยออร์แกนิกได้อย่างไร? 9 สูตรง่ายๆ เพื่อการปลูกต้นไม้แบบไร้สารพิษ

22/5/2568 • โดย Homeday

การทำปุ๋ยออร์แกนิกจากวัสดุเหลือใช้ในบ้านไม่เพียงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแต่ยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างสังคมที่ยั่งยืน เศษวัสดุที่เรามักจะทิ้งเป็นขยะอย่างเปลือกไข่ กากกาแฟ หรือเปลือกกล้วยล้วนมีประโยชน์มหาศาลในการบำรุงดินและเติมสารอาหารให้พืช บทความนี้จะแนะนำ 9 สูตรปุ๋ยออร์แกนิกทำง่ายจากวัสดุในครัวเรือน พร้อมวิธีการใช้งานที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ต้นไม้ของคุณเติบโตอย่างสมบูรณ์และปลอดภัยจากสารเคมี ประโยชน์ของการทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เอง การหันมาทำปุ๋ยออร์แกนิกใช้เองมีข้อดีมากมาย เริ่มจากการช่วยลดค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากวัตถุดิบหาได้ง่ายในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นเปลือกไข่ เปลือกผลไม้ หรือกากกาแฟที่ใช้แล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นการลดปริมาณขยะในบ้านอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำสิ่งที่มักถูกทิ้งให้กลายเป็นขยะมาแปรรูปเป็นปุ๋ยที่มีคุณค่า ประโยชน์สำคัญอีกประการคือการลดการใช้สารเคมี ปุ๋ยที่ทำเองจากวัสดุธรรมชาติไม่มีสารเคมีอันตราย ทำให้มั่นใจได้ว่าพืชผักที่ปลูกด้วยปุ๋ยเหล่านี้จะปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ สามารถทำร่วมกันในครอบครัวเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย ปุ๋ยออร์แกนิกถือเป็นส่วนสำคัญในการเกษตรแบบยั่งยืน ช่วยปรับปรุงคุณภาพของดินในระยะยาว เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และสร้างระบบนิเวศที่สมดุลในแปลงเกษตรหรือสวนหย่อม ทำให้พืชแข็งแรงต้านทานโรคได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี สูตรปุ๋ยจากเปลือกไข่ แคลเซียมธรรมชาติเพื่อต้นไม้ เปลือกไข่เป็นแหล่งแคลเซียมชั้นเยี่ยมที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช ช่วยให้ออกดอกออกผลดี และมีสารอาหารสำคัญอย่างไนโตรเจน ซิงก์ และฟอสฟอรัส การทำปุ๋ยจากเปลือกไข่ทำได้ง่ายมาก เริ่มจากล้างเปลือกไข่ให้สะอาดและนำไปตากให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อรา หลังจากนั้นบดให้ละเอียดเป็นผงและนำไปผสมกับดินหรือโรยรอบโคนต้น อีกวิธีหนึ่งคือการนำเปลือกไข่บดละเอียดไปแช่น้ำข้ามคืน แล้วนำน้ำที่ได้ไปรดต้นไม้ วิธีนี้ช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้เร็วขึ้น จากการศึกษาพบว่าเปลือกไข่ช่วยปรับสภาพดินที่เป็นกรดให้เป็นกลางมากขึ้น เหมาะสำหรับพืชที่ต้องการแคลเซียมสูงอย่างมะเขือเทศ พริก และผักใบเขียวต่างๆ การใช้ปุ๋ยเปลือกไข่อย่างสม่ำเสมอยังช่วยป้องกันอาการปลายใบไหม้และช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น ควรใช้อย่างน้อยเดือนละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้พืชได้รับสารอาหารอย่างต่อเนื่อง สูตรปุ๋ยจากเปลือกกล้วย เพิ่มโพแทสเซียมให้ดินอย่างมีประสิทธิภาพ เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืช โดยเฉพาะโพแทสเซียม [...]

การปลูกบัวในบ้านให้สวยงาม ทำได้ง่ายจริงหรือ?
ทั่วไป

การปลูกบัวในบ้านให้สวยงาม ทำได้ง่ายจริงหรือ?

