
11/1/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยผลการดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2567 สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้รวม 236,547 ล้านบาท โดยเป็นการปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน3 ล้านบาท จำนวน 123,774 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2567 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2566 สินเชื่อคงค้าง 1,800,170 ล้านบาท

24/4/2568 • โดย Homeday
การเป็นฟรีแลนซ์ให้อิสระในการทำงานและการใช้ชีวิต แต่เมื่อถึงเวลาต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง หลายคนกลับกังวลว่าการไม่มีรายได้ประจำแน่นอนจะเป็นอุปสรรคในการกู้ซื้อบ้าน ความจริงแล้ว อาชีพอิสระสามารถกู้บ้านได้ แต่ต้องเตรียมตัวและวางแผนให้รอบคอบมากกว่าพนักงานประจำทั่วไป บทความนี้จะแนะนำเทคนิคสำคัญที่จะช่วยให้คนทำอาชีพอิสระกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้นในปี 2025 เหตุใดคนส่วนใหญ่ถึงถูกปฏิเสธการกู้บ้าน? การที่ธนาคารปฏิเสธการยื่นกู้บ้านไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล มีปัจจัยหลายประการที่ทำให้ผู้กู้ไม่ผ่านการพิจารณา เช่น รายได้ไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับราคาบ้าน มีภาระหนี้สินเดิมสูงเกินไป ประวัติทางการเงินไม่ดี เอกสารไม่ครบถ้วน หรือเลือกธนาคารที่ไม่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของตนเอง นอกจากนี้ อีกสาเหตุสำคัญคือการขาดการวางแผนทางการเงินที่ดี ทำให้ไม่มีเงินดาวน์เพียงพอ โดยทั่วไปธนาคารจะให้สินเชื่อประมาณ 80-90% ของราคาบ้าน ดังนั้นผู้กู้จะต้องมีเงินดาวน์อย่างน้อย 10-20% ของราคาบ้าน ซึ่งหลายคนมักมองข้ามจุดนี้ เอกสารสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องเตรียมให้พร้อม การเตรียมเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้อาชีพอิสระมีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อบ้านมากขึ้น เอกสารสำคัญที่ควรเตรียมให้พร้อม ได้แก่: เอกสารพื้นฐาน สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้กู้ เอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ทะเบียนสมรส หรือใบหย่า (ถ้ามี) เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะซื้อ เช่น สัญญาจอง หรือสำเนาโฉนดที่ดิน เอกสารทางการเงิน สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากหรือรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6-12 เดือน หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน [...]

5/9/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ตอบแทนลูกค้าในโอกาสครบ 6 รอบ 72 ปี จัดแคมเปญ “สินเชื่อบ้าน 72 ปี ธอส.” กรอบวงเงิน 27,000 ล้านบาท ครอบคลุมทุกวัตถุประสงค์การกู้ อัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรกเริ่มต้นเพียง 0.72% ต่อปี, เดือนที่ 7 – 24 อยู่ที่ 2.72% ต่อปี, ปีที่ MRR-2.525% ต่อปี (3.72% ต่อปี) เฉลี่ย 3 ปีแรก 2.72% ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญา สำหรับลูกค้าสวัสดิการ MRR-1.00% ต่อปี ลูกค้ารายย่อย MRR-0.50% ต่อปี กรณีชำระหนี้ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบัน MRR ธอส. เท่ากับ 6.245% ต่อปี) [...]

12/3/2568 • โดย Homeday
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโตต่อเนื่อง จัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับผู้ประกอบการ ประกอบด้วย (1) สินเชื่อโครงการส่งเสริมธุรกิจ ตลาดบ้านมือสอง ปี 2568 สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ที่เป็นทรัพย์ NPL ของธนาคารที่กรมบังคับคดี และทรัพย์บ้านมือสองของธนาคาร อัตราดอกเบี้ยคงที่ ปีแรก 3.50% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เพียง 4.00% ระยะเวลาการกู้สูงสุด 3 ปี (2) สินเชื่อพัฒนาโครงการ (Pre Finance) สำหรับผู้ประกอบการ โครงการสินเชื่อเพื่ออาคารคาร์บอนต่ำ ปี 2568 สำหรับผู้ประกอบการที่ก่อสร้างอาคารโดยผ่านการรับรองมาตรฐาน TREEs, LEED และบ้าน / อาคารเบอร์ 5 หรือใช้วัสดุก่อสร้างหรือสุขภัณฑ์ หรือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เครื่องหมายรับรองฉลากลดโลกร้อน / เครื่องหมาย Carbon Footprint อัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 3.90% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย [...]

