กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
รวมบทความเกี่ยวกับข่าวการเงิน จำนวน 479 บทความ เรียงจากวันที่เผยแพร่ล่าสุด เลือกอ่านสรุปแต่ละเรื่องเพื่อค้นหาข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ และตรวจวันที่ในบทความก่อนนำข้อมูลราคาและโครงการไปใช้
BAM คัดทรัพย์ทำเลทอง ทั่วไทย ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า และทรัพย์เพื่อการลงทุนหลากหลายทำเลทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทั่วประเทศ รวมจำนวนกว่า 10,000 รายการ จำหน่ายในงาน MONEY EXPO 2025 อัดแคมเปญ “โปรผ่อนที่ร้อนแรงที่สุดแห่งปี ดอกเบี้ย 0% 2 ปีแรก ” ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ชี้ ลูกค้าซื้อทรัพย์ BAM ได้ประโยชน์ถึง 3 ต่อ คือได้ส่วนลดจากราคาประเมิน 10-16% มี Capital Appreciation 3-5% และมี Rental Yield 7-8% รวมได้ผลตอบแทน 20-29% พร้อมเชิญชวนผู้สนใจร่วมรับฟังการบรรยายในหัวข้อ “โอกาสทองของการลงทุนในอสังหาฯ มือ 2” ดร.รักษ์ วรกิจโภคาธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ [...]
กลุ่มอลิอันซ์ เปิดเผยบทวิเคราะห์เศรษฐกิจโลกหลังนโยบายทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เข้มข้นขึ้น หลังจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวาระที่สอง ประกาศใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้ (reciprocal tariffs) โดยตั้งเป้าเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนสูงสุดถึง 130% ซึ่งถือเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1890 ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ต้นทุนการค้าระหว่างประเทศพุ่งสูงขึ้นทันที โดยเฉพาะในภาคยานยนต์ อุตสาหกรรมการผลิต และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการภาษีกับประเทศอื่นเพิ่มเติม เช่น กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เม็กซิโก และยุโรปตะวันออก นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่แผ่ขยายไปทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางและนักลงทุนต่างเริ่มประเมินความเสี่ยงใหม่อีกครั้ง ประเทศไทยถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับผลกระทบในระดับปานกลางจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยมีการปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือ 2% ในปี 2025 และ 2.1% ในปี 2026 จาก 2.5% ในปี 2024 โดยประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งจะมีแรงกดดันจากภาคการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ เหมือนบางประเทศในภูมิภาค แต่ก็ยังเผชิญกับผลกระทบทางอ้อมจากความไม่แน่นอนทางการค้า ทั้งนี้ ธนาคารกลางมีแนวโน้มผ่อนคลายนโยบายการเงินเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ขณะที่การพึ่งพานโยบายภายในประเทศและการกระจายความเสี่ยงทางการค้าจะมีบทบาทสำคัญในการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกในระยะต่อไป. ผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้ทำให้องค์กรต่างๆ ลดการลงทุนและชะลอแผนขยายธุรกิจ โดยอัตราการเติบโตของ GDP [...]
บมจ.ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ประกาศแปรสภาพบริษัทย่อย คือ บริษัท “ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์” หรือ “TEBP” เป็นบริษัท “มหาชน” เรียบร้อยแล้ว เตรียมความพร้อมเข้าตลาด mai เสริมทัพสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และผลักดันการเติบโตในอนาคต นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH ผู้ผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ และน้ำมันปาล์มดิบรายใหญ่ในภาคตะวันออก และผู้นำด้านการผลิตพลังงานทดแทนและรับบริหารจัดการกากอินทรีย์แบบครบวงจรรายใหญ่ในพื้นที่ EEC เปิดเผยว่า บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด (TEBP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TEGH ได้จดทะเบียนแปรสภาพจากบริษัทจำกัด เป็นบริษัท “มหาชน” กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2568 โดยมีชื่อว่า “บริษัท ไทยอีสเทิร์น [...]