22/5/2568 • โดย Homeday

บัวเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญและความหมายพิเศษในวัฒนธรรมไทย นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความศรัทธาแล้ว ยังเป็นไม้น้ำที่นิยมปลูกเพื่อความสวยงามในบ่อหรือภาชนะต่างๆ ภายในบ้าน หลายคนอาจคิดว่าการปลูกบัวเป็นเรื่องยาก แต่ความจริงแล้ว หากเข้าใจวิธีการที่ถูกต้อง ใครๆ ก็สามารถปลูกบัวให้งามและออกดอกสวยได้ตลอดทั้งปี มาทำความรู้จักกับพันธุ์บัว วิธีปลูก และการดูแลบัวให้สวยงามกันดีกว่า รู้จักกับสายพันธุ์บัวที่นิยมปลูกในประเทศไทยมีอะไรบ้าง? บัวในประเทศไทยสามารถแบ่งออกเป็น 3 สกุลใหญ่ โดยแต่ละสกุลมีลักษณะเฉพาะและความสวยงามที่แตกต่างกันไป บัวหลวง หรือ ปทุมชาติ บัวหลวง (Nelumbo nucifera) ได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งไม้น้ำ” มีถิ่นกำเนิดในทวีปเอเชีย เช่น จีน อินเดีย และไทย มีลำต้นใต้ดินแบบเหง้าและไหล ใบเมื่อยังอ่อนจะลอยปริ่มน้ำ ส่วนใบแก่จะชูเหนือน้ำ ก้านใบและก้านดอกมีหนาม ดอกชูสูงเหนือน้ำ มีทั้งดอกทรงป้อมและแหลม กลีบดอกมีทั้งชนิดซ้อนและไม่ซ้อน พันธุ์บัวหลวงที่นิยมปลูกในไทยมี 4 พันธุ์หลัก: ปทุม หรือ “บัวแหลมแดง” – ดอกแหลมสีชมพู กลีบดอกไม่ซ้อน ปุณฑริก หรือ “บัวแหลมขาว” – ดอกแหลมสีขาว กลีบดอกไม่ซ้อน สัตตบงกช หรือ “บัวฉัตรแดง” [...]

มาริโมะคือสาหร่ายชนิดใด? ทำความรู้จักกับเจ้าลูกกลมสีเขียวน่ารัก
ทั่วไป

มาริโมะคือสาหร่ายชนิดใด? ทำความรู้จักกับเจ้าลูกกลมสีเขียวน่ารัก

22/5/2568 • โดย Homeday

มาริโมะ (Marimo) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aegagropila linnaei เป็นสาหร่ายน้ำจืดสีเขียวที่จัดอยู่ในวงศ์ Pithophoraceae คำว่า “มาริ” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ลูกบอล” และ “โมะ” แปลว่า “สาหร่าย” เมื่อรวมกันจึงมีความหมายว่า “สาหร่ายก้อนกลม” ซึ่งตรงกับลักษณะทางกายภาพของมันอย่างชัดเจน ลักษณะเฉพาะของมาริโมะคือมีรูปทรงกลมคล้ายลูกบอล มีโครงสร้างภายนอกเป็นเส้นใยสีเขียวสดที่ให้สัมผัสนุ่มคล้ายกำมะหยี่ โดยในธรรมชาติมาริโมะสามารถมีขนาดใหญ่ถึง 20-30 เซนติเมตร แต่ที่พบเห็นในตลาดส่วนใหญ่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 8-12 นิ้ว ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับขนาด มาริโมะเป็นพืชน้ำที่เจริญเติบโตช้ามาก โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียง 0.5 เซนติเมตรต่อปีเท่านั้น แต่สามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 100-200 ปี ทำให้มาริโมะเป็นหนึ่งในพืชน้ำที่มีอายุยืนที่สุดในโลก รูปทรงกลมของมาริโมะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจากการที่กระแสน้ำในทะเลสาบค่อยๆ กลิ้งและหมุนก้อนสาหร่ายไปมาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เส้นสาหร่ายค่อยๆ เกาะกันเป็นก้อนกลมที่แน่นและสวยงาม ตำนานความรักหลังมาริโมะ เพราะเหตุใดจึงเป็นพืชแห่งความโชคดี? มาริโมะไม่ได้เป็นเพียงสาหร่ายสวยงามเท่านั้น แต่ยังมีตำนานความรักอันลึกซึ้งที่เล่าขานกันมานาน โดยนิทานพื้นบ้านของญี่ปุ่นเล่าว่า มีหญิงสาวผู้สวยงามจากฮอกไกโดตกหลุมรักชายหนุ่มธรรมดา ทั้งคู่รักกันมาก แต่ครอบครัวฝ่ายหญิงไม่เห็นด้วยและพยายามขัดขวางความรักนี้ ด้วยความรักอันแรงกล้า คู่รักตัดสินใจหนีตามกัน แต่ระหว่างการหลบหนี พวกเขาพลัดตกลงไปในทะเลสาบอะกังและจมหายไป ต่อมาตำนานเล่าว่า วิญญาณของทั้งสองได้กลายเป็นลูกกลมสีเขียวที่เราเรียกว่ามาริโมะ ที่อาศัยอยู่ด้วยกันในทะเลสาบอย่างมีความสุขตลอดไป ในประเทศญี่ปุ่น [...]

เหตุใดผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม? พร้อมวิธีปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง
ทั่วไป

เหตุใดผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม? พร้อมวิธีปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้อง

22/5/2568 • โดย Homeday

หากคุณเคยลองรับประทานผักสลัดไฮโดรโปนิกส์แล้วพบว่ามีรสขม อาจทำให้รู้สึกเสียดายและไม่อยากทานต่อ บางคนถึงขั้นเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะมีสารเคมีตกค้าง แต่ความจริงแล้ว ความขมของผักสลัดมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่สามารถควบคุมและแก้ไขได้ บทความนี้จะอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ผักสลัดขม พร้อมแนะนำวิธีการปลูกและเก็บเกี่ยวที่ถูกต้องเพื่อให้ได้ผักสลัดรสชาติดี กรอบ อร่อย และไม่ขม สาเหตุที่ทำให้ผักสลัดไฮโดรโปนิกส์มีรสขม เมื่อพบว่าผักสลัดที่ปลูกมีรสขม มีหลายสาเหตุที่อาจเป็นไปได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดจากการปลูกที่ไม่ดีเพียงอย่างเดียว มาดูสาเหตุต่างๆ กัน พันธุ์ผักและลักษณะธรรมชาติของผัก ชนิดและพันธุ์ของผักสลัดบางชนิดมีรสขมเป็นรสชาติพื้นฐานอยู่แล้ว ทำให้ผักที่กินเข้าไปมีรสขม ซึ่งตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการเพาะปลูกหรือการดูแลผักแต่อย่างใด ผักสลัดบางสายพันธุ์โดยเฉพาะผักที่มีสีเข้มหรือใบมีสีแดงมักจะมีสารที่ให้รสขมมากกว่าผักสลัดใบสีเขียวอ่อน ดังนั้นการเลือกสายพันธุ์ที่มีรสชาติดีตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาความขมได้ อายุผักที่มากเกินไป ผักแก่ส่วนใหญ่จะมีรสขม โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาการปลูกผักสลัดไม่ควรเกิน 45 วัน แนะนำให้เพาะต้นกล้าในถาดเพาะ 11 วันและลงแปลง 30 วัน และไม่ควรทิ้งผักสลัดไว้จนเกินอายุ 45 วันหลังเพาะเมล็ด หากปล่อยให้ผักมีอายุมากเกินไป ผักจะเริ่มผลิตน้ำยางที่มีรสขมเพื่อเตรียมออกดอก ช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว ผู้ปลูกผักสลัดส่วนใหญ่จะนิยมเก็บผักในช่วงเช้าหรือเย็น แต่จะไม่นิยมเก็บผักตอนแดดจัด เนื่องจากธรรมชาติของผักสลัดมียางค่อนข้างมาก ในช่วงที่แดดจัดๆ ผักสลัดจะทำการผลิตยางออกมาเพื่อปรับสมดุลให้กับตัวเองเนื่องจากเสียน้ำไปจากสภาวะคายน้ำ จึงส่งผลให้รสชาติของผักในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเกิดความขม การให้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไป ผู้ปลูกที่อาจไม่เข้าใจธรรมชาติของผักสลัดอย่างรอบด้าน อาจปลูกโดยไม่รู้จักการชดเชยปุ๋ยให้กับผักสลัดตามสัดส่วนและช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ผักสลัดที่ได้มีรสขม แทนที่จะออกรสหวานน่ากิน การใช้ปุ๋ยที่เข้มข้นเกินไปโดยเฉพาะช่วง 7-10 วันก่อนเก็บเกี่ยวจะทำให้ผักมียางเยอะ ยิ่งยางเยอะยิ่งขม สภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ หากปลูกผักสลัดในบริเวณที่อากาศไม่อบอ้าว [...]

