Logo
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรา
ลงประกาศ
ลงประกาศ
Homeday
ขายเช่าโครงการทำเลน่าอยู่บทความคู่มือการใช้งานติดต่อเรารายการโปรด
HOMEDAY Logo

แพลตฟอร์มซื้อ-ขาย-เช่าอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร อันดับ 1 ที่ได้รับความไว้วางใจ ค้นหาบ้านในฝัน คอนโดทำเลดี หรือลงทุนอสังหาฯ ได้ง่ายๆ ที่นี่

DBD Registered

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • ขายอสังหาริมทรัพย์
  • เช่าอสังหาริมทรัพย์
  • โครงการใหม่
  • ทำเลน่าอยู่
  • บทความอสังหาฯ
  • คู่มือการใช้งาน
  • ติดต่อเรา

ประเภทอสังหาฯ

  • คอนโด
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์โฮม
  • ที่ดิน

ติดต่อเรา

  • เบอร์โทรศัพท์090-916-9993ทุกวัน 9:00 - 18:00 น.
  • Email[email protected]
  • Office159/229 ม.6 ต.ลำโพ อ.บางบัวทอง
    จังหวัดนนทบุรี 11110

คำค้นหายอดนิยม

คอนโดสุขุมวิทคอนโดติดรถไฟฟ้าบ้านเดี่ยวบางนาทาวน์โฮมราคาถูกที่ดินเปล่าเขาใหญ่คอนโดให้เช่ารัชดาบ้านมือสองนนทบุรีรีวิวคอนโดใหม่สินเชื่อบ้านราคาประเมินที่ดินอสังหาฯ เพื่อการลงทุนประกาศขายบ้านฟรี

© 2026 HOMEDAY GROUP Co., Ltd. All rights reserved.

ข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายความเป็นส่วนตัวSitemap
Add LINE Sticky

ยูโอบี เผยกลยุทธ์การลงทุนเสริมความแข็งแกร่งให้นักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั่วโลก ในงานสัมมนาการลงทุนปี 2568

Homeday
26 กุมภาพันธ์ 2568
1 นาที
แชร์:FacebookXLINE

แก้ไขล่าสุด 26/2/2568

ยูโอบี เผยกลยุทธ์การลงทุนเสริมความแข็งแกร่งให้นักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั่วโลก ในงานสัมมนาการลงทุนปี 2568

บทความที่เกี่ยวข้อง

โครงการแนะนำ

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)
บ้านเดี่ยว
โครงการใหม่

วิลล่า 168 นิวกรุงเทพกรีฑา (Villa 168 New Krungthepkreetha)

แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์
เขตลาดกระบัง, กรุงเทพมหานคร

บ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 91 หลัง บนถนนพัฒนาชนบท 4 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โครงการเน้นความเป็นส่วนตัว มีแบบบ้าน 6 แบบ พื้นที่ใช้สอย 251-408 ตร.ม. 3-4 ห้องนอน 3-6 ห้องน้ำ และที่จอดรถ 2-4 คัน ส่วนกลางประกอบด้วยคลับเฮ้าส์ ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ พื้นที่พักผ่อน สวนส่วนกลาง สนามเด็กเล่น และระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง พร้อมระบบอ่านป้ายทะเบียนและกล้อง CCTV เดินทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ ถนนวงแหวนกาญจนาฯ และสนามบินสุวรรณภูมิได้สะดวก

เริ่ม 11,990,000 บาท
เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)
บ้านเดี่ยว
โครงการพร้อมอยู่

เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao)