ทีเอ็มบีธนชาต รายงานกำไรสุทธิ 5,096 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 หนุนโดยการบริหารจัดการด้านต้นทุน ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย หนี้เสียอยู่ในระดับต่ำที่ 2.75% เป็นผลจากการเติบโตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ การบริหารหนี้เสียเชิงรุก รวมถึงการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและสนับสนุนการแก้หนี้อย่างยั่งยืนผ่านโครงการคุณสู้ เราช่วย ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 โดยธนาคารและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิที่ 5,096 ล้านบาทในไตรมาสแรก หนุนโดยการบริหารจัดการด้านต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนทางการเงิน ต้นทุนการดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายตั้งสำรองฯ ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงบริหารจัดการได้ตามเป้าหมาย อัตราส่วนหนี้เสียอยู่ในเกณฑ์ควบคุมที่ 2.75% ขณะที่อัตราส่วนสำรองฯ ต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพทรงตัวในระดับสูงที่ 150% นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2568 ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย โดยธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ และมุ่งดำเนินการใน 3 เรื่องหลัก ในประการแรก คือ [...]
SAM เฉลิมฉลอง 25 ปี ในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ภาครัฐ พร้อมส่งมอบโอกาสเพื่อคนไทย เริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน คิกออฟมาตรการพิเศษขยายความช่วยเหลือครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งปรับหนี้ NPL และคลินิกแก้หนี้ พร้อมจัดโปรโมชัน NPA สุดคุ้ม นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 25 ปี ถือเป็นความสำเร็จและภาคภูมิใจที่ SAM ได้ยืนหยัดทำหน้าที่สำคัญในฐานะบริษัทบริหารสินทรัพย์ภาครัฐที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือและกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต ผ่านภารกิจการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้า NPL และลูกค้าที่เป็นหนี้เสียบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้ “ โครงการคลินิกแก้หนี้ by SAM “ รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) เพื่อส่งคืนอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดย SAM ได้นำส่งเม็ดเงินผ่านกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไปแล้วกว่า 250,000 ล้านบาท “เศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตได้อย่างมั่นคง ต้องอาศัยภาคธุรกิจและประชาชนในประเทศมีความเข้มแข็ง SAM จึงต้องรีบดำเนินการในการบริหารจัดการสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนผ่านโครงการปรับโครงสร้างหนี้ต่างๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่กำลังเดือดร้อนหรือมีความทุกข์ใจจากการเป็นหนี้เสีย ดังนั้น [...]
JMART เสนอขายหุ้นกู้ 2 ปี 6 เดือน เคาะดอกเบี้ยคงที่ 5.50% ต่อปี เปิดจอง 17-18 และ 21 เม.ย. 68 ผ่าน 11 สถาบันการเงินชั้นนำ หนุนความแข็งแกร่งทางการเงิน ย้ำเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสงครามการค้าไม่กระทบธุรกิจ พร้อมเดินหน้าเติบโตต่อเนื่อง บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) โดยหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้ มีอายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ มูลค่าการเสนอขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เสนอขายระหว่างวันที่ 17-18 [...]
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าในปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 2.4 จากเดิมที่คาดไว้ร้อยละ 2.8 และคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 ในการประชุมเดือนเมษายนนี้ “ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับธนาคารกลางทุกแห่ง เราได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.4% จากเดิมที่คาดไว้ที่ร้อยละ 2.8 เนื่องจากปัจจัยเรื่องความไม่แน่นอนของการค้าโลกที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการบริโภค การท่องเที่ยว และตลาดอสังหาริมทรัพย์” ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายเศรษฐศาสตร์ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าว “เรามีมุมมองระมัดระวังต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยไปจนถึงเดือนกันยายน โดยเราคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหลังจากนั้นเนื่องจากเข้าสู่ช่วงเริ่มฤดูกาลท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม ทั้งนี้เราคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 2.6 ในครึ่งปีแรก และเติบโตร้อยละ 2.2 ในครึ่งปีหลังของปีนี้” นอกจากนี้ ธนาคารได้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปมาอยู่ที่ร้อยละ 0.8 จากเดิมที่คาดไว้ที่ร้อยละ 1.3 “เราคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธปท. ที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 1-3 ไปจนถึงไตรมาสที่ 3 ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากฐานเดิมที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างช้าๆ [...]
นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือแนวทางการดำเนินการของไทยต่อกรณีนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชน ณ กระทรวงการคลัง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า EXIM BANK พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อบรรเทาผลกระทบจากนโยบายภาษีแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ ที่มีต่อผู้ประกอบการไทย ภายใต้ 5 แนวทางหลัก ดังนี้ จัดตั้งคลินิกผู้ประกอบการ (Export Clinic) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ ทั้งผู้นำเข้าและส่งออกที่ได้รับผลกระทบ โดยสนับสนุนทางการเงิน ด้วยมาตรการเยียวยาผ่านการขยายระยะเวลาการชำระหนี้สูงสุด 365 วัน รวมถึงมาตรการเสริมสภาพคล่องและการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำแก่ผู้ประกอบการผ่านช่องทางการติดต่อของธนาคาร รวมทั้งให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับนโยบายภาษีแบบตอบโต้ ตลอดจนผลกระทบและแนวทางการบริหารจัดการธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีแบบตอบโต้ของสหรัฐฯ ขยายความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ขยายตลาดไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ ในการนี้ EXIM BANK มีสินเชื่อเพื่อการร่วมงานแสดงสินค้า และสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการส่งออก พร้อมเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ส่งออกไทยด้วยการให้ความคุ้มครอง 75% ของมูลค่าความเสียหายกรณีผู้ซื้อในต่างประเทศไม่ชำระเงินค่าสินค้า สนับสนุนการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ [...]
บลจ.กรุงศรี เปิดตัวกองทุนใหม่ KF-EMXCN ฝ่าความผันผวนจากสงครามการค้า ด้วยโอกาสลงทุนในตลาดเกิดใหม่ไม่รวมจีน โดยมีสัดส่วนหลักอยู่ในอินเดีย ไต้หวัน และเกาหลี เน้นบริษัทคุณภาพสูงที่ดำเนินธุรกิจภายในประเทศเป็นหลัก ชี้ระดับราคาหุ้นยังคงไม่แพงแต่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง พร้อมรับอานิสงส์จากเศรษฐกิจมหภาคที่เอื้อต่อการเติบโต เสนอขายครั้งแรก 21 – 28 เมษายนนี้ นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า “ภาพรวมเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ไม่รวมจีน ยังคงมีอัตราการเติบโตเป็นบวก เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง และเข้าถึงโอกาสการลงทุนในประเทศที่เป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก แม้ตอนนี้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะได้รับแรงกดดันจากอัตราภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐ แต่ด้วยราคาหุ้นที่ยังไม่แพงและมีการซื้อขายที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับตลาดประเทศพัฒนาแล้ว ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง จึงมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวเติบโตได้ในระยะยาว เมื่อความไม่แน่นอนเริ่มคลี่คลาย เช่น การชะลอการขึ้นภาษีนำเข้า หรือการเจรจาบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯและประเทศคู่ค้า นอกจากนี้ การแยกสัดส่วนการลงทุนในจีนออกจากกลุ่มจะช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนได้” “สำหรับประเทศที่มีบทบาทสำคัญและศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนตลาดเกิดใหม่ที่ไม่รวมจีน ได้แก่ อินเดียที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ปัจจัยพื้นฐานดี และคาดการณ์ว่า GDP จะเติบโตสูงสุดถึง 6.3%* ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ไต้หวันมีความโดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเทคโนโลยี AI และเกาหลีที่เป็นผู้นำในการผลิตหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่ใหญ่ที่สุดและได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี [...]
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2568 เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว โดยมีสาเหตุหลักจากการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก ภาคการผลิตยังคงเผชิญแรงกดดัน แม้ว่าการผลิตในกลุ่มยานยนต์จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวแต่ระดับการผลิตโดยรวมยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ภาคบริการยังคงขยายตัว แม้จะได้รับแรงกดดันจากการปรับลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและค่าใช้จ่ายต่อหัว อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากสัญชาติอื่นยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวในภาพรวม ภาคการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว แม้จะยังอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ส่วนแรงกดดันด้านราคายังคงอยู่ในระดับต่ำสะท้อนอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังไม่เข้มแข็ง ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ความผันผวนของราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจมีผลกระทบในระดับที่สำคัญต่อกำลังซื้อของประชาชนและความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ธนาคารกรุงเทพตระหนักถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในการดำเนินธุรกิจ และเข้าใจถึงความไม่แน่นอนทางธุรกิจที่ต้องเผชิญอยู่ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัล ธนาคารกรุงเทพพร้อมยืนเคียงข้างลูกค้าในฐานะ “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” จึงยังคงเน้นการให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนลูกค้าให้ได้ประโยชน์จากโอกาสในการขยายกิจการไปยังต่างประเทศ รวมทั้งยังมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมทั้งยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible lending) โดยให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืน ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 12,618 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน [...]
