พบ 193 บทความ

27/7/2569 • โดย Homeday
ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ฉลองครบรอบ 40 ปี กับแคมเปญ “40 ปี ดีลประวัติศาสตร์ ซื้อบ้านแถมรถ” มอบรถไฟฟ้า BYD ATTO ให้กับลูกค้าที่ซื้อบ้านตลอดเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมรับ Living Package มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท สำหรับผู้ซื้อในวันที่ 1-2 สิงหาคมนี้

6/3/2568 • โดย Homeday
ความสำคัญของใบอนุญาตก่อสร้าง ใบอนุญาตก่อสร้างเป็นเอกสารทางราชการที่รับรองว่าบ้านหลังนั้นได้รับการออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร การมีใบอนุญาตก่อสร้างแสดงถึงความรับผิดชอบของเจ้าของบ้านที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางราชการ การก่อสร้างบ้านโดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหาในการทำธุรกรรมต่างๆ เช่น การขอสินเชื่อจากธนาคาร การโอนกรรมสิทธิ์ หรือการต่อเติมบ้านในอนาคต นอกจากนี้ ยังอาจเสี่ยงต่อการถูกรื้อถอนหากพบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย รายละเอียดที่ต้องตรวจสอบในใบอนุญาตก่อสร้าง การตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างควรพิจารณาข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้: ข้อมูลเจ้าของบ้าน ชื่อและที่อยู่ของผู้ขออนุญาต เลขที่บัตรประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคล ข้อมูลต้องตรงกับเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ข้อมูลที่ตั้งอาคาร ที่ตั้งและขนาดของที่ดิน เลขที่โฉนด ตำแหน่งอาคารในที่ดิน รายละเอียดการก่อสร้าง แบบแปลนที่ได้รับอนุญาต พื้นที่ใช้สอย จำนวนชั้น วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง ขั้นตอนการตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้าง การตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างสามารถทำได้หลายวิธี: ตรวจสอบกับหน่วยงานราชการ สำนักงานเขตหรือเทศบาลในพื้นที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ตรวจสอบเอกสารกับเจ้าของบ้าน ขอดูใบอนุญาตก่อสร้างฉบับจริง เปรียบเทียบข้อมูลกับสภาพจริงของบ้าน ตรวจสอบการต่อเติมหรือดัดแปลงอาคาร ผลกระทบจากการไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง การซื้อบ้านที่ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างอาจส่งผลกระทบดังนี้: ด้านกฎหมาย เสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี อาจถูกสั่งรื้อถอนอาคาร เสียค่าปรับตามกฎหมาย ด้านการเงิน ยากต่อการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน มูลค่าทรัพย์สินอาจลดลง เสียโอกาสในการขายต่อ ด้านความปลอดภัย ไม่มั่นใจในมาตรฐานการก่อสร้าง อาจมีปัญหาด้านโครงสร้าง เสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย แนวทางแก้ไขกรณีบ้านไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง หากพบว่าบ้านที่สนใจไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง มีแนวทางดำเนินการดังนี้: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ [...]