เอพี (ไทยแลนด์)
เอพี (ไทยแลนด์)
เขตตลิ่งชัน, กรุงเทพมหานคร

โครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า (THE CITY Charun - Pinklao) เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี พัฒนาโดย บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพถนนแก้วเงินทอง เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร โครงการได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ English Modern Classic ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค Tudor มุ่งเน้นการจัดสรรพื้นที่ที่ตอบสนองการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่และรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกหลายช่วงวัยในทำเลที่สามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางย่านฝั่งธนบุรีและพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้อย่างสะดวก พื้นที่โครงการถูกพัฒนาบนที่ดินขนาด 27 ไร่ โดยเน้นความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนบ้านพักอาศัยเพียง 58 ยูนิต ตัวบ้านตั้งอยู่บนที่ดินเริ่มต้น 100 ตารางวาขึ้นไป และมีพื้นที่ใช้สอยภายในขนาด 390 ถึง 580 ตารางเมตร ฟังก์ชันบ้านได้รับการออกแบบให้มีขนาด 4 ถึง 5 ห้องนอน 5 ถึง 6 ห้องน้ำ พร้อมพื้นที่จอดรถ 3 ถึง 4 คัน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมเช่น พื้นที่ห้องรับแขกเพดานสูงแบบ Double Volume และฟังก์ชันห้องใต้หลังคา เพื่อเพิ่มมิติและพื้นที่ใช้สอยภายในตัวบ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายในโครงการมีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางอย่างครบครัน ประกอบด้วย อาคารคลับเฮาส์ สระว่ายน้ำระบบเกลือพร้อมสระเด็ก และห้องออกกำลังกายที่รองรับระบบ Virtual Fitness นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สวนสาธารณะส่วนกลางและสนามเด็กเล่นที่ออกแบบให้มีโครงสร้างส่งเสริมพัฒนาการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการนำระบบ KATSAN ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการความปลอดภัยของ AP มาใช้คัดกรองการเข้า-ออก พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการ และมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำเลที่ตั้งของโครงการ เดอะ ซิตี้ จรัญฯ - ปิ่นเกล้า มีความโดดเด่นด้านเครือข่ายเส้นทางคมนาคม โดยสามารถเชื่อมต่อถนนเส้นหลักอย่างถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนราชพฤกษ์ โครงการตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้า MRT สถานีแยกไฟฉาย ประมาณ 3.1 กิโลเมตร และห่างจากจุดขึ้น-ลงทางพิเศษศรีรัช ประมาณ 3.6 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังแวดล้อมด้วยสถานที่สำคัญและแหล่งอำนวยความสะดวกชั้นนำ ได้แก่ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลเจ้าพระยา, ตลาดบางขุนศรี และสถานศึกษาชั้นนำ