21/4/2568 • โดย Homeday
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันของคนจำนวนมาก ทว่าคำถามที่หลายคนสงสัยคือ “เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะผ่อนบ้านได้?” เพราะการซื้อบ้านเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะด้านการเงิน บทความนี้จะแนะนำวิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนบ้าน ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาสินเชื่อ รวมถึงการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นกู้ เพื่อให้คุณบริหารค่าใช้จ่ายและได้ที่อยู่อาศัยในฝันอย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยที่ธนาคารใช้พิจารณาในการให้สินเชื่อบ้าน ก่อนจะเข้าใจว่าเงินเดือนเท่าไหร่จึงเหมาะกับการผ่อนบ้าน ควรทำความเข้าใจปัจจัยที่ธนาคารใช้ประเมินความสามารถในการกู้ของคุณก่อน การให้สินเชื่อบ้านของธนาคารไม่ได้พิจารณาเพียงแค่รายได้เท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยประกอบกัน ดังนี้ รายรับของผู้กู้ รายรับเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกที่ธนาคารพิจารณา โดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดอัตราผ่อนรายเดือนไว้ที่ประมาณ 40% ของรายรับในแต่ละเดือน ตัวอย่างเช่น หากคุณมีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน คุณจะสามารถผ่อนได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน สำหรับรายรับที่ธนาคารนำมาคำนวณนั้นรวมถึงเงินเดือนประจำ รายได้พิเศษที่สม่ำเสมอ และโบนัสประจำปี แต่สำหรับรายได้ที่ไม่แน่นอน ธนาคารอาจคิดเป็นเพียงบางส่วนหรือพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ รายจ่ายและภาระหนี้สินที่มีอยู่ ธนาคารจะตรวจสอบรายจ่ายและหนี้สินทั้งหมดของคุณ เพื่อประเมินว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว คุณจะมีเงินเหลือพอสำหรับการผ่อนบ้านหรือไม่ โดยทั่วไป หลักการคิดจะเป็นดังนี้: เงินเดือน – หนี้สินปัจจุบัน = เงินคงเหลือจากนั้นในเงินคงเหลือ จะประเมินว่า 40% ของจำนวนนี้คือความสามารถในการผ่อนสูงสุด ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นพนักงานใหม่ มีเงินเดือน 20,000 บาท และมีหนี้สินอยู่ 5,000 บาทต่อเดือน เงินคงเหลือของคุณคือ [...]