ต้นโกสนมีกี่สายพันธุ์? พร้อมวิธีปลูกและดูแลให้สวยงาม
ทั่วไป

ต้นโกสนมีกี่สายพันธุ์? พร้อมวิธีปลูกและดูแลให้สวยงาม

22/5/2568 • โดย Homeday

ต้นโกสนเป็นไม้ประดับยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยใบหลากสีสันสวยงาม นอกจากความสวยงามแล้ว โกสนยังมีความเชื่อเรื่องความเป็นมงคล ช่วยเสริมบารมี และปกป้องคุ้มครองผู้อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีประโยชน์ทางสมุนไพรและสามารถนำมาประกอบอาหารได้อีกด้วย โกสนมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือกปลูกตามความชอบ แต่ละสายพันธุ์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งรูปทรงและสีสันของใบ แม้จะเป็นไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษบ้าง แต่หากเข้าใจธรรมชาติและวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ต้นโกสนเจริญเติบโตสวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ ลักษณะทั่วไปของต้นโกสน ไม้ประดับสีสันสวยงาม โกสน (Croton) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Codiaeum variegatum อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae หรือวงศ์ยางพารา เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดจากหลายประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดียตอนใต้ และหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก ลักษณะเป็นไม้พุ่มไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงประมาณ 2-5 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกสีน้ำตาลเทา แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มทรงกลม ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ลักษณะใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีทั้งรูปร่างกลม ยาวแคบ หรือบิดเป็นเกลียว กว้างประมาณ 0.5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 5-30 เซนติเมตร ปลายใบอาจแหลมหรือมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบหรือหยักเป็นคลื่น สีของใบมีหลากหลายตั้งแต่เขียว เหลือง ส้ม ชมพู แดง ไปจนถึงม่วงและดำ [...]

เฟิร์นคืออะไร และทำไมคุณควรปลูกไว้ในบ้าน?
ทั่วไป

เฟิร์นคืออะไร และทำไมคุณควรปลูกไว้ในบ้าน?

22/5/2568 • โดย Homeday

เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชเขียวที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับมาอย่างยาวนาน ด้วยความสวยงามของใบสีเขียวสดที่มีรูปทรงหลากหลาย ทำให้เฟิร์นเป็นที่นิยมในการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกบ้าน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นอกจากความสวยงามแล้ว เฟิร์นยังมีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ทั้งช่วยฟอกอากาศ เพิ่มความชื้น และบางชนิดยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เฟิร์นคืออะไร และมีลักษณะอย่างไร? เฟิร์นเป็นพืชชั้นต่ำที่มีหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแบบลำต้นตั้งตรง ทอดตัวไปกับพื้นดิน และแบบเหง้าใต้ดิน ลำต้นทำหน้าที่เป็นท่อลำเลียงน้ำและอาหาร เฟิร์นเป็นพืชที่ไม่มีดอกหรือเมล็ด แต่สามารถแพร่พันธุ์ได้ด้วยสปอร์ ซึ่งเป็นเซลล์สืบพันธุ์เล็กๆ ที่อยู่บริเวณใต้ใบ เฟิร์นมีประมาณ 20,000 สายพันธุ์ทั่วโลก และสามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มชื้น ภูเขาสูง พื้นที่เปิดโล่ง ในน้ำ บนหิน หรือแม้แต่บนต้นไม้อื่น ในระบบนิเวศ เฟิร์นหลายชนิดอยู่ร่วมกับเชื้อราไมคอร์ไรซา ซึ่งช่วยในการดูดซึมสารอาหาร ในแง่ของโครงสร้างทางพฤกษศาสตร์ เฟิร์นประกอบด้วยลำต้น (มักเป็นเหง้าใต้ดิน) ใบ และราก บางชนิดอาจมีลำต้นสูงได้ถึง 20 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประโยชน์ที่น่าทึ่งของการปลูกเฟิร์นในบ้านมีอะไรบ้าง? การปลูกเฟิร์นไว้ในบ้านมีประโยชน์มากมายนอกเหนือจากความสวยงาม ดังนี้: ช่วยฟอกอากาศได้ดีเยี่ยม เฟิร์นเป็นหนึ่งในพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการฟอกอากาศ สามารถขจัดสารพิษในอากาศได้หลายชนิด เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ที่พบในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ไตรคลอโรเอทิลีนในผลิตภัณฑ์ซักแห้ง ไซลีนในสีและกาว และโทลูอีนที่พบในทินเนอร์และน้ำมันเบนซิน การศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเฟิร์นสามารถลดมลพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ [...]

ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์คืออะไร? ทำไมควรปลูกไว้เสริมโชคลาภในบ้านของคุณ?
ทั่วไป

ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์คืออะไร? ทำไมควรปลูกไว้เสริมโชคลาภในบ้านของคุณ?

22/5/2568 • โดย Homeday

หากคุณกำลังมองหาต้นไม้ที่นอกจากจะสวยงามแล้วยังเชื่อกันว่าจะนำโชคลาภและความมั่งคั่งมาสู่ผู้ปลูก ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์คือคำตอบที่คุณต้องการ ต้นไม้ชนิดนี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามโดดเด่นด้วยใบสีเขียวเป็นมันวาว แต่ยังเป็นที่นิยมเพราะดูแลง่าย เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาดูแลต้นไม้มากนัก ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์มีคุณสมบัติในการฟอกอากาศได้ดี เหมาะสำหรับปลูกทั้งในบ้านและร้านค้า เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลและสร้างบรรยากาศที่สดชื่น ขอบคุณภาพจาก : Kapook ลักษณะเด่นของต้นเศรษฐีรวยทรัพย์ที่ต้องรู้ ต้นเศรษฐีรวยทรัพย์ หรือ ฟิโลเดนดรอน รวยทรัพย์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Philodendron sp. ‘Ruaysap’ จัดอยู่ในวงศ์ Araceae เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในประเทศบราซิล ลักษณะเด่นของต้นเศรษฐีรวยทรัพย์คือลำต้นเตี้ย ไม่สูงมากนัก มีก้านใบอวบอ้วนเป็นทรงกระบอก ซึ่งมีทั้งแบบก้านขาวและก้านแดงตามสายพันธุ์ ใบของต้นเศรษฐีรวยทรัพย์เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียนถี่ รูปไข่ถึงรูปขอบขนานแกมรูปไข่ ปลายแหลมถึงเรียวแหลม โคนใบเป็นรูปหัวใจ ขอบเรียบหรือหยักเป็นคลื่นห่างๆ ใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ผิวเกลี้ยงเป็นมันวาว มีสีเขียวเข้มตลอดทั้งใบ ขนาดใบโดยเฉลี่ยยาว 24-28 เซนติเมตร กว้าง 12-14 เซนติเมตร ก้านใบอวบหนาเป็นรูปครึ่งทรงกระบอก ยาว 3-10 เซนติเมตร นอกจากต้นเศรษฐีรวยทรัพย์แบบธรรมดาแล้ว ยังมีสายพันธุ์ย่อยที่ได้รับความนิยมอีกหลายชนิด เช่น เศรษฐีรวยทรัพย์ด่าง ที่มีใบสีเขียวด่างตลอดทั้งใบ และเศรษฐีรวยทรัพย์ทอง ซึ่งมีใบสีเหลืองทองถึงเขียวอ่อน เส้นกลางใบสีขาวชัดเจน [...]

เคราฤาษีช่วยฟอกอากาศได้จริงหรือ? เลี้ยงอย่างไรให้งามและได้ประโยชน์สูงสุด?
ทั่วไป

เคราฤาษีช่วยฟอกอากาศได้จริงหรือ? เลี้ยงอย่างไรให้งามและได้ประโยชน์สูงสุด?

22/5/2568 • โดย Homeday

ต้นเคราฤาษี นอกจากจะมีความสวยงามเป็นไม้ประดับที่นิยมแล้ว ยังเป็นพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษในการฟอกอากาศและดูดซับมลพิษได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มคุณภาพอากาศภายในบ้านและรอบๆ บริเวณที่ปลูก โดยเฉพาะในยุคที่มลพิษทางอากาศอย่าง PM 2.5 เป็นปัญหาสำคัญ ต้นไม้ชนิดนี้จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ลักษณะและถิ่นกำเนิดของเคราฤาษี เคราฤาษี หรือมีชื่อเรียกอื่นๆ อย่าง หนวดฤาษี หนวดตาแป๊ะ และ Spanish Moss มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tillandsia usneoides อยู่ในวงศ์ Bromeliaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับสับปะรด มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ปัจจุบันพบได้ทั่วไปในหลายประเทศทั่วโลก ลักษณะเด่นของเคราฤาษีคือมีลักษณะเป็นเส้นสีเขียวเทา ห้อยลงคล้ายเคราของฤาษี มีความพิเศษตรงที่มีขนเล็กๆ หรือที่เรียกว่า “ไตรโคม” (Trichome) สีเงินหรือสีขาวจำนวนมากกระจายอยู่ตามใบ ทำหน้าที่ดูดซับความชื้นและธาตุอาหารจากอากาศ รากของเคราฤาษีมีไว้เพียงเพื่อยึดเกาะเท่านั้น ไม่ได้ใช้ดูดสารอาหารเหมือนพืชทั่วไป เคราฤาษีสามารถออกดอกได้ แต่ดอกมีขนาดเล็กมากและมีอายุสั้นเพียง 2-3 วันเท่านั้น ลำต้นสามารถเจริญเติบโตและทอดยาวได้ถึง 30 เมตร กลไกการฟอกอากาศของเคราฤาษี คุณสมบัติพิเศษที่ทำให้เคราฤาษีเป็นพืชฟอกอากาศชั้นเยี่ยมคือ ไตรโคมหรือขนเล็กๆ ที่ปกคลุมทั่วลำต้นและใบ ทำหน้าที่ดูดซับฝุ่นละอองและสารพิษในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาวิจัย พบว่าเคราฤาษีสามารถดูดซับโลหะหนักและมลพิษในอากาศได้ดี โดยงานวิจัยหนึ่งพบว่าห้องที่มีเคราฤาษีสามารถลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้มากกว่าห้องที่ไม่มีเคราฤาษีถึง [...]