เริ่ม 25,900,000 บาท
มหกรรมบ้านและคอนโด
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จัดงานสัมมนาการลงทุนปี 2568 โดยให้ข้อมูลเชิงลึกและกลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางสภาวะตลาดที่มีความผันผวน แนะนำสร้างพอร์ตการลงทุนที่แข็งแกร่งผ่าน Core Investment ผ่านกลยุทธ์กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย (Multi-asset) และตราสารหนี้ระดับ Investment grade เพื่อตอบโจทย์วัตถุประสงค์ทางการเงินในระยะยาว นอกจากนี้ ในงานสัมมนายังได้แนะนำถึงโอกาสในการลงทุน โดยเน้นกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างรายได้ผ่านการลงทุนในหุ้นคุณภาพดีที่มีเงินปันผลเพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง และการใช้ประโยชน์จากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อคว้าโอกาสในการลงทุนที่หลากหลาย
ยูโอบี เผยกลยุทธ์การลงทุนเสริมความแข็งแกร่งให้นักลงทุนท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจทั่วโลก ในงานสัมมนาการลงทุนปี 2568
แนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปี 2568 จะมีความไม่แน่นอนและความผันผวนที่สูงขึ้นจากการกลับมาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ การดำเนินนโยบายที่เปลี่ยนไปจะส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเศรษฐกิจโลก ผลกระทบด้านเงินเฟ้อที่คาดว่าจะได้รับแรงกดดัน โดยเฉพาะจากภาษีการค้า สิ่งสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามคือการบังคับใช้ภาษีสินค้านำเข้า ที่มีการเปลี่ยนแปลงและมีการประกาศจากโดนัลด์ ทรัมป์อย่างต่อเนื่อง โดยเราคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนในรายละเอียดมากขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ปี 2568 และคาดว่าจะดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบภายในครึ่งแรกของปี 2569
แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงมีความยืดหยุ่นแม้จะเผชิญกับความท้าทายจากภายนอก
การคาดการณ์ผลิตภัณฑ์รวมในประเทศของประเทศไทยคาดว่าจะเติบโตร้อยละ 2.9 ในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมากและความคาดหวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ดีขึ้น นายเอ็นริโก้ ทานูวิดจายา นักเศรษฐศาสตร์ Global Economics and Market Research กลุ่มธนาคารยูโอบี กล่าวว่า “เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต แม้ว่าการท่องเที่ยวจะทำได้ไม่ดีนักในปีที่แล้ว การปรับปรุงนโยบายวีซ่าและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการส่งออกน่าจะเป็นสิ่งที่สนับสนุนการฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาค แทนที่สหรัฐฯ เราคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยว 37.5 ล้านคน การส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 และเพิ่มงบประมาณอัดฉีดมากกว่าร้อยละ 4.5 อย่างไรก็ตาม ความท้าทายต่างๆ เช่น หนี้ครัวเรือนที่สูงและความสามารถในการชำระหนี้ที่ยังคงจำกัด การฟื้นตัวในประเทศไทยได้รับแรงผลักดันจากภาคบริการเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะนำไปสู่การเติบโตในปี 2568”
คำแนะนำด้านการลงทุนเชิงกลยุทธ์สำหรับนักลงทุน
ในระหว่างงานสัมมนา ทีมที่ปรึกษาด้านการลงทุนของยูโอบีได้เน้นย้ำความสำคัญของการสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับความผันผวนจากความไม่แน่นอนจากนโยบาย โดยแนะนำให้นักลงทุนจัดสรรเงินลงทุนในตราสารหนี้ระดับ Investment Grade เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน นอกจากนี้ ยูโอบียังแนะนำให้ใช้กลยุทธ์การลงทุนในหลายสินทรัพย์ (Multi Asset) เพื่อกระจายความเสี่ยงและคว้าโอกาสการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ ภูมิภาค และภาคอุตสาหกรรมที่หลากหลาย
นายเอเบล ลิม Head of Wealth Management Advisory and Strategy กลุ่มธนาคารยูโอบี ให้คำแนะนำสำคัญในการจัดการกับความผันผวนในตลาดระยะสั้น โดยเน้นกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ การกระจายการลงทุนเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด และการใช้ประโยชน์จากนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ เขากล่าวว่า “ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้ ควรมุ่งเน้นไปที่บริษัทที่มีความมั่นคงในระยะยาว ซึ่งเป็นบริษัทที่มีโอกาสผิดนัดชำระหนี้น้อยกว่า กลยุทธ์หลักสามประการที่ต้องให้ความสำคัญคือการสร้างรายได้ การจัดการความผันผวน และการใช้ประโยชน์จากนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์”
กลยุทธ์ด้านรายได้ เช่น การลงทุนในบริษัทที่จ่ายเงินปันผลซึ่งมีกระแสเงินสดที่มั่นคงและงบดุลที่แข็งแกร่ง โดยเน้นไปที่บริษัทที่มีผลกำไร และจ่ายเงินปันผล มีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่แข็งแกร่ง และรักษาระดับหนี้ให้ต่ำ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้สามารถทนต่อความผันผวนของตลาดได้ นอกจากนี้ แนวโน้มของอุตสาหกรรมการเงินในประเทศที่พัฒนาแล้วยังเป็นไปในทางบวก เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยังคงน่าสนใจ และคุณภาพสินทรัพย์ยังคงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อลดความผันผวนของตลาดที่อาจเกิดขึ้น การกระจายความเสี่ยงยังคงเป็นกุญแจสำคัญ เช่น อาเซียนมีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการค้าระหว่างประเทศและการกระจายห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ทรัพย์ปลอดภัยที่สำคัญ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงยามที่มีความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์
การใช้ประโยชน์จากนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์
คาดว่า ภาคการเงินจะได้รับประโยชน์จากการผ่อนคลายข้อบังคับ ทำให้ธนาคารและสถาบันการเงินสามารถจัดสรรเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการขยายธุรกิจ การจ่ายเงินปันผล และการซื้อหุ้นคืน การลดภาษีของบริษัทจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตของตลาดโดยรวม
หุ้นขนาดเล็กและกลางในสหรัฐฯ ก็คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการลดภาษี โดยบริษัทเหล่านี้มักจะมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายในประเทศเป็นหลัก ทำให้มีการเสี่ยงน้อยกว่าต่อความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศ และมีรูปแบบการลงทุนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ราคาหุ้นของบริษัทขนาดเล็กในปัจจุบันยังน่าสนใจในการสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่
ภาคเทคโนโลยีอาจได้รับประโยชน์จากนโยบายการเติบโตของสหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของบริษัทและอุตสาหกรรมที่ยังคงต้องติดตามต่อและขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของตลาด
ดิจิทัลช่วยบริหารจัดการความมั่งคั่ง
นายกิดอน เจอโรม เคสเซล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์เงินฝากและบริหารการลงทุนบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของยูโอบีในการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยเพื่อให้คำแนะนำตามเป้าหมายทางการเงินแก่ลูกค้า “My Wealth Planner” เครื่องมือดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลูกค้าสร้างพอร์ตการลงทุนเฉพาะบุคคล โดย My Wealth Planner ช่วยให้นักลงทุนเข้าใจสถานะทางการเงินของตน และวางรากฐานในการลงทุนที่ยั่งยืน เครื่องมือนี้จะประมวลผลข้อมูลของนักลงทุนเพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงิน ทำให้ลูกค้าได้รับคำแนะนำการลงทุนที่เหมาะสมและสามารถติดตามความคืบหน้าของพอร์ตการลงทุนของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ฟีเจอร์การบริหารความมั่งคั่งในแอปพลิเคชัน UOB TMRW ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อ ขาย และสลับกองทุนรวมได้อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งเข้าถึงกองทุนต่างประเทศจากสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก เช่น Fidelity International, Goldman Sachs Asset Management, J.P. Morgan Asset Management, PIMCO และ UOB Asset Management การพัฒนานี้ช่วยเพิ่มศักยภาพการลงทุนให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการการลงทุนได้โดยตรงจากโทรศัพท์มือถือ
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง:
#ข่าวสาร
#ข่าวการเงิน