17/4/2568 • โดย Homeday
เงินดาวน์บ้านเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า นอกจากจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยเงินกู้แล้ว ยังเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น บทความนี้จะอธิบายเรื่องเงินดาวน์บ้านให้เข้าใจตั้งแต่ความหมาย จำนวนเงินที่ต้องเตรียม รูปแบบการจ่ายดาวน์ ไปจนถึงวิธีแก้ปัญหาเมื่อวางเงินดาวน์แล้วกู้ไม่ผ่าน เงินดาวน์บ้านคืออะไร เงินดาวน์บ้าน คือ เงินก้อนที่ผู้ซื้อต้องจ่ายให้กับเจ้าของบ้านหรือโครงการก่อนทำสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขาย โดยทั่วไปเงินดาวน์จะอยู่ที่ 5-30% ของราคาบ้าน เงินดาวน์นี้จะถูกนำไปหักออกจากมูลค่าบ้านทั้งหมด ทำให้ยอดเงินกู้ลดลง ช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และเพิ่มโอกาสให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย เงินดาวน์มีความแตกต่างกันตามสถานะของบ้าน ดังนี้: กรณีบ้านพร้อมอยู่ สำหรับบ้านที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งบ้านมือหนึ่งและบ้านมือสอง ผู้ซื้อต้องเตรียมวางเงินดาวน์เต็มจำนวนก่อนการเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ จึงจะสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันโครงการบ้านใหม่หลายแห่งมักมีโปรโมชันฟรีเงินดาวน์เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อด้วย กรณีบ้านยังสร้างไม่เสร็จ สำหรับบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จะมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างสองฝ่าย โดยโครงการส่วนใหญ่มักเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถทยอยผ่อนดาวน์ได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกัน รูปแบบการจ่ายเงินดาวน์บ้านมีกี่แบบ การจ่ายเงินดาวน์บ้านมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเงินของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน ดังนี้ จ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว การจ่ายดาวน์บ้านแบบครั้งเดียว คือ การชำระเงินดาวน์บ้านเป็นเงินก้อนในครั้งเดียวจบ ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมให้เข้าอยู่เรียบร้อยแล้ว หลังจากจ่ายเงินดาวน์แบบครั้งเดียวเสร็จ ผู้ซื้อสามารถทำเรื่องสัญญากู้สินเชื่อกับธนาคาร โอนกรรมสิทธิ์ และย้ายเข้าอยู่ได้ทันที รูปแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินเก็บก้อนใหญ่พร้อมจ่าย และต้องการเข้าอยู่ในบ้านได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยไม่ต้องรอระยะเวลาการก่อสร้าง ผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด การผ่อนดาวน์บ้านแบบเท่ากันทุกงวด ส่วนใหญ่มักใช้กับบ้านหรือโครงการที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยทั่วไปจะให้เวลาผ่อนดาวน์ประมาณ [...]

22/8/2567 • โดย Homeday
หนึ่งในเรื่องหนักอกของคนผ่อนบ้าน หนีไม่พ้นปัญหาดอกเบี้ยบานปลาย โดยเฉพาะผู้กู้สินเชื่อบ้านที่ผ่อนชำระค่างวดครบ 3 ปีแล้ว ซึ่งจะถูกปรับอัตราดอกเบี้ย มาเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งเป็นระยะที่อัตราดอกเบี้ยสามารถปรับขึ้นลงได้ตามประกาศของแต่ละธนาคาร หากดอกเบี้ยอ้างอิงขยับตัวขึ้นจะส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยพุ่งส

24/11/2566 • โดย Homeday
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในผู้นำสินเชื่อบ้าน ด้วยบริการรวบหนี้เป็นก้อนเดียว กับสินเชื่อบ้านแลกเงินเคลียร์หนี้ แค่ 9 เดือน ปล่อยกู้แล้วกว่า 2.3 พันล้านบาท ช่วยลูกค้าประหยัดดอกเบี้ยกว่า 300 ล้านบาท ล่าสุดคว้ารางวัล Mortgage Product of the Year จาก The Global Retail Banking Awards พ

20/11/2567 • โดย Homeday
ในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี 2567 ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ชวนคนไทยมาลดภาระหนี้กับ สินเชื่อบ้านแลกเงิน ทีทีบี เคลียร์หนี้ ด้วยการรวบหนี้เป็นก้อนเดียว แบ่งจ่ายรายเดือนด้วยค่างวดที่เบาลง มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น จบหนี้ได้ไวกว่าเดิม พร้อมเริ่มต้นปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ด้วยชีวิตทางการเงินที่ดียิ่งขึ้นนายอธิศ วงศ