ทำไมผักตระกูลกะหล่ำจึงมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด? 8 ชนิดที่ควรปลูกเองที่บ้าน
ทั่วไป

ทำไมผักตระกูลกะหล่ำจึงมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด? 8 ชนิดที่ควรปลูกเองที่บ้าน

21/5/2568 • โดย Homeday

ผักตระกูลกะหล่ำเป็นกลุ่มพืชที่มีคุณประโยชน์มหาศาลต่อร่างกาย อุดมไปด้วยสารอาหารที่ช่วยป้องกันโรคร้ายหลายชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ผักตระกูลนี้มีมากกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์คล้ายคลึงกัน คือมีลำต้นเป็นแกนกลางและแตกกิ่งกับช่อดอกตรงยอดลำต้น ที่สำคัญคือนอกจากรสชาติอร่อยแล้ว ผักกลุ่มนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างมาก บทความนี้จะแนะนำให้คุณรู้จักผักตระกูลกะหล่ำที่มีประโยชน์ พร้อมวิธีการปลูกไว้รับประทานเองที่บ้านเพื่อสุขภาพที่ดีแบบยั่งยืน ประโยชน์ทางสุขภาพของผักตระกูลกะหล่ำที่อาจคุณไม่เคยรู้ ผักตระกูลกะหล่ำหรือ Cruciferous Vegetable อยู่ในวงศ์ Brassica มีสารอาหารสำคัญมากมายที่มอบประโยชน์ให้ร่างกายอย่างน่าทึ่ง ดังนี้ กลูโคซิโนเลต (Glucosinolates) เป็นสารสำคัญที่มีคุณสมบัติป้องกันโรคมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่รับประทานพืชตระกูลกะหล่ำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สามารถลดโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ถึง 66% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีสารชัลโฟราเฟน อินโดล-3-คาร์บินอล และสารไอโซไธโอไซยาเนต ที่มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเอนไซม์ที่กระตุ้นสารก่อมะเร็ง และดักจับสารก่อมะเร็งรวมถึงอนุมูลอิสระที่จะทำลายเซลล์ปกติ ไฟเบอร์ (Fiber) ที่พบในผักกลุ่มนี้ช่วยให้รู้สึกอิ่มนาน ปรับระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ รักษาระดับน้ำตาลในเลือด และยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย วิตามินซี (Vitamin C) ที่อุดมในผักตระกูลกะหล่ำช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เร่งการสมานแผล บำรุงสายตาและผิวพรรณ เพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก และยังช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดได้อีกด้วย ผักตระกูลกะหล่ำยังมีวิตามินเค [...]

ดินปลูกต้นไม้มีกี่ประเภท? เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับพืชแต่ละชนิด?
ทั่วไป

ดินปลูกต้นไม้มีกี่ประเภท? เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับพืชแต่ละชนิด?