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCT เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา มีมติอุนมัติจ่ายเงินปันผลปี 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้น ๆ ละ 0.67 บาท รวมทั้งสิ้น 368.50 ล้านบาท กำหนดจ่ายวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นายวรัญญู ศิลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCT เปิดเผยถึงผลการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.67 บาท เป็นเงิน 368.50 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.25 ของกำไรสุทธิปี 2567 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2567 [...]
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCT เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา มีมติอุนมัติจ่ายเงินปันผลปี 2567 ให้แก่ผู้ถือหุ้น ๆ ละ 0.67 บาท รวมทั้งสิ้น 368.50 ล้านบาท กำหนดจ่ายวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นายวรัญญู ศิลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCT เปิดเผยถึงผลการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 0.67 บาท เป็นเงิน 368.50 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 99.25 ของกำไรสุทธิปี 2567 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2567 [...]
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) คว้า 2 รางวัลด้านบริหารการลงทุนยอดเยี่ยมจากเวที Euromoney Private Banking Awards 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดย Euromoney นิตยสารการเงินชั้นนำของยุโรป ได้แก่ Thailand’s Best for Discretionary Portfolio Management และ Thailand’s Best for Alternative Investments แสดงศักยภาพการจัดการทรัพย์สินลูกค้าด้วยมาตรฐานระดับสากล ตลอดจนความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี เพื่อรองรับความต้องการรอบด้านของนักลงทุนยุคใหม่ นายณฤทธิ์ โกสาลาทิพย์ ประธานสายงานที่ปรึกษาและบริหารการลงทุนลูกค้าบุคคล กล่าวถึงการได้รับรางวัล Discretionary Portfolio Management: DPM ว่า บล.เกียรตินาคินภัทรยึดหลักการเอาลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และขับเคลื่อนด้วยงานวิจัยเชิงลึก โดยในปี 2024 บริษัทได้ดำเนินการปรับพอร์ตการลงทุนเชิงกลยุทธ์ถึง 4 ครั้ง เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนสอดคล้องกับสถานการณ์ลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกือบ 90% ของบัญชีลงทุนที่อยู่ภายใต้การบริหารมีผลตอบแทนเป็นบวก โดยเฉพาะนโยบายการลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 29.8% ภายในหนึ่งปี (สิ้นสุด [...]
กลุ่มทิสโก้ เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2568 กำไรสุทธิ 1,643 ล้านบาท ลดลง 5.2% จากปีก่อน สะท้อนภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง ขณะที่สถานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยกลุ่มทิสโก้ และ ธนาคารทิสโก้ ได้รับการเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรจาก ทริสเรทติ้ง เป็นระดับ “A” และ “A+” ตามลำดับ นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (Mr. Sakchai Peechapat, Group Chief Executive, TISCO Financial Group Public Company Limited) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 เผชิญกับความท้าทายจากหลายปัจจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากความตึงเครียดของสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ และเหตุแผ่นดินไหวที่สร้างความตื่นตระหนกและกระทบต่อความเชื่อมั่น กดดันภาคเศรษฐกิจที่เปราะบางอยู่แล้วให้อ่อนแอลงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องจับตาความเสี่ยงใหม่จากมาตรการภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ ที่เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน 2568 ทั้งนี้ ประเมินว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะยังมีความท้าทายสูง คาดการณ์ว่า จะเติบโตเพียง 1.5-2% [...]