9/4/2568 • โดย Homeday
การเลือกซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตที่ต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้าน หนึ่งในคำถามที่ผู้ซื้อบ้านมักสงสัยคือ ควรเลือกบ้านในซอยลึกหรือบ้านติดถนนใหญ่ ทั้งสองทำเลมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน การเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการส่วนตัว บทความนี้จะเปรียบเทียบทั้งสองทำเลเพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น บ้านติดถนนใหญ่: ความสะดวกมาพร้อมความวุ่นวาย บ้านที่ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่มอบความสะดวกสบายในการเดินทางที่เห็นได้ชัด แต่มาพร้อมข้อควรพิจารณาหลายประการ การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือแท็กซี่ การเดินทางไปทำงาน ไปโรงเรียน หรือสถานที่สำคัญต่างๆ ทำได้รวดเร็วโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหลงทาง ด้านการอุปโภคบริโภค บ้านติดถนนใหญ่มักอยู่ใกล้กับร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือห้างสรรพสินค้า ทำให้การจับจ่ายใช้สอยเป็นเรื่องง่าย โดยเฉพาะในยามฉุกเฉินที่ต้องการสิ่งของจำเป็น นอกจากนี้ ยังมักพบว่าสถานพยาบาล ร้านอาหาร และสถานบันเทิงต่างๆ ตั้งอยู่ตามถนนสายหลักเพื่อดึงดูดลูกค้า ในแง่ของมูลค่าทรัพย์สิน บ้านติดถนนใหญ่มักมีราคาสูงกว่าและมีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าเร็วกว่า เนื่องจากความต้องการที่สูงและการพัฒนาพื้นที่โดยรอบมักเกิดขึ้นตามแนวถนนสายหลักก่อน ทำให้เป็นทำเลที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว อย่างไรก็ตาม บ้านติดถนนใหญ่มีข้อจำกัดที่สำคัญ ปัญหามลภาวะทางเสียงจากการจราจรเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เสียงรถยนต์ รถบรรทุก หรือรถมอเตอร์ไซค์ที่ผ่านไปมาตลอดทั้งวันอาจรบกวนการพักผ่อนและสมาธิ มลพิษทางอากาศจากควันรถและฝุ่นละอองก็เป็นปัญหาสำคัญเช่นกัน ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ ความเป็นส่วนตัวเป็นอีกประเด็นที่ต้องคำนึงถึง บ้านติดถนนใหญ่มีผู้คนสัญจรผ่านไปมาตลอดเวลา ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในที่สาธารณะ การเปิดหน้าต่างหรือใช้พื้นที่ด้านหน้าบ้านอาจทำได้อย่างจำกัด โดยเฉพาะชั้นล่างที่มองเห็นได้จากภายนอก ด้านความปลอดภัย บ้านติดถนนใหญ่อาจเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยเฉพาะบ้านที่มีรั้วไม่แข็งแรงหรือไม่มีแนวกันชน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการโจรกรรมสูงขึ้นเนื่องจากความพลุกพล่าน ทำให้คนร้ายสามารถสังเกตการณ์และหลบหนีได้ง่าย บ้านในซอยลึก: ความสงบและความเป็นชุมชน บ้านที่ตั้งอยู่ในซอยลึกมอบบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่า การอยู่ห่างจากถนนใหญ่ช่วยลดมลภาวะทางเสียงและมลพิษทางอากาศอย่างเห็นได้ชัด [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นเจ้าของบ้านเป็นความฝันของใครหลายคน แต่การเตรียมตัวเพื่อยื่นกู้สินเชื่อบ้านเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่เลือกบ้านที่ชอบและยื่นเรื่องขอกู้เท่านั้น บทความนี้รวบรวมเทคนิคสำคัญในการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ พร้อมวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสมกับรายได้ของคุณ เพื่อให้ได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านอย่างราบรื่นและได้วงเงินสูงตามที่ต้องการ รู้ก่อนกู้: วิธีคำนวณวงเงินสินเชื่อบ้านที่เหมาะกับคุณ การประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ ก่อนที่จะไปติดต่อสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้เหมาะสมและเลือกบ้านที่อยู่ในงบประมาณของตัวเอง มาดูวิธีคำนวณวงเงินกู้กันดังนี้ ขั้นตอนที่ 1: ประเมินรายได้ของตัวเอง รายได้เป็นปัจจัยหลักที่สถาบันการเงินใช้ในการพิจารณาวงเงินกู้สูงสุดที่คุณสามารถขอได้ โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักกำหนดให้ภาระผ่อนชำระต่อเดือนไม่ควรเกิน 40% ของรายได้สุทธิ ตัวอย่างการคำนวณ: หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน ค่างวดผ่อนบ้านสูงสุดที่คุณสามารถรับภาระได้คือ 30,000 × 40% = 12,000 บาทต่อเดือน ขั้นตอนที่ 2: นำภาระหนี้สินมาหักออก หากคุณมีภาระหนี้อื่นๆ อยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถหรือผ่อนสินค้าต่างๆ สถาบันการเงินจะนำภาระหนี้เหล่านี้มาหักออกจากรายได้ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระที่แท้จริง ตัวอย่างการคำนวณ: รายได้ 30,000 บาทต่อเดือน มีภาระผ่อนรถ 6,000 บาทต่อเดือน รายได้สุทธิหลังหักภาระหนี้ = 30,000 – 6,000 = 24,000 บาท [...]

11/8/2569 • โดย Homeday
SC เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่งแคมเปญ “SC Ready to Live” ชูบ้านแต่งครบพร้อมอยู่กว่า 30 โครงการทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในราคาเริ่มต้น 5.99 – 135 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “ซื้อบ้านแต่งครบ SC เข้าอยู่ได้ทันที” ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่พร้อมเริ่มต้นชีวิตได้จริง