18/3/2568 • โดย Homeday
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในช่องทางการสร้างความมั่งคั่งที่น่าสนใจที่สุดในปัจจุบัน หลายคนใฝ่ฝันที่จะสร้างรายได้และความมั่นคงทางการเงินผ่านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะประสบความสำเร็จ เราจะเปิดเผย 7 เคล็ดลับที่นักการเงินมืออาชีพมักจะปกปิดไว้ 1. การวิเคราะห์ตลาดอย่างลึกซึ้ง: กุญแจสู่ความสำเร็จ รู้จักวงจรอสังหาริมทรัพย์ ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีวงจรที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเข้าใจจังหวะและทิศทางของตลาดจะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างชาญฉลาด นักลงทุนมืออาชีพจะติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย: แนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์ อัตราการเติบโตของเมือง ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบ กลยุทธ์การเก็บข้อมูล ติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากรายงานภาครัฐและเอกชน ศึกษาโครงการพัฒนาใหม่ในพื้นที่ 2. การเงินที่แข็งแกร่ง: รากฐานของการลงทุน การวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบ งบประมาณที่แม่นยำเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนมืออาชีพให้ความสำคัญกับ: การสำรองเงินสด การประเมินความเสี่ยงทางการเงิน การคำนวณผลตอบแทนที่แท้จริง เครื่องมือทางการเงิน ใช้สินเชื่อด้วยความระมัดระวัง เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินต่างๆ พิจารณาแหล่งเงินทุนที่หลากหลาย 3. ทำเลที่ตั้ง: ปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ การเลือกทำเลอย่างชาญฉลาด ทำเลเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ คำนึงถึง: ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค การคมนาคม แนวโน้มการพัฒนาในอนาคต เกณฑ์การประเมินทำเล ระยะห่างจากแหล่งชุมชน ศักยภาพการเติบโตของพื้นที่ มูลค่าที่ดินในบริเวณใกล้เคียง 4. กลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย การกระจายความเสี่ยง นักลงทุนมืออาชีพไม่เคยวางเดิมพันทั้งหมดในที่เดียว วิธีการกระจายการลงทุน: ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลายประเภท กระจายการลงทุนในพื้นที่ต่างๆ สร้างพอร์ตการลงทุนที่สมดุล [...]

4/8/2568 • โดย Homeday
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า SAM ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ของ SAM ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากพายุ “วิภา” ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รวม 10 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร นครปฐม อุตรดิตถ์ อุดรธานี ร้อยเอ็ด เชียงราย ลำปาง และอยู่ระหว่างการผ่อนชำระตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้หรือค้างชำระไม่เกิน 90 วัน โดยลูกค้าจะได้รับการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยทั้งจำนวน สูงสุด 3 เดือน หลังจากนั้น SAM ผ่อนปรนให้ชำระหนี้บางส่วนตามความสามารถภายในระยะเวลาสูงสุดถึง 6 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมมาตรการ ส่วนดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในระหว่างเข้าร่วมมาตรการส่วนที่เหลือและดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันชำระครั้งสุดท้าย โดยไม่เกิน 90 วันให้ตั้งพักไว้และชำระในงวดสุดท้ายของสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ SAM กำหนด ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่บัดนี้ – 28 [...]

22/4/2568 • โดย Homeday
การกู้ซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ต้องอาศัยการวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการเลือกอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่เหมาะสม เพราะดอกเบี้ยคือต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อจำนวนเงินที่ต้องจ่ายในระยะยาว บทความนี้จะอธิบายประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน วิธีการคำนวณ อัปเดตอัตราดอกเบี้ยล่าสุดปี 2568 และเคล็ดลับการเลือกสินเชื่อบ้านให้ได้ดอกเบี้ยที่คุ้มค่าที่สุด ประเภทของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านมีอะไรบ้าง? สินเชื่อบ้านคือเงินกู้ที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินปล่อยให้กับผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม หรือที่ดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัย โดยอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้ 1. อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Loan) อัตราดอกเบี้ยคงที่คือดอกเบี้ยที่กำหนดให้คงที่ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง อาจเป็น 3 ปี 5 ปี หรือตลอดอายุสัญญา ทำให้ผู้กู้ผ่อนชำระเท่ากันทุกเดือน สามารถวางแผนการเงินได้แน่นอน โดยสามารถแบ่งย่อยได้เป็น: ดอกเบี้ยคงที่ตลอดอายุสัญญา – คงที่ตลอดระยะเวลาผ่อน เช่น ดอกเบี้ย 5% ตลอด 20 ปี ดอกเบี้ยคงที่เฉพาะช่วงแรก – คงที่ในช่วง 1-5 ปีแรก แล้วปรับเป็นลอยตัว ดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันได – คงที่เป็นช่วง เช่น ปีแรก 2.5%, ปีที่สอง [...]