เคทีซีเผยหมวดประกันมีการใช้จ่ายสูงสุดในพอร์ตตลาดบัตรเครดิตอย่างต่อเนื่อง ด้วยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์บริษัทประกันชั้นนำ เปิดตัวแคมเปญที่หลากหลายสิทธิประโยชน์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกบัตรเคทีซีทุกเจนเนอเรชัน ไม่ว่าจะเป็นการชำระเบี้ยประกันปีแรกหรือปีต่ออายุ นายสุวัฒน์ เทพปรีชาสกุล ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี”หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดประกันในปี 2567 เติบโตขึ้น มากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปี 2566 ซึ่งในปี 2568 นี้ เคทีซีจะนำเสนอสิทธิประโยชน์ให้แก่สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี ที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ทุกความต้องการในหลากหลายรูปแบบทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ รวมถึงประกันภัย กว่า 50 บริษัท เมื่อซื้อพร้อมชำระเบี้ยประกันปีแรกและปีต่ออายุ ทั้งชำระเต็มจำนวนและผ่อนชำระ” ซึ่งในหมวดประกันชีวิตและประกันสุขภาพ การชำระเต็มจำนวนเบี้ยประกันปีแรก และปีต่ออายุกับ พันธมิตรบริษัทประกันชั้นนำที่ร่วมรายการ ได้แก่ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เอไอเอ เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต และกรุงเทพประกันชีวิต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 – 30 มิถุนายน 2568 สมาชิกเคทีซีเลือกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 1% [...]
บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยครบวงจร ประกาศข่าวดี! ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-Term Rating) แก่ SCAP ที่ระดับ ‘A-(tha)’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating) ที่ ‘F2(tha)’ โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิต “มีเสถียรภาพ” (Stable Outlook) ระดับเดียวกับอันดับเครดิตของกลุ่มศรีสวัสดิ์ (SAWAD) สะท้อนโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งของกลุ่ม และเครือข่ายการดำเนินงานในธุรกิจสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่มีมายาวนาน รวมถึงความสามารถในการทำกำไรที่เพียงพอ และอัตราหนี้สินที่อยู่ในระดับปานกลาง พร้อมกันนี้ ฟิทช์ยังได้ให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวแก่หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีประกันสกุลเงินบาทของ SCAP ที่ออกเสนอขายไปแล้วที่’A-(tha)’ ซึ่งจะครบกำหนดตั้งแต่พฤศจิกายน 2568 – กุมภาพันธ์ 2572 ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ระบุว่า อันดับเครดิตของ SCAP มาจากอันดับเครดิตรวมของกลุ่มแม่ นำโดยบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ซึ่งอันดับเครดิตของ SCAP ไม่สามารถแยกออกจากกลุ่มได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทมีขนาดใหญ่และมีระดับการบูรณาการกับนิติบุคคลอื่นในกลุ่มสูง ดังนั้น จึงจัดอันดับเครดิตของ SCAP ในระดับเดียวกับกลุ่ม โดยมองว่ากิจการของกลุ่มมีตำแหน่งทางการตลาดและเครือข่ายในกลุ่มธุรกิจสินเชื่ออุปโภคบริโภคอยู่ในระดับที่ดี นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา กรรมการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีและรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ SCAP ได้รับการจัดอันดับเครดิตระดับ ‘A-(tha)’ จากฟิทช์ เรทติ้งส์ สะท้อนถึงโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มที่แข็งแกร่ง และการปล่อยสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการได้รับอันดับเครดิต ‘A-(tha)’ จะเอื้อประโยชน์ให้ SCAP เข้าถึงต้นทุนทางการเงินในระดับที่แข่งขันได้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจทำให้ขยายพอร์ตสินเชื่อได้มากขึ้น สนับสนุนผลประกอบการให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่ม SAWAD รวมถึงส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ” SCAP มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้ารักษามาตรฐานผลการดำเนินงานอย่างมั่นคง โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 7,750.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.18% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 729.63 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน [...]
นายอธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตแบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่ผลงานโฆษณาของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ชุด “What the Fast!” ที่สร้างสรรค์โดย Leo Thailand รับ 3 รางวัลใหญ่ ได้แก่ รางวัล Grande ประเภท Online Film, Finance & Real Estate, รางวัล Silver ประเภท Broadcast, Financial & Real Estate และรางวัล Silver ประเภท Micro Short Film จากเวที ADFEST 2025 (Asia Pacific Advertising Festival) งานประกวดโฆษณาที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำที่ส่งมอบนวัตกรรมทางการเงินที่มีคุณภาพ รวมถึงให้ความสำคัญกับแบรนด์และการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง
KGI ปล่อย DR 3 หลักทรัพย์ใหม่ อ้างอิงหุ้นเทคฯ ยักษ์ใหญ่จากจีน ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตสูง ในฐานะหนึ่งในผู้นำทางด้านบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ประกอบด้วย BABA13 อ้างอิงกับ Alibaba (9988.HK), TENCENT13 อ้างอิงกับ Tencent (700.HK) และ XIAOMI13 อ้างอิงกับ Xiaomi (1810.HK) พร้อมเทรดในตลท. 17 เมษายน 2568 นี้ นายเจนวิทย์ ชินกุลกิจนิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) เปิดเผยว่า KGI เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงหุ้นเทคโนโลยีระดับโลกได้อย่างสะดวกผ่านตลาดหุ้นไทย เตรียมเปิดตัวใบแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt หรือ DR) จำนวน 3 ตัวใหม่ อ้างอิงหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำจากประเทศจีน ได้แก่ Alibaba, Tencent และ Xiaomi [...]
บมจ. เอสจี แคปปิตอล (SGC) เร่งเครื่องธุรกิจสินเชื่อมือถือ “Locked Phone” ภายใต้โครงการ SG Finance+ เผยปัจจุบันยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ทะลุ 5,000 ล้านบาท ภายใต้ NPL ในระดับต่ำ โดย SGC เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มีประกันชุดใหม่ อัตราดอกเบี้ย [7.00% – 7.25%] ต่อปี คาดเสนอขายระหว่างวันที่ 6-8 พ.ค.นี้ หนุนธุรกิจแข็งแกร่งต่อเนื่อง นายอโณทัย ศรีเตียเพ็ชร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC กล่าวว่า SGC พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีหลักประกัน อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย [7.00% – 7.25%] ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 [...]
นายณัฐพล ลือพร้อมชัย (กลาง) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับรางวัล “Best Green Retail Finance Initiative in Asia Pacific” โครงการด้านการเงินสีเขียวยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อบ้านสีเขียว” โดยรางวัลนี้มอบให้แก่บริการสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคควบคู่กับการส่งเสริมที่อยู่อาศัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของธนาคารกสิกรไทยที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดธนาคารแห่งความยั่งยืน พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกค้าใช้ชีวิตกรีนไลฟ์สไตล์ได้ง่ายขึ้น ในงาน The Asian Banker: Global Excellence in Retail Finance Awards 2025 จัดโดยนิตยสาร The Asian Banker ณ โรงแรม The Westin Tokyo ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเร็ว ๆ นี้
“กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จพอร์ตสินเชื่อรถจักรยานยนต์ปี 2567 ด้วยยอดสินเชื่อใหม่เติบโตสวนกระแสตลาดถึง 10% โดยที่ยอดสินเชื่อใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลพุ่งสูงถึง 22% พร้อมเตรียมเดินหน้าชูความเป็นผู้นำตลาดที่เติบโตอย่างมั่นคงบนแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถได้จริง ด้วยการนำเสนอโซลูชันสินเชื่อที่เข้าใจลูกค้า ผสานการผนึกกำลังพันธมิตรดีลเลอร์ทั่วประเทศกระจายกำลังทีม “กรุงศรี มอเตอร์ไซค์” ให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ที่ตอบทุกความต้องการของผู้ใช้รถสองล้ออย่างครบครัน นางสาวชญาน์ธิป พันธุ์มณี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปี 2567 ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ใหม่หดตัวลง 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 1.7 ล้านคัน ขณะที่ กรุงศรี มอเตอร์ไซค์ กลับเติบโตอย่างมั่นคงด้วยยอดสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นถึง 10% โดยยอดสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัลโตสูงขึ้นถึง 22% ซึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโตนี้ มาจากนวัตกรรมสินเชื่อยานยนต์ดิจิทัลผ่านแอป โก บาย กรุงศรี ออโต้ ที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ทั้งสินเชื่อและคาร์ฟอร์แคช ของรถสองล้อ ตลอดจนการผสานเทคโนโลยีในการทำงานร่วมกันกับพันธมิตรดีลเลอร์ทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ [...]