หมายเหตุ ข้อจำกัดความรับผิดชอบ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปสำหรับเว็บไซต์ Homeday โดย บริษัท โฮมเดย์ กรุ๊ป จำกัด เท่านั้น บริษัทไม่สามารถให้คำมั่นหรือคำรับประกันเกี่ยวกับเนื้อหา รวมถึงไม่สามารถรับรองความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะใดๆ ตามขอบเขตของกฎหมาย เราจะพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่ปรากฏในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วนสมบูรณ์ ณ เวลาที่จัดทำ ข้อมูลดังกล่าวไม่ควรนำไปใช้ในการพิจารณาตัดสินใจด้านการเงิน การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือประเด็นกฎหมายโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอาศัยข้อมูลในบทความนี้แทนคำแนะนำจากผู้ชำนาญการที่ได้รับการฝึกฝนซึ่งสามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและสภาวะเฉพาะของท่านได้ ทั้งนี้ ทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากท่านเลือกที่จะนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของท่าน

ชอบบทความนี้ไหม? แชร์เลย!

แชร์:FacebookXLINE

-

จาก 5

รีวิวและเรตติ้ง

(0 รีวิว)

ยังไม่มีรีวิว เป็นคนแรกที่รีวิวบทความนี้!

HOMEDAY
โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)
คอนโด
โครงการใหม่

โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan)

เอสซี แอสเสท
เอสซี แอสเสท
เขตวังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร

โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร (COBE Ladprao-Sutthisan) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่พัฒนาโดย บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SC Asset) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพ ซอยลาดพร้าว 62 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โครงการถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Co-Being Community ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ (New Gen) ผสานดีไซน์ทันสมัยแบบพาสเทล โดดเด่นด้วยสุดยอดทำเลที่เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (สถานีโชคชัย 4) เพียง 600 เมตร สามารถเชื่อมต่อถนนลาดพร้าวและถนนสุทธิสารได้อย่างรวดเร็ว แวดล้อมด้วยแหล่งรวมไลฟ์สไตล์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ตลาดโชคชัย 4, เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ และเซ็นทรัล พระราม 9 ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัย 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร และอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 อาคาร มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตพักอาศัยรวม 684 ยูนิต และร้านค้า 6 ยูนิต บนเนื้อที่โครงการประมาณ 5 ไร่ รูปแบบห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ตอบโจทย์การพักผ่อนและการใช้ชีวิตอย่างลงตัว ได้แก่ 1 Bedroom Flex (24-25 ตร.ม.), 1 Bedroom Signature (27-30 ตร.ม.), 1 Bedroom Plus (34-37 ตร.ม.) และ 2 Bedrooms (45 ตร.ม.) สิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางภายในโครงการจัดเตรียมไว้อย่างครบครันเพื่อรองรับทุกกิจกรรมและแชร์ไอเดียสร้างสรรค์ ประกอบด้วย สระว่ายน้ำ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness), Craft & Co. Space, Meeting Room, Social Lounge, Live Studio รวมถึงพื้นที่สีเขียวพักผ่อนอย่าง Rooftop Garden และ Courtyard สวนส่วนกลางที่ร่มรื่น ด้านระบบรักษาความปลอดภัย โครงการมีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบผ่านเข้า-ออกโครงการ, การติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วบริเวณโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้โครงการ โค้บบ์ ลาดพร้าว-สุทธิสาร เป็นคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบใจกลางย่านลาดพร้าว

เริ่ม 1,990,000 บาท
เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)
คอนโด
โครงการพร้อมอยู่

เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet)

ปริญสิริ
ปริญสิริ
เมืองนนทบุรี, นนทบุรี

โครงการ เซล รัตนาธิเบศร์ (Zelle Rattanathibet) เป็นคอนโดมิเนียม Low-Rise 8 ชั้น พัฒนาโดย บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) (Prinsiri) ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่รัตนาธิเบศร์ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด 'Oxygen Community' ที่มุ่งเน้นความโปร่งโล่งและการอยู่อาศัยที่ใกล้ชิดธรรมชาติ มอบความเป็นส่วนตัวสูงด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย ตอบโจทย์การอยู่อาศัยที่เรียบง่ายแต่ครบครัน ตัวโครงการประกอบด้วยอาคารพักอาศัยหลายอาคาร นำเสนอห้องพักอาศัยในรูปแบบ XL Condo ที่ให้พื้นที่ใช้สอยกว้างขวางเป็นพิเศษ มีให้เลือกทั้งแบบ 1 Bedroom และ 2 Bedroom พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นประมาณ 30.00 - 52.00 ตารางเมตร ตกแต่งครบแบบ Fully Furnished พร้อมเข้าอยู่ โดดเด่นด้วยการจัดวางพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง เพดานสูงโปร่ง และการกั้นสัดส่วนที่ชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัว ทำเลที่ตั้งถือเป็นจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีสะพานพระนั่งเกล้า เพียงระยะเดินถึง (ประมาณ 450 เมตร) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ หรือศูนย์ราชการนนทบุรีเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อถนนสำคัญหลายเส้นทาง ทั้งถนนสนามบินน้ำ ถนนติวานนท์ และใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนงามวงศ์วาน สภาพแวดล้อมโดยรอบพรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ เซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์, เอสพลานาด แคราย, บิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ และตลาดนัดเลี่ยงเมืองนนท์ รวมถึงอยู่ใกล้หน่วยงานสำคัญอย่าง กระทรวงพาณิชย์ และโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบาย พื้นที่ส่วนกลางถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี ประกอบด้วย อาคารคลับเฮ้าส์ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย (Fitness) พร้อมอุปกรณ์ทันสมัย และพื้นที่สวนหย่อมสีเขียวรอบโครงการ ด้านระบบรักษาความปลอดภัย มั่นใจได้ด้วยระบบเข้า-ออกอาคารด้วย Key Card Access, ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั่วโครงการ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยโครงการเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ประมาณ 1.69 - 3.5 ล้านบาท

เริ่ม 1,690,000 บาท
ข่าวสาร
HOMEDAY
ดูทั้งหมด
ทีทีบี ชูแผนกลยุทธ์ปี 2568 สำหรับเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดกลาง ฝ่าความท้าทาย มอบโซลูชันที่ให้มากกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแข่งขันได้
ข่าวสาร