17/4/2568 • โดย Homeday
เงินเดือน 30,000 บาทสามารถซื้อบ้านหรือคอนโดได้หรือไม่? คำตอบคือ “ได้” โดยคนที่มีรายได้ระดับนี้มีโอกาสกู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะภาระหนี้สินที่มีอยู่และความสามารถในการชำระหนี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณวงเงินกู้ที่เหมาะสม เทคนิคเพิ่มโอกาสอนุมัติสินเชื่อ และตัวอย่างโครงการที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับงบประมาณของคนรายได้ระดับนี้ เงินเดือน 30,000 กู้ซื้อบ้านได้เท่าไหร่? ถ้าคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือนและกำลังวางแผนซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือวงเงินกู้สูงสุดที่คุณมีโอกาสได้รับ โดยธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และภาระหนี้สินที่มีอยู่เป็นหลัก ทั้งนี้วงเงินกู้สินเชื่อจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ โดยทั่วไป คนที่มีเงินเดือน 30,000 บาท มีโอกาสได้รับอนุมัติวงเงินกู้สูงสุดประมาณ 3 ล้านบาท แต่จำนวนนี้จะลดลงหากคุณมีภาระหนี้สินอื่นอยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถยนต์ หรือมีหนี้บัตรเครดิต การเตรียมความพร้อมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการขอสินเชื่อให้ผ่านและได้วงเงินสูงสุด วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนชำระและวงเงินกู้สูงสุด เมื่อพิจารณาการกู้ซื้อบ้านหรือคอนโด สิ่งสำคัญที่ธนาคารคำนึงถึงคือความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ โดยคุณสามารถคำนวณได้ตามขั้นตอนดังนี้ การคำนวณความสามารถผ่อนชำระสูงสุดต่อเดือน สูตรคำนวณพื้นฐานคือ: (เงินเดือน x 70%) – ภาระหนี้สินต่อเดือน = ความสามารถในการผ่อนต่อเดือน ตัวอย่างที่ 1: นาย A มีเงินเดือน 30,000 บาท [...]

30/3/2568 • โดย Homeday
นโยบายภาครัฐมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการลงทุน การพัฒนา และการตัดสินใจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ในปัจจุบัน นโยบายต่างๆ ที่ออกมาโดยภาครัฐได้สร้างพลวัตรที่ซับซ้อนและน่าสนใจให้กับตลาดอย่างมาก การเข้าใจถึงผลกระทบเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนและผู้สนใจสามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาตรการทางภาษีและการเงิน: เครื่องมือสำคัญในการควบคุมตลาด รัฐบาลใช้มาตรการทางภาษีและการเงินเป็นเครื่องมือหลักในการควบคุมและกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ การปรับลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้านหน้าใหม่ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการช่วยเหลือทางการเงินต่างๆ ล้วนส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ นโยบายเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการบริโภค ลดภาระทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้มากขึ้น ผลกระทบเชิงบวก การลดหย่อนภาษีทำให้ต้นทุนการซื้ออสังหาริมทรัพย์ลดลง สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของบ้าน กระตุ้นการลงทุนและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผลกระทบเชิงลบ อาจก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ การกระตุ้นที่มากเกินไปอาจนำไปสู่การเก็งกำไร ความไม่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน นโยบายผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การวางผังเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ การตัดสินใจของภาครัฐในการพัฒนาระบบคมนาคม ขยายเส้นทางรถไฟฟ้า หรือสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษ ล้วนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่โดยรอบอย่างมหาศาล นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านจึงให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นอย่างมาก ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบ การขยายเส้นทางคมนาคม การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ การก่อสร้างสาธารณูปโภคใหม่ๆ มาตรการควบคุมการเก็งกำไรและการป้องกันฟองสบู่ รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการควบคุมสินเชื่อ การกำหนดอัตราเงินดาวน์ และการจำกัดการปล่อยสินเชื่อ มาตรการเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่และรักษาเสถียรภาพของตลาด เครื่องมือในการควบคุม การควบคุมสัดส่วนเงินกู้ต่อมูลค่าหลักประกัน การกำหนดเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด การติดตามและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง นโยบายสนับสนุนที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มพิเศษ รัฐบาลยังได้ออกนโยบายเพื่อสนับสนุนที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มต่างๆ เช่น เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย และคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการบ้านประชารัฐ [...]

10/7/2569 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดงาน GHB ALL HOME EXHIBITION 2026 ครั้งที่ 3 ณ เดอะมอลล์ บางกะปิ ระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569 พร้อมโปรโมชันพิเศษและสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ซื้อบ้านมือสอง