การเดินทางไปต่างประเทศนอกจากการวางแผนเส้นทาง ที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว การเลือกบัตรเครดิตที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ใช้จ่ายได้อย่างสะดวก ประหยัด คุ้มค่า อีกทั้งยังได้รับสิทธิพิเศษมากมาย แต่เมื่อพูดถึงการใช้บัตรเครดิตสำหรับการเดินทางหรือใช้จ่ายในต่างประเทศ หลายคนอาจลังเลว่าควรเลือกใช้บัตรประเภทไหนจึงจะได้สิทธิพิเศษสูงสุด เพราะแต่ละแบรนด์บัตรเครดิตทั้ง Visa Mastercard JCB และ UnionPay ต่างมีข้อดีและความคุ้มค่าที่แตกต่างกัน เคทีซีจึงได้รวบรวม 5 วิธีเลือกบัตรเครดิตสำหรับท่องเที่ยวต่างประเทศให้คุ้มค่าและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายมากที่สุด เลือกบัตรที่ได้รับการยอมรับในประเทศปลายทางบัตรเครดิตแต่ละแบรนด์มีความครอบคลุมในประเทศต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน บางประเทศอาจรองรับบัตรบางประเภทมากกว่า ดังนั้นก่อนการเดินทางจึงควรเช็กสถานที่ที่ไปว่ารองรับบัตรประเภทใดเพื่อให้สามารถเลือกบัตรที่ใช้จ่ายได้สะดวกที่สุดในจุดหมายปลายทาง เช่น หากเดินทางไปยุโรปหรืออเมริกา ควรใช้บัตรเครดิต Visa หรือ Mastercard เพราะร้านค้ามักจะรับบัตรสองประเภทนี้มากที่สุด หากเดินทางไปญี่ปุ่น ควรมีบัตรเครดิต JCB ติดตัว เพราะมีส่วนลดพิเศษที่ร้านค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำโดยเฉพาะเมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินเยน และหากเดินทางไปจีน ควรใช้บัตรเครดิต UnionPay เพราะร้านค้าส่วนใหญ่รองรับและมักไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM ยังได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน เป็นสกุลเงินท้องถิ่น HKD/MOP/TWD อีกด้วย [...]
ผู้ถือหุ้น บมจ. เอเชียโฮเต็ล (ASIA) ไฟเขียวจ่ายเงินปันผลงวดปี 67 เป็นเงินสดในอัตรา 0.13 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 41.60 ล้านบาท เตรียมรับทรัพย์ 9 พ.ค.นี้ ฟากผู้บริหาร “พัชรพล เตชะหรูวิจิตร”ระบุปักหมุดรายได้ปี 68 เติบโต 10% รับนักท่องเที่ยวพุ่งต่อเนื่อง พร้อมลุยรีโนเวทโรงแรมเอเชียพัทยาในไตรมาส 2/68 นายพัชรพล เตชะหรูวิจิตร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชียโฮเต็ล จำกัด (มหาชน) (ASIA) เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ในวันที่ 11 เมษายน 2567 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานปี 2567 (1 เมษายน – 31 ธันวาคม 2567) ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตรา 0.13 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 41.60 ล้านบาท กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record [...]
ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ชี้มาตรการภาษีทรัมป์เป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ไทย คาดมาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลทันที แนะไทยเร่งหาตลาดใหม่ทดแทน และสร้างช่องทางการส่งออกให้กับผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย เพื่อสร้างรายได้จากการส่งออกและโอกาสทางธุรกิจ อีกทั้งเป็นการกระจายเม็ดเงินสู่ระดับฐานราก ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า การที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยเรียกเก็บภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้าทุกประเภทจากทุกประเทศ ส่วนประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศไทยถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 36% จากเดิมที่มาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมานั้นถือเป็นการโยนหินถามทางเพื่อสังเกตท่าทีของคู่ค้าสหรัฐฯ แต่ยอมรับว่าอาจส่งผลกระทบต่อ GDP ของประเทศ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลอย่างทันท่วงที ซึ่งสอดคล้องกับการประกาศล่าสุดกับการลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากคู่ค้าส่วนใหญ่ลงเหลือ 10% เป็นเวลา 90 วัน เพื่อเปิดทางให้เกิดการเจรจาการค้า โดยมีผลบังคับใช้ทันที ยกเว้นสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สหรัฐฯ ปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าเป็น 125% ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าวต่อว่า ประเทศไทยจะต้องเตรียมการในด้านต่าง [...]