ทีทีบี ชูแผนกลยุทธ์ปี 2568 สำหรับเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดกลาง ฝ่าความท้าทาย มอบโซลูชันที่ให้มากกว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและแข่งขันได้

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดแผนกลยุทธ์ช่วยลูกค้าเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดกลางในปีนี้ก้าวผ่านความท้าทาย มุ่งเน้นให้ลูกค้า “ได้มากกว่า” ใน 3 ด้าน ทั้งโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม เครื่องมือดิจิทัลเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ และการสนับสนุนให้ก้าวผ่านสู่มาตรฐานการทำธุรกิจใหม่ที่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ตอกย้ำการเป็นมากกว่าสถาบันการเงิน พร้อมเป็นพันธมิตรเคียงข้างลูกค้าเพื่อสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง สามารถแข่งขันได้และเติบโตอย่างยั่งยืน นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า จากความท้าทายทั้งหลายในปีนี้ จะส่งผลให้ผู้ประกอบการประสบกับความยากลำบากในการทำธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดกลาง ซึ่งทีทีบีไม่ได้ต้องการเป็นเพียงสถาบันการเงินที่ให้แค่เงินทุน แต่ยังเป็นพันธมิตรที่ช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการด้วยโซลูชันทางการเงินที่มากกว่าและตอบโจทย์ธุรกิจแบบครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมเสริมแกร่งด้วยองค์ความรู้และข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยเสริมศักยภาพให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง สำหรับแผนกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนลูกค้าเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดกลางในปีนี้ ทีทีบีมุ่งเน้นให้ลูกค้าธุรกิจ “ได้มากกว่า” ใน 3 ด้านสำคัญ โซลูชันทางการเงินครบวงจร ตอบโจทย์ทุกอุตสาหกรรม ทีทีบีเข้าใจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดกลางที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายธุรกิจให้เติบโต แต่ไม่มีหลักประกันเพียงพอ และอำนาจการต่อรองต่ำ จึงมอบโซลูชันที่เฉพาะเจาะจงและตอบโจทย์สำหรับแต่ละอุตสาหกรรมมากขึ้น พร้อมประเมินว่าอุตสาหกรรมที่ยังเติบโตได้ในปีนี้ ได้แก่ ธุรกิจด้านบริการ เฮลท์แคร์ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค ค้าปลีก ขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งการตอบโจทย์ด้วยโซลูชันทางการเงินที่สนับสนุนทุกภาคส่วนในซัพพลายเชน ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ (Supply Chain Solutions) จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมได้มากขึ้น เครื่องมือดิจิทัลเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ทีทีบีช่วยให้เอสเอ็มอีและธุรกิจขนาดกลางมีเครื่องมือในการบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ [...]

1 นาที
INETREIT สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ประกาศจ่ายปันผลรายเดือนเป็นกองแรกในไทย
ข่าวสาร

INETREIT สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ประกาศจ่ายปันผลรายเดือนเป็นกองแรกในไทย

INETREIT สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ประกาศจ่ายปันผลรายเดือนเป็นกองแรกในไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงิน และศักยภาพ “กองทรัสต์นวัตกรรมดิจิทัล” มุ่งมั่นสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไอเน็ต หรือ INETREIT ประกาศนโยบายจ่ายปันผลจากรายไตรมาส เป็นจ่ายรายเดือนกองแรกและกองเดียวในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่แก่กองทรัสต์เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ ตอกย้ำฐานะการเงินแข็งแกร่ง ตอบสนองความมุ่งมั่นที่จะเป็นกองทรัสต์นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ฟากบอร์ดเคาะจ่ายปันผลรายเดือนครั้งแรก 9 เมษายนนี้ ที่อัตรา 0.0666 บาทต่อหน่วย เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 มีนาคม 2568 นายสุตกานต์ แน่นหนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเน็ต รีท แมเนจเม้นท์ จํากัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า INETREIT เป็นกองทรัสต์กองแรกและกองเดียวในประเทศไทยที่เข้าลงทุนตรงในทรัพย์สินเกี่ยวกับเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยีทั้งหมด และมีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนในทรัพย์สินประเภทศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอื่นๆ ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง ล่าสุด บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการจ่ายปันผลของกองทรัสต์ฯ เป็นรายเดือน จากเดิมที่จ่ายเป็นรายไตรมาส ซึ่งนับเป็นทรัสต์กองแรกในประเทศไทยที่มีนโยบายจ่ายปันผลในรูปแบบรายเดือน เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอให้แก่นักลงทุน และสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของ INETREIT ตลอดจนความมั่นใจในศักยภาพการสร้างรายได้ของทรัพย์สินที่ลงทุน [...]