9/4/2568 • โดย Homeday
ความสูงของเพดานบ้านเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่ผู้ซื้อบ้านมักมองข้าม ทั้งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยในระยะยาว บ้านที่มีเพดานสูงเหมาะสมไม่เพียงสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการระบายอากาศ การประหยัดพลังงาน และมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของความสูงเพดานที่ผู้ซื้อบ้านควรพิจารณา ผลกระทบต่อการอยู่อาศัย และข้อควรรู้เพื่อการตัดสินใจซื้อบ้านอย่างชาญฉลาด ความสูงของเพดานกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความสูงของเพดานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกเมื่ออยู่อาศัยภายในบ้าน บ้านที่มีเพดานสูงประมาณ 2.8-3 เมตรขึ้นไป จะช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่ง ไม่อึดอัด ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม บ้านที่มีเพดานต่ำกว่า 2.4 เมตร มักทำให้รู้สึกอึดอัด กดดัน และอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตในระยะยาว นอกจากนี้ ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อการระบายอากาศภายในบ้าน เพดานที่สูงช่วยให้อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้บริเวณที่คนอยู่อาศัยเย็นสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างประเทศไทย การมีเพดานสูงจึงช่วยลดการใช้เครื่องปรับอากาศและประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ การศึกษาจากนักจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมพบว่า ความสูงของเพดานยังส่งผลต่อกระบวนการคิดของผู้อยู่อาศัย เพดานสูงมักกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการคิดแบบอิสระ ในขณะที่เพดานต่ำอาจช่วยให้มีสมาธิจดจ่อกับงานที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น ดังนั้น ห้องที่มีเพดานสูงจึงเหมาะกับพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ส่วนเพดานที่ต่ำลงมาอาจเหมาะกับห้องนอนหรือห้องทำงานที่ต้องการสมาธิ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเพดานบ้านมีความสูงไม่เหมาะสม ปัญหาด้านอุณหภูมิและการประหยัดพลังงาน เพดานที่สูงเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาในการควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน โดยเฉพาะในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากอากาศเย็นจะตกลงสู่พื้น ในขณะที่อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่เพดาน ทำให้ต้องใช้พลังงานมากขึ้นในการทำความเย็น การติดตั้งพัดลมเพดานจึงเป็นสิ่งจำเป็นในบ้านที่มีเพดานสูง เพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียนและกระจายความเย็นได้ทั่วถึง ในทางกลับกัน บ้านที่มีเพดานต่ำเกินไปอาจมีข้อดีในแง่ของการประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศ แต่จะประสบปัญหาเรื่องการระบายอากาศและการสะสมของความร้อน โดยเฉพาะในชั้นบนสุดของอาคารที่รับความร้อนจากหลังคาโดยตรง ทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาเพื่อให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม การคำนวณค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ [...]

18/5/2569 • โดย Homeday
ข่าวการต่ออายุมาตรการ LTV ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ทำให้คนที่กำลังวางแผนซื้อบ้านในปี 2569 กลับมารู้สึกว่า “จังหวะนี้อาจเป็นโอกาส” อีกครั้ง เพราะการกู้ซื้อบ้านดูยืดหยุ่นขึ้น เงินก้อนแรกที่ต้องเตรียมอาจน้อยลง และบ้านที่เคยรู้สึกว่าไกลมืออาจขยับเข้ามาใกล้ขึ้น

8/2/2564 • โดย Homeday
การกู้ซื้อบ้านของมนุษย์เงินเดือนนั้น ค่อนข้างง่ายกว่าบุคคลที่ประกอบอาชีพทั่วไปค่ะ เนื่องจากมีรายได้ที่แน่นอน ทั้งในเชิงจำนวนและความสม่ำเสมอ แต่จะได้วง

17/3/2569 • โดย Homeday
กานดา พร็อพเพอร์ตี้ กางแผนรุกอสังหาฯปี 2569 ชูพูลวิลล่า “ParQ Villa” เชิงทะเล ภูเก็ต เป็นโครงการเรือธง พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “I Leaf Privé” อีก 3 โครงการเสริมพอร์ตบ้านแนวราบบนทำเลเดิม มูลค่ารวม 1,900 ล้านบาท เดินหน้าอัดโปรแรง จ่าย 0 บาทอยู่ฟรี 2 ปี-ช่วยผ่อน 36 เดือน ในงานมหกรรมบ้านและคอนโด พร้อมเสนอรัฐบาลต่อมาตรการกระตุ้นตลาดและผลักดันแนวคิด “ซื้อบ้านช่วยแก้หนี้ครัวเรือน” นายหัสกร บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2569 ยังคงต้องเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยลบภายนอกที่ยากต่อการควบคุม โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ทั้งในแง่ของภาคส่งออกซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย นำไปสู่การปรับลดประมาณการ GDP ตลอดจนแรงกดดันต่อราคาพลังงาน ราคาสินค้า และต้นทุนการก่อสร้างที่มีแนวโน้มสูงขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างก็ยิ่งจะเพิ่มระดับความไม่แน่นอนให้รุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบภายในในประเทศที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง [...]