21/5/2568 • โดย Homeday

การเลือกดินที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จในการปลูกต้นไม้ ดินแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่เหมาะกับพืชต่างชนิดกัน หากเลือกดินได้เหมาะสมกับพืชที่ต้องการปลูก จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี แข็งแรง และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพ บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับดินประเภทต่างๆ พร้อมแนะนำการเลือกใช้ดินและปุ๋ยให้เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด ดินปลูกต้นไม้มีกี่ประเภท? หากแบ่งตามลักษณะเนื้อสัมผัสของดิน สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักที่เหมาะกับการปลูกต้นไม้ แต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความเหมาะสมต่อพืชที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การเลือกใช้ดินต้องคำนึงถึงชนิดของพืชที่ต้องการปลูกเป็นสำคัญ ดินร่วน (Loam Soil) ดินในอุดมคติสำหรับการปลูกพืช ดินร่วนถือเป็นดินที่ดีที่สุดชนิดหนึ่งสำหรับการปลูกต้นไม้ เนื่องจากมีส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดินเหนียว ทราย ตะกอน และอินทรียวัตถุต่างๆ เช่น ฮิวมัส ดินร่วนมีเนื้อค่อนข้างละเอียดนุ่มมือ เมื่อแห้งจะจับกันเป็นก้อนแข็งพอประมาณ แต่เมื่อชื้นจะมีความยืดหยุ่นได้บ้าง หากสัมผัสหรือคลึงดินจะรู้สึกนุ่มมือแต่อาจรู้สึกสากมืออยู่บ้างเล็กน้อย ดินร่วนมีโครงสร้างที่ดี ช่วยให้รากพืชเจริญเติบโตได้ดี มีการระบายน้ำในระดับที่เหมาะสม ไม่แฉะหรือแห้งเกินไป และสามารถกักเก็บความชื้นได้ในระดับที่พอดี ทำให้พืชสามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพบแร่ธาตุแคลเซียมในปริมาณที่สูงเมื่อเทียบกับดินประเภทอื่นๆ ข้อดีของดินร่วน มีโครงสร้างดินที่ดี ช่วยทำให้พืชเจริญเติบโตงอกงาม มีความแข็งแรง ระบายน้ำได้ดี ไม่ต้องกังวลว่ารากจะเน่า มีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชมากมาย ช่วยป้องกันดินไม่ให้เกิดการพังทลาย ช่วยป้องกันรากพืชไม่ให้เสียหายจากแรงลม เพราะรากพืชสามารถแทรกตัวและยึดเกาะกับดินได้ดี ข้อควรระวังของดินร่วน มีความเป็นกรดเล็กน้อย หากปลูกพืชที่ไม่ชอบดินกรด อาจต้องเติมวัสดุปรับสภาพดิน เช่น ปูนขาว หรือขี้เถ้า การระบายน้ำที่ดีอาจทำให้สารอาหารถูกชะล้างออกไปได้ง่าย [...]

กุหลาบหินมีประโยชน์อย่างไร? จัดวางอย่างไรเสริมโชคลาภการเงิน และดูแลอย่างไรให้เติบโตสวยงาม
ทั่วไป

กุหลาบหินมีประโยชน์อย่างไร? จัดวางอย่างไรเสริมโชคลาภการเงิน และดูแลอย่างไรให้เติบโตสวยงาม

21/5/2568 • โดย Homeday

กุหลาบหิน (Echeveria) เป็นไม้อวบน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงที่สวยงามคล้ายดอกกุหลาบแต่มีความแข็งแรงทนทาน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกต้นไม้สวยงามในบ้านแต่ไม่มีเวลาดูแลมาก นอกจากความสวยงามแล้ว กุหลาบหินยังมีความหมายเชิงมงคลโดยเชื่อว่าช่วยเสริมดวงการเงินและนำโชคลาภมาสู่ผู้ปลูกด้วย บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับกุหลาบหิน ประโยชน์ การดูแล รวมถึงสายพันธุ์ที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกท่านสามารถเลือกและปลูกกุหลาบหินได้อย่างถูกวิธี กุหลาบหินคืออะไร? มีต้นกำเนิดจากที่ไหน? กุหลาบหิน หรือ Echeveria เป็นพืชในวงศ์ Crassulaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Kalanchoe Blossfeldiana มีถิ่นกำเนิดจากมาดากัสการ์และแอฟริกา ลักษณะเป็นไม้อวบน้ำที่มีอายุหลายปี ลำต้นสามารถสูงได้ถึง 30-50 เซนติเมตร มีทั้งแบบทรงกลมและทรงช่อยาว แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ใบมีลักษณะเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ปลายมน มีความหนาอวบน้ำ และเรียงซ้อนกันคล้ายกลีบของดอกกุหลาบ แต่ไม่มีความอ่อนช้อยเท่าดอกกุหลาบจริง จึงได้ชื่อว่า “กุหลาบหิน” ในธรรมชาติมีพืชสกุล Echeveria ประมาณ 200 ชนิด แต่ที่นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับมีเพียงไม่กี่สิบชนิดเท่านั้น กุหลาบหินเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนและแห้ง ทนต่อสภาวะแล้งได้ดี เนื่องจากสามารถเก็บน้ำไว้ในใบและลำต้นได้ ทำให้สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง รากของกุหลาบหินเป็นรากฝอยขนาดเล็กกระจายทั่วไป ดอกจะออกในช่วงฤดูหนาวและบานประมาณ 2-3 เดือน โดยออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนง มีก้านดอกยาวและปลายดอกเป็นดอกเล็กๆ เรียงกัน หรืออาจเป็นพวงยาวตามก้านดอก มีหลากหลายสี [...]