2 นาที
แอกซ่า ส่งเสริมการตระหนักรู้ พร้อมสนับสนุนการป้องกันโรคมะเร็งในประเทศไทย
ข่าวสาร

แอกซ่า ส่งเสริมการตระหนักรู้ พร้อมสนับสนุนการป้องกันโรคมะเร็งในประเทศไทย

โรคมะเร็งยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสุขภาพอันดับต้นๆ ของประเทศไทย โดยมีกว่า 180,000 เคสที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2565 และคาดว่าในปี พ.ศ. 2588 จำนวนเคสจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นอย่างยิ่งในการเพิ่มความตระหนักรู้ การตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ และมาตรการเชิงรุกด้านสุขภาพ* ในประเทศไทย โรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งเต้านม** ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยและครอบครัวหลายพันรายต่อปี แม้ว่าความก้าวหน้าทางการแพทย์จะช่วยยกระดับผลการรักษาให้ดียิ่งขึ้น แต่ทว่าการป้องกัน และการได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้นยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ทั้งยังช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น การลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง เริ่มต้นด้วยการใช้ชีวิตที่ดี  จำกัดการรับประทานอาหารประเภทปิ้งย่าง และเนื้อสัตว์แปรรูปต่าง ๆ  – ตัวอย่างเช่น หมูปิ้ง เมนูยอดฮิตที่แสนอันตรายจากการย่างผ่านอุณหภูมิสูงทั้งยังเป็นศูนย์รวมของสารก่อมะเร็งต่าง ๆ โดยให้หันมารับประทานเมนู ต้ม ตุ๋น นึ่ง หรือ ผัด ที่อร่อยไม่แพ้กันแถมยังดีต่อสุขภาพมากกว่า พร้อมทั้งรับประทานผักผลไม้ที่มีประโยชน์ และ ธัญพืชเต็มเมล็ด อิ่มสบายท้องขับถ่ายง่าย ลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง – เมนูขวัญใจชาวไทยอย่าง เครื่องดื่มประเภทชา หรือน้ำหวานต่าง ๆ ก็เรียกได้ว่าล้วนแต่เสริมความเสี่ยงต่อโรคอ้วน และการเป็นโรคมะเร็ง [...]

1 นาที
KBank – EXIM BANK ร่วมปล่อยกู้สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) รี เอนเนอร์ยี สร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์แบบทุ่นลอยน้ำ 21.49 เมกะวัตต์ เดินหน้าสร้างสังคมยั่งยืน
ข่าวสาร

KBank – EXIM BANK ร่วมปล่อยกู้สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) รี เอนเนอร์ยี สร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์แบบทุ่นลอยน้ำ 21.49 เมกะวัตต์ เดินหน้าสร้างสังคมยั่งยืน

นายจักรพงศ์ โอแสงธรรมนนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ (ขวา) ธนาคารกสิกรไทย นายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล (ซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK พร้อมด้วย นายเดวิด ลอร์เร้นซ์ ไม้ค์เคิลส์ (กลาง) ประธานคณะกรรมการ และกรรมการผู้อำนวยการ บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ และ บจก. รี เอนเนอร์ยี ร่วมลงนามสนับสนุนทางการเงินสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) วงเงิน 410 ล้านบาทแก่ บจก. รี เอนเนอร์ยี ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม บมจ. จี เอ็ม เอส เพาเวอร์ ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน โดยธนาคารกสิกรไทย และ EXIM BANK สนับสนุนวงเงินแห่งละ 50% ณ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ [...]

1 นาที
ดูทั้งหมด
Homeday AgentHomeday Agent
Promo Homeday
Homeday AgentHomeday Agent