จะเลือกกระถางแบบไหนดี? เคล็ดลับการเลือกกระถางให้เหมาะกับต้นไม้แสนรักของคุณ
ทั่วไป

จะเลือกกระถางแบบไหนดี? เคล็ดลับการเลือกกระถางให้เหมาะกับต้นไม้แสนรักของคุณ

21/5/2568 • โดย Homeday

การเลือกกระถางที่เหมาะสมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับคนรักต้นไม้ เพราะกระถางไม่เพียงแค่เป็นภาชนะสำหรับปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพของต้นไม้ในระยะยาว กระถางแต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้งในด้านวัสดุ รูปทรง ขนาด และคุณสมบัติการระบายน้ำหรือการเก็บความชื้น บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับประเภทของกระถางต้นไม้ ข้อดีข้อเสียของแต่ละชนิด รวมถึงวิธีการเลือกกระถางให้เหมาะสมกับต้นไม้แต่ละประเภท เพื่อให้ต้นไม้ของคุณเติบโตอย่างสมบูรณ์และสวยงาม วัสดุของกระถางมีผลอย่างไรต่อการเติบโตของต้นไม้? วัสดุที่ใช้ทำกระถางเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ ความทนทานของกระถาง และความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม มาดูกันว่าแต่ละประเภทมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง กระถางเซรามิก: สวยงามเหมาะกับการตกแต่ง กระถางเซรามิกทำจากดินเหนียวและมีการเคลือบผิวเพื่อเพิ่มความสวยงาม มีรูปทรงและสีสันหลากหลาย เหมาะสำหรับปลูกต้นไม้ขนาดเล็กหรือต้นไม้อวบน้ำ เพราะช่วยเก็บความชื้นได้ดี ข้อดี มีน้ำหนักมาก ทำให้เป็นฐานที่มั่นคงสำหรับต้นไม้ทรงสูง ผิวเคลือบช่วยป้องกันการเกิดตะไคร่น้ำและทำความสะอาดง่าย ช่วยป้องกันรากต้นไม้จากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างฉับพลัน สวยงามเหมาะกับการตกแต่งภายในบ้าน ข้อเสีย น้ำหนักมากทำให้เคลื่อนย้ายยาก ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับกระถางประเภทอื่น แตกร้าวง่ายหากมีการกระแทกหรือสัมผัสกับอากาศเย็นจัด การระบายน้ำไม่ดีเท่ากระถางดินเผา เพราะมีการเคลือบผิว กระถางดินเผา: เพื่อนคู่ใจของต้นไม้ที่ต้องการการระบายอากาศดี กระถางดินเผาทำจากดินเหนียวแต่ไม่ได้เคลือบผิว ส่วนใหญ่มีสีน้ำตาลแดง เป็นกระถางที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะมีคุณสมบัติที่เป็นมิตรกับต้นไม้หลายประเภท ข้อดี มีรูพรุนสูง ทำให้ระบายอากาศและน้ำได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับต้นไม้ที่มีรากอากาศหรือพืชอวบน้ำที่ชอบดินแห้ง ราคาไม่แพงและมีความเป็นธรรมชาติสูง สามารถสังเกตความชื้นได้จากสีของกระถาง (สีเข้มแสดงว่ายังชื้น) ข้อเสีย เปราะบาง แตกง่ายเมื่อมีแรงกระแทก ไม่เก็บความชื้น ต้องรดน้ำบ่อยกว่าปกติ อาจเกิดคราบตะไคร่และขี้เกลือได้ง่าย ทำความสะอาดยาก [...]

ดูบทความจากชุมชน →
Homeday Tiktok
Origin Pattaya
Homeday Tiktok